ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 041 ตอนที่ 41
ตอนที่ 41 เหตุการณ์วุ่นวายที่คลินิก ใครคือผู้จุดชนวน
ชายหัวล้านจ้องอวี๋กานกานเขม็ง ถามด้วยน้ำเสียงหยาบโลน “เธอคือคนรับผิดชอบที่นี่?”
อวี๋กานกานตรวจเช็กซ่งฉาไป๋ด้วยตาเปล่าจนแน่ใจแล้วว่าไม่เป็นอะไรจริงๆ ถึงจะพยักหน้าให้ชายหัวล้าน “ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
“มีเรื่องอะไร? เรื่องใหญ่!” ชายหัวล้านพูดเสียงดังด้วยความโมโห พลางชี้หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนรถเข็น “เธอดูสิ ดู คนร่างกายแข็งแรงดีถูกพวกเธออวี้หมิงถางรักษาจนกลายเป็นแบบไหนไปแล้ว”
“เธอรักษาที่อวี้หมิงถาง?” อวี๋กานกานนึกถึงเหอหว่านซินที่ระยะนี้อยู่ที่คลินิก ในใจคิด ไม่ใช่ว่าเหอหว่านซินจ่ายยา รักษาคนไข้มั่วซั่วจนเกิดปัญหานะ
ใบหน้าจิ้มลิ้มของอวี๋กานกานซีดลงเล็กน้อย แววตาตึงเครียด พลันนั่งยองลงตรงหน้าคนไข้ ยื่นมือออกไปต้องการจะจับชีพจร เพื่อตรวจให้แน่ชัดว่ามีจุดไหนที่ผิดปกติ
ใครจะรู้ว่าชายวัยกลางคนที่เป็นคนเข็นรถเข็นจะสะบัดมือของอวี๋กานกานออก ไม่ยอมให้เธอจับโดนมือของหญิงวัยกลางคน ทั้งยังพูดระบายด้วยความเจ็บปวด “เดิมทีภรรยาผมเป็นแค่โรคความดันสูง ไปโรงพยาบาลมาแล้วครั้งหนึ่ง ฉีดยานิดกินยาหน่อยอาการก็ทรงตัวแล้ว หมอบอกขอแค่พวกเรามาโรงพยาบาลตรวจตรงตามนัดก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง พวกเราคิดดูแล้วยาแผนปัจจุบันแรงเกินไป จึงอยากจะซื้อยาจีนที่มีฤทธิ์อุ่นมารับประทาน ได้ยินมาว่าอวี้หมิงถางมีแพทย์ที่ฝีมือไม่เลว จึงมาตามกิตติศัพท์อันเลื่องลือ ปรากฏว่ายาที่พวกคุณจ่ายให้พวกผม ยังกินได้แค่ไม่กี่วันก็เกิดปัญหาขึ้น เมื่อคืนกลางดึกภรรยาผมสลบไม่ได้สติ ล้มลงตรงห้องรับแขก พอฟื้นขึ้นมาก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรง แค่เดินยังเดินไม่ได้ คุณบอกผมหน่อยสิว่าคุณเป็นหมอประสาอะไร แบบนี้คุณเรียกว่าช่วยชีวิตเหรอ นี่มันฆ่ากันชัดๆ !”
ชายหัวล้านซัดยาถุงหนึ่งลงบนพื้น ชี้แล้วตะโกน “พวกคุณดูยาที่จ่ายอีกรอบสิ ยาขึ้นราแล้ว พวกคุณยังจ่ายให้ลูกค้าเอาไปรับประทานอีก พวกคุณเห็นชีวิตคนเป็นอะไร พวกคุณมันไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ทั้งยังไม่กลัวว่าเวรกรรมจะตามคืนสนอง!”
นัยน์ตาของอวี๋กานกานเย็นเยือกราวกับน้ำค้างแข็ง ตรวจดูยาจีนพวกนั้น สมุนไพรจีนพวกนี้ขึ้นราแล้วจริงๆ แต่ไม่น่าจะจำหน่ายจากอวี้หมิงถาง สมุนไพรสองสามชนิดนี้ในอวี้หมิงถางมีสต๊อกเก็บไว้ใช้ได้สองเดือนขึ้นไป และถูกเก็บรักษาเป็นอย่างดี เป็นไปไม่ได้ที่จะขึ้นรา เธอไม่อยู่แค่เดือนกว่า หน้าที่สั่งสินค้าชุดใหม่ไม่มีทางตกไปอยู่กับเหอหว่านซิน
ตอนนี้ที่พวกเขาไม่ยอมให้ตรวจชีพจร เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ต้องการให้เธอรู้อาการป่วย
จับชีพจรก็ไม่ได้ถามก็ไม่ได้ ทว่าแค่มองและฟัง เธอก็มองออกว่าหญิงวัยกลางคนผู้นี้แค่อ่อนเพลีย แต่สุขภาพร่างกายยังแข็งแรงดีอยู่
ฉะนั้นคนกลุ่มนี้จงใจมาก่อความวุ่นวาย?
เพลิงแห่งโทสะลุกโชนอยู่ในอกของชายวัยกลางคน “ผมจะบอกอะไรพวกคุณนะ วันนี้ถ้าพวกคุณไม่มีคำอธิบายให้พวกผม เรื่องนี้ไม่จบแน่”
ชายหัวล้านตะโกนลั่น “จ่ายค่าเสียหายมา ไม่จ่ายแจ้งความนะเว้ย”
อวี๋กานกานแสยะยิ้มอยู่ในใจ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย มาจงใจก่อความวุ่นวายจริงๆ สินะ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นเหอหว่านซินหรือเปล่าที่สั่งให้พวกเขาอาศัยโอกาสนี้มาก่อความวุ่นวาย
อวี๋กานกานพูด “คุณบอกว่าเธอป่วย เดินเหินไม่ได้ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง กรุณานำผลตรวจจากโรงพยาบาลให้ฉันดูหน่อยค่ะ ไม่อย่างงั้นก็แจ้งความเถอะค่ะ ให้ตำตรวจเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมด”
“แจ้งความก็แจ้งความ!” ชายหัวล้านท่าทีมั่นใจ ไม่รู้ว่ามั่นใจว่าอวี๋กานกานไม่กล้าแจ้งความ หรือเขามีเส้นสายไม่กลัวการแจ้งความอยู่แล้ว
อวี๋กานกานประจันหน้ากับเขาด้วยความเยือกเย็น
ซ่งฉงไป๋ที่อยู่ข้างๆ ตกใจกลัวไปเรียบร้อยแล้ว พูดอย่างลนลาน “ฉันขอบอกอะไรพวกคุณนะ พวกคุณขบวนการอีเน่า อีเน่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เป็นคดีขู่กรรโชก อย่างน้อยตัดสินจำคุกห้าปีหรือมากกว่านั้น”