ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 042 ตอนที่ 42
ตอนที่ 42 แข็งกร้าว อย่าแตะตัวเธอ
“แม่เจ้าโว้ย ยังกล้าขู่พวกเราอีก” ชายหัวล้านชี้หน้าซ่งฉาไป๋ จากนั้นเหมือนมอบของตอบแทน ทุบเคาน์เตอร์ของคลินิกแตกกระจาย
ซ่งฉาไป๋กลัวสุดขีด ตกใจจนแทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ เธอมองอวี๋กานกานอย่างหมดปัญญา พบว่าอวี๋กานกานยังคงสุขุมเยือกเย็นเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน
เฮ้อ~ อย่างไรเสียก็เป็นผู้ชายน่ากลัวรูปร่างบึกบึนถึงสามคน ถ้าเกิดลงไม้ลงมือขึ้นมาจริงๆ พวกมันสามารถตีพวกเราตายโดยทั้งที่ยังหายใจอยู่ อวี๋กานกานไม่กลัวเลยอย่างนั้นเหรอ
ซ่งฉาไป๋นึกถึงฟังจือหัน ฝั่งของพวกเราก็มีผู้ชายเหมือนกันนี่ ฟังจือหันเป็นสามีของอวี๋กานกาน เวลานี้เขาควรจะเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยเจ้าหญิงสิ
แต่เธอกลับพบว่าฟังจือหันยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ สุขุมเยือกเย็นเหมือนอวี๋กานกานเด๊ะ มองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา ทั้งยังเย่อหยิ่งและแข็งกร้าว ราวกับจักรพรรดิ
ทำไมถึงใจเย็นได้ขนาดนี้
ให้ฉันพูดอะไรดี?
คู่สวรรค์สร้างชัดๆ !
ทันใดนั้นประตูคลินิกก็ถูกคนเปิดออก หยางเทียนโย่วย่างเท้าเข้ามา ตะโกนด้วยน้ำเสียงอบอุ่นลึกซึ้ง “กานกาน กานกาน...”
เมื่อเห็นสถานการณ์ในคลินิก หยางเทียนโย่วถามด้วยความประหลาดใจชนิดที่ว่าหาสิ่งใดมาเปรียบเปรยไม่ได้ “เรื่องมันเป็นมาเป็นไปยังไง เกิดอะไรขึ้น?” พลันเหลือบไปเห็นชายวัยกลางคน รีบถามด้วยความสงสัย “อาโจว แล้วก็ซ้อโจว ทำไมพวกคุณถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ”
เมื่อชายวัยกลางคนเห็นหยางเทียนโย่ว ก็ทำหน้าประหลาดใจ “นี่มันเทียนโย่วนี่ แล้วหลานมาอยู่ที่นี่ได้ไง?”
หยางเทียนโย่วยิ้ม หันหน้ามองอวี๋กานกานแวบหนึ่ง จากนั้นตอบ “อาโจว นี่คือคลินิกของคู่หมั้นผมเองครับ ผมมาหาคู่หมั้นน่ะครับ แล้วพวกคุณอา...?”
ชายวัยกลางคนไม่ได้พูดอะไร ชายหัวล้านแค่นหัวเราะ พูด “นี่เป็นคลินิกของคู่หมั้นนาย ฉันจะบอกอะไรให้ คู่หมั้นนายเกือบฆ่าซ้อโจวของนายแล้ว ตอนนี้พวกเรามาหาเธอเพื่อขอคำอธิบาย”
“ซ้อโจวนี่มันเกิดอะไรขึ้น” หยางเทียนโย่วมองหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นด้วยความเป็นห่วง จากนั้นขมวดคิ้วมองอวี๋กานกาน “จริงเหรอ กานกาน?”
อวี๋กานกาน “…”
ทำไมถึงเกี่ยวข้องกับหยางเทียนโย่วอีกแล้ว? ไม่ว่าจะมองยังไงหยางเทียนโย่วก็ไม่เหมือนกับบังเอิญมาพอดี หรือว่านี้จะเป็นละครที่ถูกจัดฉากไว้? แต่พวกเขาต้องการจะทำอะไรกันแน่
หยางเทียนโย่วพูด “ต่อให้จริงก็ไม่เป็นไร อาโจวซ้อโจวเห็นผมตั้งแต่เล็กจนโต ขอแค่คุณยอมรับผิดและขอโทษ พวกเขาต้องให้อภัยคุณแน่ ใช่ไหมครับ อาโจว” จากนั้นมองหน้าชายวัยกลางคนด้วยสีหน้านอบน้อมจริงใจ นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความขอร้องอ้อนวอน
ชายวัยกลางคนเหลือบไปมองชายหัวล้าน จากนั้นทอนหายใจเบาๆ “พวกเราไม่ได้จงใจมาหาเรื่อง ในเมื่อทุกคนในที่นี้ล้วนรู้จักมักจี่กัน เธอเองก็เป็นคู่หมั้นของเทียนโย่ว เธอยอมรับผิดกับพวกเราเสีย เรื่องนี้ก็ถือว่าแล้วกันไป แต่หลังจากนี้ก็อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก นี่ถ้าเป็นคนอื่นจะทำอย่างไร โชคดีที่เป็นเทียนโย่ว ไม่เช่นนั้นเรื่องวันนี้พวกเราคงไม่จบแค่นี้แน่”
หยางเทียนโย่วยิ้มแล้วผงกหัว พูดปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอันอบอุ่น “เอาล่ะ เรื่องจบแล้ว กานกาน มีผมอยู่ คุณไม่ต้องกลัว ไปขอโทษอาโจวซะ แล้วก็...” พูดพลางยื่นมือมาหวังจะจับมือของอวี๋กานกาน
ครั้งนี้ไม่ต้องรอให้อวี๋กานกานชักมือหนี กลางอากาศพลันปรากฏแขนข้างหนึ่งขวางเอาไว้ จับข้อมือของหยางเทียนโย่วอย่างโหดเหี้ยมก่อนจะสะบัดออก “อย่าแตะต้องเธอ”
ไม่รู้ว่าฟังจือหันเดินมาตั้งแต่เมื่อไร เขาเหวี่ยงหยางเทียนโย่วอย่างอำมหิต เงาสูงใหญ่เย็นเยือกราวกับสายลมในเหมันต์ฤดู