ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 043 ตอนที่ 43
ตอนที่ 43 นี่คือสามีของฉัน ฟังจือหัน
เมื่อหยางเทียนโย่วเห็นฟังจือหัน ไม่ต้องบรรยายว่าสีหน้าของเขาดูไม่ได้ขนาดไหน เมื่อนึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ที่ฟังจือหันทำเสียแผนหมด ก็พลันโกรธกระฟัดกระเฟียดขึ้นมาทันที เขากำมือพร้อมทั้งยืดคอตรง ตะโกน “แกเป็นใครวะ ทำไมถึงมาสอดเรื่องของฉันกับกานกานอยู่เรื่อย”
รอยยิ้มเย็นเยือกผลิบานขึ้นที่มุมปาก ดั่งบุปผาแห่งปรภพที่บานสะพรั่ง แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายมรณะ“ให้เวลานายห้านาที”
คำพูดนี้ทำให้หยางเทียนโย่วงุนงงไปชั่วขณะหนึ่ง เขาถลึงตาโต ถาม “ให้ทำอะไรห้านาที”
ซ่งฉาไป๋กลับไปหลบหลังอวี๋กานกานอีกครั้ง ยื่นศีรษะออกมาพูดอ้อมแอ้ม “แน่นอนว่าให้ไสหัวไป”
หยางเทียนโย่วถลึงตาใส่ซ่งฉาไป๋
ซ่งฉาไป๋รีบหดหัวกลับหลบหลังอวี๋กานกาน ครั้งนี้พูดเสียงดังฉะฉาน “นายไม่ใช่คู่หมั้นของกานกานเสียหน่อย เขาต่างหากที่เป็นสามีของกานกาน”
หยางเทียนโย่วถ่มน้ำลายดัง ถุย ถามฟังจือหัน “ถ้าไม่ใช่เพราะแกมีเหรอกานกานจะไม่ต้องการฉัน แกนะแกไอแมงดา ไม่รู้ซะแล้วว่าบิดาเป็นใคร กล้ามาแย่งผู้หญิงกับบิดา ฉันว่าแกคงเบื่อชีวิตเต็มทนแล้ว!”
หยางเทียนโย่วพูดอย่างเศร้าโศกเสียใจพลางมองฟังจือหันด้วยสายตาข่มขู่ “ฉันจะบอกอะไรแกให้ ถ้าบิดาจะสั่งให้คนไปรุมอัดแก นั่นเป็นเรื่องง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก แกรู้ไหมหา?!”
เมื่อก่อนหยางเทียนโย่วไม่กล้ากร่างขนาดนี้ ค่อนข้างกลัวฟังจือหันด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้กลับอวดเบ่งสุดๆ เมื่อพูดจบเขาถอยหลังไปสองเก้า ยืนอยู่ตรงหน้าชายหัวล้านเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าต้องการบอกฟังจือหันให้รู้ว่าพวกชายหัวล้านเป็นพวกหยางเทียนโย่ว
หยางเทียนโย่วพูดกับอวี๋กานกาน “กานกาน ผมรักคุณจริงๆ นะครับ คุณบอกพวกเขาไปเลยว่าสำหรับคุณผมเป็นอะไร แล้วผู้ชายคนนี้เป็นอะไร”
อวี๋กานกานแสยะยิ้มอย่างเอือมระอา ในที่สุดเธอก็รู้แล้วว่าเรื่องทั้งหมดนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เหตุการณ์วุ่นวายที่คลินิกทั้งหมดเป็นเรื่องสร้างขึ้น ทั้งหมดเป็นคนที่หยางเทียนโย่วจ้างมาให้ช่วยเล่นละครตบตา เพื่อบังคับให้เธอยอมรับหยางเทียนโย่วเป็นคู่หมั้น
ไม้อ่อนไม่ได้ผล เลยจะใช้วิธีบีบบังคับ ไม่จบไม่สิ้นกันสักที ไม่รู้ว่าครั้งหน้ายังจะมาไม้ไหนอีก
อวี๋กานกานรู้สึกว่ายังหย่ากับฟังจือหันไม่ได้ แม้เธอจะไม่รู้ว่าฟังจือหันมีเป้าหมายอะไร แต่ดูๆ แล้วฟังจือหันที่จริงก็เป็นคนค่อนข้างตรงไปตรงมา อย่างน้อยก็ไม่เหมือนหยางเทียนโย่วที่ให้ความรู้สึกสะอิดสะเอียน อีกอย่างระหว่างพวกเขาสองคนถ้าต้องให้เลือกหนึ่งคนถึงจะสามารถไล่อีกคนไปได้ แน่นอนว่าเธออยากอยู่กับฟังจือหันมากกว่า อย่างน้อยเขาก็หน้าตาดี มองดูแล้วสุขตาสบายใจ
“เหมือนว่าฉันจะบอกคุณไปแล้วตั้งแต่วันที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วนะ ฉันแต่งงานแล้วและไม่มีคู่หมั้น นี่คือสามีของฉัน ฟังจือหัน!” อวี๋กานกานพูดพลางคล้องแขนฟังจือหัน
หยางเทียนโย่วหน้าเสีย มองอวี๋กานกานด้วยแววตาผิดหวัง
หลังจากมองไปได้ครู่หนึ่ง เขาก็หมุนตัว พูดอย่างโกรธแค้นสุดจะหาสิ่งใดเปรียบ “กานกาน ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากยุ่งเรื่องของคุณ แต่คุณมันใจดำอำมหิตเกินไปแล้ว ไม่นึกถึงความรักระหว่างเราสักนิด”
อาโจวชำเลืองมองหยางเทียนโย่วแวบหนึ่ง ทำสีหน้าถมึงทึง พูดอย่างผู้ผดุงความยุติธรรม “ในเมื่อเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเทียนโย่ว ทั้งยังทำผิดต่อเทียนโย่ว พวกเราจะไม่ยอมให้ผู้หญิงสารเลวแบบเธอไปทำร้ายใครได้อีก”
ชายหัวล้านพลันหัวเราะเย้ยหยัน “ผู้หญิงที่ไม่เห็นค่าความหวังดีของผู้อื่น” เขาแกว่งมือออกคำสั่งกับผู้ชายสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง “พี่น้องเอ่ย พังให้เละ! เพื่อเงินไม่กี่บาทพวกมันกลับเห็นชีวิตคนเป็นผักปลา ดูสิว่าจากนี้พวกมันจะกล้าทำอีกไหม”