ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 044 ตอนที่ 44
ตอนที่ 44 ครบห้านาทีพอดี
หยางเทียนโย่วกระหยิ่มยิ้มย่อง มองฟังจือหันอย่างสุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ[footnoteRef:1] [1: สุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ หมายถึง ใช้ชื่อผู้อื่นมาบังหน้าเพื่อข่มขู่หลอกหลวงคนอื่น]
พวกชายหัวล้านสามคนเริ่มพังคลินิกแล้ว แต่ฟังจือหันยังคงนิ่งไม่ไหวติ่ง ทำเพียงแค่ยืนอยู่ข้างๆ อวี๋กานกาน ยังคงเป็นองครักษ์พิทักษ์สาวงาม
ในสายตาของหยางเทียนโย่วเห็นฟังจือหันเป็นแค่ไอขี้ขลาดตาขาว แต่กลับยังวางมาดเย่อหยิ่งจองหองอยู่ได้ ให้ความรู้สึกหงุดหงิดสุดขีด
เขาชี้ไปที่ฟังจือหันพลางหัวเราะเยาะ “แกเก่งมากไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ยังทำหน้าทำตาใต้หล้านี้ข้าไร้ผู้ใดเทียบได้อีก แม่มันโว้ย ใหญ่มาจากไหนวะ พี่หัวล้าน พี่ช่วยสั่งสอนไอ้เวรที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้หน่อยสิ บอกให้มันรู้ใครกันแน่ที่เป็นชายชาตรี”
“จัดให้” ชายหัวล้านพลันโยกศีรษะ ท่าทางเหี้ยมโหด เดินไปหาฟังจือหัน
ริมฝีปากบางของฟังจือหันเม้มเป็นเส้นตรงอย่างสุขุมเยือกเย็น หน้าไม่ถอดสี พูดกับอวี๋กานกานที่ยืนอยู่ข้างๆ “พวกคุณไปที่ชั้นบน”
หัวใจของอวี๋กานกานราวกับถูกบางสิ่งกุมไว้อย่างแน่น ส่ายหน้าทันที “นายนั่นแหละไปก่อน เดิมทีเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับนายอยู่แล้ว นายไม่จำเป็นต้อง...”
เธอยังพูดไม่ทันจบกลับถูกฟังจือหันพูดตัดบทอย่างเอาแต่ใจ “ขึ้นไป”
อวี๋กานกานกัดริมฝีปาก ไม่ขยับเขยื้อน “…”
“ตรงนี้ให้เป็นหน้าที่ของผม” แม้ว่าเสียงของฟังจือหันจะเบาลงเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับฉายแววความจริงจังไม่อนุญาตให้ต่อรอง
เมื่อหยางเทียนโย่วเห็นว่าฟังจือหันยังคงอวดเบ่งได้ถึงขนาดนี้ เขาคิดว่าฟังจือหันก็แค่แกล้งทำเป็นเก่ง พลันถุยน้ำลายลงพื้น มองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม พูด “เดี๋ยวจะต่อยให้ฟันร่วงเต็มพื้นเลย ดูสิว่ายังจะอวดเก่งได้อีกสักกี่น้ำ”
เขาหันไปพูดกับอวี๋กานกานด้วยความอดทนขีดสุดท้าย “อวี๋กานกาน ตอนนี้ขอแค่คุณยอมอ่อนข้อ ขอแค่คุณพูดว่าคนที่คุณรักยังคงเป็นผม เรื่องนี้ก็จะถือเสียว่าไม่ได้เกิดขึ้น ผมเองก็จะคิดซะว่าเพราะคุณความจำเสื่อมจึงถูกฟังจือหันหลอก ไม่งั้นก็อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ ต่อให้ผมรักคุณมากแค่ไหน แต่ผมเป็นผู้ชาย มีเส้นแบ่งชัดเจน ผมไม่เอาผู้หญิงที่ทิ้งผมไว้แน่”
อวี๋กานกานมอบสามพยางค์ให้หยางเทียนโย่วในทันที “วิปลาส”
หยางเทียนโย่วขบกรามกรอดพูด “ไม่รู้จักเสือเอาเรือเข้ามาจอด![footnoteRef:2]” จากนั้นโบกมือสั่งชายหัวล้าน [2: ไม่รู้จักเสือเอาเรือเข้ามาจอด หมายถึง ทำสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะมีภัยแก่ตัว]
ชายหัวล้านพุ่งใส่ฟังจือหันทันที
ฟังจือหันหมุนตัวปกป้องอวี๋กานกานไว้ข้างหลังตัวเอง จากนั้นก็เตะกลับหลังใส่ชายหัวล้าน
ชายหัวล้านรูปร่างสูงใหญ่บึกบึน แต่กลับไม่ทนมือทนเท้า ถูกฟังจือหันถีบกระเด็นในทีเดียว ลอยไปชนเคาน์เตอร์ยาก่อนจะกลิ้งตกลงบนพื้น ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่พักหนึ่งก่อนจะประคองเอวลุกขึ้นมา
ทุกคนค่อนข้างตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าฟังจือหันจะมีฝีมือขนาดนี้ ท่วงท่านี้ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเคยได้รับการฝึกฝนมา
ผู้ชายสองคนที่ติดตามชายหัวล้าน เมื่อได้สติคืนกลับมาก็โห่ร้องเสียงดังทันที หมายจะวิ่งเข้าไปรุมฟังจือหัน
ทันใดนั้นเสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้ารีบร้อน ตำรวจสิบกว่าคนวิ่งเข้ามา เมื่อเห็นชายหัวล้านสามคนที่มีลักษณะเหมือนพวกอันธพาล ก็เข้าชาร์จในทันที บิดแขนไขว้หลังจากนั้นกดลงกับพื้น
หัวหน้าทีมเป็นตำรวจผู้ชายวัยสามสิบกว่าปี รูปร่างสูงใหญ่น่าเกรงขาม หน้าตามดุดัน ตะโกนถามอย่างเหี้ยมเกรียมไร้ความปรานี “ใครก่อความวุ่นวายที่อวี้หมิงถาง!”
ทั่วทั้งสถานที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยไอเย็นยะเยือก ทุกคนล้วนตกใจจนหน้าถอดสี!
มีเพียงฟังจือหันที่เอ่ยออกมาหนึ่งประโยคด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ห้านาทีพอดี”
อวี๋กานกานและซ่งฉาไป๋มองหน้ากัน หรือว่าฟังจือหันเป็นคนแจ้งตำรวจ?
แต่คนพวกนี้กล้ามาก่อความวุ่นวาย ย่อมต้องมีเส้นสาย แจ้งความไปจะมีประโยชน์เหรอ