ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 046 ตอนที่ 46
ตอนที่ 46 เล่นตุกติก หน้าแตกดังเพล้งเพล้งเพล้ง
หมีจั่งอี้พูดกับอวี๋กานกาน “ไม่จำเป็นต้องให้หมอคนอื่นตรวจ คุณตรวจชีพจรเธอให้ละเอียด ดูสิว่าเธอเป็นอะไร ผมเชื่อว่าคุณไม่กล้าพูดปดต่อหน้าตำรวจ”
“แน่นอนค่ะ” อวี๋กานกานพยักหน้า พลันเดินไปด้านหน้าจับแขนของหญิงวัยกลางคน
ร่างกายของหญิงวัยกลางคนแข็งทื่อไปขณะหนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ว่าต้องดิ้นไม่ยอมให้ตรวจ
เธอยังไม่ทันได้ชักมือกลับ อวี๋กานกานก็ตรวจชีพจรเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอพูดกับหมีจั่งอี้ “ฉันตรวจเสร็จแล้วค่ะ ชีพจรของเธอไม่มีอะไรผิดปกติ ร่างกายแข็งแรงมาก”
หมีจั่งอี้ขึงตาใส่ชายวัยกลางคนและหยางเทียนโย่วโดยพลัน “พวกคุณมีอะไรอยากอธิบายอีกไหม”
ชายวัยกลางคนและหยางเทียนโย่วตัวสั่น รีบพูด “เป็นไปได้ไงไม่มีอะไรผิดปกติ ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ แล้วทำไมถึงลุกไม่ขึ้นล่ะ”
หญิงวัยกลางคนใช้โอกาสนี้แสดงละคร “ทรมาน ทรมานเหลือเกิน...”
หมีจั่งอี้ “…”
อวี๋กานกานโน้มตัวลง ยืนมือออกไปตรวจเช็กขาของหญิงวัยกลางคนอย่างเบามือ ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอเหยียดตัวตรง หันไปพูดกับหมีจั่งอี้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ขาของเธอมีปัญหาจริงๆ ค่ะ แม้ว่ากระดูกจะไม่ได้หัก แต่ฉันพบว่าเส้นเลือดและเส้นประสาทสลับพันติดอยู่ด้วยกัน อาการรุนแรงมาก ต้องรีบทำการผ่าตัดโดยด่วน ถ้าทำการผ่าตัดโดยการแก้ไขเส้นเลือดและเส้นประสาทให้กลับสู่ตำแหน่งเดิม แบบนั้นเส้นประสาทจะได้รับความเสียหาย ขาทั้งสองข้างก็จะใช้การไม่ได้อีก และโรคเส้นเลือดมีความเป็นไปได้สูงที่จะลุกลาม ถ้าไม่ทำการผ่าตัด อาจเกิดการกลายพันธุ์ ขนาดที่ว่าเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการตัดขาทั้งสองข้าง แม้ว่าขาจะด้วน ไม่สามารถเดินเหินต่อไปได้อีก แต่โรคจะไม่ลุกลาม ถือเสียว่ารักษาชีวิต หากรักษาสุขภาพดีๆ สามารถมีอายุอยู่ได้ถึงเจ็ดสิบแปดสิบปีไม่เป็นปัญหาค่ะ”
เมื่อประโยคนี้ถูกพูดออกมา ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนตกตะลึงจนปากค้างตาค้าง
โดยเฉพาะหญิงวัยกลางคนเธอตกใจกลัวจนหน้าซีดเผือด นี่มันโรคบ้าอะไร? ทำไมถึงฟังดูสยองขนาดนี้! เดิมทีเธอรู้สึกว่าร่างกายตัวเองยังแข็งแรงดีอยู่แท้ๆ หรือว่าแกล้งป่วยจนกรรมตามสนองกลายเป็นป่วยจริงขึ้นมา? จะทำอย่างไรดี
หมีจั่งอี้เองก็อึ้ง คิดในใจมีอาการป่วยจริงเฉยเลย ร้ายแรงขนาดนี้ ก่อนหน้านี้อวี๋กานกานพูดไว้ว่าเธอจะรับผิดชอบ คราวนี้เขาจะจัดการอย่างไรดี เขาหันไปมองฟังจือหัน
ฟังจือหันเป็นคนที่สุขุมเยือกเย็นที่สุดในที่เกิดเหตุ เขาหรี่นัยน์ตาสีดำขลับเล็กน้อย ราวกับกำลังสแกนวิเคราะห์อวี๋กานกาน
ส่วนคนที่มีสีหน้าสับสนงุนงงที่สุดคือซ่งฉาไป๋ เธอซื่ออย่างแท้จริง โดยเฉพาะตอนที่อวี๋กานกานพูดว่าตัดขา เธอนึกว่าตัวเองกำลังฟังเรื่องเล่าสยองขวัญอยู่ เส้นเลือดและเส้นประสาทพันติดกันจนจำเป็นต้องทำการผ่าตัด? เธอเองก็เรียนแพทย์มาเหมือนกันทำไมถึงไม่เห็นรู้ว่ามีโรคแบบนี้ด้วย?
ทันใดนั้นก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้นในหัว ซ่งฉาไป๋เข้าใจแล้ว เธอพูดกับหญิงวัยกลางคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ฉันเองก็เป็นศัลยแพทย์ โรคของคุณร้ายแรงมากจริงๆ ต้องรีบรักษาโดยด่วน หากยังรีรอจะไม่รอดเอานะคะ”
หญิงวัยกลางคนตื่นตระหนกสุดขีด ไร้ซึ่งสติที่จะหันไปมองทางสามีตัวเอง
ในเวลานี้เองอวี๋กานกานเดินก้าวมาด้านหน้า เตะเข้าไปที่ขาของหญิงวัยกลางคน “เอาเป็นตอนนี้เลยนะคะ พวกเราจะทำการผ่าตัดให้คุณทันที โดยการตัดขาของคุณออกเพื่อรักษาชีวิตไว้”
“กรี๊ดดด....” หญิงวัยกลางคนกรีดร้องอย่างหวาดผวา จากนั้นลุกขึ้นจากรถเข็น “มะ ไม่ ไม่อย่าตัดขาฉัน ขาฉันไม่ได้เป็นอะไรขาฉันยังดีอยู่ จะไปเป็นโรคร้ายแรงแบบนั้นได้ไง แกตรวจผิดแน่ๆ...”
เมื่อเห็นผู้คนโดยรอบจ้องมองมาที่ตัวเอง สีหน้าหวาดผวาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสับสนงุนงง จากนั้นจึงค่อยๆ เข้าใจว่าตัวเองตกหลุมพรางเข้าให้แล้ว!