ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 049 ตอนที่ 49
ตอนที่ 49 เรียนเชิญนายมาอยู่ร่วมกันด้วยความเต็มอกเต็มใจ
ฟังจือหันขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าไม่เห็นด้วย “จะทำแบบนั้นได้ไง ดูคุณหน้านิ่วคิ้วขมวด คนที่ไม่รู้คงคิดว่าผมบีบบังคับให้คุณยอมให้ผมอยู่ด้วย”
อวี๋กานกาน “…” เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาพูดมากขนาดนี้ ได้ทีแล้วเอาใหญ่
ถ้าไม่ใช่เพราะตัดสินใจและบอกกับคนอื่นไปแล้วว่าเขาเป็นสามีของเธอ อวี๋กานกานสุดแสนอยากจะเปลี่ยนตัวสามีเป็นคนอื่นให้มารับมือกับหยางเทียนโย่วและพวกลุงใหญ่
อวี๋กานกานหรี่ตา ริมฝีปากคลี่ยิ้ม พูด “จะเป็นแบบนั้นได้ไง ฉันยินดีและเต็มใจให้นายมาอยู่ด้วย”
คิ้วเรียวยาวของฟังจือหันเลิกขึ้นเล็กน้อย ตอบ “ออ” ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
อวี๋กานกานนึกว่าฟังจือหันจะเล่นเนื้อเล่นตัวเสียอีก ผลปรากฏว่าตอบกลับมาสั้นๆ แค่นี้แล้วยอมตกลงเฉยเลย
ฟังจือหันเข้ามาอยู่ในบ้านของอวี๋กานกานอย่างเป็นทางการ
อาณาเขตส่วนตัวถูกผู้อื่นยึดครอง แม้ว่าอวี๋กานกานจะยินยอมแล้ว แต่ก็ยังไม่สบายใจ ข้าวเย็นก็ยังไม่ได้รับประทาน นี่ก็เที่ยงคืนแล้ว จริงๆ เธอง่วงตั้งนานแล้ว แต่นอนยังไงก็นอนไม่หลับ หิวกลางดึกจนท้องร้องจ๊อกๆ เธอลุกขึ้นกะจะออกมาหาอะไรกินสักหน่อย กลับพบว่าไม่มีอะไรที่สามารถกินเดี๋ยวนี้ได้เลย เว้นแต่ไอศกรีมที่อยู่ในตู้เย็น บวกกับเธอเองก็ไม่อยากเปิดแก๊สต้มบะหมี่ จึงตัดสินใจอดทนเดี๋ยวก็หายหิวไปเอง ปรากฏว่าพอปิดตู้เย็นปุ๊บท้องก็ร้องโครกครากทันที
อวี๋กานกานกุมท้อง แจ๊บปาก สุดท้ายก็หยิบไอศกรีมออกมา เปิดออกเลียไปหนึ่งคำ ไอศกรีมเย็นจนเธอสั่นสะท้าน “อู้ย กินไอศกรีมกลางดึก ฟินสุดๆ” อวี๋กานกานพูดพลางถือไอศกรีมหันหลัง แต่ไม่ทันได้มองว่าด้านหลังมีคนยืนอยู่ เธอสะดุ้งร้อง “กรี๊ด” ไอศกรีมที่อยู่ในมือจิ้มไปโดนเสื้อของฟังจือหัน
ไอศกรีมรสช็อกโกแลตติดอยู่บนเสื้อสีครีมของฟังจือหัน เกิดเป็นคราบสกปรกขนาดใหญ่
ฟังจือหันมองไอศกรีมที่อยู่บนตัว ขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณมาทำอะไรกลางค่ำกลางคืน”
“ฉันหิวอะ ออกมาหาอะไรกิน ขอโทษที...” อวี๋กานกานพูดพลางหยิบกระดาษทิชชูอยากจะช่วยเช็ดรอยไอศกรีมบนเสื้อของฟังจือหันออก “ฉันไม่ได้ตั้งใจ จะรีบเช็ดให้สะอาดเดี๋ยวนี้”
ในมือถือกระดาษทิชชู เช็ดคราบที่ติดอยู่บนชายเสื้อของฟังจือหันอย่างสะเปะสะปะ
“ไม่ต้องแล้ว” ฟังจือหันโน้มตัวลงเล็กน้อย ทันใดนั้นมือของอวี๋กานกานก็โดนเข้ากับของบางอย่างที่ให้ความรู้สึกสัมผัสที่มือแปลกๆ
จะแข็งก็ไม่แข็ง จะนิ่มก็ไม่นิ่ม เหมือนว่าจะอุ่นๆ นิดหน่อย...
ในช่วงเวลานั้นเอง อวี๋กานกานและฟังจือหันต่างตะลึงงัน ภายในสมองเป็นสีขาวโพลน
ภายในห้องเงียบเฉียบอย่างฉับพลัน ราวกับแอ่งน้ำนิ่งที่เงียบสงัด
ในขณะที่กำลังตะลึงงัน อวี๋กานกานตระหนักได้แล้วว่าตัวเองสัมผัสโดนอะไร พลันพูดอย่างลนลาน “ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไปโดนไอนั้นของนาย...”
ในวินาทีถัดมา ฟังจือหันคว้าข้อมือของอวี๋กานกานไว้ หมุนตัวอย่างคล่องแคล่วและสง่างาม กดเธอไว้กับผนังห้อง เขาเม้มปากอย่างเชื่องช้าพร้อมกับมองเข้าไปในดวงตาของอวี๋กานกาน แววตาลึกซึ้งและจริงจัง
ดวงตาทั้งสองของอวี๋กานกานเบิกโตมองผู้ชายตรงหน้า มีแสงสว่างส่องลอดมาจากด้านหลังของฟังจือหัน เหมือนกับสิงโตที่จำศีลอยู่ในความมืดกำลังจ้องมองเหยื่อที่ตัวเองล่ามาได้
ท่าของพวกเขามันจะล่อแหลมเกินไปแล้ว ริมฝีปากน่าจะมีระยะห่างไม่ถึงสองเซนติเมตร ลมหายใจร้อนผ่าวเต็มไปด้วยสัญญาณอันตราย สายตาคู่นั้นราวกับกำลังพูดว่าเธอจงใจยั่วฉัน
อวี๋กานกานผินหน้าหนี ลมหายใจของฟังจือหันรดอยู่ที่ต้นคอของเธอ ลมหายใจเร่าร้อนแผดเผา ทำให้ร่างกายของเธอรู้สึกซู่ๆ ซ่าๆ...
บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่นนุ่มนวล ละมุนละไม ทำให้รู้สึกว่าในก้นบึ้งของหัวใจกำลังหมุนตัวเป็นเกลียวคลื่นราวกับสายลมในวสันตฤดู