ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 048 ตอนที่ 48
ตอนที่ 48 ผู้ชายปากอย่างใจอย่าง แผนสูงเสียจริง
เมื่อเห็นบรรดาตำรวจคุมตัวคนกลุ่มนั้นไปหมดแล้ว ซ่งฉาไป๋ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ร่างกายอ่อนปวกเปียกล้มตึงลงบนเก้าอี้ “เฮ้อ ไปได้สักที”
อวี๋กานกานเห็นเธอนอนแผ่ราบหมดแรง จึงให้เธอรีบกลับบ้านไปพักผ่อนเสีย
ซ่งฉาไป๋เห็นว่าคลินิกยังเละเทะ อยากจะอยู่ช่วยอวี๋กานกานเก็บกวาดก่อน แต่เมื่อเห็นฟังจือหันที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอก็หัวเราะคิกคิกยอมตอบตกลงไปในที่สุด
ก่อนออกยังไม่วายหันมากะพริบตาให้อวี๋กานกานอย่างมีเลศนัย
หลังจากที่ซ่งฉาไป๋ออกไปแล้ว ฟังจือหันเองก็เรียกอวี๋กานกานให้ออกไปด้วยกัน
อวี๋กานกานมองเขาด้วยความสับสน “ออกไป ไปไหน?”
ฟังจังหันจ้องหน้าเธอ ขนตาหนาปกคลุมดวงตาที่มืดและลึกดั่งมหาสมุทร “สำนักงานทะเบียน คุณบอกว่าต้องการจะหย่าไม่ใช่เหรอ” น้ำเสียงเย็นชา ในความเย็นเยียบและเงียบเหงานั้นกลับมีความนุ่มนวลละมุนละม่อม
อวี๋กานกาน “...” นั่นเป็นการตัดสินใจก่อนหน้านี้ของเธอเอง แต่หลังจากที่ผ่านเรื่องวุ่นวายที่หยางเทียนโย่วก่อ เธอกลับรู้สึกไม่อยากจะหย่าขึ้นมาชั่วคราว มีฟังจือหันถือเป็นอาวุธชั้นยอดที่ใช้รับมือกับลุงใหญ่และหยางเทียนโย่ว ถ้าไล่ฟังจือหันไป จากนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก ในอนาคตลุงใหญ่และหยางเทียนโย่วต้องมาก่อความวุ่นวายอีกแน่ แล้วทีนี้เธอจะใช้ไม้ไหนรับมือ?
แต่ประโยคฉันไม่หย่าแล้ว เธอก็ดันพูดไม่ออกอีก
อวี๋กานกานออกจากคลินิกไปกับฟังจือหันโดยนั่งรถจี๊ปคันนั้นของเขา
รถยนต์ค่อนข้างใหญ่ แต่ทั้งหมดล้วนมีกลิ่นอายของฟังจือหัน อวี๋กานกานเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะในใจมีแผนการบางอย่าง หรือเป็นเพราะกลิ่นฟีโรโมนของฟังจือหันที่รุนแรงมาก ทำให้เธอค่อนข้างประหม่า
เธอแอบปรายตามองฟังจือหัน ในใจคิดว่าจะเอ่ยปากขอยกเลิกเรื่องหย่าอย่างไรดี
รถจี๊ปขับเคลื่อนอยู่บนท้องถนนได้อย่างมั่นคงราบรื่น ฟังจือหันตั้งใจขับรถมาก ราวกับว่าต้องการจะไปหย่าจริงๆ
อวี๋กานกานแอบปรายตามองฟังจือหันอีกหลายครั้งหลายครา พบว่าสีหน้าของผู้ชายคนนี้ ตั้งแต่ตอนที่เจอกันจนถึงตอนนี้แทบจะไม่เปลี่ยนไปเลย ให้ความรู้สึกยากที่จะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ทีแรกเธอยังนึกว่าฟังจือหันจะไม่เห็นด้วยเสียอีก ถ้าไม่ได้มีแผนการอะไร ทำไมถึงต้องหน้าด้านจะอยู่กับเธอให้ได้ พอมาตอนนี้ราวกับว่าเขาไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว เหมือนกับต้องการจะหย่าจริงๆ
ไฟแดงตรงสี่แยกสว่างขึ้น ฟังจือหันจอดรถอย่างนุ่มนวล สายตายังคงมองไปด้านหน้า ริมฝีปากขยับเล็กน้อย "มองอะไร"
น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มละมุนน่าดึงดูดดังขึ้นภายในรถ ราวกับไวน์แดงบ่มนานหลายปีที่ทำให้ผู้ดื่มเคลิบเคลิ้มหลงใหล
อวี๋กานกานตะลึงไปเล็กน้อย เลื่อนสายตาไปมองนอกหน้าต่าง เธอไม่ได้ตอบ ฟังจือหันเองก็ไม่ได้ไล่ถามเอาคำตอบ ทั้งสองต่างนิ่งเงียบไม่พูดจาตลอดทางจนกระทั่งถึงหน้าทางเข้าสำนักงานทะเบียน ฟังจือหันดับรถ มองอวี๋กานกานที่ไม่กระดิกกระเดี้ยตัว “ลงรถ ถึงสำนักงานทะเบียนแล้ว”
อวี๋กานกานสายตาหลุกหลิก มองฟังจือหันอย่างไม่แน่ใจ ฟังจือหันยังคงมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง นิ่งเรียวยาววางอยู่บนพวงมาลัย เคาะเป็นทำนองเบาๆ เสียงเคาะแค่เบาๆ แต่กลับสามารถทำให้บรรยากาศตึงเครียดมากกว่าเดิม
อวี๋กานกานรู้สึกว่าจังหวะเต้นของหัวใจทั้งเร็วทั้งสะเปะสะปะ เธอพูดราวกับว่าเพิ่งนึกออก “โธ่เอ๊ย! ฉันเพิ่งนึกได้ว่าฉันลืมเรื่องสำคัญไปเรื่องหนึ่ง ทะเบียนสมรสมีแค่ของนายนี่ แต่ของฉันไม่รู้หายไปไหน ต้องหาก่อน! เพราะว่าถ้าไม่มีทะเบียนสมรสก็ไม่สามารถหย่าได้?”
เหมือนกับว่ามุมปากของฟังจือหันจะยกยิ้มขึ้น “ถ้างั้นคุณต้องหาทะเบียนสมรสอีกนานแค่ไหน แล้วในระหว่างที่คุณหาทะเบียนสมรสผมควรพักอยู่ที่ไหน”
อวี๋กานกานมองฟังจือหันอย่างเจาะลึกลงไป คงรู้แล้วสินะว่าเธอคิดอะไรอยู่ ถึงได้จงใจถามกลับแบบนี้?
ผู้ชายปากอย่างใจอย่าง
เจ้าเล่ห์เพทุบาย
แผนสูงเสียจริง
อวี๋กานกานฝืนยิ้ม สบตาฟังจือหันด้วยแววตาลึกซึ้ง “แน่นอนว่าพักที่บ้านฉัน”