ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 055 ตอนที่ 55
ตอนที่ 55 ด้านนั้นของผู้ชายมีปัญหา?
เธออ้าปากค้างดวงตาเบิกโตมองผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา สูงใหญ่กำยำดั่งต้นสนที่ยืนอยู่ตรงหน้า “ฟังจือหันเมื่อกี้นายเรียกใครไม่ทราบ”
ฟังจือหันถอนหายใจเบาๆ เลิกคิ้วยียวนกวนประสาท ท่าทีเหมือนกับกำลังบอกว่าจะมีใครอีก โรคจิตน้อยก็คือเธอนั่นแหละ
อวี๋กานกานพองแก้ม เดินไปตรงหน้าฟังจือหันด้วยท่าทางดุดัน “ฉันมีชื่อ ฉันชื่ออวี๋กานกาน”
ฟังจือหันลากเสียงยาว “อ้อ” ยกยิ้มขึ้น “โรคจิตน้อย คุณมาทำอะไรที่นี่”
อวี๋กานกานเอือมระอาสุดๆ มุมปากกระตุก “ฟังจือหัน นายอยากโดนฉันไล่ออกจากบ้านมากใช่ไหม”
“ถ้าคุณอยากพบคนที่คุณอยากพบก็อย่ามาขู่ผม” ฟังจือหันพูดพลางยื่นมือมาโอบไหล่อวี๋กานกาน ย่างเท้าไปข้างหน้าด้วยท่าทีที่เย่อหยิ่งและน่าเกรงขาม
ในตอนที่กำลังจะเดินผ่านยามไม่ต้องรอให้ยามเอ่ยปากถาม ฟังจือหันโยนบัตรนัดให้ยามทันที
ยามคนนั้นดูบัตรนัดแล้วมองสีหน้าเคร่งขรึมเย็นชาดั่งธารน้ำแข็งของฟังจือหัน จากนั้นรีบโค้งศีรษะงอตัวยิ้มอย่างนอบน้อม ท่าทีต่างกับตอนเจออวี๋กานกานราวฟ้ากับเหว
อวี๋กานกานถาม “นายมีบัตรได้ไง นายป่วย? มาหาหมอ?”
เธอแตะนิ้วลงไปที่ข้อมือของฟังจือหัน ตรวจชีพจรของเขา ไม่มีอะไรผิดปกติ สุขภาพแข็งแรงกว่าเธอด้วยซ้ำ
อวี๋กานกานขมวดคิ้ว “นายไม่ได้ป่วยนี่มาหาหมอทำไม หรือว่าด้านนั้นของผู้ชายมีปัญหา...” อวี๋กานกานขำพรืด หัวเราะก๊ากออกมาทันที
ดวงตาคมเฉี่ยวของฟังจือหันหรี่ลงเล็กน้อย พูดจาน่าหวาดเสียว “ถ้าคุณอยากทดสอบด้วยตัวเองว่าด้านนั้นของผมมีปัญหาหรือ...”
ไม่ต้องรอให้ฟังจือหันพูดจบ อวี๋กานกานรีบผลักเขาออก “ไม่ ไม่ต้อง ไม่ต้องเลย” พูดจบเธอก็วิ่งพุ่งเข้าไปในห้องตรวจของโจวหย่วนเฉวียน
ห้องตรวจของโจวหย่วนเฉวียนไม่ธรรมดาเลย โต๊ะทำงานทำจากไม้มะฮอกกานีแดง โซฟาหนังแท้สีดำขลับ เทียบกับห้องตรวจแพทย์ทั่วไปแล้ว ที่นี่หรูหราโอ่อ่ามาก
ฟังจือหันไม่ได้เข้าไปด้วยเขารออวี๋กานกานอยู่ด้านนอก
หลังจากที่อวี๋กานกานเข้าไปในห้องเธอเห็นชายวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบกว่าปีนั่งอยู่หลังโต๊ะอ่านหนังสือ สวมชุดจงซาน[footnoteRef:1] เดิมทีเขากำลังหัวเราะยิ้มแย้ม แต่เมื่อพอเห็นอวี๋กานกานก็มีสีหน้าถมึงทึงทันที [1: ชุดจงซาน ชุดประจำชาติของผู้ชายจีนตั้งจากชื่อของดร. ซุนยัดเซ็น มีลักษณะคล้ายกับชุดพระราชปะแตนของไทย ปัจจุบันนี้ข้าราชการจีนก็ยังสวมใส่ชุดนี้กันอยู่ ]
เห็นได้ชัดว่าโจวหย่วนเฉวียนเองก็รู้จักอวี๋กานกาน
อวี๋กานกานทักทายด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีค่ะคุณลุงโจว”
โจวหย่วนเฉวียนมีสีหน้าเย็นชาถาม “เธอคือ?”
รู้จักแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้จัก
อวี๋กานกานยังคงยิ้มอย่างสุขุมเยือกเย็น “หนูเป็นศิษย์ของเหอสือกุยค่ะ เมื่อก่อนที่คุณลุงมาหาปู่ที่อวี้หมิงถาง พวกเราเคยเจอกันหลายครั้ง ไม่รู้ว่าคุณลุงยังจำหนูอยู่ได้หรือเปล่า”
โจวหย่วนเฉวียนหนังยิ้มเนื้อไม่ยิ้ม[footnoteRef:2] “จำไม่ได้แล้ว หลานของปู่เหอมาหาฉันมีธุระอะไรหรือเปล่า” [2: หนังยิ้มเนื้อไม่ยิ้ม หมายถึง แสร้งยิ้ม ยิ้มจอมปลอม ไม่จริงใจ]
อวี๋กานกานเองก็ไม่อ้อมค้อม ถามออกไปตรงๆ “หนูแค่อยากถามนิดหน่อย วันงานสัมมนาคุณลุงโจวเห็นอาจารย์หนูบ้างไหมคะ”
โจวหย่วนเฉวียนตอบด้วยสีหน้าปกติ “เห็น”
อวี๋กานกานถามต่อ “แล้วหลังจากนั้น...”
“หลังจากนั้น...” โจวหย่วนเฉวียนแบมือยักไหล่ “หลังจากนั้นอะไร งานสัมมนามีคนเข้าร่วมตั้งเยอะแยะมากมาย เจอกันก็ทักทายกันตามพิธี จากนั้นก็ไปทักทายคุยกับคนอื่นต่อ นั้นงามสัมมนานะ หรือต้องให้ฉันคุยกับคนใดคนหนึ่งไม่ยอมหยุดแล้วเมินคนอื่นอย่างงั้นเหรอ”
อวี๋กานกานรู้สึกว่าเขามีพิรุธ เธอ ‘อ้อ’ ออกมาเบาๆ “แล้วหลังจากจบงานสัมมนา คุณลุงโจวได้เจออาจารย์หนูอีกไหมคะ”
โจวหย่วนเฉวียนตอบ “ไม่เจอ”