ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 054 ตอนที่ 54
ตอนที่ 54 เธอมาทำอะไรที่นี่
หลังจากที่อวี๋กานกานรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จก็ตรงไปที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนตระกูลโจวทันที
คลินิกของโจวหย่วนเฉวียนอยู่ชั้นห้า หากต้องการเข้าพบต้องมีบัตรนัดเท่านั้น มิฉะนั้นแค่หน้าตึกก็อย่าหวังว่าจะได้เข้า
อวี๋กานกานไม่ชอบโจวหย่วนเฉวียนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โจวหย่วนเฉวียนท่านนี้เขาเป็นแพทย์แผนจีนก็จริง แต่เขารักษาคนน้อยมาก เวลาส่วนใหญ่ทุ่มให้กับการโฆษณาสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองโดยการไปเป็นวิทยากรออกรายการทีวี ออกหนังสือวิถีหย่างเซิง[footnoteRef:1] ออกตรวจเดือนหนึ่งจำกัดแค่สิบคิวเท่านั้น อีกทั้งค่าบัตรคิวเทียบกับแพทย์ปกติแล้วเรียกได้ว่าราคามหาโหด แต่ก็ยังมีคนมากมายต้องการมาหาเขา เช่นพวกคนใหญ่คนโตพวกเศรษฐีล้วนแล้วแต่เจาะจงเลือกเขาโดยเฉพาะ [1: หย่างเซิง เป็นวิธีการรักษาสุขภาพตามหลักแพทย์แผนจีน ให้ความสำคัญการดูแลรักษาเลือดและพลังชี่]
เธอเคยพบแพทย์โจวหย่วนเฉวียนท่านนี้มาก่อน ตอนนั้นคุณปู่ยังอยู่ เขามาที่อวี้หมิงถางหลายครั้งเพื่อเชิญคุณปู่ไปออกรายการหย่างเซิงของเขา แต่ถูกคุณปู่ปฏิเสธทุกครั้ง
วิชาแพทย์ของเขาด้อยกว่าคุณปู่ อายุก็น้อยกว่าแต่กลับไร้ซึ่งความอ่อนน้อมถ่อมตน ทุกๆ ครั้งที่เขามาหาคุณปู่เขาจะวางมาดหยิ่งผยอง ทำตัวอยู่เหนือผู้อื่น
ถ้าเป็นไปได้เธอเองก็ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับโจวหย่วนเฉวียน แต่เพื่อหาเบาะแสของอาจารย์ เธอจำเป็นต้องพบโจวหย่วนเฉวียนสักครั้ง
ยามที่หน้าประตูดุมาก เขาพูดอย่างเหนื่อยหน่าย “เธอคิดว่าเธออยากจะพบแพทย์โจวตอนไหนเมื่อไรก็ได้งั้นเหรอ ไม่มีนัดก็ห้ามเข้า”
อวี๋กานกานพูด “ฉันไม่ได้มาหาแพทย์โจวเพราะป่วย ฉันมาหาเขาเพราะมีธุระนิดหน่อยน่ะค่ะ”
“คนแบบเธอฉันเห็นมาเยอะแล้ว ถ้าไม่ได้มาเพราะป่วยงั้นเธอมาขอเข้าพบแพทย์ทำไม” ยามพูดพร้อมกับโบกมือไล่อวี๋กานกาน “รีบไปให้พ้นเลยนะ อย่ามาก่อความวุ่นวายที่นี่”
อวี๋กานกานยังอยากจะพูดอะไรต่ออีก แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหู “อุ๊ยตาย ใครน่ะ อ้าวอวี๋กานกานไม่ใช่เหรอ เธอมาทำอะไรที่นี่จ้ะ”
เสียงนี้ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร อวี๋กานกานกลอกตาอยู่ในใจมองผู้มาเยือน “เธอจะยุ่งเรื่องของฉันทำไม เธอนั่นแหละมาทำอะไรที่นี่ หรือว่ายึดอวี้หมิงถางไม่สำเร็จ คราวนี้เลยหมายปองโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนตระกูลโจวแทน”
“เหอะ! จะพูดจาเหน็บแนมก็ให้มันน้อยๆ หน่อย ฉันเรียนแพทย์อยู่ที่นี่ อ้อ เธอคงจะไม่รู้สินะว่าฉันคำนับขอหมอเทวาโจวเป็นอาจารย์แล้ว เธออยากพบอาจารย์ เธอเห็นอาจารย์ฉันเป็นใคร เธออยากพบเมื่อไรก็พบได้อย่างงั้นเหรอ” เหอหว่านซินสีหน้าท่าทางสะใจ
อวี๋กานกานหัวเราะเยาะ สายตาดูถูกเหยียดหยาม น้ำเสียงทิ่มแทง “งั้นฉันก็ยินดีกับเธอด้วยที่ครั้งนี้เธอหาอาจารย์ได้ถูกคนแล้วจริงๆ”
คนประเภทเดียวกันสักแต่แสวงหาลาภยศให้ผู้คนสรรเสริญเยินยอ
มีหรือที่เหอหว่านซินจะฟังไม่ออกว่าอวี๋กานกานกำลังเหน็บแนม แต่เธอกลับไม่ได้โต้ตอบ หัวเราะเยาะดังหึ ทำท่าทีอวดเบ่งสั่งเวรยาม “อย่าปล่อยให้คนเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า ฉันจะบอกอะไรให้นะถ้าแกทำอาจารย์ฉันโมโหละก็ แกก็ไม่ต้องกลับมาทำงานที่นี่อีก”
เมื่อยามได้ยินเช่นนั้นก็รีบผงกหัว “ครับๆ ทราบแล้วครับ”
เหอหว่านซินถลึงตาใส่อวี๋กานกาน ก่อนจะย่างเท้าเดินเข้าไปในตึก
อวี๋กานกานสีหน้าเคร่งเครียด ทำไมเหอหว่านซินถึงกลายมาเป็นศิษย์ของโจวหย่วนเฉวียนได้ หรือว่าพวกเขาร่วมมือกันทำร้ายอาจารย์?
อวี๋กานกานไม่เชื่อว่าเธอจะไม่ได้เจอโจวหย่วนเฉวียน ยังไงซะเขาก็ต้องเดินออกมา เธอกำลังจะโทรศัพท์หาซูจือจิ้งขอให้พี่ซูเลื่อนนัดน้องสาวออกไปเป็นพรุ่งนี้แทน วันนี้ทั้งวันเธอจะเฝ้าต้นไม้รอกระต่าย[footnoteRef:2] รอจนกว่าโจวหย่วนเฉวียนจะออกมา [2: เฝ้าต้นไม้รอกระต่าย มาจากนิทานสุภาษิตจีน เรื่องมีอยู่ว่าชาวนาคนหนึ่งกำลังทำนาอยู่ ขณะนั้นก็มีกระต่ายตัวหนึ่งวิ่งมาชนต้นไม้คอหักตาย เขานำกระต่ายตัวนั้นกลับไปทำอาหาร หลังจากวันนั้นชาวนาคนนี้ก็ไม่ทำนาอีกเลย ทุกๆ วันเขาเฝ้ารอให้กระต่ายตัวอื่นวิ่งมาชนต้นไม้ แต่ก็ไม่มีกระต่ายสักตัวจนข้าวในนาเหี่ยวเฉาตายหมด เฝ้าต้นไม้รอกระต่าย จึงหมายถึง นั่งรอคอยให้โชคลาภลอยมาหา]
ทันใดนั้นเอง น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มละมุนดังขึ้นจากทางด้านข้างของเธอ “โรคจิตน้อย”
โรคจิตน้อยบ้าบออะไร? ไม่น่าจะใช่เรียกเธอ แต่ด้วยน้ำเสียงที่คุ้นหูทำให้อวี๋กานกานหันไปด้วยความประหลาดใจ เธออ้าปากค้างดวงตาเบิกโตมองผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา สูงใหญ่กำยำดั่งต้นสนที่ยืนอยู่ตรงหน้า