ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 011 ตอนที่ 11
ตอนที่ 11 ฉันไปนอนกับหมอนั่นตอนไหน
อวี๋กานกานตาเหลือก มองฟังจือหันด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “นายพูดอะไรนะ ฉันกับนาย...เริ่มต้นใช้ชีวิตอยู่กินฉันสามีภรรยา?”
สีหน้าของฟังจือหันนิ่งเรียบ ประมาณว่ามันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว สายตาเย็นชาหันมามองพร้อมกับพูดจาน่าหวาดเสียว “ทำไม เธอได้ฉันแล้วจะทิ้งเหรอ”
ได้แล้วทิ้ง?
ได้คือมีอะไรกัน เสร็จสมอารมณ์หมายแล้วทอดทิ้ง...จะบ้าตาย พูดออกมาได้!
ฉันกับหมอนี่เคยหลับนอนด้วยกันตอนไหน
มุมปากของอวี๋กานกานกระตุกเล็กน้อย พูดชัดถ้อยชัดคำ “ฉันไม่รู้จักนายด้วยซ้ำ!” ผู้ชายที่ไม่รู้จักมาขออยู่ร่วมกันแบบสามีภรรยา เธอรู้สึกเดือดดาล อยากจะต่อยคนขึ้นมา
มุมปากของฟังจือหันยกขึ้นเล็กน้อย แต่นั่นไม่ใช่ยิ้มมิตรแต่เป็นยิ้มเยาะ “เมื่อเย็นใครนะที่เกาะแขนผมเรียกที่รัก...ที่รัก...”
สมองของอวี๋กานกานหยุดชะงัก รู้สึกเหมือนจะกระอักเลือดสดๆ ออกมา แต่ก็ฝืนเอาไว้ได้
อวี๋กานกานกะพริบตาปริบๆ จากนั้นพยายามสุดความสามารถทำน้ำเสียงให้เรียบนิ่ง พูด “เรื่องเมื่อตอนเย็น ฉันต้องขอบคุณนายจริงๆ ฉันไม่ใช่พวกเนรคุณต่อคนที่เคยช่วยเหลือ...”
พูดไปพลางยิ้มให้ฟังจือหัน ไม่สนว่าฝ่ายตรงข้ามจะลดการระวังตัวลงหรือเปล่า วินาทีถัดมา เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง สะบัดบานประตู ทิ้งฟังจือหันและกระเป๋าไว้ด้านนอก จากนั้นตะโกนใส่ประตูเสียงดัง “แต่ฉันไม่ชักศึกเข้าบ้าน!”
ผู้ชายคนนี้พิลึกชะมัด ประเมินตัวเองสูงไปหน่อยแล้ว ฉันบอกว่าเป็นสามี ก็ติ๊ต่างเอาเองว่าเป็นสามีฉันจริงๆ แถมตอนนี้ยังลากกระเป๋ามารออยู่หน้าห้อง อาศัยว่าตัวเองหน้าตาดีหน่อยเลยนึกอยากทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้ ขอโทษนะ ตอนฉันออกมาจากท้องแม่ฉันเอาสมองมาด้วย ต่อให้สมองฉันกระทบกระเทือนจริง ฉันก็ไม่มีทางให้ผู้ชายแปลกหน้ามาอาศัยอยู่ห้องเดียวกันเด็ดขาด
ว่าแต่หมอนี่เป็นใครกันแน่
ทำไมถึงรู้ที่อยู่ของเธอได้
ดูจากวันนี้วิธีที่เขาใช้รับมือกับหยางเทียนโย่วและป้าสะใภ้ใหญ่ ทั้งเยือกเย็น ร้ายกาจ และเฉียบขาด ไม่ว่าหน้าจะยิ้มหรือไม่ยิ้ม ก็จะมีไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างกาย ทำให้คนต้องถอยหลังไปสามฉื่อ[footnoteRef:1]... [1: ฉื่อ คือหน่วยวัดความยาวของจีน หนึ่งฉื่อเท่ากับสิบนิ้ว]
……
ผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นเป็นปกติ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพักผ่อน ตั้งแต่ที่ฟื้นเพราะป้าสะใภ้ใหญ่อวี๋กานกานไม่เคยได้พักผ่อนเต็มที่ ครั้งนี้ได้กลับมาที่บ้านรู้สึกผ่อนคลายไปทั่วทั้งตัว อยากจะนอนหลับให้เต็มอิ่ม พรุ่งนี้ตื่นมาพลังชีวิตจะได้ฟื้นกลับคืนเยอะๆ
อวี๋กานกานเหลือบมองประตูอย่างหวาดระแวง ฟังจือหันเป็นผู้ชายที่ชอบทำอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน นิสัยของเขาเป็นพวกตามราวีไม่เลิก แต่ทำไมออดประตูถึงยังเงียบเป็นเป่าสาก?
ยอมแพ้แล้วเหรอ เยี่ยม!
อวี๋กานกานรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เตรียมออกจากบ้าน พอเปิดประตู สิ่งแรกที่เห็นคือกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่หน้าประตู เป็นกระเป๋าเมื่อคืนใบนั้นของฟังจือหัน
สายตาของอวี๋กานกานเป็นดั่งแสงไฟฉายสแกนทั่วทุกซอกทุกมุม
ระเบียงทางเดินยาวเหยียดเงียบวังเวง ไร้ผู้คน มีเพียงกระเป๋าเดินทางสีดำใบเดียว
“...” อวี๋กานกานตะลึงงัน
ฟังจือหัน มีแผนอะไรกันแน่ ไปแล้วทำไมไม่เอากระเป๋าไปด้วย วางไว้หน้าห้องฉันทำไม
ทั้งชั้นนี้ไม่ได้มีแค่ฉันพักอยู่คนเดียว หมอนั่นไม่กลัวถูกคนอื่นขโมยไปเหรอ