ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 015 ตอนที่ 15
ตอนที่ 15 ช็อก! แท้จริงแล้วฟังจือหัน...
อวี๋กานกานเหมือนสิงโตน้อยที่ถูกมนุษย์ยั่วโมโหเข้าให้ อยากถามฟังจือหันให้รู้แล้วรู้รอดว่าเข้ามาในห้องของเธอได้อย่างไร ผลปรากฏว่าตะโกนเรียกอยู่นานสองนานกลับไม่มีใครตอบรับ เธอพุ่งไปยังห้องนอนอย่างไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด ราวกับแม่ทัพปล้นเมือง รื้อค้นทุกซอกทุกมุมในห้อง
อยากจะจับฟังจือหันมารัวหมัดใส่สักชุดหนึ่ง ตัดสินให้รู้ดำรู้แดง เหมือนในเรื่องพายุดาบดวลสะท้านฟ้า มีเจ้าต้องไม่มีข้า
แต่ภายในห้อง ยกเว้นเธอแล้ว ก็ไม่มีใครอยู่เลย
ทั้งชีวิตนี้ดวงตาของอวี๋กานกานไม่เคยถลึงกว้างเท่านี้มาก่อน
ตอนที่เห็นกระเป๋าอยู่ในห้อง อวี๋กานกานนึกว่าฟังจือหันบุกรุกเข้ามาในห้องของเธอโดยพลการ แต่ปรากฏว่ากระเป๋าอยู่ แต่เจ้าของกลับไม่อยู่!
หมอนั้นแค่วางกระเป๋าเหรอ อวี๋กานกานไม่เชื่อ!
เธอค้นทั่วห้องอีกรอบ แม้แต่ตู้ที่น่าจะพอให้คนเข้าไปซ่อนได้ก็เปิดค้นหมด แต่ก็ยังไม่เจอฟังจือหัน
อวี๋กานกานช็อกอีกครั้ง! ไม่เข้าใจฟังจือหันสักนิด สรุปว่าเขาต้องการที่จะทำอะไรกันแน่
เธอมั่นใจสุดๆ ว่าเธอไม่เคยรู้จักฟังจือหัน แต่เหมือนว่าฟังจือหันจะรู้จักเธอเป็นอย่างดี นึกไม่ถึงว่าแม้แต่รหัสเข้าห้องหมอนั้นก็ยังรู้
หรือเธอจะรู้จักกับฟังจือหันจริงๆ?
ภายในห้องเงียบสงัด แม้ว่าเธอจะยืนเงียบๆ อยู่ในห้องรับแขกคนเดียว แต่ราวกับว่ากระเป๋าใบนั้นของฟังจือหันเป็นดั่งกล้องวงจรปิดที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกคุมขัง เหมือนเหยื่อที่ถูกขังไว้ในกรง และมีสายตาลึกซึ้งคู่หนึ่งจับตาดูเธออย่างเงียบๆ จากที่ไกลๆ
แทบจะไม่ต้องคิด อวี๋กานกานลากกระเป๋าของฟังจือหันออกไปนอกห้อง จากนั้นแก้รหัสประตูห้องใหม่ เธอไม่อยากสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาในระหว่างที่นอน แล้วเห็นผู้ชายที่ไหนไม่รู้มานั่งอยู่ข้างเตียง
วันรุ่งขึ้น ตอนที่อวี๋กานกานกำลังออกจากห้องก็พบว่ากระเป๋าที่ทำให้เธอรำคาญใจหายไปแล้ว เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ดูท่าแล้วฟังจือหันคงยอมแพ้ ลากกระเป๋าหนีไปแล้ว
ที่เหลือก็แค่จัดการเรื่องคู่หมั้น จากนั้นก็จะได้ตามหาอาจารย์ได้อย่างสบายใจเสียที
โรงพยาบาล ณ แผนกกุมารเวช
ตอนที่อวี๋กานกานมาหาซ่งฉาไป๋ ซ่งฉาไป๋กำลังดูแลคนไข้อยู่ที่ห้องพักผู้ป่วยอยู่พอดี อีกทั้งยังเป็นห้องพักวีไอพีที่ดีที่สุดของโรงพยาบาล ตกแต่งอย่างประณีตงดงาม สวยหรูตระการตา บรรยากาศอบอุ่น มีดรตรีคลอเบาๆ เหมือนห้องดีลักซ์สวีตของโรงแรมห้าดาว ผู้ที่พักอยู่ในห้อง เป็นเด็กชายอายุประมาณสี่ขวบ หน้าต่อหล่อเหลา โครงหน้ารูปไข่กลมปุ๊ก น่ารักน่าเอ็นดู แต่สีหน้าหม่นหมอง ซีดเซียว มองแว่บเดียวก็รู้ว่าร่างกายอ่อนแอ พลังหยางพร่อง[footnoteRef:1] [1: พลังหยางพร่อง คือ เกิดจากความอบอุ่นหรือไฟในร่างกายน้อย ทำให้ภายในเย็น การทำงานอวัยวะภายในก็จะเฉื่อยเนือย ]
อวี๋กานกานยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย ยิ้มและโบกมือทักทายอย่างเป็นมิตร “สวัสดี หนุ่มน้อย”
เจ้าหนูน้อยมองอวี๋กานกานแว่บหนึ่ง อายุยังน้อยก็รู้จักเขินอายเป็นกับเขาด้วย ทั้งยังเขินจนผินหน้าหนี ใบหน้ามีอาการกระตุกเล็กน้อย
หลังจากที่ซ่งฉาไป๋คลุมผ้าห่มให้หนูน้อยเสร็จก็พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวล “เฮ่าเฮ่า นอนพักนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่หมอมาหาใหม่นะ”
หลังจากที่เฮ่าเฮ่ายินยอม ซ่งฉาไป๋ก็พาอวี๋กานกานออกมาจากห้องพักผู้ป่วย
ซ่งฉาไป๋นั่งพักอยู่บนเก้าอี้ประจำตัว ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมานวดๆ คลายบ่าที่ปวดตึง “เธอมาได้ไงเนี่ย”
อวี๋กานกานเปิดเครื่องดื่มที่ตัวเองพกมาขวดหนึ่ง ยื่นให้ซ่งฉาไป๋ “มารอเธอเลิกงานจะได้ไปกินข้าวพร้อมกัน ฉันเพิ่งเสิร์ชเจอร้านหม้อไฟเปิดใหม่ร้านหนึ่งในเน็ต ไม่เลวเลยทีเดียว เย็นนี้เราไปลองกินกัน”