ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 033 ตอนที่ 33
ตอนที่ 33 ละครฉากเด็ด
ป้าสะใภ้ใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ พลันพูดจาแฝงความนัยขึ้นมา “ช่างเถอะ ตอนนี้อวี๋กานกานโตแล้วนี่ คงไม่เห็นพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วล่ะ”
ความหมายของประโยคนี้คืออวี๋กานกานเป็นคนเนรคุณ กินบนเรือนขี้บนหลังคา
ลุงใหญ่ถลึงตาใส่ป้าสะใภ้ใหญ่ทันที ท่าทางโมโห ตำหนิเสียงเข้ม “เธอพูดเหลวไหลอะไร”
“ฉัน...” ป้าสะใภ้ใหญ่อยากจะพูดแก้ตัว แต่ติดตรงที่สีหน้าจริงจังของลุงใหญ่ เธอจึงรีบหุบปากทันที สีหน้าคับอกคับใจ
เหอหว่านซินมองลุงใหญ่อย่างไม่พอใจ พูด “พ่อ พ่อดุแม่ทำไม ตอนที่อวี๋กานกานเพิ่งฟื้น แม่ไปเฝ้าดูแลมันที่ห้องพักทุกวัน แล้วก็เทียนโย่วอีก ตอนที่มันยังไม่ฟื้นเขาดีกับมันมาก คอยดูแลตลอด ผลปรากฏว่าพอฟื้นกลับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือจำเทียนโย่วไม่ได้ซะอย่างงั้น แถมยังคว้าผู้ชายข้างถนนที่ไหนก็ไม่รู้บอกว่าเป็นสามีตัวเอง พลิกหน้าหนังสือยังไม่เปลี่ยนเร็วเท่ายัยนี่”
ลุงใหญ่ขมวดคิ้วมองเหอหว่านซินครู่หนึ่ง จากนั้นมองมาที่อวี๋กานกานด้วยแววตาเหลือเชื่อ “เรื่องจริงเหรอ”
อวี๋กานกานไม่ได้พูดอะไร มองพวกเขาด้วยสีหน้าเหมือนยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม ราวกับกำลังดูละครฉากเด็ด มุมปากแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน เธอกะพริบตาแล้วยิ้ม “ระหว่างที่หนูพักอยู่โรงพยาบาลต้องขอบคุณลุงใหญ่และป้าสะใภ้ใหญ่ที่คอยดูแล ส่วนเรื่องหยางเทียนโย่วหนูจะถามลุงใหญ่ให้กระจ่างว่าตกลงเรื่องราวเป็นมาเป็นไปยังไง เพราะอย่างไรเสียหนูก็ไม่ได้รู้จักกับเขา”
ป้าสะใภ้พูดอย่างร้อนรน “เธอรู้จักเขา เป็นเพราะเธอความจำเสื่อม”
อวี๋กานกานยิ้ม “เรื่องความจำเสื่อมหรือเปล่า หนูจะเช็กให้แน่ชัด ถ้าหนูความจำเสื่อมจริง หนูจะมาสารภาพผิดกับพวกลุงแน่ แต่วันนี้ที่หนูมาเพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยกับลุงใหญ่ เทียบกันกับเรื่องนี้แล้ว เรื่องที่หนูความจำเสื่อมหรือเปล่ากลายเป็นเรื่องกระจิ๋วหลิวไปเลย ลุงใหญ่ของหนูเป็นคนจริงใจ เปิดเผยตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ไม่เห็นแก่ตัว คงไม่ยอมให้เรื่องเห็นชีวิตคนเป็นผักปลาเกิดขึ้นในอวี้หมิงถาง ใช่ไหมคะ” ประโยคหลังๆ นำเสียงของอวี๋กานกานพลันนุ่มนวลขึ้น มองลุงใหญ่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคารพนับถือ
ลุงใหญ่พยักหน้าทันที ยิ้มแล้วพูด “แน่นอนอยู่แล้ว”
อวี๋กานกานพูด “คุณปู่ก่อตั้งคลินิกแพทย์แผนจีน ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มาทั้งชีวิต หนูจะไม่ยอมให้ใครก็ตามมาทำลายชื่อเสียงทั้งชีวิตของคุณปู่ ทำลายชื่อเสียงของอวี้หมิงถาง ลุงใหญ่ ลุงเองก็คิดเหมือนกันกับหนูใช่ไหมคะ”
“แน่นอน” ลุงใหญ่ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย แต่แววตาที่มองอวี๋กานกานกลับเต็มไปด้วยสงสัยใคร่รู้ ราวกับว่าต้องการมองอวี๋กานกานให้ทะลุปรุโปร่ง
“ได้ยินคุณลุงพูดแบบนี้ หนูก็วางใจค่ะ!”
อวี๋กานกานพูดจบพลันลุกขึ้น มองไปที่เหอหว่านซิน นัยน์ตาเงียบงัน ย่างเท้าเดินเข้าไปหาทันที สีหน้าเย็นเยือก
เมื่อเห็นอวี๋กานกานเดินมาทางตนเองด้วยท่าทีคุกคาม ไม่รู้ว่าทำไม เหอหว่านซินรู้สึกเสียวสันหลัง ขนพองสยองเกล้า เธอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว เชิดคางด้วยความจองหอง อวี๋กานกานก็แค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีใครต้องการ มีอะไรให้กลัว กลัวมันไปทำไม กล้าวันแสกๆ อวี๋กานกานมีหรือจะกล้าตบเธอ
เหอหว่านซินไม่คิดไม่ฝัน อวี๋กานกานเดินมาตรงหน้าเธออย่างรวดเร็ว ไม่พูดพร่ำทำเพลง ง้างมือขึ้น ตบลงบนใบหน้าเธออย่างโหดเหี้ยม
เสียงตบนี้ทั้งดังทั้งก้องกังวาน ดังสนั่นเกือบทั่วทั้งอวี้หมิงถาง
เหตุการณ์ไม่คาดคิดนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทุกคนต่างจ้องมองไปที่พวกเธออย่างตกตะลึง
เหอหว่านซินถูกตบจนมึนไปแล้ว อึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะได้สติกลับมา ยกมือกุมใบหน้าส่วนที่ถูกตบจนขึ้นสี กรีดร้อง “อวี๋กานกาน แกมันบ้าไปแล้ว แกตบฉันทำไม”