ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ: Chapter 057 ตอนที่ 57
ตอนที่ 57 ขยะอยู่ที่ไหนมันก็ยังคงเป็นขยะอยู่วันยังค่ำ
เหอหว่านซินทอดถอนหายใจ กล่าวต่อ “อวี๋กานกานเธอไม่ชอบหน้าฉันตั้งแต่เด็กๆ แล้วล่ะค่ะ อีกทั้งยังไม่รู้จักกาลเทศะ ทั้งยังเอาแต่ใจตัวเอง มีแฟนไม่เคยขาดสาย นับกันไม่ถ้วนเลยล่ะค่ะว่าเธอมีแฟนมาแล้วกี่คน ฉันยังจำได้ดีก่อนเธอจะประสบอุบัติเหตุ วันๆ เอาแต่สวีตหวานกับหยางเทียนโย่ว ไม่รู้ทำไมพอฟื้นขึ้นถึงกลายมาเป็นภรรยาของคุณได้” พูดไปหัวเราะไป “อวี๋กานกานนี่ร้ายกาจจริงๆ เลยนะคะ แม้แต่คนอย่างคุณฟังก็ยังโดนเธอหลอกได้”
ฟังจือหันมองเหอหว่านซินพูดออกมาสี่พยางค์ “ตรงไปเลี้ยวขวา” น้ำเสียงนิ่งเรียบไร้คลื่นอารมณ์ แต่กลับแฝงไว้ด้วยรังสีเย็นยะเยือก
ตรงไปเลี้ยวขวาหมายถึงอะไร? เหอหว่านซินมองฟังจือหันอย่างไม่เข้าใจ สมองหมุนติ้วๆ คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าประโยคนี้ของเขาหมายความว่าอะไร
อวี๋กานกานออกมาได้ยินประโยคที่พวกเขาคุยกันสองสามประโยคสุดท้ายพอดี เธอมองใบหน้าเคลิบเคลิ้มบ้าผู้ชายของเหอหว่านซิน หัวเราะเยาะ “ตรงไปเลี้ยวขวาเป็นห้องตรวจผู้ป่วย เขาด่าเธอว่าสมองมีปัญหาให้รีบไปหาหมอซะ”
เทียบเรื่องปากคอเราะรายอวี๋กานกานยอมแพ้ให้กับฟังจือหัน ประโยคที่พูดออกไปนี้เหมือนกับเป็นใบต้นหลิวที่กำลังร่วงหล่นลงพื้นแล้วพลันเปลี่ยนเป็นมีดบินปลิดชีพในพริบตา
เหอหว่านซินเบิกตาโตด้วยความโมโห “อวี๋กานกาน!”
อวี๋กานกานกลอกตาใส่เธอ “อะไรอีก เธอคิดว่าเธอมีอาจารย์ที่เก่งกาจแล้ว ตัวเองจะปุบปับบินขึ้นฟ้าได้อย่างนั้นเหรอ เหอะๆ ขยะอยู่ที่ไหนมันก็ยังเป็นขยะอยู่วันยังค่ำ!”
ในใจของอวี๋กานกานวิชาแพทย์ของโจวหย่วนเฉวียนยังห่างชั้นกับคุณปู่มาก ชื่อเสียงของโจวหย่วนเฉวียนมาจากการอวยจากสื่อทั้งนั้น ตอนนั้นคุณปู่ตั้งใจสอนเหอหว่านซินแทบเป็นแทบตายแต่สุดท้ายก็ขุนยังไงก็ขุนไม่ขึ้น เธอไม่เชื่อหรอกว่าโจวหย่วนเฉวียนจะสามารถเจียระไนเหอหว่านซินได้ แล้วยังมีเรื่องผงมอร์ฟีนนั้นอีก ไม่รู้ว่าใช่โจวหย่วนเฉวียนหรือเปล่าที่เป็นคนสอนให้ใช้
เมื่อพูดจบอวี๋กานกานก็ย่างเท้าเดินจากไป เมื่อเดินไปได้สองก้าวเธอเหลือบเห็นเหอหว่านซินส่ายหน้าปฏิเสธไปทางฟังจือหันอย่างลนลาน สีหน้าท่าทางทุกข์ระทมเหมือนกับต้องการฟ้องฟังจือหันว่าไม่จริง อวี๋กานกานพลันถอยหลังสองก้าวยื่นมือออกไปจับมือของฟังจือหันลากให้เดินไปด้วยกัน ไม่ว่าจะคิดอย่างไรตอนนี้ฟังจือหันได้รับการขนานนามว่าเป็นแฟนของเธอ ย่อมต้องไม่ปล่อยให้เหอหว่านซินมายั่วยวนได้
หลังจากออกมาจากโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนตระกูลโจวแล้ว อวี๋กานกานเพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อครู่ตัวเองทำอะไรลงไป เธอเหมือนถูกไฟฟ้าดูดรีบปล่อยมือทันที จากนั้นเพิ่มสปีดการเดินอย่างแนบเนียน เธอเดินไปด้านหน้าฟังจือหัน กล่าว “เอ่อ...เมื่อกี้ขอบคุณนายมากนะ ถ้าไม่ใช่เพราะนายฉันก็คงไม่ได้เข้าไปพบเขา”
ถ้าให้พูดอย่างเป็นทางการนี่เป็นครั้งแรกของอวี๋กานกานที่ได้จับมือกับผู้ชายอย่างสนิทแนบชิดแบบนี้
ฟังจือหันหลุบตามองฝ่ามือของตนเอง นัยน์ตาลึกซึ้งปรากฏแสงระยิบระยับ ฟังจือหันมองอวี๋กานกาน น้ำเสียงแฝงนัย “ได้ข้อมูลในสิ่งที่คุณอยากรู้ไหม”
อวี๋กานกานส่ายศีรษะ “ไม่อะ” เธอรู้สึกว่าโจวหย่วนเฉวียนน่าจะรู้อะไรบางอย่าง แต่ไม่ยอมบอกเธอทั้งยังค่อนข้างเบี่ยงเบนประเด็น
อวี๋กานกานคิดเพลินจนใจลอย เดินตรงไปด้านหน้าอย่างเดียว ทันใดนั้นข้อมือของเธอก็ถูกคว้าเอาไว้ ร่างกายอวี๋กานกานแข็งทื่อไปในทันที หันไปมองฟังจือหันด้วยความงุนงง พยายามชักมือกลับแต่ฟังจือหันกุมมือเธอแน่นมาก
ดวงตาดำขลับของเขาจ้องเธออย่างไม่ละสายตา พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “คุณจะเดินไปไหน รถจอดอยู่ตรงนี้”
อวี๋กานกานหันกลับไปมอง เป็นรถจี๊ปคันนั้นของฟังจือหัน เธอร้อง “อ่อ” ออกมาโดยพลัน ก่อนจะพูดต่อ “เอ่อ...ฉันยังไม่กลับบ้าน ฉันต้องไปตรวจคนไข้”
“ขึ้นรถ”
“นายจะไปส่งฉัน?” อวี๋กานกานมองฟังจือหันด้วยสายตามึนงง
ครั้งนี้ฟังจือหันไม่ได้ตอบเธอ อีกทั้งยังจูงเธอยัดเข้าไปในรถทันที