ลิขิตกลกาล

ลิขิตกลกาล: Chapter 010 ตอนที่ 10

#10Chapter 010

เรื่อง Chongsheng Zhi Jiao Nu Guilai

ผู้แต่ง Damo Qi xi

บทที่ 10

จัดการให้พ้นทาง

คนสองสามคนที่กำลังสุมหัวกันอยู่นั้นคิดไม่ถึงเลยว่าซูเหลียนอวิ้นจะปรากฏตัวตรงหน้าอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัวเช่นนี้ เวลานั้นจึงตกใจจนตัวแข็งทื่ออ้าปากหวอกันอยู่ที่เดิม เนื่องจากพวกนางก็ไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยสิ่งใดออกไปดีในเวลานั้น

เมื่อซูเหลียนอวิ้นก้าวเข้ามาในห้องก็ยังไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงแค่มองไปรอบๆ ห้อง สุดท้ายสายตาของนางจึงไปตกอยู่ตรงกลางห้อง จับจ้องไปยังเด็กสาวนางหนึ่งที่นั่งก้มหน้าหลบตานาง

"เจ้า เงยหน้าขึ้นมามองข้าเดี๋ยวนี้" ซูเหลียนอวิ้นออกคำสั่งอย่างอวดดีด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

หญิงสาวผู้นั้นที่กำลังก้มหน้างุด เมื่อได้ยินดังนั้นจึงรีบเงยหน้าขึ้นมามองซูเหลียนอวิ้นผู้ที่กำลังวางท่าใหญ่โตอยู่ตรงหน้าตนทันที แล้วตอบกลับไปด้วยสายตาขุ่นเคือง

"ทำไมหรือ? ที่ข้าพูดมีตรงไหนไม่ถูกต้อง? เจ้าตกหลุมรักคุณชายต้วนอยู่ชัดๆ แต่น่าเสียดายที่คุณชายไม่สนใจเลยเขี่ยเจ้าทิ้ง"

ซูเหลียนอวิ้นเงียบไปพักใหญ่ พลางพลาวใช้สายตาสำรวจคนที่อยู่ตรงหน้าตน

ดรุณีน้อยนางนี้สวยสง่า นางสวมใส่*ชุดหรูฉวิน​[1]​สีทองอร่ามที่ด้านบนมีลายปักดอกเบญจมาศอยู่หลายดอก ทั้งช่วงเอวยังมีป้ายหยกห้อยอยู่ป้ายหนึ่ง หากหญิงสาวผู้นี้ไม่เจรจา ทุกคนต่างต้องเข้าใจว่านางเป็นธิดาของบ้านตระกูลใหญ่ที่ใดที่หนึ่ง

ทว่าน่าเสียดาย หากกวาดตามองกระโปรงของนางคร่าวๆ ก็ถือว่าเป็นกระโปรงที่งามวิจิตรตัวหนึ่ง แต่หากสังเกตดีๆ จะพบได้ทันทีว่ากระโปรงตัวนี้มีฝีปักที่หยาบสะเพร่าแบบทั่วๆ ไป คล้ายรีบปักออกมาให้เสร็จๆ อย่างขอไปที เมื่อมองบนศีรษะของนางจะพบว่ามีเครื่องประดับหยกและไข่มุกตกแต่งระยิบระยับอยู่ทั่ว มองดูสะดุดตาหาได้เหมือนเครื่องประดับทั่วไป อาจกล่าวได้ว่านางเป็นเศรษฐีใหม่ผู้หนึ่ง แต่ยังขัดตาไม่เหมือนทั่วไป เมื่อดูก็รู้ได้ว่าเป็นเศรษฐีใหม่ผู้หนึ่ง

พอดูถึงตรงนี้ซูเหลียนอวิ้นถึงได้จึงนึกออกว่าสตรีนางนี้คือผู้ใด จึงกล่าวเย้ยหยันขึ้นว่า "ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้คือหยางอวี้หลิน คุณหนูรองของเสนาบดีกรมพระคลังนี่เอง อ้อ...ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าคุณหนูรองเรือนเล็กถึงจะถูก หากไม่เห็นหน้า ข้าคงนึกว่าเป็นนักเล่านิทานมาจากตรอกใดเสียอีก ถึงได้เล่าเรื่องราวเมื่อครู่ได้ออกรสออกชาติน่าประทับใจยิ่ง"

เดิมทีหยางอวี้หลินเห็นซูเหลียนอวิ้นเงียบไปครู่ใหญ่ก็นึกว่านางไม่กล้าต่อปากต่อคำตนแล้ว จึงเตรียมจะพูดจิกกัดนางสักหน่อย แต่นึกไม่ถึงว่าตนจะถูกฝ่ายตรงข้ามชิงพูดเยาะเย้ยเอาเสียก่อน ตอนนี้จึงโกรธจัด เพราะคนส่วนใหญ่ต่างรู้ดีว่านางไม่ชอบให้ผู้อื่นกล่าวถึงฐานะของนางเป็นที่สุด แถมซูเหลียนอวิ้นยังเอ่ยสามคำนั้นออกมา ท่ามกลางผู้คนมากมายเช่นนี้

คุณหนูรองเรือนเล็ก

"เจ้า!" หยางอวี้หลินยกมืออันสั่นเทาของตนขึ้นชี้หน้าซูเหลียนอวิ้น "เรื่องที่ข้าพูดไปเมื่อครู่ มันเกี่ยวข้องอะไรกับฐานะของข้ากัน? แล้วอีกอย่าง ข้าพูดตรงไหนผิดไปหรือ? เจ้าจงใจจะเปลี่ยนเรื่องสนทนาเพราะขายหน้าต่างหาก!"

ซูเหลียนอวิ้นปัดมือที่จ่ออยู่ตรงหน้าของตนทิ้ง เพราะเล็บสีแดงเลือดหมูนั่นทำให้นางรู้สึกสะอิดสะเอียน จากนั้นจึงหันหลังกลับไปถามหลีมู่ว่า "หลีมู่ ช่วงนี้ที่จวนของเรามี**หยาผั่ว​[2]​แวะเวียนมาบ้างหรือไม่?"

หลีมู่คิดไม่ถึงว่าบทสนทนานี้จะเกี่ยวข้องกับนางด้วย ภายใต้สายตาของคนมากมายเช่นนี้นางไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาได้แต่ก้มศีรษะตอบพึมพำเบาๆ ว่า "เรียนคุณหนู ช่วงนี้ที่จวนไม่มีหยาผั่วเข้ามาเลยเจ้าค่ะ"

"อ้อ เช่นนั้นหรือ" ถึงตอนนี้ริมฝีปากซูเหลียนอวิ้นจึงเริ่มหยักโค้งเป็นรอยยิ้ม "ข้านึกว่าที่จวนเรามีสาวใช้ถูกซื้อตัวเข้ามาใหม่เสียอีก มิฉะนั้นเหตุใดจึงมีคนรู้เรื่องราวในจวนเราได้ชัดเจนราวกับได้เห็นด้วยตาตัวเองเช่นนี้"

"ฮ่า..." เสียงหัวเราะที่พยายามกลั้นไว้ดังขึ้นจากรอบด้าน พวกนางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแท้จริงแล้วซูเหลียนอวิ้นเป็นคนปากร้ายเช่นนี้

พอหยางอวี้หลินได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นจากรอบด้าน ในตอนนั้นนางถึงเพิ่งจะเข้าใจ จึงถลึงตาแล้วเอ่ยว่า "เจ้าหาว่าข้าเป็นคนรับใช้ที่จวนของเจ้าซื้อตัวไว้งั้นหรือ เจ้าช่างชั่งอวดดีจริงๆ!"

"เจ้าต่างหากที่อวดดี!" รอยยิ้มเมื่อครู่บนใบหน้าซูเหลียนอวิ้นหายไป แทนที่ด้วยการเลิกคิ้วพร้อมด้วยแววตาอาฆาต "ในเมื่อเจ้าไม่ใช่สาวใช้ในจวนข้า และจวนข้าก็มิเคยเชิญเจ้ามาเป็นแขก เช่นนั้นข้าขอถามคุณหนูหยางว่า เจ้ารู้ข่าวโคมลอยพวกนั้นมาจากที่ใด? หากวันนี้เจ้าตอบข้าไม่ได้ว่าคนที่บอกเจ้าเป็นผู้ใด ชื่อแซ่อะไร มาจากตระกูลไหน เช่นนั้นข้าคงจะต้องไปที่ศาลสักรอบ เพราะโทษของการมีเจตนาปล่อยข่าวให้ร้ายทำลายชื่อเสียงคุณหนูของจวนแม่ทัพนั้นไม่ใช่โทษเล็กเลย"

ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึงกับคำพูดประโยคนี้ของซูเหลียนอวิ้น เพราะไม่มีใครคิดมาก่อนเลยว่าข่าวโคมลอยที่พวกตนกล่าวเล่นกันอย่างสนุกปากนั้น จะก่อให้เกิดเรื่องวุ่นวายมากมายปานนี้

หยางอวี้หลินตกใจเสียยิ่งกว่าจนอับจนคำพูดใดๆ คำกล่าวของซูเหลียนอวิ้นนั้นถูกต้อง หากมองว่าเป็นเรื่องเล็กก็คงเป็นเพียงเรื่องที่สตรีพูดเล่นกันสนุกๆ เท่านั้น แต่หากจะเอาผิดจริงๆ ซูเหลียนอวิ้นสามารถฟ้องเอาโทษนางได้แน่นอน ทั้งนางยังเป็นเพียงลูกของอนุภรรยาเสนาบดีกรมพระคลัง อย่างไรเสียก็คงเอาชนะคุณหนูใหญ่ของจวนแม่ทัพที่ปกป้องดูแลแผ่นดินไม่ได้

"ขอ ขอโทษ...คุณหนูซูโปรดอภัยให้ข้าด้วย" แม้ว่าหยางอวี้หลินจะไม่ยอมรับและรู้สึกเคียดแค้นมากเพียงใด แต่เวลานี้คงต้องยอมอดกลั้นเอาไว้ในใจก่อน จึงได้แต่ก้มหัวกล่าวขอโทษซูเหลียนอวิ้นเสียงอ่อย

"เจ้าว่าอย่างไรนะ พูดดังหน่อยสิ เมื่อกี้ตอนที่เจ้าเล่าเรื่อง เสียงเจ้าดังอยู่มากมิใช่หรือ ตอนนี้ข้ากลับไม่ได้ยินว่าเจ้าพูดอะไรอยู่" ซูเหลียนอวิ้นทำท่าเงี่ยหูฟังอย่างไม่ใส่ใจนัก

คนประเภทนี้นางพบเห็นมามากในชาติที่แล้ว ในตอนนั้นคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์มากมายต่อหน้านางล้วนมีท่าทีสนิทสนม ลับหลังกลับไม่รู้เลยว่าคนพวกนั้นให้ร้ายนางมากมายเพียงใด คนพวกนั้นหาว่าเรื่องที่นางเที่ยววิ่งตามต้วนเฉินเซวียนไปทั่วเป็นเรื่องที่น่าขายหน้าและผิดคุณธรรมสตรี แต่เพื่อหน้าที่การงานของตระกูลตน คนพวกนั้นจำต้องยอมก้มหัวให้นางเสมอ ชาตินี้หากพบเห็นคนพวกนี้อีก ซูเหลียนอวิ้นจะต้องสั่งสอนให้หรลาบจำราบจำเป็นรายๆ ไป เพราะตอนนี้หากไม่แสดงฤทธิ์เดชที่แท้จริงของนางออกไปแล้ว มีแต่จะยิ่งทำให้คนพวกนั้นคิดว่านางเป็นคนที่ยอมให้รังแกได้ง่ายๆ

"ข้า..."

หยางอวี้หลินกำลังจะกล่าวต่อ แต่กลับถูกสาวใช้ข้างกายของนางดึงชายเสื้อเบาๆ แล้วพยักหน้าให้ตน ตอนนี้นางกัดฟันทองของตนจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ จากนั้นจึงจำใจกล่าวขึ้นด้วยเสียงดังขึ้นอีกครั้งว่า "คุณหนูซู เรื่องราวที่ข้าเล่าเมื่อครู่ล้วนเป็นเรื่องที่ข้าพูดเหลวไหลขึ้นมาเอง หวังว่าคุณหนูจะอภัยให้ข้า...ไม่เอาโทษข้าในครั้งนี้"

ซูเหลียนอวิ้นเมื่อเห็นว่าตนได้เปรียบแล้วจึงยอมหยุด แล้วพยักหน้า "เจ้าเข้าใจได้ก็ดีแล้ว"

แต่เมื่อเห็นแววตาอาฆาตจนแทบจะฆ่าตนให้ตายไปเสียให้ได้ของหยางอวี้หลินเช่นนั้น ซูเหลียน อวิ้นกลับคิดว่า วิธีจัดการของตนเมื่อครู่ยังทำได้ไม่เด็ดขาดพอ เพราะต่อไปนางเองก็ต้องมาที่ห้องเรียนทุกวัน

สายตาเช่นนั้นของหยางอวี้หลินบ่งบอกว่าวันพรุ่งนี้จะต้องเอาคืนนางอย่างแน่นอน นางจะรับมือไหวได้อย่างไร

ในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง นางคงต้องใช้กำลังสะสางปัญหาเท่านั้น

ซูเหลียนอวิ้นมองไปยังโต๊ะรอบๆ ห้อง สุดท้ายจึงเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าโต๊ะที่อยู่ด้านริมห้องแล้วเอ่ยว่า "หยางอวี้หลิน เจ้าดูให้ดี หากมีครั้งหน้าอีก เจ้าจะแหลกสลายเหมือนโต๊ะนี้"

พูดจบก็เอามือฟาดลงฝาดไปที่โต๊ะ พริบตาเดียวโต๊ะนั้นก็แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

เมื่อสักครู่หากหยางอวี้หลินยังมีจิตใจอาฆาตคิดจะแก้แค้นอยู่ ตอนนี้เมื่อเห็นโต๊ะพังทลายไปต่อหน้าต่อตาตนภายในชั่วพริบตาเช่นนี้ นางจึงคิดอะไรไม่ออกอีก เพราะดูจากรูปการณ์แล้ว หากซูเหลียนอวิ้นจะตบนางให้ตายคามือก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก

*ชุดหรูฉวิน คือ ชุดกระโปรงของสตรีในสมัยโบราณที่มีลักษณะคว้านอกลึกและรัดที่เอว

** หยาผั่ว หมายถึง สตรีที่มีอาชีพค้ามนุษย์ ทำหน้าที่จัดหาคนไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงมาฝึกให้มีคุณสมบัติตรงตรงตามที่ลูกค้าต้องการ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานทาสหรือเมียน้อย

^1 ชุดหรูฉวิน คือ ชุดกระโปรงของสตรีในสมัยโบราณที่มีลักษณะคว้านอกลึกและรัดที่เอว

^2 หยาผั่ว หมายถึง สตรีที่มีอาชีพค้ามนุษย์ ทำหน้าที่จัดหาคนไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงมาฝึกให้มีคุณสมบัติตรงตามที่ลูกค้าต้องการ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานทาสหรือเมียน้อย

devc-a3b5dd88-33025ลิขิตกลกาล: Chapter 010 ตอนที่ 10