ลิขิตกลกาล: Chapter 014 ตอนที่ 14

#14Chapter 014

เรื่อง Chongsheng Zhi Jiao Nu Guilai

ผู้แต่ง Damo Qi xi

บทที่ 14

ท่านย่า

"อวิ้นเอ๋อร์ไม่ทราบเลยเจ้าค่ะ" ซูเหลียนอวิ้นรีบนั่งลงข้างหวังฉือหวน แล้วนำสองมือเกาะกุมแขนไว้แน่น "ท่านย่า เมื่อคืนท่านได้กินขนมแป้งทอดน้ำตาลของข้าหรือไม่เจ้าคะ? หลานไม่รู้ว่าถูกปากท่านหรือไม่"

เดิมทีหวังฉือหวนทำหน้าบึ้งตึงอยู่ แต่พอได้ยินซูเหลียนอวิ้นถามถึงเรื่องนี้ขึ้นมา สีหน้าก็เริ่มแปรเปลี่ยนไป สุดท้ายแล้วพอมีคนทำดีด้วย นางก็รู้สึกละอายใจขึ้นมา

"ฮึ ก็แค่ขนมแป้งทอดน้ำตาลครึ่งชิ้นเล็กๆ เท่านั้น เจ้าคงมิได้คิดจะเอาของแบบนี้มาง้อคนแก่หรอกนะ? ฝันไปเถอะ"

หวังฉือหวนแค่นเสียงแข็งแล้วแล้วเอามือตัวเองแกะมือคู่นั้นของซูเหลียนอวิ้นออก ทว่ามือคู่นั้นของซูเหลียนอวิ้นที่ดูเหมือนจะเกาะกุมไว้เบาๆ แต่หวางฉือหวนกลับดึงเท่าไรก็ดึงไม่ออก แม้ว่าดูคล้ายจะจับเอาไว้เบาๆ แต่หวางฉือหวนพยายามดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ออก นางจึงทำได้เพียงเบือนหน้าหนีไปอีกด้าน ไม่ยอมมองไปทางซูเหลียนอวิ้นอีก

"ท่านย่า..." เมื่อซูมั่วเยี่ยเห็นสีหน้าท่าทางของท่านย่าโกรธจนควันออกหู แถมยังเบือนหน้าหนีไปอีกด้านฝั่งของท่านย่าก็ถอนใจก็ได้แต่ถอนหายใจ

นี่คงเป็นมรดกตกทอดกระมัง นิสัยเช่นนี้ของตระกูลเขาเกรงว่าคงแก้ไม่ได้แล้วจริงๆ ท่าทางเช่นนี้ของท่านย่าเพียงมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าต้องมีเรื่องอะไรในใจแน่ แต่เมื่อมองไปเห็นใบหน้าอันฉลาดเฉลียวของซูเหลียนอวิ้นที่นั่งอยู่ด้านข้าง เขาก็เริ่มเข้าใจได้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

"ท่านย่าอย่าโกรธน้องไปเลย" ซูมั่วเยี่ยยกเครื่องแต่งกายให้พ้นพื้นแล้วค่อยทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้พลางจิบชาปลายชุดขึ้นแล้วนั่งลงบนเก้าอี้แล้วจิบชา "เรื่องที่น้องก่อขึ้นวันนี้ ข้าว่าน้องทำได้ดีมาก เพราะคุณหนูรองหยางผู้นั้นเป็นฝ่ายเริ่มหาเรื่องก่อนเอง ต่อให้น้องทนได้แต่ข้าคงทนไม่ได้อยู่ดี ตระกูลซูของพวกเรา จะให้ผู้อื่นมารังแกง่ายๆ ได้อย่างไร"

หวังฉือหวนที่กำลังโกรธเรื่องเมื่อคืนวานอยู่นั้น ตอนนี้เมื่อได้ยินว่าวันนี้ซูเหลียนอวิ้นโดนผู้อื่นหาเรื่องก่อนก็รีบหันหน้ากลับมา แล้วถามอย่างร้อนใจว่า

"มีคนกล้ามาหาเรื่องอวิ้นเอ๋อร์หรือ? ที่แท้เป็นคนตระกูลใดกันถึงได้อวดดีเช่นนี้! คงมองไม่เห็นหัวตระกูลของเราแล้วกระมัง? หลานเยี่ยรีบเล่าให้ข้าฟังเดี๋ยวนี้!"

เนื่องจากคนที่แจ้งข่าวแก่นาง รายงานเพียงว่าอวิ้นเอ๋อร์ของตนทำร้ายผู้อื่น แต่กลับไม่ได้เล่าถึงสาเหตุที่เกิดเรื่องขึ้นแม้แต่น้อย ตอนนี้พอเมื่อได้ยินเรื่องราวหักมุมเช่นนี้ หวังฉือหวนต้องเป็นคนแรกที่ร้อนใจแน่นอน

นางคิดไว้แล้วเชียว หลานสาวของตนจะไปหาเรื่องผู้อื่นโดยไร้สาเหตุได้อย่างไร ต้องเป็นผู้อื่นต่างหากที่เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน!

"ท่านแม่ ท่านเป็นอะไรไป" อันเพ่ยอิงที่เพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เมื่อเลิกม่านขึ้นแล้วมองเข้ามาด้านใน ภาพที่เห็นเป็นภาพแรกคือใบหน้าเป็นเดือดเป็นร้อนร้อนรุ่มใจของหวางฉือหวน แถมยังมีท่าทางโกรธจนควันออกหูอีก จึงรีบเดินเข้ามาแล้วปลอบหวางฉือหวนอยู่ด้านหลัง

"ท่านแม่ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ขอท่านอย่าได้โกรธจนเป็นภัยแก่ตัวเอง ตอนนี้อวิ้นเอ๋อร์ก็ปลอดภัยแล้ว หากท่านเป็นห่วงอวิ้นเอ๋อร์ ท่านก็ต้องดูแลร่างกายตนเองให้ดีด้วย"

"ข้า..."

คำพูดของหวังฉือหวนขาดตอนไป จากนั้นจึงเหลียวหลังเอี้ยวหลังกลับไปมอง "ข้าไม่ได้ห่วงเจ้าเด็กนี่สักหน่อยเสียหน่อย ข้าแค่ร้อนใจอยากให้หลานเยี่ยรีบเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังเท่านั้น เจ้าอย่ากังวลไปเลย นั่งลงดื่มชาก่อนเถิด เจ้าเองตากลมมาตลอดบ่าย คงเพลียมากแล้วเช่นกัน"

ซูมั่วเยี่ยเมื่อเห็นท่าทางของท่านย่าที่แสดงออกว่าเป็นห่วงซูเหลียนอวิ้นเสียแทบแย่ แต่ยังทำปากแข็งไม่ยอมรับ เขาจึงรู้สึกว่าน่าขันยิ่ง เขาจึงแสร้งก้มหน้าทำเป็นเปิดฝากาน้ำชาแล้วตักใบชาที่ลอยอยู่ด้านบนออก จากนั้นจึงค่อยๆ จิบชาแล้วพูดขึ้นด้วยท่าทีผ่อนคลายว่า

"วันนี้หยางอวี้หลินคุณหนูรองของเสนาบดีกรมพระคลัง กล้าวิจารณ์น้องสาวในห้องเรียนแถมยังกล่าวต่อหน้าคนหมู่มากเช่นนั้น นางคงคิดว่าวันนี้น้องไม่ไปเรียนถึงได้กล้าพูด ใครจะคิดว่าวันนี้น้องสาวจะไปเรียน แถมยังได้ยินเรื่องที่นางวิจารณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ดังนั้นในตอนนั้นเองตอนนั้นน้องถึงได้โมโหมากใช้มือทุบโต๊ะ น้องโมโหมากจึงได้ใช้มือทุบโต๊ะจนแตกเป็นเสี่ยงๆ เพื่อตักเตือนคุณหนูหยาง เตือนนางให้รู้ว่าครั้งหน้าหากจะพูดจาอะไรให้ใช้หัวคิดมากกว่านี้ แต่สิ่งที่ข้าไม่รู้ก็คือ ใครกันที่เป็นผู้ปล่อยข่าวว่ามีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นด้วย" พูดถึงตรงนี้ แววตาของซูมั่วเยี่ยพลันเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและเย็นชา แต่โชคดีที่ได้ควันของน้ำชาลอยกรุ่นบดบังใบหน้านั้นไว้ จึงไม่มีผู้ใดได้เห็นแววตารุกรานและน่ากลัวเช่นนี้ของเขา

อันเพ่ยอิงก็ไม่รู้เช่นกันว่าระหว่างทางมีคนแอบบิดเบือนความจริง นางจึงลุกพรวดขึ้น ดึงมือของซูเหลียนอวิ้นมาสำรวจดูอย่างถี่ถ้วน

"อวิ้นเอ๋อร์!" เสียงของอันเพ่ยอิงเริ่มร้อนใจ "ทำไมเจ้าถึงไม่บอกแม่สักคำ! มือของเจ้า เจ้าดูเข้าสิ ผ่านไปตั้งนานแล้วยังแดงอยู่เช่นเดิม หากวันพรุ่งนี้มือช้ำจะทำอย่างไร ไหนเจ้าว่ามาซิ เจ้าจะให้ข้าต่อว่าเจ้าว่าอย่างไรดี" อันเพ่ยอิงเพียงเอามือตนเองลูบไปที่ฝ่ามือของซูเหลียนอวิ้น ในแววตาคู่นั้นแสดงถึงความกังวลและเป็นห่วงอย่างเต็มเปี่ยมในดวงตาแสดงออกถึงความความกังวลใจและเป็นห่วง

ซูเหลียนอวิ้นก้มมองฝ่ามือของตนเองแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะตอนนี้มือของนางไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรแล้ว นี่เองคือเหตุที่นางไม่ได้บอกเรื่องนี้ และหากอันเพ่ยอิงรู้เข้าจะต้องโดนบ่นไม่น้อยเป็นแน่ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือนางไม่อยากให้ท่านแม่ต้องกังวล

คิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องแค่นี้ยังไม่อาจปิดบังให้เป็นความลับได้จะปิดบังเรื่องแค่นี้เป็นความลับไม่ได้

หวางฉือหวนแอบเหลือบมองแวบหนึ่งจึงเห็นว่าฝ่ามือน้อยๆ นั้นนั่นแดงก่ำ จึงรีบหันไปสั่งสาวใช้ข้างกายว่า "รีบไปหยิบขวด *ยาจินชวง​[1]​ที่ข้าเก็บไว้ในตู้ออกมาเร็วเข้า แล้วรีบเอามาทาให้คุณหนู"

"ท่านย่า..." ซูเหลียนอวิ้นทำปากจู๋ตั้งท่าจะอ้อนท่านย่าอีก

เมื่อทำให้ทุกคนต้องวุ่นวายเดือดร้อนกันไปหมดเช่นนี้ นางจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เนื่องจากชาติที่แล้วตอนที่นางแอบฝึกวรยุทธ์ก็มักจะได้แผลอยู่บ่อยๆ นางจึงไม่ได้เก็บเรื่องแผลที่ฝ่ามือของนางในครั้งนี้มาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

"เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีก!" หวังฉือหวนดึงมือของซูเหลียนอวิ้นเข้ามาทายาแล้วค่อยๆ นวดเบาๆ "สมควรแล้ว! ใครใช้ให้เจ้าทำตัวไร้หัวคิด วันนี้เจ้าเจ็บตัวอย่างนี้ ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะหรลาบจำราบจำบ้างหรือไม่"

ซูเหลียนอวิ้นรู้สึกว่ามือด้านซ้ายที่โดนทายากำลังแสบร้อนคล้ายโดนเผา จึงทนไม่ไหวแล้วรีบเอ่ยออกไปว่า "ท่านย่าเจ้าคะ เบามือหน่อยได้หรือไม่ มือของข้าคล้ายจะระเบิดเต็มทีแล้ว"

"เอาล่ะ ตอนนี้ยาซึมเข้าผิวจวนจะหมดแล้ว พรุ่งนี้อย่าลืมทาอีกรอบถึงจะหายดี" หวางฉือหวนไม่ได้เบามือลงเลย เพียงทาต่อไปจนเสร็จแล้วเอ่ยว่า "เจ้ากลับไปได้แล้ว กลับไปพักผ่อนให้มากๆ แม่ของเจ้าก็ต้องพักผ่อนมากๆ เช่นกัน วันนี้เกิดเรื่องขึ้นตั้งมากมายคงเหนื่อยแย่แล้ว"

นี่คือการออกคำสั่งให้แขกกลับ แม้ซูเหลียนอวิ้นจะไม่เข้าใจถึงสาเหตุ แต่ก็พยักหน้ารับแต่โดยดี "ท่านย่าก็พักผ่อนให้มากๆ เช่นกัน ข้ากับท่านแม่ขอตัวก่อนเจ้าค่ะ"

"อืม" หวางฉือหวนพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก สายตาของนางกลับตกอยู่ที่ซูมั่วเยี่ย

"ท่านย่ามีสิ่งใดจะเอ่ยกับหลานหรือ" เมื่อซูมั่วเยี่ยเห็นซูเหลียนอวิ้นกับท่านแม่เดินไปไกลแล้วจึงวางถ้วยชาในมือลงแล้วเอ่ยขึ้น "ท่านยังอยากถามอะไรข้าหรือ?"

หวางฉือหวนค่อยๆ คลายท่าทางผึ่งผายที่ใช้กับซูเหลียนอวิ้นเมื่อครู่ลง ตอนนี้ความตึงเครียดรอบตัวนางคล้ายจะลดลงแล้ว เห็นเพียงใบหน้านิ่งสงบของหวางฉือหวน "ย่อมเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้อย่างแน่นอน แม่หยางหลินอะไรนั่นทำไมจู่ๆ ถึงต้องเอ่ยถึงอวิ้นเอ๋อร์ด้วย? แล้วทำไมอวิ้นเอ๋อร์ถึงทุบโต๊ะนั่นจนแตกเป็นเสี่ยงๆ ได้? ช่วงนี้อวิ้นเอ๋อร์เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก"

* ยาจินชวง คือ ยาที่ทำจากสมุนไพรใช้รักษาบาดแผล

^1 ยาจินชวง คือ ยาที่ทำจากสมุนไพรใช้รักษาบาดแผล

devc-a3b5dd88-33025ลิขิตกลกาล: Chapter 014 ตอนที่ 14