ลิขิตกลกาล

ลิขิตกลกาล: Chapter 013 ตอนที่ 13

#13Chapter 013

เรื่อง Chongsheng Zhi Jiao Nu Guilai

ผู้แต่ง Damo Qi xi

บทที่ 13

รับบุตรี

เมื่อซูเหลียนอวิ้นพูดจบก็ทำตาปริบๆ ราวกับว่าไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของฮองเฮา

เมื่อเกาอู่เตี๋ยได้ยินการตอบคำถามเช่นนี้ของนางก็เข้าใจความหมาย จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “เจ้าพูดถูกต้อง แม่ของเจ้ามีเจ้าเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น หากนางรู้ว่าวันนี้ข้ายังจะแย่งลูกสาวนางไป นางต้องโกรธข้าแน่ แต่ว่า...”

กล่าวถึงตรงนี้เกาอู่เตี๋ยจึงหยุดพูดแล้วถอดกำไลที่ข้อพระกรของตนสวมให้ซูเหลียนอวิ้นที่ข้อมือ “แต่ข้ารู้สึกเอ็นดูเจ้านัก ข้าขอมอบกำไลนี้ให้เจ้าก็แล้วกัน ถือว่าเป็นสินน้ำใจให้เจ้าช่วยรักษาเรื่องที่ข้าพูดกับเจ้าวันนี้ไว้เป็นความลับ อย่าให้แม่ของเจ้ารู้ก็พอ”

“ฮองเฮา ...นี่คือ...” เมื่อซูเหลียนอวิ้นสัมผัสกับกำไลที่เย็นเฉียบอันนั้นก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้น “ฮองเฮากำไลวงนี้เป็นของล้ำค่ายิ่ง หม่อมฉัน...”

แน่นอนว่าซูเหลียนอวิ้นรู้ที่มาของกำไลวงนี้ กำไลวงนี้เป็นของหมั้นหมายที่ลี่หยวนตี้มอบให้เกาอู่เตี๋ยในพิธีอภิเษกตอนนั้น ชาติที่แล้วนางจำได้ว่าเกาอู่เตี๋ยหวงแหนมันดั่งแก้วตาดวงใจ เหตุใดวันนี้ถึงได้มอบให้นางอย่างไม่สนใจใยไยดีได้?

“เจ้าเด็กคนนี้นี่นะ” เกาอู่เตี๋ยแสร้งพูดอย่างขุ่นเคือง “นี่เป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งที่ไม่มีคุณค่าอะไรมากมาย เจ้ารังเกียจมันใช่หรือไม่”

“ไม่ใช่เพคะ หม่อมฉัน...หม่อมฉันขอบพระทัยในน้ำใจของฮองเฮา” ซูเหลียนอวิ้นรีบคุกเข่าลงกับพื้น “ พี่ชายของหม่อมฉันรอนานแล้ว หม่อมฉันทูลลาก่อนเพคะ”

เกาอู่เตี๋ยไม่ตอบอะไร เพียงยกมือขึ้นโบกเรียกขันที

“เจ้าส่งคุณหนูซูกลับด้วย”

ขันทีน้อยที่เพิ่งกล่าวรายงานเมื่อครู่เดินอย่างรวดเร็วเข้ามาคำนับ “บ่าวเข้าใจแล้วขอรับ”

ด้านนอกพระราชวัง

ซูมั่วเยี่ยไม่รู้ว่าตนเดินวนรอบรถม้ามากี่รอบแล้ว สุดท้ายเมื่อเห็นซูเหลียนอวิ้นเดินออกมาก็รีบเดินเข้าไปหาแล้วดึงตัวนางมาสำรวจอย่างถ้วนถี่

“คุณหนูซูขอรับ ข้าขอส่งท่านเพียงเท่านี้ ตอนนี้ข้าขอตัวกลับไปรายงานฮองเฮาก่อน” ขันทีผู้นี้แสร้งทำเป็นไม่รับรู้ท่าทีระแวดระวังตัวทุกฝีก้าวของซูมั่วเยี่ย เพราะอะไรควรเห็น อะไรไม่ควรเห็น เขารู้อย่างกระจ่างแจ้ง

“อืม ส่งแค่นี้ก็พอแล้ว กล่าวขอบคุณฮองเฮาแทนข้าด้วย” ซูเหลียนอวิ้นพูดอย่างไม่ใส่ใจมากนัก เนื่องจากตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของนางพุ่งตรงไปที่ซูมั่วเยี่ยคนเดียว

“ท่านพี่เจ้าคะ! ท่านกำลังทำอะไร จับข้าลากข้าหมุนไปหมุนมาอยู่ได้” เมื่อเห็นขันทีผู้นั้นเดินลับตาไปแล้ว ซูเหลียนอวิ้นก็เริ่มอดรนทนไม่ได้

เมื่อซูมั่วเยี่ยสำรวจจนทั่วแล้วพบว่าไม่มีบาดแผลอะไรก็หมดห่วง “วันนี้เรื่องที่ห้องเรียนของเจ้า ข้ารับรู้หมดแล้ว จะให้ข้าไม่กังวลและร้อนใจได้อย่างไร ข้ากลัวว่าเจ้าเรียนวรยุทธ์ไปได้เพียงน้อยนิดก็เหลิงเสียแล้ว หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นเจ้าจะทำอย่างไร”

เมื่อซูเหลียนอวิ้นได้ยินดังนั้นหน้าก็แดงก่ำขึ้น พี่ชายหวังดีกับนางแท้ๆ แต่เมื่อครู่นางยังหงุดหงิดพี่ตัวเองได้ลง

นางจึงแกล้งกระแอมกลบเกลื่อนความรู้สึก “ท่านพี่อย่าห่วงเลยเจ้าค่ะ...ข้าไม่เป็นอะไรสักหน่อย พวกเรารีบกลับจวนกันเถิด ป่านนี้ท่านพ่อกับท่านแม่คงร้อนใจแย่แล้ว”

พระราชวังเฟิ้งเตี๋ย

“ฮองเฮา พระองค์ทรงทำเช่นนี้จะดีหรือเพคะ?” นางในนามว่าซิ่งหยวนผู้นั้น กำลังนวดพระอังสาให้เกาอู่เตี๋ยกระซิบขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล “นั่นคือสิ่งที่ฮ่องเต้ทรงประทานให้พระองค์ ทำไมถึงได้...”

เกาอู่เตี๋ยที่กำลังพักสายตาอยู่นั้น ได้ยินดังนี้จึงลืมตาขึ้น ในแววตาเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อนมากมาย

“ซิ่งหยวน นั่นเป็นเพียงสิ่งของไร้ค่าก็เท่านั้น เก็บมันไว้มีแต่จะตอกย้ำข้าให้นึกถึงเรื่องราวทุกเรื่องในตอนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า มิสู้ไม่ต้องเห็นมัน จิตใจข้าจะได้ไม่ว้าวุ่น”

ซิ่งหยวนแอบถอนใจ นางติดตามฮองเฮามาตั้งแต่ยังเล็กย่อมรู้ถึงความขมขื่นในใจฮองเฮาดี แต่...ฮ่องเต้อย่างไรก็เป็นถึงฮ่องเต้ จะให้ซื่อสัตย์มีเมียเดียวได้อย่างไรกัน ปมในใจของฮองเฮาไม่รู้ว่าเมื่อใดถึงจะคลี่คลายลงได้

เกาอู่เตี๋ยไม่อยากเอ่ยถึงเรื่องนี้อีกจึงเปลี่ยนเรื่อง นางหันมาทางซิ่งหยวนที่อยู่ด้านหลังแล้วเอ่ยว่า “เจ้าว่าเด็กคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?”

มือที่นวดพระอุระอยู่ชะงักไปชั่วครู่ครู่สั้นๆ

“ฮองเฮาหมายถึงคุณหนูซูใช่หรือไม่? ในความคิดของหม่อมฉัน คุณหนูซูเปลี่ยนไปมากจริงๆ จนวันนี้หม่อมฉันแทบจำไม่ได้เลยเพคะ”

“อืม จริงของเจ้า” เกาอู่เตี๋ยหลับตาลงอีกครั้ง “นางเป็นเด็กฉลาดคนหนึ่ง เมื่อก่อนข้าเพียงดูไม่ออกก็เท่านั้น”

เกาอู่เตี๋ยดำรงตำแหน่งฮองเฮามานานหลายปี แม้ไม่อาจเอ่ยได้ว่ามองเห็นแววของทุกผู้ทุกคนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แต่ก็มีสัญชาตญานตญาณที่แม่นยำอย่างร้ายกาจ เมื่อก่อนนางเพียงคิดว่าซูเหลียนอวิ้นคนนี้เป็นเพียงเด็กอ่อนแอขี้ขลาด แต่วันนี้เมื่อนางได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องเรียนแล้ว เด็กคนนี้ไม่ใช่คนขี้ขลาดเลย แต่ถือตัวและโอหังราวราชสีห์ตัวหนึ่ง เมื่อก่อนที่นางอดกลั้นและไม่แสดงออกคงเป็นเพราะไม่อยากลงมือก็เท่านั้น

อีกทั้งคำพูดเมื่อครู่ที่ตนเอ่ยปากอยากจะรับนางเป็นลูกสาวก็เป็นเพียงการใช้คำถามหยั่งเชิงก็เท่านั้น คิดไม่ถึงว่าซูเหลียนอวิ้นจะเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งของตน แถมยังแก้ปัญหาได้อย่างเป็นธรรมชาติไร้ข้อกังขาปัญหา ทำให้นางรู้สึกเหนือความคาดหมายอย่างมาก

..................................

ณ จวนตระกูลซู

“โธ่ เด็กดีของแม่ เจ้ากลับมาได้เสียที วันนี้เกิดเรื่องขึ้น เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”

ด้านหน้าประตูจวนเมื่ออันเพ่ยอิงเห็นซูเหลียนอวิ้นกำลังลงจากรถม้า ก็รีบเข้าไปดึงตัวลูกสาวมาสำรวจโดยละเอียดรอบหนึ่ง เมื่อเห็นนางปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนจึงปล่อยตัวนางแล้วเอ่ยว่า “อมิตตาพุทธ เจ้าเพิ่งจะหายป่วย หากเป็นอะไรไปอีก คราวนี้แม่คงแย่แน่”

ซูเหลียนอวิ้นนึกอยากจะหัวเราะ แต่พอคิดๆ ดูแล้วกลับก็หัวเราะไม่ออก เพราะพวกเขาทุกคนเป็นห่วงนางแทบแย่ พอคิดได้เช่นนี้จึงนำมือของอันเพ่ยอิงไปกุมไว้ ตอนนั้นเองนางถึงได้รู้ว่ามือของท่านแม่เย็นเฉียบเหลือเกินขนาดนี้...

“ท่านแม่เจ้าคะ...มือของท่านแม่เย็นมาก ท่านยืนอยู่ที่หน้าปากประตูนานเท่าไหร่แล้ว พวกเรารีบเข้าไปด้านในเรือนกันเถิด ลูกไม่เป็นไรแล้ว หากท่านไม่เชื่อก็ถามท่านพี่ดูได้ ลูกไม่อยากให้ท่านแม่ตัวแข็งไปเสียก่อน แม้ว่าจะเป็นฤดูวสันต์แต่อากาศยังคงหนาวอยู่นะเจ้าคะ” พูดจบซูเหลียนอวิ้นก็เป่าลมอุ่นๆ ไปที่มือของอันเพ่ยอิง เพื่อทำให้นางรู้สึกอุ่นขึ้น

“เอาล่ะๆ...ๆ...” การปฏิบัติของซูเหลียนอวิ้นอย่างใส่ใจเช่นนี้ทำเอาเสียงของอันเพ่ยอิงสั่นเครือ จึงหยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า “ไปที่เรือนท่านย่าก่อนเถิด ท่านคงเป็นห่วงเจ้าแย่แล้วละล่ะ”

...................................

ณ เรือนฉืออัน

“ท่านย่า!” ซูเหลียนอวิ้นเลิกม่านขึ้น จากนั้นรีบสาวเท้าไปข้างหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ท่านย่า ข้ากลับมาแล้ว ท่านย่าคิดถึงข้าหรือไม่เจ้าคะ”

เดิมทีหวังฉือหวนคิดว่าหากพบหน้าซูเหลียนอวิ้นจะต้องตำหนิยกใหญ่ที่เมื่อคืนคนทั้งบ้านกินข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ปล่อยให้คนแก่อย่างนางกินข้าวเพียงลำพัง แถมวันนี้ซูเหลียนอวิ้นยังก่อเรื่องทำเอาตนตกใจแทบแย่ จะให้ไม่สั่งสอนสักหน่อยได้อย่างไร? แต่เมื่อเห็นใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเช่นนี้ กลับเอ่ยคำพูดเหล่านั้นไม่ออก แต่ยังคงตีหน้าเคร่งเครียดพลางเอ่ยขึ้นว่า

“อวิ้นเอ๋อร์ เจ้าตัวก่อเรื่อง! เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้เจ้าก่อเรื่องอะไรไว้!”

devc-a3b5dd88-33025ลิขิตกลกาล: Chapter 013 ตอนที่ 13