ลิขิตกลกาล

ลิขิตกลกาล: Chapter 022 ตอนที่ 22

#22Chapter 022

เรื่อง Chongsheng Zhi Jiao Nu Guilai

ผู้แต่ง Damo Qi xi

บทที่ 22

หวาดผวา

ตอนนี้หยางอวี้ฉินหมดสภาพและอย่างยับเยิน เขานั่งจิตใจล่องลอยอยู่บนพื้นไม่รับรู้สิ่งใดทั้งสิ้น

ผ่านไปพักใหญ่จึงยกมือขึ้นสำรวจใบหูของตัวเอง จากนั้นจึงพบว่าทั้งฝ่ามือของตนเต็มไปด้วยเลือด เสียงตะโกนกรีดร้องร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดก็ดังขึ้นในเวลาต่อมาลำดับถัดมา

“อ๊ากกกก!” เสียงกรีดตะโกนร้องนั้นไม่ต่างจากราวกับเสียงภูตผีปีศาจ เป็นที่น่าสยดสยองยิ่งนักอย่างยิ่ง

ซูเหลียนอวิ้นหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากด้านในอกเพื่อเช็ดคราบเลือดที่เปื้อนติดอยู่กับที่ใบมีด จากนั้นจึงโยนผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นให้กับหลีมู่ที่ยืนอยู่ด้านหลังของนาง “นำมันกลับไปเผาทิ้งซะ ของอัปมงคล”

ในตอนนั้นหลีมู่ทำสิ่งใดไม่ถูกจึงได้แต่พยักหน้าแล้วรับผ้าผืนนั้นเอาไว้ จากนั้นสายตาของนางจึงจับจ้องไปที่มีดสั้นในมือของซูเหลียนอวิ้นอย่างไม่ละสายตา

คุณหนูของนางมีของเช่นนี้ติดตัวไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน! นางไม่เคยรู้มาก่อนเลย!

อีกทั้งของมีคมที่น่าหวาดกลัวผวาเช่นนี้ ผู้ที่กล้ามอบให้คุณหนูควรถูกลากตัวไปโบยจึงจะสาสม! คุณหนูของนาง...เคยเป็นดั่งลูกกระต่ายสีขาวบริสุทธิ์ที่มีจิตใจเปี่ยมด้วยความเมตตาที่จิตใจมีเมตตาบริสุทธิ์ แล้วตอนนี้เกิดอะไรขึ้น ถึงได้กลายเป็นเช่นนี้แบบนี้ไปได้!

เมื่อเช็ดคราบเลือดบนใบมีดจนหมดแล้ว ซูเหลียนอวิ้นจึงหันกลับไปมองชายที่ยังนั่งกองอยู่บนพื้นโดยที่ยังตะโกนร้องซ้ำๆ ว่า "เลือดๆ" ตอนนั้นเองที่นางเกิดรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

“หลีมู่” ซูเหลียนอวิ้นตะโกนเรียก “นำผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นออกมาใหม่ แล้วยัดเข้าไปในปากของหมอนี่” กล่าวจบ สายตาของซูเหลียนอวิ้นก็พลันฉายแววกังวลปรากฏประกายแห่งความกังวลเคลื่อนผ่าน แม้ว่าการตะโกนร้องนั้นจะไม่มีผลอะไร แต่นางก็ยังเกรงว่าถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปอาจทำให้ผู้คนแห่กันมาก็เป็นได้ อีกทั้งฝีเท้าของนางก็ไม่ไวเท่าไรนัก แต่นางเกรงว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปจะทำให้คนแถวนี้ตามมาถูก อีกอย่างฝีเท้าของนางก็ไม่ได้ว่องไวนัก หากมีคนได้ยินเสียงร้องของหยางอวี้ฉินแล้วตามมาถึงที่นี่ ถึงตอนนั้นนางอาจถูกสะกดรอยตามได้ ตอนนั้นนางเองก็คงจะยังอยู่ในบริเวณที่สามารถโดนตามรอยได้ ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากตามมา

ยิ่งไปกว่านั้น การตะโกนร้องของหยางอวี้ฉินเช่นนี้ ซูเหลียนอวิ้นกลัวว่าเขาจะเผลอกัดลิ้นตัวเองตายหากไม่ทันระวัง...

นางยังไม่อยากให้เขาตายตอนนี้

ส่วนปัญหาที่ว่าผ้าเช็ดหน้าผืนนี้จะทำให้ผู้อื่นสามารถสาวมาถึงตัวนางได้นั้น ซูเหลียนอวิ้นไม่ได้กังวลใจนัก เดิมทีนางเป็นคนชอบผ้าเช็ดหน้าสีพื้นๆ มาตลอด และไม่เคยมีลวดลายใดประดับอยู่บนผ้าของนาง อีกทั้งตัวนางเองก็ไม่ได้มีนิสัยชอบปักอะไรลงบนผ้าเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ที่สำคัญนางเป็นคุณหนูใหญ่เพียงคนเดียวของบ้านตระกูลซู หากจะสืบหาว่ามีข้าวของเครื่องใช้อะไรบ้างใช้ของอะไรบ้างก็คงไม่ง่ายนักคงยากจะสืบหา หรือคิดจะใช้ผ้าผืนนี้เพื่อสืบหาต้นตอ ก็คงจะมีค่าแค่ผ้าธรรมดาผืนหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นหากจะเริ่มสืบจากผ้าผืนนี้จริงๆ ผ้าผืนนี้ก็คงจะเป็นเพียงเศษผ้าธรรมดาผืนหนึ่งเท่านั้น หากไม่ใช่ด้วยเหตุนี้แล้ว นางเองก็คงไม่กล้าจัดการของของตนอย่างส่งเดชเช่นนี้

“คุณหนู...” ฝีเท้าของหลีมู่แสดงถึงความลังเล นางรู้สึกหวาดกลัว ตอนนี้ไม่รู้ว่าหยางอวี้ฉินหวาดผวาไปแล้วจริงๆ หรือว่าแสร้งทำ เพราะตอนนี้มีเลือดกระจายอยู่ทั่วใบหน้าของเขา

เมื่อมองเห็นภาพของเขาที่นั่งอยู่ในเงามืดเช่นนี้แล้ว ยิ่งทำให้เกิดความน่าหวาดผวาทบเท่าทวีคูณความรู้สึกที่น่าหวาดผวาอย่างยิ่งจึงเกิดขึ้น

“ช่างชั่งเถอะ เอามาให้ข้า” ซูเหลียนอวิ้นเดินเข้าไปนำผ้าผืนเมื่อครู่มาขยำให้เป็นก้อนกลมแล้วยัดเข้าไปในปากของหยางอวี้ฉิน จนกระทั่งไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องอันน่าโหยหวนเช่นนั้นอีก นางถึงถอยหลังไปก้าวหนึ่งแล้วประเมินสถานการณ์ตรงหน้า

“อืม ตอนนี้คงไม่เป็นไรแล้วกระมัง หลีมู่พวกเรารีบไปกันเถิด” คราวนี้พอกล่าวจบ นางก็รีบสาวเท้ามุ่งหน้าไปยังทิศที่ตั้งของพระราชวังเฟิ้งอู่ทันที

ไม่นานนักหลังจากนั้นก็เกิดเสียงสั่นไหวดังขึ้นมาจากพุ่มไม้ด้านหลัง เนื่องด้วยมีคนผู้หนึ่งกำลังก้าวออกมา เมื่อเห็นใบไม้ที่ติดอยู่ทั่วร่างของเขาเช่นนั้นก็สามารถคะเนได้เลยว่าคนผู้นี้แอบอยู่หลังพุ่มไม้มาเป็นเวลานานแล้ว

เป็นต้วนเฉินเซวียนนั่นเอง

หากจะไปยังพระราชวังของฮองเฮา เส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางที่ใกล้และสะดวกที่สุด ดังนั้นจึงอธิบายได้ไม่ยากว่าเพราะเหตุใดเขาจึงมาโผล่อยู่ที่นี่ ทว่าต้วนเฉินเซวียนเองก็นึกไม่ถึงเช่นกันว่าระหว่างทางจะมาพบเจอกับภาพเหตุการณ์เช่นนี้ฉากนี้เข้า

อันที่จริงแล้วเขาแอบดูอยู่หลังพุ่มไม้ตั้งแต่ตอนที่หยางอวี้ฉินคว้าแขนของซูเหลียนอวิ้นเอาไว้แล้ว ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงไม่แสดงความเป็นสุภาพบุรุษออกไปช่วยหญิงงามไว้ทันทีน่ะหรือ นั่นเป็นเพราะตัวเขาดูแคลนเรื่องเช่นนี้นัก สุภาพบุรุษช่วยหญิงงามหรือ? นั่นเอาไปแลกเป็นข้าวกินได้หรือไม่? อีกอย่างคนที่เขาต้องช่วยคือซูเหลียนอวิ้น ยังถือว่านางใช่สาวงามอยู่หรือไม่นางไม่ถือว่าเป็นสาวงามกระไร

นั่นเป็นเพราะว่าในใจของต้วนเฉินเซวียนตอนนี้ได้ลบภาพเมื่อเช้าที่ตนแอบเหม่อมองซูเหลียนอวิ้นจากทางด้านหลังไปสิ้นแล้ว

เหม่อมอง? สาวงามหรือ?... ไม่มีอีกแล้ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่าเหนือความคาดหมายของผลของเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เหนือความคาดหมายของต้วนเฉินเซวียนไปมากทีเดียว หญิงสาวผู้มีนิสัยนุ่มนวลที่มักโดนผู้อื่นรังแกในสายตาของเขามาโดยตลอด กลับมีด้านที่อันตรายเช่นนี้ด้วย?

ตาเขาไม่ได้ฝาดแน่ๆ...เขาคงไม่ได้ตาฝาดไปเองแน่...

ต้วนเฉินเซวียนออกมาจากพุ่มไม้แล้วสืบเท้าเข้าก้าวเท้าอาดๆ ไปหยุดอยู่ตรงหน้าหยางอวี้ฉิน

ตอนนี้เนื้อตัวหยางอวี้ฉินยังคงสั่นเทา มือทั้งสองข้างโอบกอดรอบแขนของตัวเองเอาไว้ แต่เพราะปากของเขาถูกโดนผ้าอุดอยู่จึงมีเพียงเสียงสะอึกสะอื้นลอดออกมา ทำให้ผู้ที่ได้ยินรู้สึกเวทนายิ่งนัก

หยางอวี้ฉินที่กำลังก้มหน้าอยู่นั้น พลันเห็นเมื่อในสายตาของเขาพลันปรากฏภาพของรองเท้าหนังสีดำคู่หนึ่งที่มีลวดลายสีทองปักอยู่ขึ้น เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองแล้วจึงได้เห็นเห็นชายผู้หนึ่ง!

แล้วความรู้สึกหวาดกลัวก็เข้าจู่โจมจิตใจอีกครั้ง...เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นอีกครั้ง...

เมื่อครู่ต้องเผชิญกับความเกรี้ยวกราดของซูเหลียนอวิ้น ถึงตอนนี้ก็ยังไม่อาจสลัดความหวาดผวานั้นให้พ้นจากจิตใจได้ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเมื่อได้ประสบกับความเกรี้ยวกราดของซูเหลียนอวิ้นเมื่อครู่ ตอนนี้เขาจึงตกอยู่ในความหวาดผวา เมื่อก่อนเขาไม่เคยรู้สึกเลยว่าสตรีจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวเช่นนี้ ส่วนบุรุษกลับให้ความรู้สึกที่เป็นมิตรมากกว่า...ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นมิตรที่มากกว่า...

สิ่งที่ซูเหลียนอวิ้นไม่รู้ก็คือการกระทำอันห้าวหาญของนางในวันนี้นั้น ไม่เพียงทำให้หยางอวี้ฉินหวาดผวาและเสียขวัญ แต่ยังทำให้ความสนใจในสตรีเพศของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมอีกด้วย...

นับจากนี้ไปเมื่อหยางอวี้ฉินต้องพบเจอสตรีใดอีก เขาคงจะคิดว่าสตรีผู้มีนิสัยอ่อนหวานทุกคนจะต้องมีด้านที่น่ากลัวราวกับสัตว์ดุร้ายซ่อนอยู่ เพียงแค่ยังไม่ถึงเวลาปรากฏออกมาให้เห็น และมีเพียงบุรุษเท่านั้นที่จะช่วยเยียวยาหัวใจดวงน้อยที่บาดเจ็บของเขาให้ทุเลาลงได้ที่จะทำให้ใจดวงน้อยๆ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสของเขาสบายใจขึ้นมาได้บ้าง

“ท่านจอมยุทธ! ท่านจอมยุทธ! ช่วยข้าด้วย! ข้าขอร้อง... ช่วยข้าด้วย! ข้ายังไม่อยากตาย!”

เมื่อหยางอวี้ฉินเห็นต้วนเฉินเซวียนหยุดยืนอยู่ตรงหน้า เขาก็รู้สึกราวกับได้พบเจอกับพระผู้เป็นเจ้าก็มิปาน เขารีบดึงผ้าเช็ดหน้าที่อุดปากของตนออกก่อนจะและรีบโผเข้าไปเกาะเข้าที่รองเท้าขาของชายผู้นั้นเอาไว้แน่น

“ท่านช่วยพาข้าออกไปทีได้หรือไม่! น่าสยดสยองยิ่ง น่าสยดสยองยิ่ง...”

ต้วนเฉินเซวียนจ้องมือคู่นั้นที่กำลังเกาะรองเท้าเกี่ยวอยู่รอบรองเท้าของเขาไว้แน่น เส้นเลือดดำบนศีรษะของเขาก็พลันเต้นตุบๆเขาจึงรู้สึกว่าเส้นเลือดดำที่ศีรษะของเขากำลังเต้นตุบๆ

เขาเป็นคนมีนิสัยรักความสะอาดอย่างยิ่งมาก...

แน่นอนว่ามือคู่นั้นของหยางอวี้ฉินยังไม่ได้ถูกเช็ดแถมยังเปื้อนเลือดอีกต่างหาก ตอนนั้นรองเท้าของเขาจึงกลายเป็นที่เช็ดมือให้หยางอวี้ฉินไปโดยปริยาย ยังดีที่รองเท้าเป็นสีดำจึงทำให้ไม่เห็นรอยเปื้อนชัดเจนมากนัก แต่แม้จะเป็นเช่นนี้เขาก็ยังรู้สึกรังเกียจอยู่ดี!

ด้านล่าง ชายที่กำลังเกาะขากางเกงของต้วนเฉินเซวียนเอาไว้แน่นผู้นั้น ดูท่าจะไม่รู้ตัวเลยว่าโทสะของต้วนเฉินเซวียนจวนใกล้จะระเบิดเต็มทีแล้ว จึงยังคงเกาะขาไว้แน่นพร้อมขึ้น แล้วแผดเสียงร้องที่ดังขึ้นกว่าเก่า

ในที่สุดต้วนเฉินเซวียนก็ทนต่อไปอีกไม่ไหว จึงนำมีดเล่มหนึ่งจ่อไปยังท้ายทอยของหยางอวี้ฉิน เสียงที่ดังรบกวนแก้วหูมาตลอดจึงสงบลงได้ในที่สุด

"หลิวจือ!" ต้วนเฉินเซวียนเอ่ยเรียกเบาๆ "ลากคนผู้นี้ออกไปจากข้า แล้วเอาไปทิ้งไว้ที่ใดก็ได้"

"ขอรับ นายท่าน..." ชายชุดดำที่ไม่รู้ว่าจู่ๆ โผล่ออกมาจากที่ใดตอบรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แต่หากฟังดีๆ จะพบว่าในน้ำเสียงตอบรับนั้นแอบกลั้นขำเอาไว้ด้วย

devc-174234ce-33051ลิขิตกลกาล: Chapter 022 ตอนที่ 22