ลิขิตกลกาล: Chapter 020 ตอนที่ 20

#20Chapter 020

เรื่อง Chongsheng Zhi Jiao Nu Guilai

ผู้แต่ง Damo Qi xi

บทที่ 20

ปั่นหัวเล่น

"คุณหนู?" หลีมู่แววตาสับสน เมื่อวานตกลงกันไว้แล้วมิใช่หรือ แถมคุณหนูก็มิได้มีท่าทีปฏิเสธอะไร ทำไมวันนี้ถึงได้ดื้อดึงขึ้นมาอีก? คงมิได้เป็นเพราะเสียดายกำไลนั่นกระมัง?

เมื่อซูเหลียนอวิ้นเห็นสีหน้าของหลีมู่ที่บ่งบอกว่ากำลังมีความในใจบางอย่างก็ส่ายหน้าอย่างเหลืออด น่าเสียดายที่ความหนักใจของนางนั้นมิอาจมีผู้ใดช่วยแบ่งเบาได้!

"คุณหนูซู"

ในขณะที่ซูเหลียนอวิ้นเดินคอตกลากสังขารไปข้างหน้าทีละก้าว ตอนนั้นเองพลันมีเสียงของชายผู้หนึ่งดังขึ้น น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนน่าฟัง แต่ดูเหมือนว่านางจะไม่เคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน

ซูเหลียนอวิ้นเงยหน้าขึ้นมองชายที่ยืนอยู่ตรงหน้านาง เขากำลังยืนหันหลังเข้าแสงแดด ทำให้นางมองเห็นเขาได้ไม่ชัดนัก แต่ต่อให้นางมองเห็นชัดนางก็คงนึกไม่ออกอยู่ดี เพราะนางไม่มีความทรงจำใดๆ เกี่ยวกับคนผู้นี้เลยแล้วจะให้นางนึกออกได้อย่างไร? แต่ในเมื่อเขาเป็นฝ่ายเริ่มทักทายนางก่อนจะให้นางทำหูทวนลมแล้วเดินจากไปก็คงเป็นกิริยาที่ไม่เหมาะสมนักไม่ดีนัก...

"คุณชาย สวัสดีเจ้าค่ะ..." ซูเหลียนอวิ้นลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเลือกใช้คำว่าคุณชายนี้ ถึงอย่างไรก็คงจะไม่ถือว่าเป็นการผิดมารยาทอะไร

เมื่อชายผู้นั้นเห็นซูเหลียนอวิ้นมีท่าทีระแวดระวังตัวเช่นนี้ก็ยิ่งยิ้มกว้างขึ้น จากนั้นจึงหยิบพัดที่พับเก็บไว้ในอกเสื้อออกมาแล้วทำท่าทางพัดสองสามที ก่อนเอ่ยว่า "คุณหนูซูจำกระหม่อมไม่ได้แล้วหรือ? ช่างน่าน้อยใจนัก แต่ท่าทางที่งามสง่าน่ายำเกรงของคุณหนูซูยังคงติดตรึงในใจกระหม่อมนับจากวันวานโดยที่มิอาจลืมเลือนได้”เพราะท่าทางที่สง่าน่ายำเกรงของคุณหนูซูเมื่อวานยังติดตรึงอยู่ในใจของกระหม่อมโดยมิอาจลืมได้"

เมื่อได้ยินดังนี้ซูเหลียนอวิ้นก็ไร้คำพูด ทว่ายังคงเงยหน้าพินิจพิจารณาชายผู้อยู่เบื้องหน้าต่อไป หน้าตาของเขาหมดจดดั่งหยก เสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน ทว่าไม่มีสิ่งใดน่าจดจำ แต่สิ่งที่ยากจะบรรยายคือเหตุใดนางจึงรู้สึกว่าเขาดูเป็นบุรุษชายที่ชอบปั่นหัวสตรีหญิงสาวเล่น?

สัญชาตญาณเตือนให้นางถอยหลังไปครึ่งก้าว แล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีห่างเหิน "คุณชายมีเรื่องใดก็รีบพูดเข้าประเด็นเถิด หากไม่มีเรื่องใดหม่อมฉันยังมีธุระต้องไปจัดการ... หม่อนฉันขอตัวก่อน" ซูเหลียนอวิ้นจงใจใช้คำว่าหม่อมฉันหม่อนฉัน เพราะหวังว่าจะสามารถเตือนให้ชายผู้นี้รู้ตัวว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ในวังหลวง! สถานที่ที่มีสายตาจับจ้องอยู่รอบด้าน ดังนั้นจึงควรระมัดระวังฐานะของตนให้ดี

"อ้อ..." ชายผู้นั้นนำพัดขึ้นมาเคาะเบาๆ ที่ศีรษะตนเองสองครั้งตัวเองสองทีราวกับกำลังขบคิดบางอย่าง "กระหม่อมมีนามว่าหยางอวี้ฉิน เป็นพี่ชายของหยางอวี้หลินผู้ที่มีเรื่องข้องเกี่ยวกับคุณหนูซูเมื่อวานนี้ มิทราบว่าเอ่ยเช่นนี้จะทำให้คุณหนูซูพอนึกออกได้บ้างหรือไม่?" พูดจบก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

เมื่อซูเหลียนอวิ้นเห็นรอยยิ้มเช่นนั้นก็รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาจึงเอ่ยอย่างเย้ยหยันว่า "เช่นนั้นด้วยเรื่องเมื่อวาน...ท่านจึงมาเรียกร้องความยุติธรรมแทนน้องท่านหรือ?"

"ไม่ใช่ๆๆ" ชายผู้นี้ส่ายหน้า "เมื่อวานข้าก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยแต่มิได้ขัดขวาง เหตุใดวันนี้จะต้องมากล่าวโทษคุณหนูด้วยเล่า กระหม่อมเพียงคิดว่านิสัยเกเรของน้องสาวจะไปทำให้คุณหนูซูไม่พอใจเข้า ดังนั้นจึงตั้งใจมาขออภัยคุณหนูซูในวันนี้" กล่าวจบเขาก็ค่อยๆ ค้อมตัวลงด้วยท่าทีรู้สึกสำนึกผิดจากใจจริงเข้าจริงๆ

“ฮ่าๆ หากเป็นเรื่องนี้ก็ไม่จำเป็นต้องพูดกันอีกแล้ว ขอตัวก่อน" ซูเหลียนอวิ้นเอ่ยพลางแค่นยิ้ม จากนั้นจึงเดินเบี่ยงตัวหลบเอียงตัวผ่านชายที่ยืนอยู่ด้านข้างผู้นั้นไป หลังจากเดินพ้นไปแล้วนางยังยกมือขึ้นมาปัดเบาๆ ตรงแขนเสื้อที่เฉียดกับชายผู้นั้น ราวกับมีสิ่งสกปรกน่าขยะแขยงบางอย่างติดอยู่ราวกับตรงนั้นมีสิ่งสกปรกอะไรบางอย่างที่ทำให้นางขยะแขยง

หยางอวี้ฉินยังไม่ทันจะหุบยิ้มกลับต้องเจออาการชักสีหน้าใส่ต่อหน้าเช่นนี้ ทำให้เขาถึงกับหน้ากระตุกและค้างอยู่เช่นนั้นสีหน้าของเขากระตุกค้างอยู่เช่นนั้น ดูแล้วน่าขบขันยิ่ง

ซูเหลียนอวิ้นเพียงสาวเท้าก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่สนใจว่าชายที่อยู่เบื้องหลังจะเป็นเช่นไร เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนางอยู่แล้ว เพียงแต่ในใจนางยังคงโกรธและไม่อยากข้องเกี่ยว

นางแอบสงสัยว่าชายผู้นั้นจะกล่าวอะไรกับนาง หากเป็นเพราะเรื่องเมื่อวานที่ตัวนางได้ทำให้หยางอวี้หลินขวัญเสีย และเขามาในวันนี้เพื่อว่ากล่าวตักเตือนนางสักสองสามประโยคในฐานะพี่ใหญ่ที่ดี นางคงจะไม่เกิดความรู้เช่นนี้ แถมยังจะนับถือความเป็นสุภาพบุรุษชายในตัวเขาอีกด้วย เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะกล้าลองดีกับลูกสาวคนเดียวของจวนแม่ทัพ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าที่เขามาในวันนี้ก็เพื่อที่จะบอกว่าตัวนางนั้นทำถูกต้องแล้ว...?

นี่หมายความว่าอย่างไรกัน หรือว่าคราวหน้าหลังยังอยากจะให้นางสั่งสอนหยางอวี้หลินนั่นอีก? ช่างเป็นครอบครัวที่ผิดปกติเสียจริง

ซูเหลียนอวิ้นได้รับการสั่งสอนถ่ายทอดจากคนในตระกูลซูมาเป็นอย่างดี เรื่องกับการให้ความสำคัญกับในเรื่องการปกป้องคนในครอบครัวไว้ก่อน ไม่ว่าคนในครอบครัวจะก่อเรื่องอะไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ไม่ว่าคนอื่นจะว่าอย่างไรจะพูดอย่างไร คนในครอบครัวจะต้องคอยยืนอยู่ข้างหลังเสมอ มิเช่นนั้นจะมีคนในครอบครัวไว้เพื่ออะไรทำไมกัน? ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกที่ซูเหลียนอวิ้นเห็นว่าบนโลกใบนี้มีพี่ชายที่ทำเช่นนี้กับน้องสาวแท้ๆ ของตนด้วย...

ครั้นและเมื่อนึกถึงท่าทางการพูดจากะลิ้มกะเหลี่ยหยอกเย้ากระเซ้าแหย่ของชายผู้นั้นเมื่อครู่ ยิ่งทำให้นางบังเกิดความรู้สึกดูถูดูแคลนขยะแขยงกขยะแขยงมากขึ้นไปอีก

การสนทนาของซูเหลียนอวิ้นกับหยางอวี้ฉินเมื่อครู่อยู่ในสายตาของคนจำนวนไม่น้อย แต่ยังดีที่ทั้งสองพูดคุยกันตอนกลางวันที่มีผู้คนรายล้อมอยู่มากมายและไม่ได้ทำอะไรไม่ถูกต้อง ทำให้คนอื่นไม่ค่อยใส่ใจมากนัก ทว่ายังคงมีคนจำพวกที่ชอบข่าวซุบซิบนินทาคอยแอบฟังอยู่และได้ยินทุกอย่างชัดเจน ตอนนี้เมื่อเห็นท่าทางหยางอวี้ฉินที่ยืนเก้กังชวนหัวเราะหัวล่อก็หันกลับไปมองหยางอวี้หลินอีกครา นี่จึงยิ่งยืนยันได้ว่าคนคู่นี้สมแล้วที่เป็นพี่น้องท้องเดียวกัน

ต้วนเฉินเซวียนก็เป็นอีกหนึ่งคนที่แอบฟังข่าวซุบซิบนั้นอยู่ เขายกมือลูบคาง แววตาของเขาไม่แสดงความรู้สึกใด ทว่ากลับพึมพำออกมาว่า "ซูเหลียนอวิ้นชักเริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ..."

เรื่องราวเมื่อวานเขาเองก็พอได้ยินมาบ้าง แต่เขากลับมิได้เชื่อในสิ่งที่ตาเห็นเสมอไป ดังนั้นจึงยังคงสงสัยอยู่ ตอนนี้เมื่อได้เห็นการแสดงเขี้ยวเล็บราวกับแมวของซูเหลียนอวิ้น เช่นนี้ก็คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นคงไม่ได้เป็นแค่ข่าวโคมลอยอีกต่อไป

"เจ้า!"

เมื่อหยางอวี้ฉินได้สติกลับมาก็หมุนตัวกลับแล้วรีบสืบเท้าก้าวไล่ตามซูเหลียนอวิ้นไป บุรุษย่อมก้าวเท้ายาวกว่า เพียงไม่กี่ก้าวก็ตามซูเหลียนอวิ้นทัน แถมตอนนี้ยังอยู่ห่างจากห้องเรียนมาไกลระยะหนึ่งแล้ว ทิวทัศน์รอบด้านก็มีเงาไม้น้อยใหญ่บดบัง จึงทำให้ไม่มีผู้ใดมองเห็นคนที่อยู่บริเวณนี้ได้

ชายผู้นี้เมื่อเห็นว่ารอบกายไร้ผู้คน เขาก็ไม่จำเป็นต้องสงวนท่าทีอะไรอีกต่อไป จึงรุดเดินไปข้างหน้าแล้วคว้าแขนด้านซ้ายของซูเหลียนอวิ้นเอาไว้มา ตอนนั้นเองที่เขาเริ่มแสดงสีหน้าท่าทางต่างไปจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุร้าย "ข้าให้เกียรติเจ้าแต่เจ้ากลับไม่ไว้หน้าข้า! ข้าพูดกับเจ้าดีๆ แต่เจ้ากลับกล้าแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมารึ?"

ขณะที่หลีมู่กำลังตื่นตระหนกอยากตะโกนร้องเรียกให้คนมาช่วย หยางอวี้ฉินก็หันมาตวาดใส่หลีมู่

"เจ้าตะโกนเลย ยิ่งเรียกคนมาเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี คิดดูเถอะว่าคุณหนูของเจ้ากับบุรุษอย่างข้ามายืนลับๆ ล่อๆ อยู่ด้วยกันตรงนี้ ต่อให้มีคนมามากเท่าไหร่ข้าก็ไม่กลัว"

หลีมู่ได้ยินดังนี้จำต้องกลืนคำพูดที่กำลังจะหลุดออกจากปากลงไป ราวกับไม่รู้ว่าจะเรียกคนมาช่วยอย่างไรดี คำพูดของเขาก็มิผิด หากผู้อื่นมาพบเห็นคุณหนูอยู่กับชายแปลกหน้าสองต่อสองในท่าทางฉุดกระชากลากถูกันเช่นนี้อีก ไม่รู้ว่าวันถัดไปจะมีข่าวลือเสียๆ หายๆ ออกไปว่าอย่างไรบ้าง แต่หากปล่อยไว้เช่นนี้คุณหนูของนางจะทำอย่างไร!

devc-f151cfae-33034ลิขิตกลกาล: Chapter 020 ตอนที่ 20