ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 005 ตอนที่ 5
บทที่ 5 ท่านแม่ หากท่านตาย ใครจะป้อนนมข้า?
เหล่าจินลูบเคราทั้งสองข้างของเขาที่อยู่บนริมฝีปาก ราวกับว่ายิ้มและไม่ยิ้มเอ่ยขึ้น “นายท่านวางแผนมาเนิ่นนานเช่นนั้น ในที่สุดก็บีบให้ปีศาจเฒ่าแห่งทะเลดำผู้ที่ปิดบังชื่อแซ่สิบกว่าปีออกมา ทว่าตอนที่ปีศาจเฒ่าแห่งทะเลดำตายมีเพียงแค่นายท่านและเด็กสาวผู้นี้อยู่ในสถานที่เกิดไฟไหม้ ตอนนี้ไม่มีผู้ใดรู้ว่าขณะนั้นเกิดอะไรขึ้น คุณชายได้สิ่งที่พวกเราต้องการแล้วหรือไม่ เด็กสาวผู้นี้มองเห็นหรือรู้อะไรหรือเปล่า”
แสงอันเย็นเยือกจากสายตาของจินเย่าไม่ลดน้อยลง “ขณะนั้นเมื่อนางเห็นพวกเราก็หนี จะต้องรู้อะไรสักอย่างจากปีศาจเฒ่าแห่งทะเลดำนั่น ข้าว่านำตัวนางไปขังในคุกใต้ดินสักสองสามคืน จะต้องยอมสารภาพออกมาอย่างแน่นอน!”
ท่านป้าจินกลับบ่นพึมพำแล้วส่ายหน้า “ตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรเด็กสาวผู้นี้ได้ นายท่านเพียงแต่ไม่มีความทรงจำหลังจากอายุสิบสาม นั่นก็คือมีความเป็นไปได้ว่าเขาคิดว่าตัวเองอายุเพียงแค่สิบสาม ทว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนที่นายท่านอายุสิบสามและความสามารถของเขาในเวลานั้น พวกเจ้าลืมไปแล้วหรือ?”
เหล่าจินและจินเย่าทั้งสองได้ยินดังนั้น ล้วนสีหน้าเปลี่ยน ราวกับนึกเรื่องอะไรที่น่ากลัวอย่างยิ่ง
บรรยากาศเย็นลงในชั่วพริบตา
มองไปที่คนสองคนซึ่งอยู่ในที่ไกลๆ ครู่หนึ่ง ดวงตารูปสามเหลี่ยมของเหล่าจินประกายหม่นลง ทอดถอนใจเบาๆ “ช่างเถอะ สถานการณ์ของนายท่านไม่มั่นคงเป็นอย่างมาก ผู้ใดก็ไม่อาจรู้ได้ว่านายท่านจะกลับคืนสู่สภาพเดิมเมื่อไร พวกเราคอยจับตาดูไปก่อนเถอะ”
จินเย่าหัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “ข้าเชื่อว่ายังไงนางก็ไม่รอดจากเงื้อมมือของพวกเรา“
ผู้คนทั้งหลายต่างจับจ้องไปยังคนสองคนซึ่งอยู่ในที่ไกลอย่างเย็นชา ทั้งหมดต่างก็เงียบลง
……
เด็กอายุสิบสามคนหนึ่งควรจะเป็นอย่างไรน่ะหรือ?
ฉู่อวี๋เท้าคางนั่งลงบนเตียงของคนงาม มองไปยังท้องฟ้าสีครามนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ชาติที่แล้วกับชาตินี้รวมกันก็นับว่านางมีชีวิตอยู่หลายสิบปีแล้ว แต่นางเชื่อว่าเด็กอายุสิบสามปกติจะไม่เหมือนเด็กที่อยู่ตรงหน้านี้อย่างแน่นอน เด็กผู้ซึ่งขนาดหมาแมวยังรังเกียจ เทพเจ้าแม้กระทั่งผีก็ยังเกลียด!
“ท่านแม่ แสงแดดในฤดูใบไม้ร่วงยังคงร้อน ทว่าลมฤดูใบไม้ร่วงกลับเย็น ท่านต้องระวังเป็นหวัด” เสียงของเขาตามด้วยเสื้อบางตัวหนึ่งคลุมลงมาบนไหล่ของนาง
คนงามอย่างหาที่เปรียบมิได้อยู่ด้านข้าง น้ำเสียงอันอ่อนโยนนุ่มนวล การเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นความโชคดีที่ผู้คนมากมายล้วนแสวงหา
แต่ทว่า...
“ถ้าหากเป็นหวัดแล้ว ตัวของท่านแม่ก็จะไม่มีเนื้อ ร่างกายแห้งเหี่ยวราวกับฟืน ไม่แน่ว่าอาจจะตายได้ เช่นนั้นก็ไม่มีท่านแม่ป้อนนมฉินเซิงแล้ว” ฉินเซิงถอดทอดใจเบาๆ ครั้งหนึ่ง
ฉู่อวี๋กลอกตา “เจ้าสิจึงจะตาย ตายไปทั้งครอบครัว!”
แล้วก็ คุณชายฉินท่านหมกมุ่นต่อการหาคนป้อนนมท่านมากเพียงใด?
ทุกครั้งที่ฉินเซิงยื่นใบหน้าที่ราวกับเทพตกสวรรค์พูดในสิ่งที่เต็มไปด้วยความปัญญาอ่อนทั้งยังไม่ปกติ นางล้วนรู้สึกร่างกายไร้เรี่ยวแรง
ฉินเซิงพูดจบ ถือผ้าห่มผืนหนึ่งที่เป็นผ้าแพร ราวกับว่ามองไม่เห็นการต่อสู้ดิ้นรนของใครบางคน ห่มให้นางอย่างช้าๆ จนกลายเป็นจักจั่นดักแด้
หลังจากที่ฉู่อวี๋ดิ้นไปดิ้นมาเท่าไรก็ไม่เป็นผลแล้ว เช่นนั้นก็เลิกพยายามไปเสียเลย เพียงแค่มองไปยังท้องฟ้า ลอบถอดทอนใจ
ทุกครั้งที่เด็กปัญญาอ่อนนี่เอาจริงเอาจัง เวลาที่ใบหน้าอ่อนโยนสุขุมนั้นพูดสิ่งที่ทำให้โมโหจนแทบจะบ้าตาย นางล้วนไม่รู้ว่าเขาโง่จริงหรือว่าแกล้งโง่
บางครั้งนางไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเทพผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งอยู่ตรงหน้านี้กำลังหยอกนางเล่นหรือไม่ แก้แค้นที่นางใช้ก้อนหินทุบศีรษะของเขา
ถึงแม้ว่าเขาจะจำเรื่องราวหลังอายุสิบสามไม่ได้ นอกจากมองไปยังท้องฟ้าเงียบๆ อย่างเหม่อลอยบ่อยๆ แล้ว กิริยาท่าทางกลับมีน้อยครั้งที่จะแสดงถึงความปัญญาอ่อน
สิ่งเดียวที่ทำให้ผู้คนทั้งหลายแทบจะกระอักเลือดก็คือ หลังจากที่เขาได้รับบาดเจ็บแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่สนใจ ทุกๆ วันคอยแต่จะตามนางทุกการเคลื่อนไหว ดึงดันที่จะตะโกนเรียกเด็กสาวที่เพียงแค่มองก็รู้ว่าอายุน้อยกว่าเขาว่าท่านแม่ รูปร่างหน้าตาและน้ำเสียงเช่นนั้น จริงใจจนน่าลำบากใจจริงๆ
จริงใจเสียจนกระทั่งบางครั้งนางยังสงสัยตัวเองว่าตัวเองลืมว่าเคยมีลูกหรือเปล่า...
ฉู่อวี๋แอบกลอกตา นางไม่คิดว่าจะมีเหตุผลหรือเรื่องอะไรที่ทำให้เจ้าบ้านตระกูลฉิน ลักษณะท่าทางที่ดูราวกับเทพตกสวรรค์เช่นนั้น ทว่ากลับเป็นจอมปีศาจที่ทำให้เกิดภูเขาศพทะเลสาบเลือด
ดังนั้น เขาจะต้องปัญญาอ่อนไปแล้วแน่นอน!
ทันใดนั้นฉินเซิงก็เงยหน้าขึ้น มองดวงตาที่งดงามเป็นประกายระยิบระยิบของฉู่อวี๋ แสงอ่อนๆ ยามราตรี คล้ายดวงจันทร์ที่ตกลงสู่ท้องทะเล ยาวไกลไร้ขอบเขต
ฉู่อวี๋ชะงักเล็กน้อย เกือบจะนึกว่าเขากลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว
เป็นเวลาเนิ่นนาน ฉินเซิงจึงจะเอ่ยขึ้นอย่างเบาๆ ช้าๆ “ข้าจะไม่ยอมให้ท่านแม่ตายง่ายๆ อย่างแน่นอน เซิงเอ๋อร์ยังต้องปรนนิบัติท่านแม่จนถึงตอนแก่”
พูดจบ ร่างกายของเขาก็เอนลง นอนบนขาของนางโดยไม่บอกกล่าว ปิดตาลงพักผ่อนชั่วขณะ
ฉู่อวี๋รู้สึกเพียงแค่มีลูกธนูที่ลอบยิงปักเข้าตรงกลางใจดังจึก แทบจะกระอักเลือดออกมา “เจ้า ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”
บุรุษสตรีมิควรใกล้ชิดกัน นางก็คงไม่ตายง่ายๆ ยิ่งไม่ต้องการให้เขามาปรนนิบัติจนถึงตอนแก่ด้วย!
ฉู่อวี๋ตั้งใจที่จะถีบคนที่นอนอยู่บนขาของตัวเองลงพื้น ทันใดนั้นมือเรียวขาวราวกับหยกวางลงบนเข่าของนางอย่างนุ่มนวล ฉินเซิงพึมพำเบาๆ น้ำเสียงนุ่มนวลราวกับสายลมอบอุ่นหมอกบางๆ “อย่าขยับ ข้าปกป้องเจ้าเอง”
อุณหภูมิตรงปลายนิ้วของเขาทะลุกางเกงบางๆ ผ่านผิวมายังเข่า อุณหภูมิที่ไม่คุ้นเคยนั่นทำให้ฉู่อวี๋สงบนิ่งอย่างแปลกประหลาด
ดวงตาของนางหลุบลง มองใบหน้าอันงดงามอย่างหาที่เปรียบมิได้ที่พิงอยู่บนตักของตัวเองอย่างเงียบๆ ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ สายลมเย็นสบายพัดผ่านทำให้เส้นผมของเขาเลิกขึ้น แสงอาทิตย์อ่อนๆ ส่องลงบนผิวขาวที่ดูโปร่งใสของเขา ทำให้เขาใบหน้าของเขาดูเหมือนว่าถูกปกคลุมด้วยแสงเลือนๆ ขนตายาวราวกับขนนกแห่งอานชี
คนที่หนุนตักของนางนอนหลับสบาย ราวกับประติมากรรมหิมะของพระโพธิสัตว์กวนอิน เย็นสบายราวกับดอกบัว ไม่กินอาหารบนโลกมนุษย์[footnoteRef:1] [1: หมายถึงผู้ที่รักสันโดษ]
ฉู่อวี๋ตกตะลึงเล็กน้อย กระทั่งลมหายใจก็อดไม่ได้ที่จะผ่อนคลายลง
เขาถึงกับกล้าหลับบนตักของนางอย่างสบายใจ?
เขาก็...ไม่กลัวนางจะลงมือฆ่าอีกหรือ?
หรือว่า...เขาลืมทุกอย่างไปแล้วจริงๆ ให้ฆาตกรที่ตั้งใจจะทุบเขาให้ตายอย่างนางมาเป็นท่านแม่?
ฉู่อวี๋เป็นเพราะว่ามีความคิดที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ กล้ามเนื้อบนใบหน้าบิดเบี้ยวในชั่วพริบตา
นางละสายตาไปจากร่างของฉินเซิง ชำเลืองมองไปยังเสา ที่แห่งนั้นมีเงามืดสลัวๆ ถึงแม้ว่าดูเหมือนจะไม่มีคน แต่ว่านางกลับรู้สึกว่ามีคนคอยจับตามองทุกการเคลื่อนไหวของนางอยู่ตลอดเวลา
นางก้มหน้ามองคนงามที่หลับอยู่บนตัก ดวงตากลมโตงดงามเผยความเย็นเยียบแวบหนึ่ง
ช่างเถอะ เวลานี้สถานการณ์แปลกประหลาด นางอยากจะหนีรอดปลอดภัย จำเป็นต้องยืมอำนาจจากเขา คงจะต้องประนีประนอมบ้างเล็กน้อย
ฉู่อวี๋ขยับเอว หาท่วงท่าสบายๆ เอนลงบนเตียงของคนงาม มองใบหน้านิ่งเงียบที่กำลังนอนหลับอยู่บนตักอย่างไม่ละสายตา ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่าความกระวนกระวายใจค่อยๆ สงบลง
อาจจะเป็นเพราะแสงอาทิตย์ดีเกินไป สายลมอ่อนโยนเกินไป ก็อาจจะเป็นเพราะรู้สึกเบื่อหน่าย หรือว่าเป็นเพราะว่าหลายวันมานี้ไม่ค่อยได้ผ่อนคลายเท่าไหร่นัก ฉู่อวี๋นอนหลับบนเตียงของคนงามโดยไม่รู้ตัว
ทว่ารอเวลาที่นางตื่นขึ้นมาอีกครั้ง กลับถูกปลุกด้วยความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นข้างหู
“หญิงสารเลว หญิงสารเลวไร้ยางอาย ถึงกับกล้าขี้นเตียงคุณชายฉิน!”
“แม่นม ทำไมจึงเป็นเช่นนี้!”
“ฮือๆๆ!”
เสียงร้องเรียกอย่างโมโห ปะปนกับเสียงร้องไห้ของสตรีจนกลายเป็นเสียงดังลั่น ฉู่อวี๋รู้สึกเพียงแค่ถูกเสียงดังโวยวายนั่นทำให้ปวดหัว
“หนวกหูเกินไปแล้ว!” นางเพิ่งจะลงจากเตียงอย่างสับสนงุนงง ทว่ากลับถูกคนลากไปอย่างรุนแรง ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ทันได้ระวังก็ล้มลงกับพื้น
ความเจ็บปวดที่ด้านหลังทำให้ฉู่อวี๋ตาเหลือก ภายในเวลาสั้นๆ นางก็ตื่นขึ้นมา เงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าภายในห้องตอนนี้ไม่รู้ว่ามีสตรีกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งมาตั้งแต่เมื่อใด
หญิงสาวทั้งหลายที่ยืนนำอยู่ด้านหน้าล้วนสวมชุดแต่งกายที่ไม่ธรรมดา บริเวณรอบๆ มองแล้วก็น่าจะเป็นหญิงรับใช้ชรา
เพียงแต่ว่าคนกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้ต่างก็จ้องมองนางด้วยความโกรธ
“พวกเจ้าเป็นใคร จะทำอะไร!” ฉู่อวี๋ฝืนทนต่อความเจ็บปวดที่ด้านหลังลุกขึ้นมา ใบหน้าสับสนงงงวยมองไปยังเหล่าสตรีที่อยู่ภายในห้อง
“ทำอะไร? เตียงของนายท่านเจ้านอนได้หรือ!” หญิงชราที่ดูหยาบคายผู้หนึ่งโถมเข้ามา ยกมือขึ้นเตรียมที่จะตบหน้าฉู่อวี๋
ฉู่อวี๋เพิ่งจะตื่น ไม่ทันได้ป้องกันอะไร ทันเพียงแค่เบี่ยงหน้าหลบ ทว่ายังคงถูกหญิงชรานั่นตบ
ฉู่อวี๋เกิดโทสะอย่างทันที ปิดใบหน้าของตัวเอง กลับขาได้ก็ถีบ ถีบไปยังหน้าอกของหญิงชรานั่นอย่างรุนแรง “ไสหัวไปหาท่านแม่เจ้าเถอะ หญิงแก่เจ้าเล่ห์!”
ถึงอย่างไรนางก็เป็นตำรวจมาหลายปี เรียนทักษะการต่อสู้ทั้งต่อยทั้งเตะจากเหล่าหูมาบ้าง ถึงแม้ว่าจะไม่เชี่ยวชาญ แต่ว่าก็พอจะทำให้หญิงชรานั่นกลิ้งไปหลายตลบ
หญิงชราผู้นั้นถูกถีบเสียจนส่งเสียงร้องอย่างอนาถ กุมหน้าอกกลิ้งไปหลายตลบ
การถีบครั้งนี้ของฉู่อวี๋ทำให้เหล่าสตรีที่อยู่ในเหตุการณ์สั่นเทาในชั่วพริบตา
ฉู่อวี๋มองไปยังผู้คนทั้งหลาย มุมปากยกยิ้มอย่างโหดเหี้ยม “ยังมีใครที่อยากจะสั่งสอนข้าอีก?”
หญิงสาวหน้าตางดงามที่อยู่ในชุดสีชมพูมองมาที่นาง ยิ้มเย็น “ได้ยินว่าข้างกายคุณชายฉินมีเด็กสาวสารเลวชอบยั่วยวนเหล่าคุณชายที่เพิ่งมาใหม่ คิดไม่ถึงเลยว่านอกจากเจ้าจะไร้ยางอายแล้ว ยังกล้าใช้ความรุนแรงต่อหน้าเจ้านายทั้งหลายอีก!”
“เจ้านาย?” ดวงตากลมโตของฉู่อวี๋หรี่ลงเล็กน้อย หมุนข้อมือของตนเอง “พวกเจ้าใครเป็นเจ้านายของข้า ลองพูดมาสิ?”
หลายปีมานี้ มีหมาตัวไหนหรือที่อยากจะขึ้นมาเป็นเจ้านายของนาง?
หญิงสาวที่อยู่ในชุดสีชมพูถูกตะคอกเสียงหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะกล่าวต่อองครักษ์ที่อยู่ด้านนอกประตูอย่างเดือดดาล “พวกเจ้ายังจะมัวตะลึงอะไรกันอยู่อีก สั่งสอนหญิงชั้นต่ำนี่ให้ข้า หากตายข้ารับผิดชอบเอง!”
ฉู่อวี๋นิ่งงัน หากรับมือกับสตรีพวกนี้ สิ่งที่นางมีคือความมั่นใจ ทว่าเหล่าองครักษ์ที่มีทักษะในการต่อสู้...
“ขอรับ คุณหนู!” เหล่าองครักษ์ได้ยินดังนั้น รีบยกตะบองพุ่งเข้าไปโจมตีฉู่อวี๋อย่างโหดเหี้ยม เตรียมที่จะทุบลงตรงศีรษะ