ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 015 ตอนที่ 15
บทที่ 15 ใช้อำนาจรังแกคน
บางทีอาจเพราะผ่านความเป็นความตายเมื่อครู่ ทว่ายามเผชิญหน้ากับดวงตาไม่แยแสของคนตรงหน้า จู่ๆ นางกลับก็ไม่อยากใช้แผนการใดอีก
ฉินเซิงก้มศีรษะเล็กน้อยมองนางกลับอย่างเงียบเชียบอยู่สักพัก ริมฝีปากบางของเขาโค้งขึ้น “วางแผนอะไรหรือ”
น้ำเสียงของเขาสงบมาก สีหน้าก็เรียบเฉย ถึงขั้นแฝงความประหม่าและไม่หวาดหวั่นสิ่งใด
ฉู่อวี๋ผงะพลางมองไปที่ดวงตาสีอำพันกระจ่างของเขา ชั่วขณะนั้นนางไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร “ข้า...”
“ท่านอาจจะไปจากเซิงเอ๋อร์หรือ” ‘เด็กผู้ชาย’ ที่อยู่เบื้องหน้า เอ่ยถามขึ้นทันใด ราวกับในน้ำเสียงมีบางอย่างที่แปลกประหลาดคล้ายกับความโดดเดี่ยวอยู่ในนั้น
ฉู่อวี๋ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง นางส่ายหัวอย่างเชื่องช้า
ทันใดนั้นฉินเซิงก็ยื่นมือมาจับมือนางไว้ แล้วกอดนางไว้ในอ้อมแขน นางได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างน่าพอใจอยู่เหนือหัวของนาง “อืม เช่นนั้นก็วางแผนเถิด”
ร่างของฉู่อวี๋สั่นไหวเล็กน้อย สุดท้ายก็ยังกัดริมฝีปาก นางได้กลิ่นหอมของต้นไม้ กลิ่นน้ำสะอาดหลงเหลืออยู่ที่ปลายจมูก หัวใจยังคงสับสนเพราะอ้อมแขนของอีกฝ่าย
ทว่าใจนางนั้น กลับมีสองคำลอยมาอย่างอธิบายไม่ได้...เวรกรรม
…
เจ็ดวันต่อมา
สวนในเรือนเฟิวเย่ว์ยังคงเขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้ อบอวลด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ ทว่าเพราะฤดูกาลผ่านไปดอกไม้ใบหญ้าในเรือนกระจกจึงเหี่ยวเฉาลงอย่างเห็นได้ชัด
ศาลาทรงแปดเหลี่ยมกระจกสีเขียวครามในสวนเต็มไปด้วยไอน้ำลอยละล่อง ร่างอรชรชวนหลงใหลกำลังจับพัด พัดเตาขนาดเล็กเบาๆ มองดูไฟในเตาค่อยๆ ลุกโชนขึ้น หม้อเล็กบนเตาปล่อยควันลอยฟุ้ง
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองร่างเพรียวที่ก้าวสู่ศาลาอย่างเชื่องช้าแล้วยิ้มหวาน “แม่นางฉู่ ข้าคิดว่าเจ้าจะไม่มาเสียแล้ว นึกไม่ถึงว่าท่านป้าจินจะปล่อยเจ้าออกมา รออีกประเดี๋ยว ข้าต้มน้ำแร่เสร็จจะชงชาชุ่ยอวี้ให้เจ้าสักจอก ลองชิมฝีมือของข้านะ”
ฉู่อวี๋สังเกตฮูหยินรองหลิ่วในวันนี้ นางทำผมทรงเฟยเซียนจี้ กลัดหยกฉลุลายดอกโบตั๋นสีเขียวอ่อนสวยงาม ต่างหูจี้มุกขนาดเท่านิ้วก้อย บนกายสวมทับด้วยผ้าคลุมสีแดงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นแขนยาว กระโปรงผ้าแพรต่วนลายดอกบัวและหงส์สีคราม ยิ่งล้อมรอบด้วยมวลดอกไม้ทำให้นางดูงดงาม และไม่อาจปกปิดความเฉลียวฉลาดบนกลางผากของนางได้ นับว่ามีหน้าตาของประมุขหญิงที่เก่งกาจ
ฉู่อวี๋เลิกคิ้ว “ฮูหยินรองชงชาให้ฉู่อวี้ด้วยตนเองเลยหรือ ถือเป็นเกียรติมากเจ้าค่ะ”
เมื่อนางมาถึงก็พบว่าฮูหยินรองหลิ่วได้ส่งสาวใช้และเหล่าหมอมอออกไปหมดแล้ว ส่วนฮูหยินรองหลิ่วกลับแทนตัวเองว่า ‘ข้าน้อย’ ด้วยท่าทางนอบน้อมไม่น้อย
การเย้ยหยันของนางไม่ได้ทำให้ฮูหยินรองหลิ่วรำคาญแต่อย่างใด นางยกหม้อเล็กลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวังแล้วยิ้มพลางเอ่ยว่า “แม่นางฉู่ช่วยข้าน้อยมากมายนัก รินชาขอบคุณด้วยตัวเองนับเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว”
พูดจบ นางก็แสดงศิลปะการชงชาอย่างสง่างาม ก่อนรินชาหนึ่งถ้วยแล้วนำมาวางตรงหน้าฉู่อวี๋ นิ้วเคลือบสีทาเล็บชี้เปรียบเทียบของว่างที่งดงามตระการตาสองจานบนโต๊ะพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ของว่างสองจานนี้ได้พ่อครัวที่เกษียณจากในวังทำให้ คิดว่าในเรือนเฉียนคุนคงไม่มีเช่นกัน”
ฉู่อวี๋ได้กลิ่นชาคละคลุ้ง แต่นางก็รับมันอย่างไม่เกรงใจ “หอมลึกสู่ปอด ยามดื่มได้รสฝาดปนหวานกลิ่นหอมหวนยาวนาน ฮูหยินรองหลิ่ว ชานี้ไม่เลวเลย”
พูดจบนางก็ดื่มไปอึกใหญ่
ฮูหยินรองพินิจนางรอบหนึ่ง ยิ้มพูด “แม่นางฉู่ตรงไปตรงมาจริงๆ ด้วย ดูแล้วคล้ายกับคนที่กำเนิดในยุทธภพ ไม่เคยคิดว่ามีประสบการณ์เรื่องธรรมเนียมชาด้วย เห็นแม่นางพูดจาคล่องแคล่วทว่าก็เหมือนปัญญาชนเช่นกัน นับว่าเปิดหูเปิดตาข้าดีแท้”
เดิมทีนางต้องการใช้ฉู่อวี๋ครอบครองป้ายของประมุขตระกูลฉิน ทว่านางไม่ได้ต้องการเพียงฉู่อวี๋เอาสิ่งของจากฉินเซิงเท่านั้น ยังมีความสามารถสั่งฉินเซิงให้ถอดถอนคนในเรือนเฉียนคุนและคอยส่งข่าวให้หน่วยสอดแหนมนอกเรื่องเฉียนคุนด้วย
เรือนเฉียนคุนป้องกันทุกคน แต่คงป้องกันนายตัวเองไม่ได้
ฮูหยินรองหลิ่วก้มหน้าจิบชา ดวงตานางเป็นประกายสดใส แม่เด็กแซ่ฉู่คนนี้มีความสามารถใดกันถึงมีผลกระทบต่อฉินเซิงได้ หากต่อไปใช้ประโยชน์จากนางอย่างเหมาะสม...
“ฮูหยินรองหยั่งเชิงชาติกำเนิดข้าเช่นนี้ หรือกำลังคิดจะใช้หมากอย่างข้าให้เต็มที่ล่ะเจ้าคะ” จู่ๆ ฉู่อวี๋วางจอกชาลง เอ่ยเนิบนาบ
คนที่กำเนิดในยุทธภพอะไรกัน พูดตรงๆ ว่านางไม่มีชาติกำเนิดสูงส่งก็จบแล้ว
ฮูหยินรองหลิ่วกำเนิดในตระกูลใหญ่ด้านการค้า การพูดจึงไม่เหมือนการพูดในที่ราชการที่วาจาซับซ้อนทว่าอ้อมค้อม นางใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดริมฝีปาก “เหอะๆ แม่นางฉู่ เป็นเพียงธุรกิจที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เจ้าช่วยข้า ข้าช่วยเจ้า เหตุใดต้องเอ่ยวาจาไม่รื่นหูเช่นนั้นด้วย”
ฉู่อวี๋ชันแก้มอย่างเกียจคร้าน หยิบของว่างบนโต๊ะยัดเข้าปากโดยไม่บอกกล่าว “ท่านป้าหลิ่ว คนตรงไปตรงมาอย่างเราไม่พูดจาคลุมเครือ เช่นนั้นท่านก็ไม่น่าสนใจแล้ว”
ท่านป้า...ท่านป้าหลิ่วงั้นหรอ
ที่ผ่านมาผู้คนต่างชื่นชมนางว่างดงามอ่อนเยาว์ แต่ยายเด็กบ้านี่กลับเรียกนางว่าท่านป้า!?
ฮูหยินรองหลิ่วหน้าเขียวคล้ำ ยกมือสัมผัสหน้าโดยสัญชาตญาณ สัมผัสได้แต่ผิวหน้าอ่อนนุ่มละเอียดละออ ก่อนมองใบหน้าเล็กจืดชืดดำคล้ำของฉู่อวี๋ พยายามอดกลั้นความโกรธไว้ ยิ้มเย็นประดับบนใบหน้า “แม่นางฉู่ เจ้ากำลังพูดอะไร ข้าน้อยหาได้เข้าใจไม่”
ฉู่อวี๋เอียงตามองนาง “ฮูหยินรองหลิ่วเป็นคนฉลาด อย่าได้มัวแต่คิดว่าผู้อื่นเบาปัญญาเลยเจ้าค่ะ ครั้งก่อนท่านเข้าเรือนเฉียนคุนติดต่อข้าด้วยตนเอง ท่าทางตั้งใจเช่นนั้นเกรงว่าคงกังวลว่าพวกท่านป้าจินจะไม่รู้ว่าท่านกับข้าลักลอบ ‘สมคบคิด’ กันอยู่ล่ะสิ”
คนของสำนักเย่าตั้งใจปล่อยเบ็ดยาวเพื่อตกปลาด้วยการปล่อยให้ฮูหยินรองหลิ่วเข้าเรือนเฉียนคุนได้ ไหนเลยฮูหยินรองหลิ่วจะไม่ใช้แผนซ้อนแผน ให้คนของเรือนเฉียนคุนที่ไม่เคยคิดจะปล่อยนาง ตัดสินใจฆ่านางในที่สุด ทำให้นางฉู่อวี๋หมดหนทางต้องร่วมมือกับบ้านรองและบ้านสามแห่งตระกูลฉิน
ฮูหยินรองหลิ่วตกใจ ทว่าสีหน้ายังราบเรียบมองฉู่อวี่เผยยิ้มบาง “แม่นางฉู่เข้าใจข้าน้อยผิดไปเสียแล้ว”
“พอเถอะ ท่านป้าหลิ่ว ข้าก็ไม่ได้มาคิดบัญชีกับท่าน ท่านเลิกเปลืองแรงหยั่งเชิงข้าได้แล้ว ข้าเพียงอยากถามท่านว่าเรื่องที่ท่านรับปากว่าจะพาข้าออกจากเรือนเฉียนได้ความว่าอย่างไรบ้าง เรือนเฉียนคุนสถานที่เช่นนั้นข้าอยู่ต่อไม่ได้แล้ว” ฉู่อวี๋โบกมืออย่างคร้านจะอดทน นางรำคาญท่าทางแสแสร้งจอมปลอมพวกนี้เต็มที ทักษะการพูดโกหกตาไม่ขยิบนับว่าสูงกว่านางนัก โกหกได้ไม่มีเหนื่อยเลย
ฮูหยินรองหลิ่วต้องบาดใจเพราะ ‘ท่านป้าหลิ่ว’ คำนี้อีกครั้ง ยิ่งถูกฉู่อวี๋พูดจาข่มขู่ใบหน้านางยิ่งเขียวคล้ำ นิ้วเคลือบสีทาเล็บขยำผ้าเช็ดหน้าแน่น ดีขึ้นหน่อยถึงเอ่ยด้วยใบหน้าแข็งเกร็ง “แม่นางฉู่ เจ้าก็รู้ว่าเรื่องนี้หาได้ง่ายดายไม่”
ฉู่อวี๋เอียงหน้ามองฮูหยินรองหลิ่วก่อนยิ้มเยาะมุมปาก สายตาแปลกประหลาดทำให้ฮูหยินรองรู้สึกไม่ปลอดภัย
ฉู่อวี๋เอ่ยเนิบนาบ “ฮูหยินรองหลิ่วคิดจะกลับคำแล้วต่อรองกับข้างั้นหรือ เช่นนั้นก็ช่างเถอะ ถึงแม้จะมอบป้ายคำสั่งของคุณชายฉินให้ท่านแล้ว แต่ได้ยินว่าท่านป้าจินยังไม่ส่งมอบบัญชีนี่เจ้าคะ หากคุณชายสามกลับคำเวลานี้ ดูท่าแล้วหนทางนายท่านหญิงแห่งตระกูลของฮูหยินรองคงยากยิ่งขึ้นแล้วเจ้าค่ะ”
พูดจบนางก็ลุกขึ้นเดินจากไป ราวกับไม่อยากสนทนากับฮูหยินรองอีก
ฮูหยินรองหลิ่วตกใจโดยไม่สนใจว่าพ่อค้าควรต่อราคาคืนอย่างไรอีก ลุกขึ้นพลางเอ่ยอย่างเร่งรีบ “ช้าก่อน ถึงแม้ข้าน้อยไม่อาจช่วยเจ้าหลบหนีจากการควบคุมของเรือนเฉียนคุนได้ แต่ข้าน้อยได้เกลี้ยกล่อมนายท่านใหญ่อนุญาตให้เจ้าใช้ฐานะน้องสาวของฮูหยินใหญ่ฉินผู้ล่วงลับไปแล้วเข้าไปสถานศึกษาของตระกูลฉินได้ สถานศึกษาของตระกูลฉินตั้งอยู่ที่สำนักศึกษาเฟยเฮ่อที่เจียงหนาน ไม่ได้อยู่ในจวน เมื่อเจ้าเข้าสู่สถานศึกษาของตระกูลฉินแล้ว อยากหลบหนีจากการควบคุมของเรือนเฉียนคุนย่อมง่ายกว่าในจวนเยอะกระมัง”
เมื่อเห็นท่าทางไม่เชื่อถือนางของฉู่อวี๋จึงกัดฟันพูดเสริมอีกประโยค “ท่านป้าจินอนุญาตแล้ว”
ฉู่อวี๋ลูบคางพลางคิดแล้วหันไปยิ้มร่าให้ฮูหยินรอง “ท่านป้าหลิ่วช่างเป็นคนที่ทำการค้าเปิดเผยเสียจริง เช่นนั้นข้าจะรอ ท่านห้ามหลอกข้าเชียว หากเรื่องไม่สำเร็จ...”
ทั้งๆ ที่จัดการธุระเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังวางแผนเอาผลประโยชน์จากตัวนาง ถึงนางจะเป็นเพียงปลาน้อย แต่ประโยชน์อาจคำนวนได้ไม่น้อยเลยด้วยซ้ำ
นางเหลือบมองใบหน้าเย็นชาของฮูหยินรองหลิ่วพลางกรอกตากลมโต จู่ๆ ก็เอ่ยเสียงเบาข้างหูฮูหยินรอง “ตระกูลไม่ได้มีแค่ป้ายหยกของนายท่านเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ท่านป้าหลิ่วรู้หรือไม่”
พูดจบฉู่อวี๋ก็ลุกขึ้นโดยไม่ใส่ใจสีหน้าราวกับโดยสายฟ้าฟาดจนมึนงงของฮูหยินรอง และไม่สนใจสายตาอาฆาตจากเงาทมิฬที่อยู่ตามเงามืดที่จดจ้องนางอยู่ด้านหลัง นางเพียงกวาดของว่างวิจิตรตระการตาสองจานบนโต๊ะทั้งหมดใส่ห่อผ้า เก็บของแล้วเดินจากไปอย่างสง่างาม
เมื่อเดินไปไกลแล้ว นางยังได้ยินเสียงฮูหยินรองหลิ่วกัดฟันพลางเอ่ยเสียงเบา “ฉู่อวี๋ เจ้าอย่าใช้อำนาจรังแกคนให้มากนักนะ”
นางเดินยัดขนมเข้าปากไปตลอดทาง ส่งเสียงเหอะแผ่วเบา
จระเข้ยักษ์สองฝ่ายชิงอำนาจ โดยไม่สนใจว่าปลาน้อยจะเป็นหรือตาย วางแผนกับชีวิตนาง เห็นนางเป็นคนโง่ ก็อย่าโทษที่ปลาฟันยาวอย่างนางจะกัดคนไปทั่ว
อีกอย่างที่นี่ใช้อำนาจรังแกคนหาใช่เรื่องแปลก มีอำนาจแล้วไม่สู้ต่างหากที่โง่งม!