ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ

ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 016 ตอนที่ 16

#16Chapter 016

บทที่ 16 ผักกวางตุ้งแสนรันทด

เมื่อฉู่อวี๋หายไปสุดทางเดินแล้ว สีหน้าของฮูหยินรองหลิ่วเคร่งขรึม หน้าตางามพริ้งเหลือเพียงความเย็นชา ผ้าเช็ดหน้าในมือถูกขยำจนขาดรุ่ย

ในเรือนเฟิงเย่ว์ไม่มีใครกล้ารับหน้า สาวใช้และเหล่าหมอมอในเรือนต่างรู้ดีว่าฮูหยินที่ดูราวกับยิ้มแย้มเป็นคนใจกว้างตลอดเวลาผู้นี้

ทว่าความเป็นจริงแล้วนางโหดเหี้ยมมาก ฮูหยินรองไม่เคยออมมือในการสังหารกำจัดพวกไร้ประโยชน์หรือคนทำผิดเลยสักครั้ง ทั้งยังมีสารพัดวิธี มิเช่นนั้นนางคงไม่ควบคุมบ้านรองทั้งหลังได้นานหลายปี ทำให้นายท่านรองไม่กล้าปล่อยคนในเรือน

ฮูหยินโกรธเช่นนี้ ใครช่างกล้าทำให้นางไม่พอใจได้?

นายท่านรองฉินเห็นสาวใช้และเหล่าหมอมอยืนอยู่ไกลๆ ด้วยท่าทางร้อนรนและไม่กล้าเข้าหา ก็เข้าใจแจ่มแจ้งก่อนยิ้มร่าไปหานาง “ฮูหยินเป็นอะไรหรือ ทำเอาบ่าวรับใช้ในเรือนหวาดกลัวจนไม่กล้าเข้ามาเลย”

ฮูหยินรองหลิ่วมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “ท่านพี่ช่างใจกว้างนัก”

นายท่านรองฉินกำมืออ้วนช่วยทุบไหล่ให้ฮูหยินรองหลิ่ว “ฉู่อวี๋ผู้นั้นทำให้ฮูหยินอารมณ์เสียก็ช่างมันเถิด แต่คนที่ใช้ประโยชน์จากฉินเซิงได้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ ฮูหยินเตรียมใจไว้บ้างก็ดี”

เพียงเห็นเขาก็คาดเดาได้ว่าฮูหยินรองเอาหมากอย่างฉู่อวี๋มาไว้ในมือตามแผนไม่ได้

คำพูดของสามีทำให้ฮูหยินรองอารมณ์เย็นลงจากความอึดอัดเมื่อครู่ก่อนเอ่ยเสียงเย็น “แม่สาวคนนั้นปลิ้นปล่อนนัก ไม่รู้ในเรือนเฉียนคุนมีคนเช่นนี้ได้อย่างไร”

คนในเรือนเฉียนคุนปิดที่มาของฉู่อวี๋ไว้มิดชิด ตัวนางสืบไม่พบจึงยิ่งมองชาติกำเนิดของฉู่อวี๋ไม่ออก เพียงแต่รู้สึกว่าคำพูดคำจาของสาวน้อยผู้นี้ประหลาดพิกล จะว่ารูปแบบการพูดของนางไม่ได้สูงส่ง ทว่าในคำพูดนางกลับมีแบบแผน แสดงให้เห็นว่าเป็นคนมีการศึกษา

แม้จะพูดว่านางมีชาติกำเนิดที่ไม่เลว ทว่าการกระทำของนางกลับแฝงความอันธพาลไม่เกรงกลัวผู้ใด เหมือนคนที่เกิดในสถานที่อโคจร

โดยเฉพาะเวลายายเด็กน่ารังเกียจพูดจาช่างหยาบคายสิ้นดี ไม่ต้องพูดถึงตระกูลขุนนางร่ำรวยทรงอิทธิพลเลย แม้แต่พ่อค้าเหม็นกลิ่นเงินชกต่อยกันก็ยังมีวิธีที่อ้อมค้อม ทว่ายายเด็กนั่นกลับมาถือกระบองทุบตีกันตรงๆ บีบให้นางเสียหลักไปชั่วขณะ จนไม่ทันใช้วาจาหลอกลวงเลย

นายท่านรองฉินฉายแววประหลาดใจ ตั้งแต่เล็กฮูหยินรองหลิ่วติดตามพ่อตาของเขาขึ้นเหนือล่องใต้ พบเจอผู้คนมากมาย ดั่งเช่นความกดดันที่กดหัวของทุกคนในเรือนเฉียนคุนและนายท่านฉินเซิงผู้อันตรายยากเกินคาดเดา ฮูหยินรองหลิ่วมองไม่ออกก็ยังพอว่า

ทว่าครั้งนี้ฮูหยินรองหลิ่วกลับเดาเด็กสาวที่ดูธรรมดาไม่มีสิ่งใดแปลกคนนี้ไม่ออก?

นายท่านรองฉินเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ฮูหยินคิดจะทำอย่างไรหรือ”

สีหน้าของฮูหยินรองหลิ่วเย็นยะเยือกลงหลายส่วน พอนึกถึงข้อมูลที่ฉู่อวี๋เปิดเผยในวันนี้ จู่ๆ สีหน้าก็เคร่งขรึมพลางบีบถ้วยในมือแน่น “จะทำเช่นไรได้ล่ะเจ้าคะ พอนึกถึงข้อมูลที่ฉู่อวี๋เปิดเผยในวันนี้ ยายเด็กน่าตายผู้นั้นทิ้งไพ่เอาไว้ พวกเราก็ทำตามสัญญาที่ให้กับยายเด็กน่าตายให้นางเข้าเรียนที่สถานศึกษาตระกูลฉินแล้วค่อยวางแผนกันอีกที”

เข้าสถานศึกษาตระกูลฉินเมื่อใด ท่านป้าจินและคนพวกนั้นคงไม่มีวิธีควบคุมสถานศึกษาตระกูลฉินจนไม่อาจแทรกแซงได้เหมือนที่ควบคุมเรือนเฉียนคุน นางย่อมมีโอกาสสืบเรื่องฉู่อวี๋และฉินเซิงจนแน่ชัดได้ ไม่แน่ว่ายังมีความจริงอยู่ที่เรือนเฉียนคุนก็เป็นได้

ถึงตอนนั้น...จะต้องสั่งสอนพวกเขาให้รู้ถึงความโหดเหี้ยมของสตรีตระกูลหลิวแห่งเซียงหนาน

ฮูหยินรองหลิ่วส่งเสียงเหอะ นัยน์ตาฉายแววเย็นเยียบ

หากเอ่ยว่าเรือนเฟิงเย่ว์บรรยากาศแย่ยิ่ง อีกฝากบรรยากาศในเรือนเฉียนคุนไม่ดียิ่งกว่า

ท่านป้าจินมองคนที่นั่งหัวโต๊ะในห้องหนังสือ สีหน้าไม่ค่อยดีเท่าใดนัก ทั้งซับซ้อนทั้งกังวล “นายท่าน ว่าอะไรนะเจ้าคะ”

ชายหนุ่มชุดขาวรูปโฉมงดงามเลิศล้ำที่นั่งอยู่หัวโต๊ะหลุบตาลงพลางเอ่ย “ท่านอาจะไปเรียนที่สถานศึกษาตระกูลฉิน ข้าย่อมตามนางไปอยู่แล้ว”

เมื่อได้ยินชื่อของฉู่อวี๋ สีหน้าท่านป้าจินก็เย็นชาลงทันใด นางนวดหว่างคิ้ว “นายท่าน ท่านเป็นประมุขของตระกูลฉิน จะตามแม่นางฉู่ไปสถานศึกษาได้อย่างไร ใครเห็นเข้าจะคิดอย่างไรเจ้าคะ”

นางนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนเกลี้ยกล่อมอย่างอ่อนโยน “ท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด พวกเราจะดูแลแม่นางฉู่อย่างดี หากท่านเป็นคิดถึงนาง พวกข้าจะให้นางกลับเรือนเฉียนคุนทุกวันก็ได้แล้วเจ้าค่ะ”

อย่างไรนางก็เชื่อว่าถึงแม้ตอนนี้สมองของนายท่านจะบาดเจ็บ ลืมสิ่งต่างๆ ไปมากมาย ทว่าใจหาได้มืดบอด และยิ่งไม่โง่งม ไม่มีทางลืมสถานะของตนเองจนหมดสิ้นได้

ฉินเซิงเชยตาที่งดงามราวกับแผ่กลุ่มควันบางเบาและสายฝนเงียบสงบ มองสีหน้าไม่สบายใจของท่านป้าจินเงียบๆ “ท่านป้าจิน ข้าจำท่านได้”

แค่ประโยคเดียว ท่านป้าจินตัวสั่นสะท้าน ดีใจจนน้ำตาตก นางพยักหน้าทั้งน้ำตา “นายท่าน ข้าน้อยและเหล่าจินดูแลท่านมาตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่มีวันทำร้ายท่านแน่เจ้าค่ะ”

นานแค่ไหนแล้วที่นายท่านบาดเจ็บ นอกจากติดตามยายเด็กฉู่อวี๋นั่นแล้ว ก็เอาแต่เงียบไม่เอ่ยวาจา ถึงแม้นางและเหล่าจินจะรู้สึกได้ว่าเขาคุ้นชินกับคนรอบข้างแค่ไหน ทว่าไม่เคยมีคำใดที่ยืนยันความสนิทสนมเลย ใช่ว่าใจนางจะรู้สึกปลอดภัย

ฉินเซิงยกยิ้มอ่อนโยนตรงมุมปากงดงาม “ข้ารู้”

นางดีใจเป็นอย่างมาก กำลังจะเอ่ยพูด ทว่าฉินเซิงจิบชาเบาๆ เอ่ยต่อว่า “ข้ารู้ดีถึงความสามารถของท่านป้าจิน แค่ข้าต้องการ ท่านป้าต้องทำให้ข้าได้อยู่ข้างกายท่านอาได้แน่ จริงหรือไม่”

ทันใดนั้นสีหน้าของท่านป้าจินก็แข็งค้าง มองฉินเซิงราวกับอ้อนวอน “นายท่าน...”

ทว่าฉินเซิงกลับวางถ้วยชาลงก่อนเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ส่วนเหตุใดที่ท่านป้าจินจะปล่อยท่านอาออกไป หรือจะพูดว่าไล่ท่านอาออกไป ข้าหาได้สนใจ”

เขานิ่งครู่หนึ่ง มองท่านป้าจินด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ ปลายนิ้วเคาะโต๊ะช้าและเบาก่อนเอ่ย “แต่ท่านอาเป็นของข้า...เข้าใจหรือยัง”

เอ่ยจบเขาก็พยักหน้าน้อยๆ ให้กับท่านป้าจินที่แข็งค้างเป็นท่อนซุง ก่อนเดินจากห้องหนังสือไป

ท่านป้าจินมองเงาสง่าที่จากไป ทว่าแข็งค้างราวกับหินไม้ อ้าปากแต่ก็ไม่รู้จะขัดขวางอย่างไร

“เหตุใดถึงไม่ขัดขวางนายท่านล่ะ” ทันใดนั้นมีเสียงเข้มดังขึ้นด้านหลังท่านป้าจิน

ท่านป้าจินไม่มองเงาคนที่ปรากฎราวกับวิญญาณกะทันหันนั้น นางเพียงนั่งบนเก้าอี้แปดเซียนอย่างอ่อนล้า “เหล่าจิน การตัดสินใจของนายท่านจะเปลี่ยนแปลงเวลาใดก็ได้ หรือเจ้าคิดว่านายท่านในตอนนี้สุขภาพไม่ดีก็ไม่ถือเป็นนายท่านแล้วอย่างนั้นหรือ”

นางดูแลนายท่านมาตั้งหลายปี ถึงแม้จิตใจของนายท่านลึกดั่งมหาสมุทร ทว่าน้ำเสียงและรอยยิ้ม นัยยะในการแสดงออกทั้งหมด นางรู้แจ้งยิ่งกว่าใคร

ยิ่งอ่อนโยนเฉยเมยเท่าใด ยิ่งไม่อาจต่อต้านเท่านั้น

แม้ว่าฉินเซิงมีอายุเพียงสิบสามขวบเท่านั้น ทว่ารอยยิ้มที่เผยออกมา น้ำเสียงเช่นนั้น ทั้งไม่ได้ถามความเห็นของพวกเขาแต่เป็นคำสั่ง

อีกทั้ง ฉินเซิงมองความตั้งใจที่พวกเขามีต่อฉู่อวี๋ออก ประโยคนั้น ‘ท่านอาเป็นของข้า’ เห็นได้ชัดว่าเป็นการเตือน!

...เขารู้ว่าสำนักเย่ากำลังหมายหัวฉู่อวี๋

เหล่าจินเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนนั่งลงข้างท่านป้าจิน “เจ้าคิดจะทำอย่างไร”

ท่านป้าจินนวดหว่างคิ้วก่อนเอ่ยอย่างจนใจ “จะทำอย่างไรได้ สังหารฉู่อวี๋นั้นง่าย ทว่ายังสังหารนางในตอนนี้ไม่ได้ ปล่อยก็ไม่ได้ อาการของนายท่านเป็นอย่างไร เราทำได้เพียงดูทีละขั้นทีละตอน จับตาดูนางและ...”

ท่านป้าจินชะงัก ก่อนถอนหายใจ “...และนายท่าน แล้วค่อยดูผล”

ความรู้สึกที่นายท่านมีต่อฉู่อวี๋อยู่เหนือจินตนาการของพวกเขา เดิมทีพะว้าพะวงเรื่องของเด็กสาวคนนี้อย่างหนัก ไม่กล้าทำอันใดท่ามกลางการจับตามองของสำนักเย่า รอเพียงสืบหาความจริงเรื่องเพลิงไหม้ในสวนฉินวันนั้นได้เมื่อไหร่ ค่อยกำจัดนาง

ใครจะรู้ว่าแค่จินเย่าลงมือ จะทำให้ฉู่อวี๋รู้แผนของพวกเขาได้ ถึงยอมทุ่มเดิมพันใช้ประโยชน์จากนายท่าน สมคบคิดกับบ้านรองและบ้านสาม ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ ทำให้พวกเขาตกหลุมพรางเป็นฝ่ายถูกกระทำไปโดยปริยาย

“เดิมข้าคิดจะไล่นางออกไป ค่อยคิดกำจัดรากถอนโคนโดยไม่รบกวนนายท่าน เกรงว่าตอนนี้คงไม่พอแล้ว” ท่านป้าจินยิ้มขมขื่นอย่างจนปัญญา

นางถึงขั้นไม่เข้าใจว่าหากฉินเซิงไม่ได้โง่จริงๆ เหตุใดถึงดึงดันยอมรับสาวน้อยที่อ่อนกว่าเขาเช่นนี้...เป็นญาติเขา?

เมื่อฉู่อวี๋กลับถึงเรือน ก็ถึงเวลาจุดตะเกียงแล้ว นางเหลือบมองห้องที่มืดสนิท อดกระซิบออกมาไม่ได้ “ทำอะไรอยู่หรือ ตะเกียงก็ไม่จุด”

ไม่ใช่ว่าสาวใช้ในตระกูลร่ำรวยทรงอิทธิพลจะรู้จักกฎระเบียบดีหรอกหรือ?

ฉู่อวี๋ทำได้เพียงเข้าห้องไป สัมผัสหน้าต่างและเปิดออกอย่างระมัดระวัง

พอเปิดหน้าต่างแล้วจึงมีแสงจากในสวนสาดเข้ามานางถึงวางใจ กำลังจะหันไปจุดตะเกียง จู่ๆ ก็เห็นว่าบนคานห้องมีเงาขาวๆ ห้อยกลับหัวลงมาช้าๆ ก่อนตกลงมาตรงหน้านาง

อสูรทมิฬ

“มารดาเถอะ...!” นางตัวสั่นเทา ขนลุกชันในพริบตาพร้อมปีนหน้าต่าง

ทว่าวินาทีต่อมา หลังคอของนางถูกคนยื้อไว้ ทันใดนั้นก็ตกลงไปในในอ้อมแขนของใครบางคนทว่าหาได้มีความอบอุ่นไม่ แขนยาวคู่นั้นกอดนางเสียจนกระดูกจะป่นเอาให้ได้ ข้างหูกลับได้ยินเสียงกระวนกระวายสะท้อนมา “ท่านแม่ ท่านแม่จะไปไหนหรือ”

“…”

ลมหายใจเย็นของบุรุษราวกับสายลมที่พัดผ่านข้างหูนิ่มของนาง โดยเฉพาะน้ำเสียงราบเรียบยั่วยวนคน ราวกับค่อยๆ ลูบผ่านผิวอ่อนนุ่มของสาวน้อย สัมผัสปลายประสาทและเนื้ออ่อนที่ไวต่อสัมผัสที่สุดทุกอณู

อ๊า...ราวกับสายลมพัดผ่านร่าง น้ำเสียงทรงเสน่ห์เย้ายวนจิตใจ อีกทั้งอ้อมกอดอบอุ่นทว่าเยือกเย็นที่พร้อมจะบดขยี้กระดูกจนละเอียด ความรู้สึกถึงอกถึงใจยังคงอยู่ มีเพียงผลลัพท์เดียว...ตัวชาไปหมด

ฉู่อวี๋ขนลุกซู่ไปทั้งตัว จู่ๆ ก็ขาอ่อนไม่อาจยืนนิ่งได้

“โอ้...” นางคิดอย่างใจลอย เทพบุตรฉินแห่งสวรรค์ชั้นเก้าเหนือมนุษย์ที่ไหนกัน นี่มันหายนะของโลกมนุษย์ชัดๆ แค่เสียงก็ทำให้คน...วิญญาณหลุดจากร่างได้

ปีศาจร้ายด้านหลังยังคงไม่รู้ตัว ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหมดจด ปราณเซียนพลิ้วไสว จนแยกไม่ออกว่าใช่เจ้าแม่ซีหวังหมู่[footnoteRef:1]ผู้รักการปลูกพืชในแดนสุขาวดีมีเพียงหนึ่งไม่มีสอง ผักกวางตุ้งเซียนปราศจากมลพิษหนึ่งต้น เพียงสัมผัสจะโดนโทษประหารฐานดูหมิ่นด้วยดาบสามพันหกร้อยครั้งหรือไม่ [1: เทพมารดาตะวันตกหรือพระแม่อ้วงบ้อเนี่ยเนี้ย ทำหน้าที่ปกครองคณะเทพฝ่ายหญิงทั้งหมด มีบทบาทสำคัญในการส่งเซียนองค์ใดองค์หนึ่งไปยังโลกมนุษย์]

เวรกรรม เหตุใดถึงมีคำว่า ‘ชั่วช้า’ แล้วล่ะ

devc-3daa7acd-33865ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 016 ตอนที่ 16