ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ

ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 017 ตอนที่ 17

#17Chapter 017

บทที่ 17 แม่ลูกผูกพัน

“เจ้าเด็กบ้า ทำตัวลึกลับ...อีกอย่างอย่ามาเรียกข้าว่าท่านแม่นะ!” ฉู่อวี๋ห่อไหล่ ต้องออกแรงอย่างมากกว่าจะออกจากอ้อมแขนได้ พิงหน้าต่างพยายามตั้งหลักให้ดี พลางใช้ความมืดกลบเลือดฝาดบนใบหน้าของตัวเอง

ถึงแม้เซียนเอ๋อร์ด้านหลังจะยอมปล่อยนาง ทว่าสองมือยังคล่อมหน้าต่างไว้ ราวกับไม่ได้ตั้งใจกักนางไว้ในอ้อมกอด ปราณเซียนลอยล่องพลางเอ่ยถาม “ท่านอา ท่านจะไปไหนหรือ”

ทว่าฉู่อวี๋รู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก ไปไหนน่ะหรือ ท่านป้าจินไม่มีทางไม่บอกเขา แล้วจะดึงดันถามนางไปทำไม

ภายใต้ความรู้สึกผิด น้ำเสียงจึงสูงขึ้นเล็กน้อย กอปรกับอารมณ์ที่เก็บกดมาเนิ่นนานทำให้ไม่นางอาจทน “ไปไหนหรือ อย่างข้าจะไปไหนได้ ข้าหวังขึ้นสวรรค์ลงนรกไปเสียจริงๆ จะได้ไปให้ห่างหลุมศพของพวกเจ้าซะ อย่าได้เอาเรื่องมาใส่หัวข้าอีก!”

ฉินเซิงหลุบตามองนางนิ่งโดยไม่เอ่ยอะไร ทว่าดวงตาสีอำพันค่อยๆ ย้อมสีดำมืด ลึกซึ้งดุจมหาสมุทร หมอกควันสุดลูกหูลูกตา มองไม่เห็นเงาสลัว นัยน์ตาคล้ายมีสัตว์ประหลาดวิ่งผ่านพร้อมแหวกทะเลหนีตลอดเวลา หน้าตาดุร้าย พร้อมกลืนกินฉีกทึ้งทำลายทุกสิ่ง

เมื่อเห็นขนสันหลังของฉู่อวี๋ลุกชันอย่างแปลกประหลาด ความคิดนุ่มนวลเหล่านั้นพลันสลายเข้ากลีบเมฆ สมองส่วนลึกปรากฎภาพชวนหวาดหวั่นพรั่นพรึงอย่างทะเลสาบเลือดกองศพเป็นภูเขาและเพลิงไหม้ในคืนนั้น แล้วยังภาพฮูหยินสามเสิ่นถูกรากไม้เสียบทะลุ

หัวใจนางพลันสยดสยอง

ไม่ใช่ว่าพอความจำของเจ้ากลับมาแล้วรู้ว่านางหลอกใช้เขา จะวางแผนสับนางเสียบไม้ย่างนางกินหรอกนะ

“ท่านอา...” จู่ๆ ฉินเซิงเอ่ยเสียงเบา

ฉู่อว่เครียดจนจับหน้าต่างแน่น ดวงตาสีนิลกลมโตจ้องเขาเขม็ง “เห้อ...”

จู่ๆ คนตรงหน้าก็ถอนหายใจ ค้อมกายลงกอดนางแน่น กระซิบเสียงเบา “อย่าไปจากฉินเซิงเลยนะ”

ฉู่อวี๋แข็งค้างในอ้อมแขนของเขา ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ถึงมีความเศร้าสร้อยและน้อยใจที่ไม่เคยพบเห็นอยู่ในน้ำเสียงด้วย

บางทีในนั้นยังมีความหนาวเหน็บปนดุร้ายอยู่เล็กน้อย ฉู่อวี๋คิดว่านาง...ทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน

ทว่าตั้งแต่ราชาปีศาจแปลกประหลาดชวนขนลุกกลายเป็นเด็กน้อยออดอ้อนอย่างน้อยใจชวนหวาดหวั่นนี้ ก็มากพอให้นางเรียกสติคืนมาไม่ได้

นางตัวแข็งทื่ออยู่นาน ไม่รู้ว่าเอาความกล้ามาจากไหน เอ่ยถามราวกับถูกผีสั่ง “แล้วถ้าอาจะไปจากเจ้าล่ะ”

ร่างที่ซุกหัวไหล่นางชะงักงันในทันใด ความรู้สึกเย็นเยียบซึมผ่านเสื้อผ้าฤดูวสันต์หนาแผ่ซ่านมาที่กายนาง หนาวจนนางแข็งค้างเป็นไม้แข็ง

นางยิ้มขื่น เกรงว่านางจะได้ยินครอบครัวของนางถูกสังหารทั้งหมด หรือนางจะถูกเลาะกระดูกเพื่อเอามาทำเป็นปุ๋ยเลี้ยงดอกไม้อะไรพวกนั้น

ทว่าไม่นานกลับได้ยินเสียงแหบของเขาลอยเข้าหู “ข้า...จะร้องไห้”

ฉู่อวี๋แคะหู “อะไรนะ”

หูฝาด นางหูฝาดแน่ๆ!

ฉินเซิงที่ซบอยู่บนบ่านางเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดทั้งยังพูดจาอ้อมค้อม นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

คนที่ต่อให้นางตีจน ‘สมองพิการ’ ไปแล้วทว่ายังคงความเทพบุตรผู้สุงศักดิ์ในยามปกติหายไปไหนแล้ว?

ฉินเซิงซุกหน้าตัวเองในซอกคอนางยิ่งกว่าเดิม น้ำเสียงไพเราะทว่ากลัดกลุ้มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ข้าจะ...ร้องไห้”

ฉู่อวี๋ “ใครสอนเจ้าพูดแบบนี้กัน”

ฉินเซิงเคร่งขรึมเล็กน้อย ราวกับต่อต้านสติปัญญาของตัวเอง หรือไม่ก็รู้สึกถึงอารมณ์ที่เรียกว่า ‘ขายหน้า’

สักพักเขาถึงเอ่ยเสียงเบา “เสี่ยวเป่า...ลูกชายของท่านอาในห้องครัว”

ฉู่อวี๋เอ่ยอย่างอ่อนโยน หลอกถามอย่างใจดี “เสี่ยวเป่าอายุเท่าไหร่”

ฉินเซิง “...เก้าขวบ”

ฉู่อวี๋เงียบลง หงายมือแงะคนงามราวกับภาพวาดประหลาดออกจากไหล่ตน “เซิงเอ๋อร์หิวหรือไม่ อาตั้งใจหาของอร่อยมาให้เจ้ากิน”

น้ำเสียงอ่อนโยนหลอกล่ออย่างไม่เคยมีมาก่อน ช่างเป็น...ยายเฒ่าเจ้าเล่ห์

ฉินเซิงก้มหน้ามองนาง ดวงตาทอแสงอ่อนโยน ราวกับไม่รู้สิ่งใด “ท่านอา...จะให้ข้าหรือ”

ยายเฒ่าเจ้าเล่ห์ฉู่อวี๋อึดอัดเล็กน้อย เจ้า ‘เด็ก’ นี่ทำหน้าตาเหลือเชื่อ ทำอย่างกับแต่ก่อนนางโหดร้ายกับเขาตลอดเวลา ปรากฎให้เห็นหน้าตาไร้เดียงสา

นางเอาของว่างที่หยิบมาจากฮูหยินรองหลิ่วออกจากกระเป๋าเสื้อตรงเอวแล้วป้อนเขา เอ่ยปลอบอย่างหลอกล่อและอ่อนโยน “ข้าชอบเสี่ยวเป่า สิ่งที่เขาพูดล้วนถูกต้อง ต่อไปอาเซิงต้องเล่นกับเสี่ยวเป่าให้มาก เป็นเพื่อนสนิทกับเขาล่ะ”

เสี่ยวเป่าเป็นคนมีความสามารถ

เมื่อเทียบกับเทพบุตรเลือดเย็นที่เอาคนไปเสียบ นางชอบเด็กโง่ขี้แงมากกว่า

ถูกต้อง นางไม่มีรสนิยมเช่นนี้แหละ

ฉินเซิงมองนางตาปริบๆ เนิ่นนาน นานจนนางรู้สึกไม่ปลอดภัย เจ้าเด็กนี่ นางไม่ได้วางยาพิษนะ ท่านป้าหลิ่วคงไม่โง่ถึงขนาดนั้นหรอก

จู่ๆ ฉินเซิงก็ก้มหัวเล็กน้อย ตวัดลิ้นแดงเลียเศษขนมบนปลายนิ้วเรียวบางของนางเบาๆ เสียงนิ่งทว่ามืดมนเล็กน้อย “อร่อยยิ่งนัก ท่านอายังมีอีกหรือไม่”

ความรู้สึกที่สัมผัสปลายนิ้วแผ่ซ่าน ความเปียกชื้นเหนียวจนรู้สึกชา ฉู่อวี๋หันหน้าหนีอย่างเชื่องช้าปกปิดใบหน้าแดงก่ำที่ไม่อาจจห้ามได้ ก่อนหยิบอีกชิ้นป้อนเขาอย่างเหม่อลอย “อืม อร่อย เช่นนั้นก็กินให้เยอะๆ ”

แล้วพิธีป้อนลูกก็ได้เริ่มต้นขึ้น

วันต่อมา

ณ ห้องครัวมีเงาสูงและเตี้ยอยู่สองร่าง

คนตัวเตี้ยนั้นร่างเล็ก เลียน้ำแข็งแท่งดอกกุ้ยฮวาในมือพลางเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “ข้าพูดถูกใช่ไหมล่ะ ทุกครั้งแค่ข้าบอกท่านแม่ยามออกไปซื้อของแล้วไม่พาข้าไปด้วยว่าข้าจะร้องไห้ ท่านแม่ก็จะพาข้าไปด้วย”

คนตัวสูงนั้นกำลังคุกเข่า ด้วยสีหน้าเป็นอย่างที่คิดก่อนเอ่ย “อืม”

คนตัวเตี้ยสั่นจุกบนหัว ก่อนหยิบสมุดเล่มเล็กและแท่งถ่านออกจากกระเป๋าเสื้อยัดใส่อกคนตัวโต “เอ้า จดวิธีทำให้ท่านแม่รักและเอ็นดูเจ้ามากขึ้นตามที่ข้าสอนไว้ให้ดีล่ะ”

หายากที่จะพบเจอคนตัวโตสมองนิ่มให้เขาเป็นอาจารย์ เสี่ยวเป่ารู้สึกประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และรู้สึกราวกับเป็นอาจารย์ที่เตรียมพู่กันกระดาษให้ ‘นักเรียน’

คนตัวโตก้มหน้ามองสมุดเล็กเหลืองซีดและแท่งถ่านราคาถูก เอ่ยเสียงเรียบ “ไม่จำเป็น ข้าจำที่เจ้าพูดได้ทั้งหมด”

“อั๊ย เจ้าตัวโตสมองนิ่ม หากไม่ใช่เพราะเจ้าเอาน้ำแข็งแท่งที่ท่านแม่ซ่อนไว้มาให้ข้าล่ะก็ ข้าคงไม่เอาสิ่งนี้ให้เจ้าหรอก” เมื่อ ‘นักเรียน’ ไม่รับของทำให้เสี่ยวเป่ารู้สึกเสียหน้า ตบแก้มซาลาเปาเอ่ยต่อว่า

“ท่านแม่ของข้าบอกว่าความจำดีหรือจะสู้พู่กันผุพัง อีกอย่างตัวโตแต่โง่เง่าอย่างเจ้า แม้แต่ท่านแม่ของเจ้ายังรังเกียจ ยังไม่รีบจดสิ่งที่นายท่านเป่าอย่างข้าบอกอีก...”

น้ำเสียงภูมิใจของเสี่ยวเป่ายังพูดไม่ทันจบ เห็นคนตัวโตตรงหน้าที่แต่ก่อนไม่เคยแสดงสีหน้าใดทว่าจู่ๆ ก็เคร่งขรึมลง เพียงแวบเดียวความอาฆาตรุนแรงเสียดแทงกระดูกเอ่อล้นออกมา ราวกับดาบคมฉีกเขาเป็นชิ้นๆ ความหวาดกลัวทำให้เสี่ยวเป่านั่งแหมะลงกับพื้นร้องไห้เสียงดัง

วินาทีต่อมา คนตัวโตก็ลุกพรึ่บ เก็บสมุดเล็กกับแท่งถ่านอย่างเงียบเชียบก่อนหันหลังเดินจากไป

เสี่ยวเป่ามึนงงเป็นเวลานาน ลูบศีรษะทุยนุ่มลื่นก่อนลุกขึ้นอย่างงุนงง ทว่ากลับไม่รู้ว่ามีน้ำแข็งแท่งดอกกุ้ยฮวาเพิ่มมาอีกแท่งตั้งแต่เมื่อไหร่

เสี่ยวเป่ากระโดดด้วยความดีใจ เอาเรื่องเมื่อครู่ที่ตนไม่เข้าใจทิ้งไว้ไม่ให้รกสมอง ค่อยๆ กัดน้ำแข็งแท่งในจานอย่างมีความสุข “โอ้ว มีน้ำแข็งแท่งด้วย!”

ตอนที่เขากินใกล้จะหมด ก็ได้ยินเสียงด่าทอราวกับอัสนีพิโรธดังขึ้นเหนือหัว “เจ้าลูกเต่า แม่รู้อยู่แล้วว่าเจ้าอยู่ครัวต้องทำเรื่องไม่ดีแน่ ถึงกับกล้ากินน้ำแข็งแท่งดอกกุ้ยฮวาเลยหรือ เจ้ารู้ไหมว่านี่เป็นขนมของนายท่าน สามวันไม่โดนตีต่อไปคงซนจนไปรื้อกระเบื้องหลังคาเป็นแน่[footnoteRef:1]” [1: เด็กดื้อ]

เสี่ยวเป่าถูกมารดาหยิกจนหูบิด เจ็บจนร้องโอดโอย

“ท่านแม่ ไม่ใช่ข้านะ ข้าไม่ได้ขโมย เจ้าตัวโตสมองนิ่มให้ข้ามา!”

บัดซบ เหตุใดท่านแม่ถึงกลับมาก่อน ต้องมีคนแอบไปฟ้องท่านแม่แน่!

บนต้นไม้นอกหน้าต่าง มู่เย่าที่คุกเข่าอยู่รับหน้าที่จับตาดูเฉินเซิงมองเห็นเสี่ยวเป่าวิ่งหนีทั่วห้องเพราะถูกตี ก่อนหันกลับไปมองคนตัวโตที่จากไปไกลแล้ว เขาลูบคางลอบสงสัยกับตัวเอง

นายท่านสนใจเรื่องในห้องครัวตั้งแต่เมื่อใดกัน ถึงกับกำชับให้คนเรียกท่านอาอ้วนกลับห้องครัวก่อนเวลา?

‘คนแก่’ อย่างมูเย่าไหนเลยจะรู้ว่าโลกนี้มีความอิจฉาอย่างหนึ่งที่เรียกว่า ‘เด็กขี้อิจฉา’ เทียบกับความอิจฉาของสตรีแล้วยิ่งทำให้คนรู้สึก...ปวดไข่[footnoteRef:2] [2: เป็นคำแสลง มีความหมายคล้าย ปวดตับ ความหมายตรงตัวคือ ปวดถุงอัณฑะ]

ไม่นานนักก็ผ่านไปห้าวัน

เช้าตรู่วันนี้ เมื่อฉู่อวี้อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เห็นหงซิ่ว สาวใช้ข้างกายท่านป้าจินนำองครักษ์มารอนางที่หน้าประตู

หงซิ่วเห็นนางออกมาก็เอ่ยเตือนนางอย่างเย็นชา...วันนี้นางต้องใช้สถานะน้องสาวภรรยาของนายท่านใหญ่เข้าสถานศึกษาตระกูลฉิน หรือก็คือฐานะน้องสาววัยเด็กของฮูหยินใหญ่ฉินที่ล่วงลับไปแล้วเข้าสถานศึกษาตระกูลฉิน รถม้าเตรียมไว้นอกเรือนตระกูลฉินแล้ว

ข่าวนี้ไม่ต่างกับยาที่ทำให้ฉู่อวี่ตื่นเต้นจนถึงที่สุดได้ ทำให้ตื่นตัวในพริบตา รู้สึกมีความสุขเสียจนอยากกระโดด เพียงแต่รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาสีหน้าเย็นชาของหงซิ่วเหลือเกิน

“ข้าจะไปเก็บของ หงซิ่ว วันนี้เจ้าช่างงดงามเสียจริง”

หงซิ่วตะลึง ทว่ายื่นมือไม่ตีคนยิ้มหน้าแป้น นางมองฉู่อวี๋ที่เดินกลับห้องด้วยความตื่นเต้นอย่างเย็นชา ก่อนส่งเสียงเหอะ “โง่เง่า”

​ฉู่อวี๋กลับห้องอย่างมีความสุข เก็บเสื้อผ้าไม่กี่ตัวง่ายๆ ก่อนหยิบห่อผ้าวิ่งออกไปข้างนอก

ไม่ว่าอย่างไร ได้หลุดพ้นจากการควบคุมของเรือนเฉียนคุน ก็ถือเป็นก้าวแรกในการหนีจากแหล่งชุมนุมปีศาจตระกูลฉิน!

เพียงแต่ตอนออกจากห้อง จู่ๆ นางรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรตกหล่นไว้ ก่อนหยุดก้าวเดินอย่างเหม่อลอย

มองนอกห้องที่ไร้ผู้คนอยู่ชั่วขณะ ก่อนค่อยๆ หันหลัง มองแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านเมฆหนานอกประตูพลางถอนหายใจเบาๆ ก่อนถือห่อผ้าออกนอกประตูไป

ไม่อยู่ก็ดี อย่าบอกลาคนผู้นั้นเลย หากดูจากความหลงใหลในตัวนางอย่างประหลาดของเจ้าเด็กดื้อในตอนนี้ เกรงว่านางคงไปไม่ได้

อีกอย่าง เขาเป็นประมุขของตระกูลฉิน ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างนางที่ยึดเหนี่ยวได้ นางไม่อยากทำแบบนั้น ยิ่งไม่อยากคิดถึงวันที่เขาฟื้นความจำแล้วฆ่านางทิ้ง

ก็แค่แปลกที่ จู่ๆ ฉู่อวี๋ก็รู้สึกราวกับจากบ้าน ตื่นเต้นน้อยลง ห่อเหี่ยวมากขึ้น

บางทีอาจเป็นเพราะ...

นับแต่นี้ต่อไปคงขาดเซียนผู้งดงามชวนโกรธที่คอยตามก้นจะกรอกไข่กบป่าให้นางกินล่ะมั้ง?

devc-3daa7acd-33865ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 017 ตอนที่ 17