ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ

ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 018 ตอนที่ 18

#18Chapter 018

บทที่ 18 เสินเซียน

ทว่าฉู่อวี๋เพิ่งก้าวออกจากประตูก็ถูกหงซิ่วยื่นมือขวางเอาไว้

“อะไรอีก” ฉู่อวี๋ขมวดคิ้ว คนของสำนักเย่าจะเล่นลูกไม้อะไรอีก

หงซิ่วเอ่ยเสียงเรียบ “คุณหนูฉู่ โปรดนำของในห่อผ้าทุกอย่างที่เป็นของเรือนเฉียนคุนทิ้งด้วย”

เมื่อได้ยินฉู่อวี๋กระชับห่อผ้าแน่น เอ่ยอย่างโกรธเคือง “หมายความว่าอย่างไร เจ้ากำลังบอกว่าผู้ผดุงธรรมที่สง่างามเช่นข้าเป็นขโมยอย่างนั้นหรือ!”

หงซิ่วยิ้มให้นาง ทว่ารอยยิ้มกลับไม่ได้ปรากฎที่ดวงตา จู่ๆ นางก็ยื่นมือมาดึงห่อผ้าในมือนางอย่างรวดเร็ว “ข้าน้อยไม่กล้าบอกว่าคุณหนูเป็นขโมยหรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่สิ่งของในเรือนเฉียนคุนไม่ทันระวังวิ่งไปอยู่ในห่อผ้าของท่าน”

นางพูดพลางใช้สองมือยกห่อผ้าเขย่า ก็ไม่รู้ว่านางใช้วิธีใดห่อผ้าถึงไม่กระจาย ทว่าพริบตาเดียวก็เกิดเสียง ‘เคล้ง’ มีไข่มุกแวววาว อัญมณี ทองคำ เงินแท่งเป็นกองตกลงมา มีถึงขั้นภาพวาดฝาผนัง โบราณวัตถุ กระบี่ล้ำค่าถูกคว่ำลงมา

เหล่าองครักษ์หน้าถอดสี ทั้งหมดล้วนเป็นของในห้องนายท่าน ยามปกติหากแตะต้องย่อมถูกลงโทษ!

แม้หงซิ่วจะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว ทว่าพอเห็นของเล่นกองโตเช่นนี้ สีหน้าเขียวคล้ำในทันใด มือสั่นจนเกือบจะถือห่อผ้าของฉู่อวี๋ไม่ไหว

นางกัดฟันเอ่ย “อย่าให้ข้าต้องค้นร่างกายคุณหนูฉู่เลยนะเจ้าคะ!”

‘จอมทำลายล้าง’ อย่างฉู่อวี๋ควักถุงหอมจากเข็มขัดยัดใส่มือหงซิ่วอย่างไม่เต็มใจ พูดอย่างแค้นเคือง “เหอะ ขังข้าไว้จะสามเดือน ไม่คิดจะจ่ายค่าเสียเวลา ค่าเสียสุขภาพจิตสักนิดเลยหรือ ช่างไม่รู้จักละอายเสียจริง!”

นี่มันตัวอย่างสาวใช้หัวโบราณทำตามเจ้านายยอดเยี่ยมชัดๆ!

หงซิ่วอยากตบคนที่พร่ำบ่นตรงหน้าให้ตายนัก หวนคิดถึงคำสั่งของท่านป้าจินหลายครั้ง อดทนแล้วอดทนอีก นางยกมือนวดหน้าผาก โบกมือคล้ายไล่แมลงวัน “ไปๆ รีบพาคนไปส่งที่รถม้าได้แล้ว!”

ฉู่อวี๋มองแก้วแหวนเงินทองอย่างอาวรณ์ เดินตามเหล่าองครักษ์ที่ทำสีหน้าเกลียดชัง แผ่ไอสังหารรอบกาย นางเดินไปพลางหยุดหันมองเรือนเฉียนคุนไปพลาง

นางก็ไม่รู้ว่าเดินทางอย่างไร ลดเลี้ยวผ่านเรือนใหญ่หลายหลัง ก่อนเห็นรถม้าทำจากไม้ดำคันหนึ่งและม้าหนุ่มสองตัวรออยู่นอกประตู

ผ้าม่านสีน้ำเงินงดงามวิจิตร ม้าหนุ่มสีขาวขนพลิ้วไสวสองตัว แค่เห็นก็รู้แล้วว่าต้องนั่งสบายมากๆ ฉู่อวี๋พยักหน้าพอใจ...ท่านป้าจินยังมีคุณธรรมอยู่บ้าง

“ขึ้นรถเถอะ” คนขับรถม้าเอ่ยเสียงเรียบ

ฉู่อวี๋รู้สึกคุ้นหูกับเสียงสารถีนัก แต่หาได้คิดให้รอบคอบ หอบห่อผ้าปีนขึ้นรถม้าไป

ใครจะรู้เล่าว่านางเพิ่งเลิกผ้าม่านเตรียมปีนเข้ารถม้า จู่ๆ ภาพก็มืดดับ ด้านในรถม้านางเห็นศีรษะหนึ่งค่อยๆ ลอยมาจากในรถม้าอย่างเชื่องช้า ผมยาวดำขลับบดบังศีรษะ เห็นเพียงคางและริมฝีปากไร้สีเลือด

ฉู่อวี๋เบิกตาค้าง มองศีรษะสีดำขลับที่ลอยเข้ามาใกล้ใบหน้าลอง เสียงเบาเสียงหนึ่งดังลอดออกมาราวกับมาจากเหวลึก “มาแล้วหรือ”

ฉู่อวี๋ตัวเองแทบตกจากรถม้า ตะโกนเสียงดัง “นี่มันตัวบ้าอะไรหัว...มีหัวอยู่ในรถ!”

ผีร้าย...ผีสาวคอยาว!

ทว่าสุดท้ายแล้วฉู่อวี๋ไม่ได้ล้มคะมำ เพราะสารถียื่นขาข้างหนึ่งถีบก้นนางอย่างแรง

แล้วนางก็ถลาไปหาศีรษะมนุษย์ที่ลอยละลิ่วด้วยท่าทางสุดพิลึกโดยไม่ทันตั้งตัว

“อ๊า...อื้อๆ!” เสียงร้องน่าสังเวชของนางมาถึงลำคอแล้ว กลับถูกคนอุดปากไว้ นางดิ้นรนต่อสู้จนลืมไปว่า...

ผีสาวคอยาวมีมือที่ไหนกันเล่า?

“ท่านอา...” เสียงถอนหายใจอย่างขมขื่นมาจากเหนือหัว

ฉู่อวี๋แข็งค้าง ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น มองเห็นเสื้อสีขาว มองขึ้นไปอีกก็เห็นต้นคอยาว คางคมได้รูปแล้วยังมีริมฝีปากบางที่คุ้นตาพร้อมทั้งดั้งโด่งที่งดงาม

จากนั้นก็เป็น...ไรผมหนาดำสนิทที่ยาวปิดเกือบถึงปลายจมูก

“ข้าเอง” ‘ผีสาวคอยาว’ ก้มหน้าลง หงายมือลูบไรผมที่พันยุ่งเบาๆ เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้

ทั้งเผยให้เห็นคิ้วหนาดกดำปลิวไสวราวกับเขียนคิ้ว ขนตางามราวกับภาพเขียนพู่กัน ดวงตาสีอำพันอึมครึมทว่ามีเสน่ห์ ส่องสว่างดั่งจันทร์เพ็ญจดจ้องตรงมาที่นาง

ฉู่อวี๋ตกใจก่อนค่อยๆ หันหน้าทีละนิด ยิ่งมองในระยะใกล้ยิ่งเห็นความงามและขี้เหร่กระทบสายตาพอกัน เต็มไปด้วยความสยองขวัญอย่างประหลาด

“เจ้ามาได้อย่างไร แล้วเหตุใดถึงแต่งตัวเช่นนี้” ฉู่อวี๋ตั้งสติ ลุกขึ้นพลางพิจารณาฉินเซิงที่นั่งอยู่ในรถ

ผมดำหนาราวกับสายน้ำถูกทัดหลังหูอย่างลวกๆ ไรผมหนายาวปกคลุมปลายจมูก เห็นปลายจมูก ปากและคางเพียงนิดเดียว

สีหน้าและริมฝีปากของฉินเซิงขาวซีดเช่นคนที่ป่วยมาเนิ่นนาน แม้แต่ริมฝีปากสีดอกอิงฮวานิ่มนวลชวนหลงใหลยังเปลี่ยนสี จนไม่เหลือสีสันใด อีกทั้งปรากฎรอยช้ำเป็นดวงๆ ดูโสมมคล้ายกับคนตายไปแล้ว

เดิมทีชุดขาวแขนยาวควรเผยปราณเซียนอันสมบูรณ์แบบของเขา ทว่าชุดขาวนี้ไม่เหมาะสมกับเขาเลย เสื้อผ้าตัวใหญ่สง่างามกลับปักลายหนาเตอะ เนื้อผ้าดีก็จริง ทว่าทำให้ตัวเขาดูหลวมโพรก กายกำยำถูกบดบังอย่างสมบูรณ์แบบ

ไม่ต้องเอ่ยถึงปราณเซียน คนที่นั่งแหมะบนพื้นผู้นี้ดูอย่างไรก็เหมือนไม้ไผ่แสร้งไร้เดียงสา...คุณชายไม่มีรสนิยมท่าทางขี้โรคเนื้อตัวผอมโกรก อีกทั้งสีหน้าหมองคล้ำราวกับพร้อมขาดใจตายตลอดเวลา

เมื่อครู่เป็นเพราะดวงหน้าขาวซีดน่าอนาจและเสื้อผ้าขาวซีดของเขานั่งอยู่ในรถม้าที่อึมครึม มีเพียงผมดำขลับเท่านั้น นางจึงตกใจเห็นเขาเป็นผีร้ายไม่มีร่าง...ผีสาวคอยาว

จะว่าไป ช่วงนี้เจ้าเด็กนี่ทำนางตกใจไปสองรอบแล้วนะ!

ฉู่อวี๋มองฉินเซิงด้วยความโกรธ มีคนตามก้นต้อยๆ แบบนี้ หากนางจะหาโอกาสหลบหนี คงยุ่งยากไม่น้อย

“ท่านอาอยู่ที่ไหน ฉินเซิงก็อยู่ที่นั้น” ทว่าฉินเซิงกลับมองฉู่อวี๋เอ่ยเสียงนิ่ง

ฉู่อวี๋ตกใจ มองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้า...เจ้าจะไปสถานศึกษาตระกูลฉินกับข้าด้วยหรือ”

ท่านป้าจินกับคนของสำนักเย่าสมองมีปัญหากันหรืออย่างไร ไม่พูดสิ่งใดกลับให้ฉินเซิงปลอมตัวได้แย่เช่นนี้ แล้วจะให้เขาติดตามนางเข้าสถานศึกษาตระกูลฉินอย่างยากลำบากงั้นหรือ

ผู้ผดุงความยุติธรรมตัวเล็กๆ อย่างนางได้ยินชื่อเสียงของสถานศึกษาตระกูลฉินมาเนิ่นนานแล้ว

เดิมทีสถานศึกษาแห่งนี้ถูกก่อตั้งเป็นสถานศึกษาของลูกศิษย์ตระกูลฉินโดยนายท่านใหญ่ฉินหลายปีก่อน ทว่าภายในนอกจากจะมีวิชาถักทอโดยเฉพาะแล้ว วิชาเย็บปักยังได้อาจารย์ระดับสูงจากโรงทอผ้าตระกูลฉินมาสอน และยังเปิดสำนักศึกษาเฟยเฮ่อสอนศิลปะหกแขนง อีกทั้งยังเชิญอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยนั้นมาสอน

หลายปีมานี้สำนักศึกษาเฟยเฮ่อผลิตจอหงวนคนใหม่และขุนนางหญิงแห่งฮั่นหลิน สถานศึกษาตระกูลฉินก็ไม่อาจปิดบังรัศมีได้อีก สำนักศึกษาเฟ่ยเฮ่อจึงมีชื่อเสียงโด่งดังก้องหล้า

เพียงแต่คนมีฐานะและมีหนทางในเจียงหนานกระทั่งเมืองหลวงต่างไม่มีใครคิดกลอุบายเพื่อให้ลูกศิษย์ในตระกูลตนได้เข้าสถานศึกษาตระกูลฉิน

นักเรียนของสถานศึกษาฉิน ไม่ว่าชายหรือหญิงต่างมีอนาคตสดใส บรรดาคุณหนูงามที่มีกิริยามารยาทเพียบพร้อมเมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้แต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์ที่มีชื่อเสียง

ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเหล่าคุณชายคุณหนูที่เป็นความหวังของตระกูล บุรุษสอบเป็นขุนนางได้อย่างง่ายดาย ส่วนสตรีก็แต่งงานกับเครือพระญาติของราชวงศ์ หรือไม่ก็กลายเป็นขุนนางหญิงก็มีให้เห็นอยู่ถมเถไป

พูดง่ายๆ ก็คือที่นี่คือโรงเรียนนายร้อยหวงผู่ฉบับโบราณ ทหารกองหนุนระดับสูง

แต่ปัญหาคือ...

ฉินเซิงผู้เป็นประมุขแห่งตระกูลฉิน แม้ไม่เคยเป็นขุนนาง ทว่าตัวเขาก็คือตำนาน ผู้คนในสถานศึกษาฉินต่างเลื่อมใสศรัทธา

“สำนักเย่าก็เลยวางแผนปิดบังโฉมหน้างดงามได้ห่วยมาก แล้วตามข้าไปสถานศึกษาด้วย ท่านป้าจินอายุเยอะจนสมองใช้การไม่ได้แล้วงั้นหรือ” ฉู่อวี๋นวดก้นที่โดนถีบเบาๆ บ่นงึมงำพลางนั่งในรถม้า

ทันใดนั้นรถม้าโคลงเคลง คนขับรถม้าเอ่ยเสียงเอ่ย “คุณหนูฉู่ ระวังคำพูดของเจ้าด้วย”

ทว่าฉู่อวี๋กลับยิ้มเย็นเอ่ย “ท่านป้าจินอายุเยอะจนสมองใช้การไม่ได้ แต่คิดไม่ถึงว่าหัวหน้าองครักษ์ก็สมองกลวงเช่นกัน”

อย่าคิดว่านางไม่สังเกตคนขับรถม้าตั้งแต่แรก ก็แค่ไม่รู้ว่าคนที่แอบถีบนางจะเป็นจินเย่า ผู้มีดวงตาดอกท้อใบหน้าเย็นชาน่ารังเกียจคนนั้น!

ถึงแม้จินเย่าจะไม่ค่อยเข้าใจคำว่า ‘สมองกลวง’ เท่าไหร่ ทว่าแค่ฟังก็รู้ว่าเป็นคำด่า สีหน้าจึงเย็นเยียบ ทันใดนั้นเขาจึงง้างแส้สะบัดลงบนหลังม้า “ย๊า!”

จู่ๆ รถก็ขับเร็วขึ้น ฉู่อวี๋ไม่ทันนั่งให้ดี กลิ้งขลุกๆ ไปหาฉินเซิงที่อยู่ด้านในสุดจนชนเข้ากับหน้าอกเขา

ฉินเซิงรับนางไว้อย่างคล่องแคล่ว น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยขึ้น “ท่านอาวางใจเถอะ ในเมื่อท่านป้าจินบอกว่าไม่มีใครจำข้าได้ ย่อมไม่มีใครจำได้ นับตั้งแต่นี้ไปข้าจะเป็นหลานชายของท่าน...ฉู่เสินเซียน”

ฉู่อวี๋ที่หัวชนเข้ากับอกเขา รู้สึกถึงอกกว้างกล้ามเนื้อหนักแน่นงดงาม ได้กลิ่นหอมสะอาดที่ยิ่งดมยิ่งหอมจากบุรุษก็อยู่ไม่สุข ทันใดนั้นเมื่อได้ฟังประโยคที่ลอยผ่านมานั้น นางยกมือแคะหูโดยไม่รู้ตัว “เจ้าบอกว่าหลานชายของข้าชื่อว่าอะไรนะ”

ฉินเซิงหยิบกาน้ำชาและถ้วยสองใบจากลิ้นชักในรถม้าก่อนรินชาร้อนระอุ เอ่ยย้ำอีกครั้ง “ฉู่เสินเซียน”

กล้ามหน้าบนใบหน้าของฉู่อวี่กระตุกทันใด ไม่รู้ว่าตัวเองควรยิ้ม ขำหรือพ่นน้ำใส่หน้าเขาดี...ฉู่เสินเซียน? รังเกียจตัวเองธรรมดาไม่พอหรือกลัวเหมือนหมอดูไม่มากพอ?

“ท่านป้าจินตั้งชื่อให้เจ้างั้นหรือ” ฉู่อวี๋ตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าประหลาด

คนของสำนักเย่าที่ดูสูงส่งปานนั้น แท้จริงแล้วก็แค่คนธรรมดา ถึงตั้งชื่อปลอมให้นายท่านของตัวเองได้พิลึกนัก

ฉินเซิงเอ่ยนิ่ง “ไม่ เสินเซียนเป็นชื่อเล่นของข้า มีคนรู้ไม่มาก”

ฉู่อวี๋ประคองชาร้อนที่เขาส่งให้ รู้สึกหมดคำพูด “ท่านพ่อของเจ้าตั้งให้หรือ”

ฉินเซิงมองฉู่อวี๋ที่กำลังดื่มชาพลางยิ้มและเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “ข้าตั้งเอง ไพเราะมากใช่หรือไม่”

ฉู่อวี๋ “อุ๊บ...แค่กๆ!”

น้ำชากระเซ็นไปทั่วผนังรถ

สารถีอย่างจินเย่าคอยฟังความเคลื่อนไหวยุ่งเหยิงในรถ ดวงตาดอกท้อฉายแววเหยียดหยามเย็นชาแวบหนึ่ง...เป็นพวกหยาบคายจริงๆ สินะ

ทว่านึกถึงนายท่านประจำตระกูลที่ไม่ยอมสวมหน้ากากหนังมนุษย์ไปเข้าสถานศึกษาตระกูลฉิน เอ่ยเพียงว่ากลัวฉู่อวี๋จะไม่คุ้นชินกับใบหน้าแปลกตานี้ จินเย่าก็โกรธจนทนไม่ไหว...เข้าสถานศึกษาเมื่อใด เขาจะกำจัดตัวหายนะที่ส่งผลกระทบกับสำนักเย่าและนายท่านให้จงได้

จินเย่ากำเชือกในมือแน่น สีหน้าค่อยๆ เคร่งขรึม

devc-3daa7acd-33865ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 018 ตอนที่ 18