ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ

ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 014 ตอนที่ 14

#14Chapter 014

บทที่ 14 คุกคาม (ปลาย)

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานขนาดไหน ท่านป้าจินที่มองฉู่อวี๋ อยู่ๆ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “แม่นางฉู่ช่างกล้าหาญนัก คนที่กล้าคุกคามสำนักเย่าได้ เจ้าคือคนแรกเลย”

ฉู่อวี๋เปิดเปลือกตาเชื่องช้า มองไปยังท่านป้าจิน “ผิดแล้วเจ้าค่ะท่านป้าจิน ฉู่อวี๋เพียงอยากรอดไปอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวเท่านั้น แต่จะทำไงได้ในเมื่อทุกท่านต้องการชีวิตข้าเสียแล้ว ผู้น้อยด้อยประสบการณ์เช่นข้าก็ต้องอวดฉลาดเพื่อต่อสู้สิเจ้าคะ”

แววตาท่านป้าจินฉายแววประหลาดแวบหนึ่ง “แม่นางฉู่หาได้รอบคอบแต่อย่างใด ถึงได้ประเมินค่าตนเองต่ำโดยไม่สนใจสิ่งใดเช่นนี้”

ฉู่อวี๋หัวเราะ จับคางราวกับเขินอาย “ไม่เลย ไม่เลยเจ้าค่ะ ข้าไม่กล้ามองตัวเองสูงส่งเช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ”

ท่าทีของฉู่อวี๋ทำให้ท่านป้าจินข่มใจไว้ นางมองฉู่อวี๋พักหนึ่งก่อนยิ้มที่มุมปาก “ความปรารถนาของแม่นางฉู่ที่จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวนั้น สำนักเย่าจะพยายามอย่างเต็มที่”

ฉู่อวี๋ได้ยินเช่นนี้ แววตาสว่างวาบก่อนขมวดคิ้ว พูดว่า “ข้อมูลที่ท่านป้าจินอยากทราบ...”

ทว่าครั้งนี้กลับเป็นท่านป้าจินที่ขัดคำพูดนาง “ตอนนี้พวกข้ายังไม่อยากรู้”

ฉู่อวี่หรี่ดวงตากลมโตอย่างสงสัย “ท่านป้าจินไม่เชื่อใจข้าหรือเจ้าคะ”

นี่ท่านป้าจินคิดจะอะไรอยู่กันแน่?

ท่านป้าจินกลับกอดอก“นายท่านฟื้นตัวเป็นปกติดีเมื่อใด แม่นางฉู่ก็ได้อยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวเมื่อนั้น”

พูดจบนางก็หันหลังเดินจากไป ราวกับไม่คิดจะพูดสิ่งใดต่อแล้ว

“อะไรนะ” ฉู่อวี่ตกใจเล็กน้อย นางเห็นคนของสำนักเย่ามองนางด้วยสายตาเยือกเย็นก่อนตามท่านป้าจินไป

เงาบางลาดเอียง แสงอาทิตย์อัสดงค่อยๆ ลอดผ่านเมฆครึ้ม ลอดผ่านเศษใบไม้ที่ตกกระจายเต็มพื้น แต่ยามนี้ดวงอาทิตย์เย็นเยียบไม่อาจขวางกั้นลมหนาวฤดูวสันต์และความทุกข์ในใจคน

ท่านป่าจินนำคนเดินผ่านป่าไผ่ ทันใดนั้นนางหยุดฝีเท้าก่อนเอ่ยกำจับคนข้างกาย “พวกเจ้ากลับเรือนเฉียนคุนก่อนเถิด”

“ขอรับ” มู่เย่าและคนอื่นรู้ดีว่าท่านป้าจินอารมณ์ไม่ดี ต่างพยักหน้าก่อนจากไปอย่างสงบ

“ท่านป้าจิน” หลังทุกคนจากไป จู่ๆ เสียงบุรุษคนหนึ่งดังขึ้นอย่างสุขุม

ท่านป้าจินยืนใต้ต้นไม้หาได้หันหลังกลับ เอ่ยเพียงว่า “เจ้าได้ยินคำพูดเมื่อครู่หรือ”

จินเย่าค่อยๆ เดินออกมาด้วยสีหน้าเย็นยะเยือก “ได้ยินขอรับ”

จู่ๆ ท่านป้าจินก็หันหลังยกมือขึ้นมาตบอย่างรุนแรง ตบนั้นนำพาซึ่งไอเย็นดุดันตบเข้าที่กลางอกของจินเย่า

“ตุ๊บ!” จินเย่าหลุบตาลง ไม่มีการต่อต้านแต่อย่างใด ยอมรับฝ่ามือรุนแรงนั้น กายสั่นสะเทือน ไม่มีแม้แต่เสียงร้อง แต่สีหน้าขาวซีดลงทันใด ริมฝีปากมีสีแดงสดไหลออกมา

ท่านป้าจินเก็บมือ เอ่ยเสียงเรียบ “ข้าเคยพูด ผู้น้อยด้อยประสบการณ์ก็ดูถูกไม่ได้”

นางหันมองสีหน้าซีดเผือดของจินเย่าอย่างเย็นชา “หากเจ้าไม่ไปเตือนฉู่อวี๋จนเผยพิรุธ นางคงไม่ทุบหม้อจมเรือ [footnoteRef:1]เรื่องก็คงไม่เป็นเช่นนี้ สำนักเย่าถึงกับโดนเด็กผู้หญิงคนหนึ่งคุกคามได้ ต่อไปพวกเราจะเอาหน้าที่ไหนไปพบนายท่านที่ฟื้นคืนสติได้ฮะ!” [1: ไปตายเอาดาบหน้า ตัดสินใจเด็ดขาด]

นัยน์ตาดอกท้อของจินเย่าฉายแววอึมครึม “จินเย่ายินดีเข้าคุกวิญญาณเพื่อรับโทษขอรับ”

เขาประมาทเกินไป นึกไม่ถึงว่าฉู่อวี๋จะรู้ว่าตนหมดหนทางรอดตั้งแต่วินาทีที่เขาเอ่ยถึงสำนักเย่า ถึงกับใช้กำลังทั้งหมดที่มีคิดวิธีนี้ออกมาได้ แล้วยังสังเกตถึงเหตุผลที่แท้จริงที่สำนักเย่าไว้ชีวิตนาง ทำให้ตอนนี้สำนักเย่าตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ท่านป้าจินหันไปมองชายคาที่อยู่ห่างไกล สีหน้าฉายแววดุดัน “เจ้าตายเป็นผุยผงในคุกวิญญาณก็เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้ หากคิดสร้างความดีไถ่โทษ ก็ไปสืบหามาว่าป้ายหยกของสำนักเย่าอยู่ที่ใด ของสิ่งนี้จะตกอยู่ในมือผู้ใดไม่ได้ทั้งนั้น”

หากให้คนที่คิดครอบครองได้ป้ายหยกสำนักเย่าไป ไม่อาจนึกถึงผลลัพท์ที่ตามมา

จินเย่าสีหน้าเคร่งเครียดเอ่ยอย่างเคร่งขรึม “ขอรับ!”

ข้อนี้ไม่จำเป็นต้องให้ท่านป้าจินเอ่ย เขาก็ต้องหาป้ายหยกสำนักเย่ากลับคืนมาให้จงได้

ท่านป้าจินนิ่งไปพักหนึ่ง พูดเสียงเข้ม “จับตาดูนายท่านให้ดี...”

จินเย่ามึนงง ดวงตาดอกท้อเคร่งขรึมฉายแววไม่อยากเชื่อถือแวบหนึ่ง “ท่านป้า ท่านจะบอกว่านายท่านช่วย...”

บนใบหน้าท่านป้าฉินเผยรอยยิ้มเย็นอย่างเหนื่อยล้า นางนวดหว่างคิ้ว “เจ้าคิดหรือว่าฉู่อวี๋หลบการจับตาดูของเราแล้วติดต่อกับคนของฮูหยินรองหลิ่วได้ เป็นฝีมือนางหรือพวกโง่เง่าตระกูลฉินพวกนั้นอย่างนั้นหรือ”

นางไม่นับถือฉู่อวี๋คงไม่ได้ สาวน้อยธรรมดาปลิ้นปล้อนคนหนึ่งกลับมองทะลุจุดสำคัญของเรื่องได้ในพริบตา แล้วใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของสำนักเย่าสร้างโอกาสหาทางรอดให้ตัวเองได้

นัยน์ตาดอกท้อของจินเย่าเปล่งประกายโหดเหี้ยม ก่อนกัดฟันพูดขึ้นเสียงเบาว่า “ฉู่! อวี๋!”

สตรีชั่วช้าผู้นั้นกล้าใช้ประโยชน์จากนายท่าน ไม่ช้าก็เร็วเขาจะทำให้ฉู่อวี๋รู้ว่าการกระทำทั้งหมดในวันนี้ต้องจ่ายค่าตอบแทนจนย่อยยับแน่นอน!

นอกห้องส้วม ฉู่อวี๋รอจนกระทั่งคนของสำนักเย่าจากไปไกลนางถึงหลับตาลง ทันใดนั้นนางเอนกายนอนบนพื้นทันที

คราก่อนนางถูกจินเย่าทรมานจนลุกไม่ขึ้น แต่ครานี้ถึงคราวที่นางจะบดขยี้คนอื่นแล้ว

สายลมเย็นพัดผ่านไป ฉู่อวี๋ยกมือขึ้นวางบนหน้าผากเพื่อปิดแสงจ้าของดวงอาทิตย์ที่จู่ๆ ก็ส่องผ่านเมฆครึ้ม

นางหายใจเข้าออกช้าๆ เสื้อผ้าด้านหลังชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น

ใครจะยอมตาย หากยังไม่หมดหวัง

มดยังอยากมีชีวิต ยิ่งไม่ต้องพูดถึงปลาอย่างนางที่ถูกคนจับขึ้นฝั่งแล้ว

ปล่อยให้หมดหวังแล้วจะรอด

ทุ่มเดิมพัน ทุ่มแรงกำลังและความกล้าหาญที่มี แผนการทั้งหมดแค่เพียงเพื่อแลกชีวิตที่สิ้นหวังนี้แปรเปลี่ยนเป็นทางรอด

บนโลกนี้มีเพียงคนตายเท่านั้นที่ไม่ทำให้ความลับรั่วไหล

นับตั้งแต่จินเย่าเอ่ยถึงการมีอยู่ของสำนักเย่าต่อหน้านาง นางจึงรู้ได้ว่าตระกูลฉินหรือคนของสำนักเย่าไม่มีแผนปล่อยนางออกจากเรือนเฉียนคุนตลอดชีวิต

สำนักเย่าคงเป็นพลังมืดภายใต้บัญชาการของประมุขฉินเซิง คนในตระกูลฉินคนอื่นไม่มีใครรู้การมีอยู่ของมัน จินเย่ากล้าที่จะเอ่ยต่อหน้านางโดยไม่พะวง นั่นหมายความว่าในสายตาพวกเขา นางคือคนที่ตายไปแล้ว

ฉู่อวี๋หรี่ตาลงอย่างอ่อนล้า การเดิมพันครั้งนี้ใช้ชีวิตเป็นแต้มต่อ เดิมพันกับการขว้างหนูกลัวกระทบของมีค่า[footnoteRef:2]ของสำนักเย่า นางมีแผน และนาง...จะชนะการต่อสู้ในครั้งนี้ [2: อยากโจมตีคนชั่วแต่กลัวกระทบคนรอบข้างของเขา]

ถึงแม้ว่านางจะไม่รอดพ้นจากอันตรายไปได้ แต่ท่าทีของท่านป้าจินก็แสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยสำนักเย่าจะยังไม่แตะต้องนางในตอนนี้

นางค่อยๆ แบมือ แดดวสันต์ฤดูแยงตาลอดผ่านเมฆขรึม นางหัวเราะเยาะอย่างเกียจคร้าน

แต่ถ้าจินเย่าไม่ประมาทเผยเรื่องเข้า นางก็คงไม่ได้สติ ต่อให้สำนักเย่าฆ่านางไปแล้ว ฉินเซิงที่ตอนนี้สมองยังมึนงงไปทำลายสำนักเย่าด้วยตัวเองแล้วอย่างไร

ในเมื่อตอนนั้นนางตายไปแล้ว!

พึ่งคนอื่นหรือจะสู้พึ่งตัวเอง!

ชาติก่อนนางตายตั้งแต่วัยเยาว์ เคยตายไปครั้งหนึ่ง ชีวิตนี้มีแค่ชีวิตเดียว ต่อให้กลับมาได้ก็เถอะ นางยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย นางไม่ได้วางแผนจะปล่อยมันไปง่ายๆ หรอกนะ

อยากได้ชีวิตนาง เช่นนั้นก็รอถูกปลาร้ายอย่างนางกัดให้ชิ้นเนื้อที่ดีที่สุดบนกายของเจ้าก่อนเถอะ!

“อากาศเย็นแล้ว นอนตรงนี้จะไม่สบายเอานะ” จู่ๆ เสียงที่สง่างามและยินดีก็ดังขึ้นเหนือหัวนาง

ฉู่อวี๋แน่นิ่ง มองไปที่เงาสีขาวที่ยืนอยู่ข้างนางตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ด้วยสีหน้าซับซ้อน “เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่”

เขาได้ยินบทสนทนาของนางกับท่านป้าจินไปเท่าไหร่กัน

ฉินเซิงหลุบตาเล็กน้อย เอ่ยเบาๆ “ข้าอยู่ที่นี่ตลอดเวลา”

ฉู่อวี๋ค่อยๆ ลุกขึ้นมองไปยังดวงตาสีอำพันของเขา ทว่าเห็นเพียงแสงอบอุ่นภายใน ไม่พบความผิดปกติใด

นางเงยหน้าขึ้นมองเขาครู่หนึ่งทันใดนั้นก็พูดว่า “ข้ากำลังวางแผนเรื่องเจ้า รู้หรือไม่”

devc-3daa7acd-33865ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 014 ตอนที่ 14