ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ

ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 013 ตอนที่ 13

#13Chapter 013

บทที่ 13 คุกคาม (ต้น)

บนกายจินเย่ามีเจตนาสังหารอย่างเห็นได้ชัด ราวกับคมดาบที่พร้อมถลกหนังฉู่อวี๋ให้เจ็บปวด นางเหยียดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

“รู้อยู่แล้วว่าเจ้าคงข่มอารมณ์ไม่ได้ ข้าเลยสั่งให้ฉินเซิงไปครัวเล็ก ข้าล่ะอยากเป็นศพไร้ญาติเสียจริงๆ หากเจ้ายังไม่ลงมืออีก พลาดครั้งนี้ไป ครั้งหน้าคงไม่ง่ายเช่นนี้หรอกนะ”

“เจ้า!” จินเย่ากุมดาบในมือจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาดอกท้อแดงก่ำ มือสั่นระริก

“หยุดนะ!” เสียงสุขุมของสตรีคนหนึ่งดังขึ้นทำให้จินเย่าหยุดลงมือในพริบตา

เขาหันศีรษะ ดวงตาเย็นเยียบมองผู้มาใหม่ “ท่านป้าจิน จะเก็บนางโจรผู้นี้ไว้ไม่ได้นะขอรับ”

จากการกระทำของฉู่อวี๋ ต่อให้ต้องสละทั้งชีวิตเพื่อต่อสู้กับผู้เป็นนาย ถูกสับเป็นพันชิ้นเขาก็ต้องกำจัดหายนะนี้ให้ได้

ท่านป้าจินสีหน้าทะมึนมองจินเย่านิ่ง จู่ๆ นางก็ยื่นมือแสดงป้ายคำสั่งพิเศษที่ไม่ใช่ทั้งทองและหยก “จินเย่า หลบไปซะ”

เมื่อจินเย่าเห็นเช่นนั้น ดวงตาดอกท้อฉายแววฉงน สีหน้าเขียวคล้ำ “ท่านป้า พวกท่านถึงใช้ป้ายเสวียนจินเพื่อรักษาชีวิตนางโจรผู้นี้เลยงั้นหรือ”

สีหน้าของท่านป้าจินไร้ความรู้สึก แต่ทันใดนั้นด้านหลังนางมีคนในชุดสีน้ำเงินยืนไพล่หลังมากมายปรากฎตัวในชั่วพริบตาราวกับปีศาจ โดยผู้นำคือมู่เย่า สีหน้าของมู่เย่าไม่ค่อยดีนัก สั่นหัวพลางมองใบหน้าเขียวคล้ำของจินเย่า “ท่านหัวหน้า นี่คือความคิดเห็นของผู้นำท่านอื่น”

เหล่าผู้นำตระกูลจินรับตำแหน่งในสำนักเย่ามากมาย ท่านป้าจินมีคุณวุฒิอาวุโส ถึงแม้จะได้รับการเคารพจากตระกูลจินคนอื่น แต่หากเป็นเรื่องใหญ่แล้วยังไม่มีอำนาจสั่งการผู้อื่นได้

ทว่าป้ายคำสั่งพิเศษในมือนางก็เพียงพอที่จะควบคุมทุกคนในสำนักเย่า มีผลเป็นรองเพียงป้ายหยกของนายท่านตระกูลฉิน ใช้ในยามไร้หนทางติดต่อหัวหน้าของสำนักเย่า ส่วนสถานการณ์เร่งด่วนนั้นก็มอบอำนาจให้หัวหน้าตระกูลจินที่เหลือยอมอนุญาต เป็นสิ่งของที่เริ่มใช้...

จินเย่าเห็นทุกคนจึงได้แต่ปิดตาดอกท้อลง ก่อนค่อยๆ ลดดาบที่พาดอยู่บนคอฉู่อวี๋

เมื่อเขาลดดาบลง มู่เย่ารีบพาคนที่ยืนนิ่งไม่พูดจามาข้างกายเขา

จินเย่าทิ้งกระบี่ในมือไปทางมู่เย่าก่อนเอ่ยเย็นชา “เหอะ”

มู่เย่าถอนหายใจเบาๆ ทันใดนั้นกลับรู้สึกถึงเสียงหัวเราะชวนพิศวงของผู้หญิงดังขึ้นทางด้านหลัง “อ้อ หัวหน้าจิน เจ้าไม่ฆ่าข้าหรือ”

น้ำเสียงนั้นใกล้มาก แค่มู่เย่าเอียงหน้า ก็พบว่าฉู่อวี๋มาอยู่ด้านหลังตนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กำลังงอตัวอย่างเชื่องช้าทำท่าทีประหลาดไปทางจินเย่า

ฉู่อวี๋ไม่มีกำลังภายใน ฝีมือการต่อสู้ก็หาได้ดาษดื่น มู่เย่าก็ไม่ห่วงว่านางจะมีลูกไม้ไม่ดีใด เพียงรู้สึกว่าสตรีนางนี้รสนิยมต่ำ ไม่มีสมองเบาปัญญา เพิ่งหนีจากความตายครั้งเดียวกลับกล้ายั่วยุแบบไม่กลัวตายเช่นนี้

จินเย่าตัวแข็งข้าง หันกลับเข้าประชิดตัวฉู่อวี๋อย่างเงียบเชียบรวดเร็ว กลับถูกมู่เย่าขวางไว้ทันควัน

“ท่านหัวหน้า” น้ำเสียงทุ้มต่ำของมู่เย่าแฝงด้วยการอ้อนวอนแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จินเย่าทำสีหน้าครุ่นคิดกำลังจะเปิดปากพูด กลับตาพร่าทันใด

‘เพี๊ยะ’ เสียงฝ่ามือตวัดลงบนหน้าเขาอย่างไม่เกรงใจ ตบนั้นแรงมากถึงกับทิ้งรอยแดงบนใบหน้าของจินเย่าอย่างชัดเจนในทันที

“...” ทุกคนตกตะลึงจนแข็งข้าง ไม่มีใครคิดว่าฉู่อวี๋จะกำเริบเสิบสานได้ถึงขั้นนี้ ที่สำคัญที่สุดคือ เผชิญหน้ายอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งสำนักเย่า นางบรรลุเป้าหมายเสียได้

“เจ้า” แรกเริ่มจินเย่ายังคงมึนงง ต่อมาเมื่อความเจ็บแผ่ซ่านบนใบหน้าทำให้ดวงตาดอกท้อแดงฉานในพริบตา รังสีทะมึนชั่วร้ายบนกายคุกคามเสียจนมู่เย่ารับไม่ไหวต้องถอยหลังหลายก้าว

ส่วนฉู่อวี๋ก้มหัวหลบไปอยู่หลังมู่เย่าตั้งแต่ต้นแล้ว เห็นเพียงรอยยิ้มแปลกประหลาดแต่งแต้มริมฝีปาก “ตบนี้ถือเสียว่าข้าคืน ‘เจ็บเสียจนอยากตาย’ ครั้งนั้นให้ท่านหัวหน้าจินเย่าแล้วกันนะเจ้าคะ”

“จินเย่า!” ท่านป้าจินตกใจมากก่อนตั้งสติอย่างรวดเร็ว เสียงที่เคยเคร่งขรึมเย็นเยียบแฝงด้วยความร้อนรนดุดัน

จินเย่าหลุบตาดอกท้อต่ำลงเงียบๆ ความดุร้ายทั่วร่าง ไอกลิ่นคาวเลือดยังคงคละคลุ้ง ทุกคนในสำนักเย่ามองเขาอย่างตื่นตระหนก เขาค่อยๆ คลายกำปั้น ทว่าเอ่ยอย่างน่าสะพรึงกลัวทันใด “เก็บกระบี่เข้าฝักไป ข้าขอตัว”

พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไปอย่างไม่ลังเล

เมื่อเขาไปทุกคนต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก กระบี่ของหัวหน้าเก็บเข้าฝักไปแล้ว มิอาจเปื้อนเลือดและไม่ลงมือเป็นครั้งที่สองอีก

ท่านป้าจินหลับตาลงอย่างจนใจพลางหันหน้ามองฉู่อวี๋ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ฉู่อวี๋ หากเจ้ายังทำตัวโง่เง่าเบาปัญญาเช่นนี้อีก เกรงว่าครั้งหน้า...”

“ครั้งหน้าหัวหน้าจินจะไม่อดทนแล้วฟันข้าเป็นชิ้นๆ ให้ข้าตายเสียดีกว่าอยู่อย่างนั้นหรือเจ้าคะ” ฉู่อวี๋ขัดคำพูดนางทันใด พลางหลุบตา หัวเราะเยาะ

“เจ้า...” ท่านป้าจินขมวดคิ้วเล็กน้อย กลับข่มอารมณ์ไว้ ได้แต่มองฉู่อวี๋ด้วยสายตาเย็นชา

สาวน้อยแปลกประหลาดตรงหน้าจู่ๆ ก็ทำให้นางรู้สึกมองไม่ออก สำหรับศัตรูที่มองอีกฝ่ายไม่ออก นางมักให้อีกฝ่ายลงมือก่อนค่อยส่งคนไปกำจัด

ฉู่อวี๋ถอยห่างมู่เย่าอย่างเชื่องช้าจากนั้นพูดอย่างเฉยเมยว่า “ถึงอย่างไรในไม่ช้าพวกท่านก็ต้องลงมือกับข้า อาจถึงขั้นลงมือกับครอบครัวของข้า ตอนนี้ก็ต้องสู้จนตัวตายอยู่แล้ว แล้วจะเป็นอันใดได้อีก”

นางหยุดชะงักก่อนเชิดดวงตากลมโตที่แบ่งแยกดำขาวชัดเจนก่อนจะยิ้มเล็กน้อย “ว่าไปแล้วท่านป้าจินก็ฉลาดกว่าไอ้หน้าขาวจินเย่าอยู่สักหน่อย เฝ้าดูจนรู้ว่าในมือของฮูหยินรองหลิ่วมีป้ายหยกเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ยังมีอีกครึ่งที่นางยังไม่หยิบออกมา”

ท่านป้าจินเกร็งไปทั้งตัว แววตาเย็บเยียบแต่สีหน้ายังคงสงบเช่นเดิม “ป้ายหยกครึ่งนั้นอยู่ในมือเจ้างั้นหรือ”

“ถูกต้อง ป้ายหยกที่สลักอักษรเย่าอยู่ในมือข้า ข้าต้องขอบคุณหัวหน้าจินเย่าอย่างมากที่ทำให้ข้ารู้ว่าแท้จริงแล้วตระกูลฉินยังมีสิ่งที่เรียกว่าสำนักเย่าอยู่ด้วย ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่รู้ว่าป้ายหยกนี้สำคัญกับพวกท่านเพียงใด” ฉู่อวี๋เอ่ยด้วยรอยยิ้ม เพียงแต่นัยน์ตานางไม่มีแววสนุกเลยสักนิด

นับว่าบังเอิญก็เป็นได้ ครั้นนางได้ป้ายหยกมาถึงพบว่าบนนั้นสลักอักษรฉินไว้ ทว่าอีกครึ่งกลับไม่มีตัวอักษร กลับสลักเพียงภาพมังกรเหินพันล้อมดวงตะวันจันทราและดาราอันวิจิตรงดงามเท่านั้น

หากเป็นคนทั่วไปย่อมมองความผิดปกติไม่ออก มีเพียงจินเย่าที่เอ่ยถึงสำนักเย่าตอนคุกคามนาง ทำให้นางสนใจและคิดอย่างละเอียดรอบคอบ ดวงตะวัน จันทรา และดารา เรียกรวมกันว่า ‘เย่า’ พลันสงสัยว่าบางทีป้ายหยกอีกครึ่งหนึ่งต้องเกี่ยวข้องกับสำนักเย่าอันลึกลับนั้นแน่

เป็นอย่างที่คิด การกระทำของท่านป้าจินพิสูจน์การคาดเดาของนางได้จริงๆ

ท่านป้าจินหรี่ตาประเมินฉู่อวี๋อยู่พักหนึ่ง ยิ้มบางก่อนเปลี่ยนวิธีเรียก “ข้ามองเจ้าน้อยไปจริงๆ ด้วย แม่นางฉู่”

เดิมทีนางคิดว่าก็เป็นแค่สาวน้อยปลิ้นปล้อนที่เจ้าเล่ห์เพียงเล็กน้อย ก็แค่ปลาที่ตนคิดว่ามันวาวก็เท่านั้น อยากจะฆ่าจะแกงย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย ทว่าคิดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วปลายังซ่อนฟันคมกริบเอาไว้ แค่กัดก็เห็นเลือด

“เพียงแต่แม่นางฉู่ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเจ้ามีแต้มต่อพอจะพูดกับพวกข้าเช่นนี้ได้” ท่านป้าจินเปลี่ยนเรื่อง พูดเสียงเรียบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเยียบเย็นดุจคมมีด

ทว่าฉู่อวี๋กลับหุบยิ้ม นัยน์ตาเหยียดหยาม “ข้าเป็นเนื้อปลา ส่วนพวกท่านเป็นมีดและเขียง ข้าไม่มีแต้มต่อใดมาคุยกับพวกท่านได้ พวกท่านกุมความปลอดภัยของครอบครัวข้าไว้ พวกท่านมีวิธีทรมานคนอย่างไร้ความปราณี เพราะเช่นนี้ ข้าถึงยืมจมูกผู้อื่นหายใจไม่ได้ ข้าได้แต่สู้จนตัวตายก็เท่านั้น...”

นางหยุดครู่หนึ่ง แววตาฉายแววประหลาดก่อนยกยิ้ม “เพียงแค่ข้าและครอบครัวของข้าเป็นอะไรไป ป้ายหยกอีกครึ่งที่เหลือจะถูกส่งถึงมือคนที่อยากได้ตระกูลฉินมาเนิ่นนาน หรือไม่ก็คนที่เป็นศัตรูกับสำนักเย่า ข้าเอาชีวิตตัวเองชดเชยชีวิตของทุกคนในครอบครัวหูคงไม่ถือเป็นการผิดต่อพวกเขาเท่าไรนัก”

นัยน์ตาของท่านป้าจินเย็นเยียบ นางยิ้มเล็กน้อย “แม่นางฉู่ประเมินสำนักเย่าของเราต่ำเกินไปแล้ว สิ่งใดที่สำนักเย่าต้องการตามหา ใต้หล้าไม่มีใครซ่อนมันได้ และไม่มีใครกล้าซ่อน”

น้ำเสียงที่นางเอ่ยราบเรียบ ราวกับพูดเรื่องปกติทั่วไป

ฉู่อวี๋ทำเหมือนเหนื่อยแล้ว นั่งลงอย่างอ้อยอิ่ง ยกมือชันแก้มพลางเอ่ย “ข้าไม่ได้ดูถูกสำนักเย่าหรอกเจ้าค่ะ ข้าเพียงแต่ดูถูกตัวเอง ท่านป้าเป็นผู้สูงศักดิ์ เป็นทองเป็นหยก ข้าฉู่อวี๋ก็เป็นแค่ก้อนหินผุพังที่กลัวตายกระหายชีวิตก็เท่านั้น”

ที่เรียกว่าเท้าเปล่าไม่กลัวสวมรองเท้า ก้อนหินไม่อาจทำลายทองหรือหยกได้ แต่คนที่อุทิศชีวิตจนกระดูกแหลกละเอียดเป็นผุยผงกลับทำให้ทองและหยกเกิดรอยอัปลักษณ์ได้

ใช้หินสัมผัสทองและหยก ใครจะเสียหายมากกว่ากัน?

ท่านป้าจินและคนของสำนักเย่าหน้าเปลี่ยนสี

นางถอนหายใจ ทันใดนั้นก็หยิบเศษกระเบื้องคมออกจากแขนเสื้อออกมาเล่นท่ามกลางสายตาของคนในสำนักเย่า “อย่างไรเสียคนเราก็ต้องตาย โดยเฉพาะคนที่อยากตายมักหาโอกาสตายเจอเสมอ ก็เหมือนที่สำนักเย่ามักมีวิธีทำให้คนคายความลับออกมา คนตายอย่างข้าจะเอาความลับที่พวกท่านอยากรู้นักหนาลงนรกไปด้วย ไม่แน่ว่าเทพบุตรเช่นคุณชายสามอาจจะเป็นบ้าเพราะคนแปลกหน้าอย่างข้าก็ได้ หรือไม่ก็อาจส่งยอดฝีมือของสำนักเย่าลงหลุมไปพร้อมข้า ไม่นับว่าขาดทุน”

คำพูดของฉู่อวี๋ทำให้ท่านป้าจินหุบยิ้มทันใด นางมองฉู่อวี๋ด้วยสายตาคมกริบราวกับมีดที่พร้อมชำแหละนางอย่างเงียบๆ

ยายเด็กนี่รู้จุดประสงค์แท้จริงที่พวกเขาไว้ชีวิตนางด้วยหรือเนี่ย!

ท่านป้าจินก็เป็นยอดฝีมือในตระกูล สายตาลุ่มลึกเคร่งเครียดแฝงความดุร้าย ทำให้คนทรมานอย่างถึงที่สุด

ทว่าฉู่อวี๋กลับหลับตาลงอย่างเฉยเมยด้วยท่าทางคร้านจะต่อต้านการฆ่าแกงใด “ท่านป้า อย่าทำให้ข้าตกใจกลัวเลย ฉู่อวี๋ขี้ขลาดไม่เคยตกใจมาก่อน ข้ากลัวมาเลยเจ้าค่ะ”

คำพูดราวกับเกรงกลัวเช่นนี้กลับทำให้คนในสำนักเย่ารู้สึกบาดหูเหลือเกิน คนชุดน้ำเงินจ้องฉู่อวี๋ที่นั่งบนพื้นหาได้มีความเรียบร้อยแต่อย่างใดด้วยแววตาเครียดขรึมเย็นชา

บรรยากาศแฝงไปด้วยความกดดันจนอึดอัด จนได้ยินแม้แต่เสียงเข็มตกพื้น

devc-3daa7acd-33865ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 013 ตอนที่ 13