ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 012 ตอนที่ 12
บทที่ 12 จนตรอกจนต้องร้าย
สามวันต่อมา
“หลิ่วฮูหยินเชิญข้าไปพบอย่างนั้นหรือ” ท่านป้าจินวางสมุดบัญชีในมือลง ดวงตาเรียวทอประกายขึ้นแวบหนึ่ง
“ขอรับ” มู่เย่าผู้มารายงานพยักหน้า
จินเย่าขมวดคิ้วพลางเอ่ยเสียงเย็น “เมื่อครึ่งชั่วยามก่อนที่เรือนเฟิงเหอก็เชิญท่านประมุขไป ฉู่อวี๋นางผู้นั้นก็ไป ยามนี้กลับมาเชิญท่านป้าจินอีก เจ้าไม่รู้สึกผิดแปลกหรือ”
มู่เย่าทำสีหน้าพิลึก เขามองจินเย่าก่อนเอ่ย “นายท่านรอง นายท่านสามรวมถึงเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลต่างมากันหมด แต่พวกเขาไม่ได้พูดอันใดในห้องโถง เพียงแต่ส่งคนมาเชิญท่านที่นี่ นอกจากจะเชิญท่านป้าจินแล้ว ยังเชิญท่านหัวหน้าไปด้วย”
จินเย่าตะลึงงัน “ข้าด้วยงั้นหรือ?”
เมื่อท่านป้าจินฟังจบ สีหน้าสงบนิ่งลง พลันเกิดลางสังหรณ์อัปมงคลขึ้นในใจ
คนตระกูลจินในเรือนเฉียนคุน ดูผิวเผินมีเพียงนางที่ดูแลเรือนและจินเย่าหัวหน้าองครักษ์ที่คุ้มครองข้างกายคุณชายฉินเท่านั้น ส่วนคนอื่นรวมถึงเหล่าจินล้วนเป็นกำลังของสำนักเย่าที่อยู่ในเงามืด
ยามนี้จู่ๆ นายท่านรองฉินและนายท่านสามฉินได้เชิญผู้อาวุโสในตระกูลทั้งหมดมา แม้แต่คุณชายฉินก็เชิญมาเช่นกัน หากเชิญเพื่อจัดการเรื่องในเรือน ก็ไม่จำเป็นต้องเชิญนางกับจินเย่าไปด้วย
ดูเหมือนว่า มีเรื่องบางอย่างเปลี่ยนแปลงตอนพวกเขาไม่รู้ตัว
จินเย่าก็รู้สึกผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด เขามองดวงตาทรงดอกท้อที่ประกายเย็นเยียบของท่านป้าจิน “ดูท่า แมลงบางจำพวกคงอยากฉวยโอกาสปล้นชิง โดยไม่กลัวว่าแท่นของเรือที่พายอยู่มันใหญ่เกินไป เรือจะคว่ำตายกันหมด”
ท่านป้าจินลุกขึ้น สาวใช้ข้างกายรีบนำเสื้อคลุมหนังกระรอกสีครามมาคลุมให้
ท่านป้าจินกระชับปกเสื้อ สีหน้าเครียดขึง “ช่วงนี้นอกจากเรื่องฮูหยินหลิ่วคราวก่อน ฉู่อวี๋ประพฤติตัวดีหรือไม่”
จินเย่าทำสีหน้าครุ่นคิด สั่นศีรษะอย่างมั่นใจก่อนหัวเราะเยาะเสียงเบา “มีคนเฝ้านางทั้งวัน แม้แต่อาบน้ำหรือขับถ่ายก็มีคนเฝ้าอยู่ ยายเด็กนั่นก็เป็นแค่พวกลักเล็กขโมยน้อย ทำอะไรสำคัญๆ ไม่ได้หรอกขอรับ”
“อย่าได้ดูถูกคนประเภทลักเล็กขโมยน้อยเลยจะดีกว่า” ในใจของท่านป้าจินกลับรู้สึกไม่สงบอย่างประหลาด นางขมวดคิ้วเล็กน้อย “พวกเราไปกันเถอะ”
พูดจบ นางก็นำหน้าก่อนที่จินเย่าจะตามไปติดๆ
…
ตอนที่ท่านป้าจินมาถึงเรือนเฟิงเหอ นางได้เตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อเห็นเหล่าผู้อาวุโสมากมายนั่งเป็นระเบียบในห้องโถง นางกลับตกตะลึง
ท่าทางแบบนี้ราวกับเปิดศาลบรรพบุรุษเพื่อตัดสินเรื่องใหญ่อย่างไรอย่างนั้น
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย ตลอดมาตระกูลฉินมีเพียงนายท่านเป็นผู้ยื่นคำขาด ดังนั้นจะเปิดหรือไม่เปิดศาลบรรพบุรุษ ย่อมไม่จำเป็นสำหรับนางเลย
ต่อให้ตอนนี้นายท่านไม่มีความทรงจำหลังอายุสิบสามปี และเพราะสมองได้รับบาดเจ็บจนความทรงจำสับสน ทำพฤติกรรมแปลกประหลาดบ่อยครั้งก็ตามที แต่กลับไม่ใช่คนโง่งมอย่างแน่นอน คราก่อนที่นายท่านรองฉินและนายท่านสามฉินวางแผนบีบนายท่านใหญ่ให้ฉินเซิงมอบอำนาจ แต่ก็ไม่ได้สิ่งที่หวัง ทั้งยังมีจุดจบน่ารันทัดอีก จึงเห็นได้ว่าไม่อาจตบตานายท่านฉินในตอนนี้ได้
เมื่อคิดเช่นนั้น ใจของท่านป้าจินก็สงบลง ก่อนยกชายกระโปรงเดินนำจินเย่าเข้าสู่ห้องโถง
คนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานยังคงเป็นนายท่านใหญ่ฉินและฉินเซิง ฉู่อวี๋ยืนอยู่ด้านหลังใกล้ๆ ฉินเซิง พอมองผ่านก็คล้ายกับเด็กสาวที่ไม่เตะตา
นายท่านรองฉิน นายท่านสามฉินและฮูหยินสามยังคงนั่งเก้าอี้ตัวแรกขนาบซ้ายขวา ที่เหลือเป็นเหล่าผู้อาวุโส
เมื่อทุกคนเห็นท่านป้าจินเข้ามา ต่างเผยสายตาแปลกประหลาด
ท่านป้าจินเห็นทุกอย่าง แต่สีหน้ากลับสงบนิ่งราวกับสายน้ำ ยังทำความเคารพทุกคนที่นั่งอยู่จินเย่าและคนอื่นก็ยกมือคำนับ
“คารวะนายท่านใหญ่ นายท่านรอง นายท่านสาม ฮูหยินสามและผู้อาวุโสทุกท่าน”
คนของเรือนเฉียนคุนอย่างพวกเขา ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นบ่าวรับใช้ กลับเทียบเท่านายท่านตระกูลฉินกึ่งหนึ่ง ยามปกติเวลาเจอตระกูลฉินคนอื่นจึงทำความเคารพธรรมดาเท่านั้น
ถึงแม้คนอื่นในตระกูลฉินจะไม่พอใจ แต่ฉินเซิงเป็นคนตั้งกฎนี้ ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง
“เอ้อ ไม่ต้องมากพิธี” นายท่านใหญ่ฉินละสายตาจากฉินเซิง ก่อนมองท่านป้าจินด้วยสายตาแปลก
เพียงเห็น ท่านป้าจินก็มองออกว่าในสายตาของนายท่านใหญ่ฉินแฝงด้วยความกังวล
ท่านป้าจินกำลังสงสัย ทันใดนั้นได้ยินเสียงหัวเราะของฮูหยินรองหลิ่วดังขึ้น “ในเมื่อท่านป้าจินและหัวหน้าองครักษ์จินมาถึงแล้ว เช่นนั้นก็ดี ข้าก็มีเรื่องอยากบอกพวกเจ้าอีกครั้งอยู่พอดี”
ท่านป้าจินหันหน้ามองฮูหยินรองหลิ่ว กลับเห็นบนศีรษะฮูหยินรองหลิ่วปักปิ่นมุกตำแหน่งจินเฟิ่งเฉาหยาง ใส่ตุ้มหูทับทิมสวยงาม บนข้อมือคล้องกำไลทองบริสุทธิ์ล้อมไพลิน สวมรองเท้าผ้าปักลายผีเสื้อในหมู่ผกาสีม่วงเข้มเข้าคู่กับหม่าเมี่ยนฉวิน[footnoteRef:1]สีน้ำเงินปักดิ้นทอง ทั่วร่างล้อมรอบด้วยอัญมณีไปทั้งตัว ราวกับรับผิดชอบควบคุมพิธีการสำคัญ [1: "หม่าเมี่ยนฉวิน" เป็นเครื่องแต่งกายจีนโบราณประเภทกระโปรง จับจีบ ตัดเย็บด้วยผ้ามันวาว
]
สายตาของท่านป้าจินสงบนิ่ง เอ่ยราบเรียบ “ไม่ทราบว่าฮูหยินรองจะฝากบอกอะไรหรือเจ้าคะ”
ฮูหยินรองหลิ่วแต่งตัวงดงามยังคงเผยรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า เพียงแต่การแต่งหน้าหนาเตอะในวันนี้ทำให้หน้าตานางดูดุดันมากขึ้น นางยิ้มก่อนเอ่ย “จะบอกทุกท่านว่านับแต่วันนี้ไป งานเล็กใหญ่ในตระกูลฉินจะมีท่านพี่และข้าควบคุมชั่วคราว พี่เขยสามจะคอยช่วยเหลือดูแลเคียงข้าง”
“อ้อ เช่นนั้นหรือ” ท่านป้าจินใจสั่นคลอนแต่ยังเอ่ยอย่างไม่แยแส “ทว่าเรื่องสำคัญเช่นนี้เกรงว่าไม่ใช่เรื่องที่ท่านจะตัดสินใจเองได้”
จินเย่าหัวเราะเยาะออกมาอย่างไม่เกรงใจ ไม่ปกปิดความเหยียดหยามเลยสักนิด
เหล่าผู้อาวุโสที่เกี่ยวข้องก็ไม่กล้าพูดอะไร เพียงมองอยู่เงียบๆ
ฮูหยินรองหลิ่วก็หาได้ขุ่นเคือง ยังคงยิ้มสดใสพลางเอ่ย “ถูกต้อง เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราจะพูดกันเองได้ ย่อมเป็นท่านประมุขของตระกูลฉินของเราฉินเซิง นายท่านฉินได้ฝากฝังไว้ว่า ด้วยร่างกายของประมุขไม่แข็งแรง พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันก็ควรดูแลกันให้มาก แต่ทุกท่านวางใจได้ เรือนเฉียนคุนยังคงเป็นท่านป้าจินคอยดูแลเป็นหลัก”
“เรือนเฉียนคุนก็ไม่ใช่สิ่งที่สุนัขหรือแมวจะกล้าสอดมือได้” ท่านป้าจินยังไม่เอ่ยอันใด จินเย่าก็ถากถางเสียงเรียบ “ดูท่าฮูหยินรองคงลืมจุดจบของฮูหยินสามไปแล้ว”
เขารู้ว่าคนพวกนี้คิดอะไร คงอยากฉวยโอกาสตอนที่นายท่านยังไม่ฟื้นตัวดีบีบบังคับให้สละอำนาจ แต่ต่อให้นายท่านอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็ไม่มีวันให้โอกาสพวกเขา อีกทั้งสำนักเย่ายังเฝ้าดูอยู่ทุกวัน ยิ่งไม่มีวันให้โอกาสคนพวกนี้ฉกฉวยไปได้”
ฮูหยินรองหลิ่วยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนมองบุรุษที่อยู่ด้านหลังตนทันที “ท่านพี่”
นายท่านรองฉินยิ้มแก้มปริก่อนลุกขึ้น ก้อนเนื้อบนใบหน้าสั่นสะเทือน “ท่านป้าจิน หัวหน้าองครักษ์จิน และผู้อาวุโสทุกท่าน โปรดดูหลักฐานชิ้นนี้”
จินเย่าและท่านป้าจินชำเลืองมอง ตกใจสีหน้าซีดเผือดในพริบตา ราวกับไม่กล้าเชื่อสิ่งที่ตาเห็น นายท่านรองฉินหยิบป้ายหยกเลี่ยมมุกแสงมันวาวสะท้อนดึงดูดสายตา ด้านบนสลักอักษรโบราณ ‘ฉิน’ หากไม่ใช่ประมุขตระกูลฉิน ไม่ใช่หลักฐานของฉินเซิงแล้วจะเป็นสิ่งใดได้!
เมื่อเห็นป้ายคำสั่ง เฉกเช่นเห็นท่านประมุข มิอาจไม่เคารพได้
“ไม่ ไม่ได้เด็ดขาด!” สีหน้าของจินเย่าแทบจะมืดคล้ำลงทันตา เขาคืออาวุธสังหารที่เปรอะเปรื้อนโลหิตมานับไม่ถ้วน ไม่อาจปกปิดไอสังหารบนกายได้ทันทีทำให้นายท่านรองฉินตกใจกลัวต้องถอยหลังไปสองก้าว แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสที่อยู่ในบริเวณเดียวกันก็ตัวสั่นสะท้านไม่กล้าพูดสิ่งใด
กลับเป็นฮูหยินรองหลิ่วที่กล้าหาญ หลบซ่อนอยู่ด้านหลังนายท่านรองฉินก่อนตะโกนเสียงแหลม “จินเย่า เจ้าจะทำอะไร จะต่อต้านหรือ”
เมื่อท่านป้าจินเห็นป้ายหยกก็รีบหันไปมองฉินเซิงตามสัญชาตญาณ กลับเห็นเขาจับมือฉู่อวี๋อยู่เงียบๆ ราวกับความสนใจทั้งหมดอยู่ที่มือขาวนุ่มของฉู่อวี๋ เมฆคล้อยไม่ผ่านจิต ลมสบายไม่ผ่านโสต สรรพสิ่งหาได้ใส่ใจ ใบหน้าหยกเยือกเย็นสงบเงียบราวสายน้ำ
ราวกับฉู่อวี๋สังเกตถึงสายตาประหนึ่งคมดาบของนางได้จึงเงยหน้ามองทันควัน แต่สีหน้ากลับไร้เดียงสา ราวกับไม่รู้สิ่งใดทั้งนั้น
แต่ท่านป้าจินกลับมองเห็นความเยาะเย้ยถากถางผ่านดวงตาดำขลับของนาง ทันใดนั้นใจของท่านป้าจินก็สงบลง
นางหลุบดวงตาช้าๆ ก่อนเอ่ยปาก “จินเย่า อย่าเสียมารยาท”
จินเย่าเก็บไอสังหารบนตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนมองท่านป้าจินแล้วไม่เอ่ยอันใด
…
“ฉู๋อวี๋!”
ฉู่อวี๋ที่เพิ่งผ่านประตูห้องส้วมก็ได้ยินน้ำเสียงดุดันเดือดดาลดังขึ้นด้านหลัง แสงสะท้อนเย็นเยียบของดาบผสมไอสังหารรุนแรงพาดตรงต้นคอนางในพริบตา
“เจ้าทำอะไรกับนายท่านกันแน่!” สายตาของจินเย่าเคร่งเครียด พยายามอดกลั้นความอาฆาตในใจที่พร้อมปะทุของตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้สับสาวหญิงที่อยู่ตรงหน้าเป็นพันชิ้นหมื่นชิ้น
ทว่าฉู่อวี๋ทำราวกลับมองไม่เห็นคมดาบที่จอต้นคอตัวเอง นางมองจินเย่าด้วยท่าทีนิ่งสงบ “ระวังหน่อย หากเจ้าไม่ระวังบั่นคอข้าล่ะก็ เกรงว่าคงอธิบายกับนายท่านฉินได้ยากหน่อยนะ”
“เจ้า...!” นัยต์ตาจินเย่าทอประกายสังหารมากขึ้น แต่เขายังไม่ทันพูดจบ กลับถูกฉู่อวี๋เอ่ยแทรก
“นอกห้องส้วมเช่นเดียวกัน ใช้ดาบขู่เข็ญเช่นเดียวกัน ไม่รู้ว่าต่อไปเจ้าจะใช้วิธีเหมือนคราวก่อนที่เจ้าใช้กับข้าอีกหรือไม่” ฉู่อวี๋ยิ้มบางเคลือบความเย้ยหยัน
“ข้ารู้ว่าบทลงโทษยามสอบสวนของสำนักเย่าโหดเหี้ยมเพียงใด แต่ว่า จินเย่า หากเจ้ามีความสามารถจริงก็ฆ่าข้าเสียตอนนี้เลยสิ ไม่เช่นนั้น...”
นางนิ่งเงียบ ปรายตามองนัยน์ตาดอกท้ออันดุร้ายของจินเย่าโดยตรงพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มทีละคำ “ข้าจะให้พวกเจ้าได้ลิ้มลองสิ่งที่เรียกว่าหัวหน้าไร้ใจไร้คุณธรรม ให้พวกเจ้าได้เห็นว่าตระกูลฉินของเจ้าจะถูกทำลายได้อย่างไร”
“เหอะ อย่างเจ้าน่ะหรือ” จินเย่าชำเลืองมองนาง สายตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
นางพยักหน้า “เป็นอย่างที่เจ้าพูด ฉินเซิงไม่อาจติดตามข้าได้ตลอดเวลา แต่อย่าลืมว่า สำนักเย่าก็ไม่รู้ว่าข้ากับเขาคุยอะไรได้ตลอดเวลา วันนี้ข้าทำให้ฉินเซิงส่งจดหมายด้วยมือตัวเองได้ แล้วเจ้าไม่คิดหรือว่าพรุ่งนี้ข้าอาจให้เขา...”
ฉู่อวี๋ทำราวกับไม่เห็นคมดาบบนคอ เงยหน้ามองเขาก่อนยิ้มเยาะชั่วร้าย “ฆ่าพวกเจ้าน่ะหรือ เกรงว่าบ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์อย่างพวกเจ้าคงยินดีตายสินะ?”
“ฉู่! อวี๋! เจ้าอยากตายเป็นศพไร้ญาติที่นี่อย่างนั้นหรือ” จินเย่ายกมุมปากอย่างดุร้าย
“หรือเจ้าคิดว่า ข้าจะไม่กล้าฆ่าเจ้า?”