ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ

ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 009 ตอนที่ 9

#9Chapter 009

บทที่ 9 ลูกกบตัวน้อยมองหาแม่

ร่างกายตอบสนองเร็วกว่าสมอง ฉู่อวี๋โถมตัวเข้าไปในทันที ทั้งคนพิงอยู่บนแขนของฉินเซิง ลดเสียงลงต่ำ หัวเราะแห้งๆ ข้างหูเขา “เหอๆ ลูกรัก ท่านแม่เป็นห่วงเจ้า...เจ้าอยากจะกินอะไร ดื่มอะไร ข้าป้อนเอง!”

อา อยากจะถุยน้ำลายใส่ตัวเองที่ออดอ้อนได้อย่างน่าสะอิดสะเอียนเช่นนี้!

ฉู่อวี๋ลอบทอดถอนใจ

หากว่าจอมปีศาจที่อยู่ตรงหน้าไม่พอใจ ไม่แน่ว่าคนต่อไปที่จะถูกปักเป็นดอกไม้ก็คือตัวนางเองแล้ว!

ถึงแม้ว่านางก็เพียงแค่ลองดูเท่านั้น ไม่แน่ว่าจะสามารถทำให้จอมปีศาจที่อารมณ์แปรปรวนนี่สงบลงได้

ดวงตาของฉินเซิงหลุบต่ำลงมองแขนของนางซึ่งกำลังกอดแขนของตัวเองอย่างเงียบๆ ดวงตาสีอำพันอ่อนๆ เป็นประกาย ขณะที่ฉู่อวี๋ถูกสายตาของเขาจ้องมองเสียจนเสียวสันหลัง

“ดี” ขนตาของเขางอนขึ้นราวกับขนนก ดวงตาสีอำพันอ่อนๆ เป็นประกาย มุมปากค่อยๆ เผยรอยยิ้มราวกับสายลมเย็นสบายข้ามผ่านเมฆ ฉู่อวี๋มองเสียจนใจลอย

เส้นบางๆ ที่กั่นระหว่างเทพเจ้าและปีศาจ เป็นเช่นนี้เอง

……

หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นในวันนั้นได้ผ่านไปแล้ว ก็ตามมาด้วยวันดีๆ ไม่มีใครให้ฉู่อวี๋ไปที่ไหนอีก

กระทั่งท่านป้าจินและจินเย่าหลังจากที่ได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ เรือนเทียนเฟิงแล้ว ต่างก็เงียบไม่พูดไม่จา ไม่มีใครเข้ามาสร้างความลำบากให้นางชั่วคราว

แน่นอนว่า นางก็ยังคงออกไปไหนไม่ได้อาศัยอยู่ในเรือนเฉียนคุนซึ่งมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในตระกูลฉิน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรือนเฉียนคุนที่ล้วนจัดวางโดยอิงตามฉีเหมินตุ้นจย่า[footnoteRef:1]ห้าธาตุ[footnoteRef:2]แผนผังแปดทิศ[footnoteRef:3] ค่ายกลเกิดการเปลี่ยนแปลงทุกวัน หากไม่รู้ประตูชีวิต[footnoteRef:4]ก็ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเงาคอยเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด [1: เป็นหนึ่งในศาสตร์พยากรณ์ชั้นสูงของจีน ] [2: ได้แก่ทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน] [3: เป็นสัญลักษณ์แห่งฟ้าและดินที่สามารถทำนายและหยั่งรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างฟ้า ดิน มนุษย์] [4: หมายถึงประตูที่เป็นทางออกของค่ายกล]

ด้านหลังของนางยังมีคนที่คอยจับตามองอยู่ตลอดเวลาอย่างเช่นจอมปีศาจ

“ท่านแม่” เสียงอ่อนโยนนุ่มนวลดังขึ้นด้านหลังของฉู่อวี๋

ฉู่อวี๋ยืนอยู่บนหน้าต่างมองไปยังสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว ได้ยินเสียงนั่นตะโกนเรียก หว่างคิ้วอดไม่ได้ที่จะกระตุก รู้สึกเพียงแค่หายใจลำบาก

นางกระโดดลงจากหน้าต่าง เอ่ยขึ้นต่อคนชุดขาวที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยท่าทางไม่ดีนัก “เป็นท่านอาเอง ท่านอา!”

ฉินเซิงมองฉู่อวี๋ครู่หนึ่ง ยิ้มเล็กน้อย “ท่านอา”

ฉู่อวี๋ได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนที่ราวกับมีแรงดึงดูดเช่นนั้นเรียกตัวเองเบาๆ ราวกับมีสายลมที่อ่อนโยนพัดผ่านข้างหู ร่างกายไร้เรี่ยวแรง ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะสั่น กอดหน้าอกตัวเอง เพียงแต่อดไม่ได้ที่จะลอบด่าในใจ น่าเกลียด น้ำเสียงของคนผู้นี้ไพเราะเสียจนเป็นบาป เหมาะที่จะยั่วยวนเกินไปแล้ว ยังดีที่เขาเย่อหยิ่ง มิฉะนั้นไม่รู้ว่าจะมีสตรีอีกมากมายเท่าใดที่จะต้องตายอยู่ใต้เสื้อคลุมยาวของเขา

สายตาของฉู่อวี๋เป็นประกายระยิบระยับ จ้องมองขาเรียวยาวและงดงามที่อยู่ภายใต้เสื้อคลุมยาวของฉินเซิงอย่างหยาบคาย ไม่รู้ว่าเวลาเทพบุตรอยู่บนเตียงแล้วขยับสะโพกโดยออกแรงอย่างเต็มที่นั้นยังจะดูสง่างามเช่นนี้หรือไม่

ฉินเซิงไหนเลยจะรู้ว่านางกำลังจมดิ่งอยู่ในความคิดของตัวเอง เพียงแค่เอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน “กบหิมะเคี่ยวมะละกอเสร็จแล้ว บำรุงธาตุน้ำบำรุงไต เหมาะกับร่างกายที่ผอมแห้งเหี่ยวราวกับวิญญาณอัปลักษณ์ของท่านอามากที่สุด”

ฉู่อวี๋มองชามที่อยู่ในมือของเขา ใบหน้าเขียวขึ้นในชั่วพริบตา “ข้าเพิ่งนึกได้ว่าข้าปวดท้อง ข้าจะไปปลดทุกข์!”

พูดจบ นางก็หมุนตัวเตรียมเดินจากไป

เป็นไปอย่างที่คาดไว้จริงๆ ความโชคดีที่ได้รับจากเทพเจ้าเช่นนี้นางเพลิดเพลินต่อไปไม่ไหวแล้ว ปากราวกับพ่นพิษออกมาอย่างไม่รู้ตัวก็ช่างเถอะ ทั้งวันตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นยังจะตักไข่ของกบต้นไม้ที่น่าสะอิดสะเอียนมาให้นางอีก นางล้วนรู้สึกว่ามีไข่ของกบต้นไม้เต็มท้องของตัวเองหมดแล้ว เรอออกมาทีก็มีลูกกบตัวหนึ่งออกมาที ผ่านไปอีกแค่ไม่กี่วันไม่แน่ว่าอาจจะมีลูกกบส่งเสียงร้องอ๊บๆ เดินตามตูดตัวเองเรียกนางว่าท่านแม่เหมือนเขาก็เป็นได้

ทว่านางก้าวเท้าออกไปยังไม่ถึงสองก้าวก็ถูกคว้าคอเสื้อไว้ ฉินเซิงยื่นมือของเขาดึงนางกลับมาอย่างสง่างาม ยื่นชามที่อยู่ในมือป้อนเข้าปากนาง ทอดถอนใจเบาๆ เสียงหนึ่ง “ท่านแม่ เหล่าจินพูดแล้วว่าร่างกายของท่านอ่อนแอ ถ้าหากว่าไม่กินอาหารบำรุงร่างกายบ่อยๆ จะตายก่อนวัยอันควรอย่างแน่นอน”

“ฮือๆ...เป็นท่านอา ท่านอา!” ฉู่อวี๋ถูกป้อนกบหิมะจนเต็มปาก ต่อสู้ดิ้นรนไปพลางร้องตะโกนอย่างอยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก

อายุนี้ช่างสั้นนัก เขาเป็นลูกกบน้อยตัวนั้นที่มองหาแม่ แต่นางไม่ใช่แม่ของลูกกบตัวนั้นจริงๆ นี่!

ยังมีผู้อาวุโสพวกนั้นที่มักจะเปลี่ยนวิธีมาจัดการกับนาง นางมิใช่ว่าเป็นท่านแม่ของนายท่านของพวกเขาเพียงแค่ชั่วคราวหรอกหรือ นางไม่ได้เต็มใจเสียหน่อย!

……

อากาศค่อยๆ เย็นลง ฉู่อวี๋อยู่ที่ตระกูลฉินเป็นเวลากว่าสองเดือนแล้ว

สองเดือนนี้ เริ่มแรกนางก็เหมือนกับนกตื่นธนู[footnoteRef:5]จนภายหลังก็นับว่ากินดี หลับสบาย เพียงแต่ว่าตอนกลางคืนจะไม่สะดวกเล็กน้อย นางจะต้องนอนด้านใน ฉินเซิงนอนอยู่ด้านนอก คล้ายกับว่าเขาจะต้องเฝ้านางเขาถึงจะนอนหลับสนิท [5: หมายถึงคนที่เคยถูกทำให้ตกใจหรือหวาดกลัวมาก่อน ภายหลังเมื่อมีสิ่งใดมากระทบแม้เพียงเล็กน้อยก็มักจะหวาดกลัวอย่างยิ่ง]

ถึงแม้ว่าห้องของเจ้าบ้านตระกูลฉินจะกว้างมากพอ ภายนอกล้วนมีประตู ทว่านางกลับรู้สึกถูกจับตาอยู่ตลอดเวลา ทำอะไรก็ล้วนไม่สะดวก

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดี ฉินเซิงคอยเกาะติดอยู่ข้างกายนางตลอดทั้งวันทั้งคืน อย่างน้อยที่สุดนางก็สามารถหลีกเลี่ยงการถูกฆ่าได้ นางรู้สึกได้ถึงเจตนาร้ายของผู้คนทั้งหลายที่อยู่ภายในเรือนเฉียนคุน ยกตัวอย่างเช่นจินเย่า หากมิใช่ว่าเขากังวลความเป็นอยู่ของฉินเซิง เกรงว่าคงจะสับนางเป็นชิ้นๆ แล้วโยนทิ้งลงแม่น้ำเป็นอาหารให้ปลาไปแล้ว!

ถึงแม้ว่านางจะมียันต์ป้องกันตัวอย่างฉินเซิง แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะได้สติขึ้นมาเมื่อไร เกรงว่าเมื่อถึงเวลานั้นนางก็จะยิ่งหลบหนีออกไปไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องตายด้วยวิธีใด

ภายในสมองนึกถึงภาพเหตุการณ์ของเสิ่นฮูหยิน มนุษย์ต้นไม้ นั่นขึ้นภายในชั่วพริบตา ฉู่อวี๋อดไม่ได้ที่จะหนาวสั่น

เกรงว่า วันที่ฉินเซิงได้สตินั้น เป็นวันที่นางจะต้องตายอย่างอนาถ

ฉู่อวี๋ล้างมือ มองสายน้ำในสระไผ่สีเขียว ทันใดนั้นก็รู้สึกใจคอแห้งเหี่ยวขึ้นเล็กน้อย

นางมาอยู่ในจุดที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้ได้อย่างไร?

“ท้ายที่สุดแล้ว ข้าจะต้องถูกขังอยู่ที่นี่อีกนานเท่าไร?” นางพูดพึมพำกับตัวเอง

ตระกูลฉินร่ำรวยมีเกียรติเช่นนี้ อาหารเสื้อผ้าที่ฟุ่มเฟือยนางล้วนไม่เคยเพลิดเพลินมาก่อน ทว่าเจตนาร้ายที่อยู่รอบๆ ตัว ในใจรู้สึกแค่เพียงความยากลำบาก คิดถึงช่วงเวลาตอนที่อยู่บ้านของเหล่าหูแอบเข้าห้องครัวขโมยเนื้อกิน ตอนที่เป็นตำรวจใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระ

“แม่นางฉู่ถึงกับถูกกักขังอยู่ที่เรือนเฉียนคุนเชียวหรือ?” ทันใดนั้นเสียงสตรีที่ลดเสียงลงต่ำก็ดังขึ้นด้านหลังของฉู่อวี๋

ฉู่อวี๋ชะงัก หันหน้ากลับไปอย่างทันที เห็นสตรีผู้หนึ่งท่าทางคล้ายกับหญิงรับใช้เดินออกมาจาก ห้องน้ำข้างๆ

นางรู้สึกเพียงแค่ว่ารูปร่างของหญิงรับใช้คนนี้อรชร บนร่างกายมีกลิ่นหอมอย่างยิ่ง กิริยาท่าทางวางมาดเช่นนั้นไม่เหมือนกับหญิงรับใช้ทว่าคล้ายกับเจ้านาย ลดเสียงลงต่ำก็ไม่สามารถซ่อนความเย่อหยิ่งในน้ำเสียงนั้นได้

ยิ่งไปกว่านั้น หากเทียบกับอายุของหญิงรับใช้แล้ว คนผู้นี้ก็อาจจะดูแก่ไปสักหน่อย

หญิงรับใช้นั่นเห็นฉู่อวี๋จ้องมองตัวเองทว่ากลับไม่พูดอะไร นางดูจะกังวลเล็กน้อย มองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีคนแล้วจึงขยับเข้ามาใกล้ฉู่อวี๋เอ่ยเสียงต่ำ “แม่นางฉู่ เจ้าจำข้าไม่ได้หรือ ข้าคือ...”

“หลิ่วฮูหยิน?!” ในที่สุดฉู่อวี๋ก็จำได้ว่าหญิงรับใช้ผู้ที่มีใบหน้าสวยหยาดเยิ้ม คิ้วโค้งงามได้รูป ดวงตาเรียวรีนั่นเป็นใคร อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง

“ชู่ว์!” หลิ่วฮูหยินรีบทำท่าทางให้หยุดพูด ยื่นหน้าออกไปนอกห้องน้ำมองซ้ายมองขวาอย่างกังวลเล็กน้อย เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครสนใจ ถึงจะรีบขยับเข้าใกล้ฉู่อวี๋ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “มิผิด ในที่สุดแม่นางฉู่ก็จำข้าได้แล้ว”

ฉู่อวี๋เห็นท่าทางที่ดูสนิทสนมเช่นนี้ของหลิ่วฮูหยิน ทว่ากลับใช้ตัวขวางทางนางไว้ ภายในใจของนางตื่นตัวขึ้นอย่างทันที นางเลิกคิ้ว “หลิ่วฮูหยินเหตุใดจึงแต่งตัวเช่นนี้ มีเรื่องอันใดหรือ?”

ดวงตาหลิ่วฮูหยินเป็นประกาย ทว่ากลับเอ่ยขึ้นเสียงต่ำ “แม่นางฉู่มิต้องกังวล ข้าไม่ได้อยากทำให้แม่นางลำบากใจ ข้าได้ยินมาว่าแม่นางเป็นผู้ที่ถูกฉินเซิงกักขังไว้ที่นี่ เดิมทีก็ยังไม่เชื่อ ทว่าเมื่อสักครู่ได้ยินคำพูดของแม่นางแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง”

เรือนเฉียนคุนแม้ว่าจะมีการป้องกันอย่างแน่นหนาแต่ไหนแต่ไรมา ฐานะของหญิงรับใช้และข้ารับใช้ที่อยู่ภายในล้วนไม่เหมือนกับเรือนอื่นๆ ทั้งหมดล้วนเป็นผู้ที่มีทักษะในการต่อสู้ ประวัติความเป็นมายิ่งไม่มีผู้ใดทราบ สอดแทรกกำลังคนเข้ามาในตำแหน่งต่างๆ ภายในเรือนเฉียนคุนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากมิใช่เพราะว่าครั้งนี้เจ้าบ้านอย่างฉินเซิงเกิดเรื่องแล้ว เรือนเฉียนคุนจึงขาดความรอบคอบเล็กน้อย นางก็ไม่มีทางที่จะสืบข่าวของฉู่อวี๋ได้

“เรื่องของข้าเกี่ยวข้องอะไรกับหลิ่วฮูหยินด้วยหรือ?” ฉู่อวี๋เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นชา

นางไม่ได้ลืมว่าคนตระกูลฉินเหล่านี้มองนางด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามเป็นอย่างมาก ไม่มีเรื่องใดที่ได้มาโดยง่าย จะต้องมีบางสิ่งแอบแฝงอย่างแน่นอน

ภายในดวงตากลมโตของหลิ่วฮูหยินปรากฏความมืดมนแวบหนึ่ง เอ่ยเสียงต่ำ “ข้ามาทำข้อตกลงกับแม่นาง”

“ไม่ว่าเจ้าอยากจะทำอะไร ข้าล้วนไม่ตกลง” ฉู่อวี๋พูดจบ ก็เตรียมเดินผ่านนางไป

นางไม่อยากถูกผู้อื่นใช้เป็นเครื่องมือเพื่อแย่งชิงอำนาจภายในตระกูล เดิมทีสถานการณ์ของนางในเรือนเฉียนคุนก็ยากลำบากพอแล้ว

หลิ่วฮูหยินเห็นดังนั้น ภายในใจกระวนกระวายขึ้นเล็กน้อย ฉู่อวี๋ผู้นี้ไม่ใช่จะหลอกลวงได้ง่ายๆ นางกัดฟัน เอ่ยขึ้นอย่างตรงไปตรงมา “แม่นางฉู่ เจ้ามิใช่อยากจะไปจากตระกูลฉินหรือ ข้ามีวิธีที่จะช่วยให้เจ้าออกไปจากเรือนเฉียนคุนได้ เจ้าน่าจะรู้ว่าหากไม่มีผู้ใดคอยช่วยเหลือแล้ว เจ้าอย่าได้คิดที่จะไปจากตระกูลฉินอีกเลย”

หลายวันมานี้นางวางแผน เสี่ยงอันตรายมากมายเช่นนี้แล้ว จะกลับไปมือเปล่าได้อย่างไร ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดฉู่อวี๋ถึงถูกขังอยู่ที่เรือนเฉียนคุน แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดนางก็รู้ว่าฉู่อวี๋อยากจะออกไป นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่ง

ฉู่อวี๋ได้ยินดังนั้น ชะงักฝีเท้า สังเกตหลิ่วฮูหยินครู่หนึ่ง มือทั้งสองกอดอก “ข้ามีเรื่องที่อยากจะพูดก่อน เรื่องฆ่าคนวางยาพิษลอบวางเพลิง ข้าไม่ทำอย่างเด็ดขาด”

สตรีผู้นี้พูดได้ถูกต้อง หากไม่มีคนช่วยเหลือแล้ว นางไม่มีทางที่จะออกไปจากเรือนเฉียนคุนได้อย่างแน่นอน ทว่านางก็มิใช่คนโง่ที่จะให้ผู้อื่นหลอกใช้ง่ายๆ

หลิ่วฮูหยินเห็นดังนั้น ในใจนึกยินดี “วางใจ ไม่ให้เจ้าไปทำเรื่องโหดร้ายเหล่านั้นอย่างแน่นอน เรื่องนี้สำหรับแม่นางฉู่แล้วไม่ใช่เรื่องยาก”

พูดจบ นางรีบก้าวไปข้างหน้ากระซิบลงข้างหูของฉู่อวี๋

……

devc-3daa7acd-33865ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 009 ตอนที่ 9