ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 026 ตอนที่ 26
บทที่ 26 ไม่เคยเล่าเรียน ไม่รู้วิชา
หัวข้อสนทนานั้นทำให้ฉินเซิงค่อยๆ หยุดฝีเท้า ทว่าจู่ๆ ฉู่อวี๋ก็กวาดสายตามองนักเรียนเหล่านั้นอย่างเย็นชา ก่อนดึงข้อมือฉินเซิงแน่น ดึงเขามาข้างกาย “รีบเดินเถอะ ไม่ต้องสนใจพวกนั้นหรอก”
ฉินเซิงหลุบตามองผ่านไรผมยาวเห็นท่าทีอ่อนโยนของนางที่จับข้อมือเขาไว้ นัยน์ตาค่อยๆ เผยประกายอ่อนโยน
“อืม” เขาพยักหน้าเบาๆ
ไม่นานนัก อาจารย์ชังลู่ก็พาพวกเขาไปยังห้องที่คล้ายห้องหนังสือ ฉู่อวี๋เห็นป้ายบนห้องเป็นอักษรมังกรเหินหงส์ระบำที่ดูเข้มแข็งทว่านุ่มนวลว่า...ห้องผู้อำนวยการ
ห้องผู้อำนวยการกว้างขวาง ชั้นหนังสือตั้งเรียงราย ข้างหน้าต่างมีแท่นสี่เหลี่ยมที่วาง พู่กัน หมึก กระดาษ และจานฝนหมึกไว้มากมาย เพียงเห็นก็รู้ว่าเป็นสถานที่ที่บรรดาอาจารย์ไว้ใช้จัดการธุระของสถานศึกษา
ยามนั้นด้านในมีเพียงอาจารย์วัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ เมื่อเห็นอาจารย์ชังลู่พาคนเข้ามา จึงทำความเคารพอาจารย์ชังลู่ก่อน ค่อยหยิบสมุดจากชั้นหนังสือออกมาเล่มหนึ่ง มองฉู่อวี๋และฉินเซิงพลางเอ่ยถามอย่างเกรงใจ “ข้าน้อยหลี่ซือ พวกเจ้าทั้งสองคือนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้าเรียนใช่หรือไม่ ข้าขอสอบถามว่าเคยเรียนอะไรกันมาบ้างจะได้แบ่งลงวิชาเรียนได้เพื่อไม่ให้ล่าช้าต่อความก้าวหน้า”
นับว่าฉู่อวี๋เคารพอาจารย์ผู้สอบถามมากนัก ประสานมือคำนับเสร็จจึงเอ่ย “ท่านอาจารย์ถามข้าคนเดียวก็พอเจ้าค่ะ หลานชายของข้าแค่เรียนตามเฉยๆ สมองเขาได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เล็ก ใช้การได้ค่อยดีเท่าไหร่เจ้าค่ะ”
อาจารย์หลี่ไม่ซักไซ้ ก่อนหยิบพู่กันเอ่ยถามทันใด “ได้ ไม่ทราบว่าคุณหนูฉู่เรียนเย็บปักถักร้อยในครอบครัวมามากน้อยแค่ไหน เรียนวิธีปักผ้าจากสำนักใด เซียงซิ่ว[footnoteRef:1] ซูซิ่ว[footnoteRef:2] สู่ซิ่ว[footnoteRef:3]...?” [1: งานปักผ้าของมณฑลหูหนาน] [2: งานปักผ้าของมณฑลเจียงซู ] [3: งานปักผ้าของมณฑลเสฉวน]
“ข้าไม่เคยเรียนเย็บปักถักร้อย เคยเย็บกระดุมบางเป็นครั้งนับด้วยหรือไม่เจ้าคะ” ฉู่อวี๋เอ่ยขัดอาจารย์
นางเพียงช่วยเขาประหยัดน้ำลายก็เท่านั้น
อาจารย์หลี่ได้ยินก็ตกใจราวกับสงสัยหูตัวเองว่าได้ยินถูกต้องหรือไม่ “อะไรนะ”
แม้แต่อาจารย์ชังลู่ยังตะลึง...สาวน้อยที่เย็บปักถักร้อยไม่ได้เลยสักนิด กลับเข้าเรียนวิชาเย็บปักที่สถานศึกษาตระกูลฉินแห่งเจียงหนานซึ่งมีชื่อเสียงก้องหล้าโดยตรง
มีเหล่านักเรียนไม่น้อยมาล้อมวงแอบดูความครึกครื้นในห้องผู้อำนวนการ พอได้ยินฉู่อวี๋เอ่ยเช่นนั้นก็อดขำปนดูถูกไม่ได้
อาจารย์หลี่ลอบมองอาจารย์ชังลู่ เห็นสีหน้าจนใจ ทว่าก็พยักหน้าเล็กน้อย ทำได้เพียงกระแอมเล็กน้อย “อะแฮ่ม...ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ไม่ทราบว่าคุณหนูฉู่เคยเรียนวาดภาพหรือไม่”
ฉู่อวี๋ส่ายหัว “ไม่เคยเจ้าค่ะ”
อาจารย์หลี่ “...ดนตรีเล่า”
ฉู่อวี๋ “ไม่เคยเช่นกันเจ้าค่ะ”
อาจารย์หลี่ “พู่กันจีนล่ะ?”
ฉู่อวี๋ “ก็ไม่เคยเจ้าค่ะ”
อาจารย์หลี่ “เช่นนั้น...”
ฉู่อวี๋โบกมือ ก่อนเอ่ย “ท่านอาจารย์ไม่ต้องถามแล้วเจ้าค่ะ พิณ หมาก พู่กันจีน วาดภาพ รวมถึงศิลปะทั้งหกแขนง ข้าทำไม่เป็นเลยเจ้าค่ะ”
นางก็แค่ชาวบ้านธรรมดาจะเรียนไปทำไม การเรียนเรื่องพวกนี้หากไม่เป็นคุณหนูลูกผู้ดี ก็คงเป็นเหล่านางโลมที่เรียนไว้เพื่อเสริมบารมีก็เท่านั้น
ทว่านอกห้องพลันเกิดเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว ตามมาด้วยเสียงวิจารย์เจือดูถูก
“คิกๆ...ที่แท้ก็เป็นพวกอ่อนหัด”
“เมื่อวานเห็นนางก็รู้แล้วว่าเป็นสตรีหยาบคายจากตระกูลเศรษฐที่ร่ำรวยสายฟ้าแลบ”
“คนแบบนี้คู่ควรกับสถานศึกษาตระกูลฉินหรือ พวกอาจารย์นี่ช่าง...”
อาจารย์หลี่และอาจารย์ชังลู่สีหน้าย่ำแย่...สถานศึกษาตระกูลฉินเลื่องชื่อไปทั่วหล้ากลับรับ ‘คนอ่อนหัด’ เข้ามา ต้องไม่ดีกับชื่อเสียงเป็นแน่
อีกอย่าง ฉู่อวี๋ตั้งใจบอกชัดว่านางทำไม่เป็นสักอย่าง ช่างยุ่งยากเสียจริง...แล้วทีนี้จะให้นางไปเรียนอะไรเล่า
ขณะที่อาจารย์ชังลู่และอาจารย์หลี่กำลังครุ่นคิด เสียงนินทาเจื้อยแจ้วปนดูถูกก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ร่างสูงที่ยืนด้านหลังฉู่อวี๋เงียบเชียบค่อยๆ เผยไอเย็นยะเยือก ไอเย็นค่อยๆ ออกมาจากตัวฉินเซิง ทว่าท่าที่สะบัดแขนเสื้อทำให้อาจารย์ชังลู่ที่อยู่อีกฝากหนึ่งหน้าเปลี่ยนสี
แย่แล้ว!
เพียงแต่อาจารย์ชังลู่ยังไม่ทันอ้าปาก กลับโดนอีกคนหนึ่งพูดขัดขึ้น
“เซียนเซียน ไหนบอกว่าจะไม่สนใจพวกเขาไง” จู่ๆ ฉู่อวี๋ก็พลิกฝ่ามือกอบกุมชายมือขาวดุจหยกของฉินเซิงที่อยู่ในแขนเสื้อ เอ่ยเสียงเบา
ฉินเซิงนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ชอบ เอะอะเกินไป”
ไม่ชอบอะไร?
ไม่ชอบได้ยินคนอื่นดูถูกนินทาฉู่อวี๋งั้นหรือ
อาจารย์ชังลู่รู้สึกได้ว่าไอเย็นชวนหวาดผวาข้างกายตนค่อยๆ หายไปแล้ว ก่อนมองฉู่อวี๋ด้วยสีหน้าซับซ้อน
...มิน่าเล่า ท่านป่าจินและคนอื่นถึงได้หวาดกลัวนางนัก ยายหนูลูกผู้ดีคนนี้มีอะไรดีถึงเข้าตานายท่านได้
ฉู่อวี๋ไม่พูดอะไรเยอะ ได้แต่คลึงข้อมือเขา บอกเป็นนัยให้เขาเงียบ
จากนั้นนางก็ยิ้มร่ามองอาจารยชังลู่พลางเอ่ย “ท่านอาจารย์ทั้งสอง แค่หาสถานที่ให้ข้าไปนั่งฆ่าเวลาเล่นก็พอแล้วเจ้าค่ะ ข้าอยู่บ้านก็ว่างจนไม่รู้จะทำอะไร”
ทุกปีมีนักเรียนตระกูลมั่งมีมากมายต่างแข่งขันอย่างดุเดือดเพื่อให้ได้เข้าสถานศึกษาตระกูลฉิน พอถูกฉู่อวี๋พูดให้กลายเป็นสถานที่ฆ่าเวลาว่าง ทันใดนั้นเหล่านักเรียนที่ล้อมวงอยู่ไม่ไกลรู้สึกราวกับถูกแทงที่หัวใจ ก่อนมองฉู่อวี๋ด้วยความโกรธเคือง
เมื่อเห็นสีหน้าไม่สนใจคำวิจารณ์ใดๆ ของฉู่อวี๋ อาจารย์หลี่และอาจารย์ชังลู่ต่างยิ้มขื่นมองหน้ากันแล้วอาจารย์ชังลู่ก็พูดต่อ...
“คุณหนูฉินมาเรียนเย็บปัก แต่ก่อนเรียนเย็บปักให้ไปเรียนวาดภาพก่อน ผู้ปักผ้าย่อมต้องมีภาพ การปักภาพนั้นเป็นพื้นฐานของการปักผ้า เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น”
อาจารย์หลี่พยักหน้าอย่างนอบน้อบ “ขอรับ ผมจะพาพวกเขาไปหาอาจารย์ฉิน...”
“ท่านอาจารย์งานยุ่งนัก ไม่สู้ให้ศิษย์พานักเรียนใหม่สองคนไปหาอาจารย์แทนดีไหมเจ้าคะ” จู่ๆ น้ำเสียงนิ่มนวลดังขึ้นนอกประตูที่มีนักเรียนคนอื่นกำลังดูอย่างเรื่องครึกครึ้น
ฉู่อวี๋ได้ยินน้ำเสียงนั้นก็คุ้นหูนักจึงหันหน้าไปมอง ก็เห็นร่างเพรียวเดินออกมาจากกลุ่มนักเรียน
“เหอะ” เมื่อเห็นคนที่เดินมา ฉู่อวี๋ก็หรี่ตา “เจ้าเองหรือ”
นักเรียนที่เดินมาสวมชุดนักเรียนหญิงของสถานศึกษาตระกูลฉิน คิ้วโก่งสวยงาม ดวงตาเมล็ดซิ่ง ใบหน้ากลมดั่งจันทร์เพ็ญ รัศมีอ่อนโยนสง่างาม หากไม่ใช่อัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งแห่งสถานศึกษาตระกูลฉิน ลู่อวิ๋นชิง แล้วจะเป็นใครได้
ลู่อวิ๋นชิงมองฉู่อวี๋พลางยิ้มสุภาพ “ข้าคือหัวหน้านักเรียนหญิงของสถานศึกษาตระกูลฉิน คอยแบ่งเบาภาระให้อาจารย์และผองเพื่อน ช่วงนี้มีการทดสอบภาคฤดูใบไม้ผลิ ท่านอาจารย์คงยุ่งมาก ไม่สู้ให้ข้าพอคุณหนูฉู่อวี๋และคุณชายฉู่ไปหาอาจารย์ฉิน แล้วแนะนำสถานศึกษาตระกูลฉินของเราดีหรือไม่”
ฉู่อวี๋มองลู่อวิ๋นชิง ตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อย “อ้อ หัวหน้านักเรียนหญิงที่เมื่อวานแทบจะไล่พวกเราออกจากสถานศึกษาตระกูลฉิน วันนี้กลับใจดี ช่างน่าตกใจนัก เจ้าคงไม่คิดวางแผนพาพวกข้าไปสังหารระบายความโกรธหรอกใช่ไหม”
หัวหน้านักเรียนหญิงงั้นเหรอ ดูท่าคงเป็นหัวโจกในกลุ่มนักเรียนหญิงสินะ
อัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่ง ตำแหน่งในสถานศึกษาตระกูลฉินช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียจริง