ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ

ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 033 ตอนที่ 33

#33Chapter 033

บทที่ 33 ปลุกเร้า

ฉินเซิงถีบประตูเปิดออก เห็นเพียงว่าในห้องมีไอน้ำบดบัง บนพื้นปกคลุมด้วยคราบน้ำ เปียกลื่รนเรี่ยราดไปหมด

เงาร่างเปลือยเปล่าสีขาวร่างหนึ่งกำลังเกาะขอบอ่างไม้อย่างทุลักทุเล พยายามประคองร่างเพื่อลุกจากพื้น

เขาอดตกใจไม่ได้ สายตาหยุดนิ่งบนรูปร่างบอบบางงดงาม

หญิงสาวหันข้างให้เขา ใบหน้างดงามที่มีหยดน้ำเม็ดใสเกาะกุมแดงก่ำด้วยความอาย ดูแล้วเหมือนสัตว์ตัวน้อยที่กำลังเขิน

แต่ดวงตาสีดำขลับคู่โตกลับมีความมึนงงเหมือนตกใจ เส้นผมสีดำที่เปียกโชกทิ้งตัวลงเสมือนสาหร่าย ปกคลุมลำคอเนียนละเอียดสีหิมะ แต่กลับบังยอดเขาหิมะเนียนนุ่มบนหน้าอกไม่อยู่ เมื่อประคองร่างกายให้สมดุล เอวเล็กบางโค้งไปข้างหลังเล็กน้อยจนเกิดเป็นสะพานโค้งสีขาว ทั้งยังเหมือนเครื่องดนตรีประเภทสาย ขับดุนให้สะโพกดูงอนและขายาวมากขึ้น

ท่ามกลางไอน้ำที่ลอยวน ร่างกายสาวน้อยดูงดงาม ต่างจากเวลาปกติที่ไม่ค่อยแต่งเนื้อแต่งตัวโดยสิ้นเชิง

สายตาฉินเซิงหยุดอยู่ที่ร่างนางเงียบๆ ภาพฉากที่งดงามมีเสน่ห์แปลกๆ นี้ทำให้เขานึกถึงตำนานในหมู่ชาวประมงเรื่องหนึ่ง ในคืนพระจันทร์เต็มดวงมีภูติทะเลหางเป็นปลาตัวเป็นคนลอยขึ้นมาเล่นน้ำ จากนั้นถูกคนจับขึ้นฝั่งมากักขัง

เขามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้านิ่งๆ รู้สึกว่าในใจประหนึ่งมีความร้อนแผ่ออก ดุจแสงสีแดงประหลาดในขี้เถ้า

เมื่อประตูถูกเปิด ลมเย็นก็พัดเข้ามาทันที เย็นจนฉู่อวี๋ที่กำลังตกใจแต่ก็ต้องต่อสู้กับความลื่นบนพื้นได้สติทันที เมื่อนางหันมาก็เห็นว่าที่ประตูมีเงาร่างสีขาวเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เงานี้ยืนตรงนิ่งไม่ต่างจากเสา

เนื่องจากฉินเซิงถอดของที่ใส่เพื่อปลอมตัวออกไปหมดแล้ว ฉู่อวี๋จึงเห็นชัดว่าดวงตาสีอำพันคู่งามของเขากำลังจับจ้องนาง สายตาที่ไม่ปิดบังนี้ทำให้ฉู่อวี๋รู้สึกว่าทุกตารางนิ้วบนร่างกำลังติดไฟ

สายตาที่แทบจะจับต้องได้นี่เคลื่อนผิวทุกอณูบนร่างนางเหมือนน้ำแข็งเหมือนไฟ ฉู่อวี๋ทั้งอายทั้งเขิน รีบดึงผ้าเช็ดตัวมาคลุมร่างบอบบาง ขณะเดียวกันก็กัดฟันพูดอย่างโกรธๆ ว่า “ออกไปเดี๋ยวนี้ ใครให้เจ้าเข้ามา ท่านแม่เจ้าไม่เคยสอนว่าห้ามดูสิ่งที่ผิดจารีตประเพณีหรือ!”

ใบหน้าเย็นชางดงามของฉินเซิงกลายเป็นสีแดงเมื่อได้ยินดังนี้ เขาขยับร่างเล็กน้อยแล้วหันไปด้านหลัง

ฉู่อวี๋ถอนใจด้วยความโล่งอก ขณะที่กำลังจะปีนกลับลงสู่อ่างน้ำก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง เมื่อหันไปมองก็ทำได้แค่ร้องเสียงแหลม ถูกคนรัดเอวอุ้มขึ้น

ขาทั้งสองของนางลอยขึ้นจากพื้น ฟ้าดินลอยหมุน ตกใจจนทำผ้าเช็ดตัวหลุดมือ เมื่อยื่นมือออกไปคว้าตามสัญชาตญาณก็กอดคอฉินเซิงไว้พอดี ร่างทั้งร่างอิงแอบเข้ากับอกที่ดูบอบบางแต่แท้จริงแล้วกว้างหนาของเขา

แม้ชาติที่แล้วจะมีแฟนหนุ่มที่เคยคุยเรื่องแต่งงานกัน แต่ตอนนี้เรื่องในชาติที่แล้วห่างไกลจากนางมาก อยู่ในชาตินี้มาก็หลายปีแต่ก็ไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนมากขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้นางจึงอดที่จะตัวแข็งเป็นท่อนไม้เป็นหินไม่ได้ ใบหน้าแดงระเรื่อและพูดอย่างประหม่า “เจ้าจะทำอะไรน่ะ!”

“ห้ามดูสิ่งที่ผิดจารีตประเพณีก็จริง แต่ท่านอาน้อยเป็นคนในครอบครัวของเซิงเอ๋อร์ คนในครอบครัวบาดเจ็บแล้วจะนิ่งเฉยได้อย่างไร ข้าจะอุ้มท่านอาน้อยไปดูแลแผลที่เตียง” เสียงนิ่งเรียบนุ่มนวลของฉินเซิงดังส่งมาจากบนศีรษะ เสียงนี้ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ใสสะอาดเหมือนน้ำ ทำให้ฉู่อวี๋ฟังแล้วรู้สึกว่าความคิดตัวเองสกปรกเกินไป

“ข้าไม่ได้บาดเจ็บ ข้าแค่...แค่ลื่นล้มจากอ่างไม้ เจ้าวางข้าลงแล้วออกไปเดี๋ยวนี้!” นางยังคงตัวแข็งทื่อ ใช้มือข้างหนึ่งมาบดบังยอดเขาหิมะนุ่มนวลบนหน้าอก แต่อีกข้างกลับไม่กล้าปล่อยจากคอฉินเซิง

ฉินเซิงตอบรับเรียบๆ อุ้มนางเดินไปที่เตียง

ฉู่อวี๋รู้สึกว่าทั้งที่ปกติแล้วมีระยะทางแค่ไม่กี่ก้าว แต่ไม่รู้เหตุใดตอนนี้กลับยาวไกลมาก ไกลจนนางรู้สึกว่าตัวเองจะแข็งจนชาไปทั้งร่างแล้ว แข็งเหมือนรูปปั้นหิน ผิวทุกตารางนิ้วที่แนบติดกับเขาโดยมีเสื้อผ้ากั้นประหนึ่งกำลังถูกไฟเผา

เสื้อผ้าน้อยลงแค่ชั้นเดียวแต่กลับทำให้นางเหมือนรู้สึกถึงความร้อนจากร่างเขาได้อย่างชัดเจน ควบคู่กับกลิ่นตัวเย็นๆ ของเขาแล้วเป็นความเย็นต้องห้ามชัดๆ ทำเอาจิตใจสับวนว้าวุ่นไปหมด

เซียนเอ๋อร์มองนางเป็นญาติทางสายเลือด แต่นางกลับรู้ดีว่าเขากับนางไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดแม้แต่นิดเดียว

ช่วงเวลาที่ฉู่อวี๋อยู่ในอ้อมอกฉินเซิงผ่านไปช้าเหมือนนานเป็นปี ทว่านางกลับไม่รู้เลยว่าท่าทางของตัวเองที่ก้มหน้าขดตัวในอ้อมอกเขา ผมเส้นยาวแผ่ซ่าน เขินอายจนแข็งเป็นท่อนไม้ยั่วยวนใจเพียงใด

ฉินเซิงหลุบตาลงเล็กน้อย หางตาเห็นหยดน้ำเม็ดใสค่อยๆ ไหลจากคางบนใบหน้าน่ารักของนางลงไปยังคอเนียนละเอียด จากนั้นก็หายเข้าไปในยอดเขาหิมะนุ่มที่ถูกนิ้วมือเรียวของนางบดบังไว้

ส่วนมือที่อุ้มนางอยู่ของเขาก็รู้สึกได้ถึงความลื่นละเอียดถึงขีดสุดของผิวพรรณหญิงสาว มันนุ่มเหมือนน้ำมันบำรุง สัมผัสจากผิวอุ่นลื่นประหนึ่งจะดูดมือได้ ทำให้สัมผัสแล้วไม่อยากปล่อยมือ...

เขาอุ้มนางเดินไปผ่านฉากกั้นไปที่เตียงไม้ในห้องด้วยฝีเท้ามั่นคง ดวงตาอำพันดั่งคลื่นใสกลับอึมครึม

ในอากาศมีไอน้ำจากห้องอาบน้ำกับกลิ่นหอมของดอกไม้วนเวียน ทั้งที่อากาศหนาวเย็นแต่กลับเหมือนมีเปลวไฟประหลาดขยายออก

เขาวางฉู่อวี๋ลงเบาๆ เมื่อเดินมาถึงข้างเตียง

ดวงตาฉู่อวี๋มีความสับสนเมื่อรู้สึกได้ว่าเขาปฏิบัติต่อนางอย่างนุ่มนวลรอบคอบไม่ต่างจากสมบัติที่แตกง่าย รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเอง แม้น้ำเสียงจะยังคงแข็งกร้าวแต่ก็ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์แบบก่อนหน้านี้ “เซียนเซียน เจ้าออกไปก่อน”

ใจฉินเซิงรู้สึกเหมือนมีอะไรหายไปเมื่อรู้สึกว่าหน้าอกตัวเองสูญเสียความอบอุ่นในชั่วพริบตา แต่ใบหน้าเย็นชาไร้ที่ติของเขากลับไม่มีอะไรผิดแปลก ทำแค่พูดเสียงนุ่มว่า “ท่านอาน้อย เมื่อครู่เซิงเอ๋อร์เห็นว่าหลังท่านมีรอยบางอย่าง บาดเจ็บหรือ?”

ฉู่อวี๋ตัวแข็งทันที รีบเอาหลังติดกับกำแพงและพูดเสียงแข็งว่า “ข้าบอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิ ทำไมเด็กคนนี้ถามมากจริง!”

ฉินเซิงขมวดคิ้วเบาๆ เขาถอนหายใจ ยื่นมือออกมาขยับอย่างสง่างามสองสามครั้งก็คว่ำฉู่อวี๋ลงบนฟูก ดึงผ้าห่มบนร่างนางออก ตรวจสอบแผ่นหลังนางอย่างละเอียด “ท่านอาน้อยกลัวทายาแล้วจะเจ็บหรือ แต่เดิมทีท่านก็ธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ มีเพียงร่างกายนี้ที่พอดูได้อยู่บ้าง หากเกิดแผลเป็น...”

“ฉู่ เซียน เซียน!” ฉู่อวี๋ยังไม่ทันตั้งตัวก็คว่ำหน้าลงในผ้าห่ม แผ่นหลังงดงามสีหิมะสัมผัสกับอากาศทันที มันหนาวจนนางตัวสั่น ตกใจจนวิญญาณแทบออกจากร่าง แทบจะลุกขึ้นมาต่อยหมัดใส่ดั้งจมูกฉินเซิงโดยไม่สนอะไร

ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่ได้สังเกตว่าความคิดที่ฉินเซิงมีต่อนางถูก ‘ยกระดับ’ จากผอมแห้งขี้เหร่มาเป็นธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ

แต่วินาทีต่อมาเขาก็ห่มผ้าห่มกลับคืนให้นางอย่างรวดเร็ว พูดเรียบๆ โดยไม่ชำเลืองมองว่า “ในเมื่อไม่เป็นอะไรท่านอาน้อยก็อย่าโดนความเย็น เซียนเอ๋อร์ขอกลับห้องก่อน”

เขาพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกนอกประตูไป ทั้งจากที่ออกไปแล้วยังดึงประตูสองบานมาปิดให้สนิท

ฉู่อวี๋มองประตูที่เงียบสงัดอย่างพูดไม่ออก เกิดความรู้สึกเหลวไหลอย่างหนึ่ง... หรือความรู้สึกวุ่นวายจนไก่กระโดดหมากระเจิง อารมณ์เร่าร้อนเมื่อครู่จะเป็นการคิดไปเองของนาง?

“……”

ช่างเถอะ นางเคยดูเซียนเอ๋อร์ครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เขาดูนางคืน ถือว่าไม่เสียเปรียบ

......

แต่ในอีกฟากฝั่งประตูที่นางมองไม่เห็น ฉินเซิงยืนหันหลังให้ประตูเงียบๆ เขายังคงมีท่าทีเหมือนตอนที่ออกจากประตู ดวงตาอำพันเย็นยะเยือกประณีตมีความเปลี่ยนแปลง มองเปลวเทียนที่สั่นไหวเหนือวงกบหน้าต่างอย่างครุ่นคิด...

หั่วเย่ารับใช้อยู่ด้านข้าง แม้เขาจะไม่ได้เข้าไปแต่ก็พอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น มองนายท่านที่มีท่าทางเหมือนใช้ความคิด แต่แท้จริงกำลังเหม่อลอยแล้วหั่วเย่าก็มีสีหน้ายุ่งเหยิงซับซ้อน เขาช้าไปก้าวเดียว ห้ามไม่ให้นายท่านเห็นของที่ทำให้เป็นตากุ้งยิงไม่ทัน

ร่างกายของผู้หญิงคืออะไร สำหรับเด็กหนุ่มอายุ ‘สิบสาม’ ผู้ใสซื่อบริสุทธิ์แล้วคง...ปลุกเร้าอารมณ์เกินไป

......

อีกด้านหนึ่ง ฉู่อวี๋ปิดประตูหน้าต่างด้วยสีหน้าซับซ้อน หลังจากที่เตรียมใจพร้อมก็เดินไปหน้ากระจกแต่งตัวบานใหญ่อีกครั้ง ถือกระจกอีกบานไว้ในมือเพื่อพยายามส่องดูหลังตัวเอง ทว่าภาพสะท้อนในกระจกปรอทตะวันตกกลับเป็นแค่แผ่นหลังที่ขาวสะอาดของสาวน้อย ไม่มีอะไรอื่น

ฉู่อวี๋พูดพึมพำกับตัวเองอย่างใจลอย “ที่แท้เซียนเซียนก็พูดความจริง ไม่มีอะไรแล้วจริงๆ แต่...”

จะเป็นไปได้อย่างไร?

ทั้งที่ตอนอาบน้ำนางเห็นรอยสักคล้ายรูปทะเลหน้าผาดอกไม้บนหลังตัวเอง แม้จะเหมือนลายเส้นซับซ้อนที่ยังไม่เสร็จดี แต่นางมั่นใจเกินร้อยว่าตัวเองมองไม่ผิด

ที่นางร่วงจากอ่างอาบน้ำก็เพราะอยากเห็นชัดว่ารอยสักที่จู่ๆ ปรากฏบนหลังตัวเองคืออะไร ทั้งยังเพราะตื่นเต้นเกินตัว!

แต่ตอนนี้...

ไม่มีอะไรแล้ว?!

ทำไมจู่ๆ จึงไม่มีได้ล่ะ?

อีกอย่าง รอยนี้ถูกสักตั้งแต่ตอนไหน นางจำได้ชัดว่าร่างกายนี้ไม่เคย...

เดี๋ยวนะ!

นางนึกอะไรขึ้นได้ ร่างกายเหมือนถูกฟ้าผ่า รูม่านตาหดลง... ตอนไฟไหม้ ภาพเหตุการณ์ที่ชายแก่ประหลาดคนนั้นตีนางสลบแล้วถอดเสื้อนางออก จากนั้นก็กดนางลงกับโต๊ะและใช้เข็มมาแทงลงหลังนางไม่หยุดปรากฎขึ้นในหัว!

เกิดจากตอนนั้น!

มันคือภาพที่ชายแก่คนนั้นสักลงบนหลังนางก่อนตาย!

ต่อมาเขาก็ถูกนายท่านฉินสามใช้กระบี่สังหาร

...........................................................................................................

devc-4ee8cd9b-34330ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 033 ตอนที่ 33