ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ

ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 032 ตอนที่ 32

#32Chapter 032

บทที่ 32 ผิดต่อมารดาผู้แก่ชราของเจ้า

“...” ฉู่อวี๋มองรองเท้าสีเขียวที่ออกแรงเหยียบลงบนหลังมือนาง ดวงตามีประกายเย็นยะเยือก

ตอนแรกคิดว่ามีคนระวังจึงเหยียบเข้า แต่ดูจากตอนนี้แล้วคงมีคนจงใจ

“เจ้าก็คือฉู่อวี๋หรือ?” เสียงชายหนุ่มที่ฟังดูอวดดีดังขึ้นเหนือศีรษะ

ฉู่อวี๋เงยหน้าขึ้นก็เห็นใบหน้าที่สุภาพมากแต่กลับมีความหาเรื่องมองลงมาที่ตัวเอง ใช้รูจมูกมาพูดกับนาง คนผู้นี้ไม่ได้สวมเครื่องแบบนักเรียกสถานศึกษาฉิน แต่ด้านหลังมีนักเรียนสถานศึกษาฉินหลายคนติดตาม

ฉู่อวี๋มองคนผู้นี้แวบหนึ่ง นางเลิกคิ้วขึ้น “ใช่ ข้าคือฉู่อวี๋ พี่ชายเหยียบมือข้าอยู่ หลีกให้หน่อยได้หรือไม่?”

ชายท่าทางเหมือนบัณฑิตที่อยู่นำหน้ามองมาที่ฉู่อวี๋แล้วสบเข้ากับดวงตาสดใสแวววาวของนางพอดี สายตามีประกายจางๆ แล่นผ่าน แต่จากนั้นก็สำรวจกลิ่นเหม็นบนร่างนาง พูดเสียงเย็นด้วยความรังเกียจว่า “ข้าคิดว่าจะเป็นหญิงงามผู้เป็นเอกเสียอีก กล้าหาเรื่องอวิ๋นชิง หน้าตาเป็นได้แค่ประชาชนชั้นต่ำในทุ่งนา กล้าเอาตัวมาเทียบก้อนเมฆบนท้องนภา”

เด็กรับใช้ที่อยู่ด้านข้างหน้าเครียดทันทีเมื่อเห็นสถานการณ์ เขาลืมเข้ามาทำความเคารพให้บันฑิตผู้นั้น พยายามคลายสถานการณ์ให้ฉู่อวี๋ “ท่านรัฐทายาท[footnoteRef:1]มาสถานศึกษาฉินตั้งแต่เมื่อไรขอรับ ชวนอวิ๋นขอคารวะท่านรัฐทายาทหนิงโหว(หนิงคือชื่อตระกูล โหวคือตำแหน่ง) พวกข้าเนื้อตัวสกปรก ไม่อยากรบกวนท่านรัฐทายาท ข้าน้อยจะพาแม่นางฉู่ออกไปเดี๋ยวนี้” [1: รัฐทายาท(世子/ซื่อจื่อ) หมายถึงผู้สืบทอด ลูกชายผู้ที่จะสืบทอดบรรดาศักดิ์ต่อจากพ่อ พวกลูกชายของชินหวาง อ๋องฯลฯ จะถูกเรียกว่า ซื่อจื่อ ต่างจาก รัชทายาท (太子/ไท่จื่อ) ซึ่งเป็นคำเรียกคนที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิคนต่อไปเท่านั้น]

เขาพูดจบก็ดึงแขนเสื้อฉู่อวี๋พร้อมพูดเสียงเบาว่า “รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกินข้าวเที่ยง ตอนบ่ายเจ้า...แม่นางฉู่ยังมีชั้นต้องเข้าเรียน อย่าได้วุ่นวาย”

พูดจบเขาก็ดึงฉู่อวี๋เพื่อรีบจากไป

รัฐทายาทผู้นี้เป็นลูกรักของท่านหนิงโหว ปีที่แล้วยอมทุ่มเทความพยายามจำนวนมากเพื่อส่งเขาเข้ามาชุบตัวในสถานศึกษาฉิน แต่ใครจะรู้ว่าคนผู้นี้โง่เขลา ชอบมีเรื่องไม่ชอบเล่าเรียน นิสัยก้าวร้าวรุนแรง มองชีวิตคนไม่ต่างอะไรกับมด

เขาเพิ่งเรียนที่สถานศึกษาฉินได้เดือนเดียวก็ถูกไล่ออกเพราะทำร้ายเด็กรับใช้ที่ร่วงเกินเขาจนตายไปคนหนึ่ง

แต่รัฐทายาทหนิงโหวกลับเป็นผู้เทิดทูนผู้ภักดีของลู่อวิ๋นชิงผู้เป็นบุบผางามของสถานศึกษาฉิน

เห็นได้ชัดว่าวันนี้มาเพื่อหาเรื่องเจ้าปลาน้อยโดยเฉพาะ ปลาน้อยไม่มีทางรอดจากเขาง่ายๆ!

ฉู่อวี๋เห็นชวนอวิ๋นส่งสายตาร้อนรนให้ตัวเองก็พอเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาบ้าง นางดึงมุมปากอย่างจนปัญหา “ข้าเองก็อยากไป แต่ต้องให้รัฐทายาทหนิงโหวปล่อยข้าก่อน”

สถานศึกษาฉินมีอิทธิพลชื่อเสียงโด่งดังจริงๆ แม้แต่รัฐทายาทก็ยังถูกส่งมาศึกษาที่นี่

ชวนอวิ๋นก้มลงมองก็พบว่ามือของฉู่อวี๋ยังคงถูกรองเท้าของรัฐทายาทหนิงโหวเหยียบไว้อยู่ อีกทั้งรัฐทายาทหนิงโหวก็ไม่มีทีท่าว่าจะยกเท้าออกแม้แต่น้อยจึงอดที่จะตกใจไม่ได้ ขณะที่กำลังจะขอร้องต่อ “ท่านรัฐทายาท...”

วินาทีต่อมาเขาก็ถูกคนใช้เท้าเตะเข้าที่หน้าอกเต็มแรงอย่างตั้งตัวไม่ทัน

“โอ้ย...!” ชวนอวิ๋นร้องโอดครวญ เขาถูกคนกระชากคอเสื้อขึ้นแล้วโยนลงกับพื้นอย่างแรงต่อ

“กล้ามีท่าทีเช่นนี้ต่อหน้าข้า เจ้าจำไม่ได้ว่าตอนนั้นชวนหนิงที่ล่วงเกินข้าตายยังไงหรือคิดจะทดสอบว่าวรยุทธของข้ายังคงตบคนชั้นต่ำแบบพวกเจ้าให้สมองเปิดภายในสามฝ่ามือได้อยู่หรือไม่?” รัฐทายาทหนิงโหวคลึงข้อมือตัวเอง กล้ามเนื้อบนหน้ากระตุกพร้อมยิ้มชั่วร้าย “หรือเจ้าจะชอบพอหญิงสกุลฉู่ผู้นี้...”

เขายังพูดไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงลมที่ดังมาจากด้านหลัง

รัฐทายาทหนิงโหวมีวรยุทธไม่ธรรมดา เขาหันไปหลบการโจมตีทันที แต่คิดไม่ถึงว่าเงาดำที่พุ่งเข้ามาจะไม่กระจายตัวออก ทั้งยังอยู่ใกล้มาก เขาไม่มีทางหลบ...

เขาตะโกนเสียงดัง “มีอาวุธลับ!”

“ซ่า!” น้ำอุจจาระปัสสาวะสีดำเน่าเหม็ดสาดเข้าหน้า ‘อาวุธลับ’ โถมลงทั้งหน้าทั้งศีรษะเขา!

รัฐทายาทหนิงโหวตัวแข็งทื่อ

ส่วนเหล่านักเรียนสถานศึกษาฉินที่อยู่ด้านหลังต่างสูดลมหายใจเย็นๆ “ท่านรัฐทายาท!”

ฉู่อวี๋ลุกตัวขึ้นยืน แกว่งหลังมือที่โดนเหยียบจนบวมแดงของตัวเองพร้อมพูดยิ้มตาหยีว่า “ท่านรัฐทายาทเหมือนจะหูไม่ดีนะ ฟังภาษาคนไม่ออก เหยียบคนแล้วไม่รู้จักปล่อยหรือ ท่านคงลืมไปแล้วว่าข้าวที่ตัวเองกินมาจากปุ๋ยที่เกิดจากอุจจาระปัสสาวะของคนชั้นต่ำแบบพวกข้า ท่านไม่เห็นพวกข้าในสายตา คงไม่ต้องการข้าวที่ประชาชนชั้นต่ำมอบให้เช่นกัน กินอุจจาระปัสสาวะลงท้องไปเลยตรงๆ ดีหรือไม่?”

รัฐทายาทหนิงโหวเคยโดนสบประมาทขนาดนี้ที่ไหนกัน?

เขานิ่งไปสักพัก ยื่นมือที่สั่นเทามาเช็ดหน้าตัวเอง เมื่อเห็นอุจจาระปัสสาวะที่เลอะเต็มมือก็พุ่งมือไปจับคอที่เนียนละเอียดของฉู่อวี๋ด้วยสีหน้าดุร้าย “นังหญิงชั่ว อยากตายใช่ไหม!”

ทว่าตอนนี้ฉู่อวี๋กลับร้องเสียงดังขึ้นอย่างฉับพลัน “ช้าก่อนท่านรัฐทายาท!”

รัฐทายาทหนิงโหวหยุดตามสัญชาตญาณ ฉู่อวี๋รีบถอยห่างไปสองก้าว นางมองรัฐทายาทหนิงโหว ถอนใจพูดให้คำแนะนำอย่างจริงใจว่า “ท่านรัฐทายาทโปรดคิดให้ดีก่อน หากท่านยังลงมือกับข้าอีกจะผิดต่อมารดาผู้แก่ชราของท่านนะ!”

คำพูดของฉู่อวี๋ทำให้นักเรียนที่เป็นสุนัขรับใช้พวกนั้นงุนงง ผิดต่อมารดาผู้แก่ชราหรือ?

ฉู่อวี๋กลัวรัฐทายาทหนิงโหวจนบ้าไปแล้วหรือไร?

กล้ามเนื้อบนหน้ารัฐทายาทหนิงโหวกระตุก เขาพุ่งตัวเขาหาฉู่อวี๋อย่างแรงอีกครั้ง “ยังกล้าพูดเรื่องไร้สาระอยู่อีก วันนี้ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!”

แต่วินาทีต่อมาเขาก็หยุดนิ่งอย่างฉับพลัน ทั้งยังหยุดในท่าที่แปลกประหลาด

“ไม่ทราบว่าเจ้าเป็นคนเหยียบมือนางใช่หรือไม่?” เสียงนุ่มนวลไพเราะดังขึ้น จากนั้นก็มีเงาร่างสูงผอมสีขาวร่างหนึ่งบังอยู่ตรงกลางระหว่างฉู่อวี๋กับรัฐทายาทหนิงโหว

รัฐทายาทหนิงโหวมองเงาร่างที่เหมือน ‘บอบบาง’ ที่มาปรากฏตรงหน้าเขาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ดวงตาหยุดอยู่บนใบหน้าครึ่งซีกสีขาวที่ไร้ความรู้สึก หัวใจสั่นเทาโดยไม่รู้สาเหตุและเกิดความกลัว แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงกลืนน้ำลายพูดดุดันว่า “คนชั้นต่ำที่เหมือนคนป่วยเป็นวัณโรคนี่ใครอีก ถ้ายังไม่คลายจุดฝังเข็มให้ข้าก็รอตายแบบไร้ที่ฝังได้เลย”

“อืม เจ้าเป็นคนเหยียบมือท่านอาน้อยสินะ เจ้าชอบท่าไหน?” ฉินเซิงถามเรียบๆ

คำถามคำตอบที่ไม่เกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อยทำให้รัฐทายาทหนิงโหวกับสุนัขรับใช้ที่อยู่ข้างกายมีสีหน้างุนงง มีเพียงฉู่อวี๋ที่มุมปากกระตุกเบาๆ... ชอบท่าไหนงั้นหรือ?

อยู่ๆ สมองนางมีภาพที่ทำให้คิดจินตนาไร้สิ้นสุดเมื่อวันนั้นปรากฏจนเริ่มใจลอย

ฉินเซิงยังคงพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ข้าเลือกให้แล้วกัน”

เขาพูดจบก็ยกแขนเสื้อขึ้นสะบัดอย่างสง่างาม

ลมแรงพัดรอบทิศ!

ไม่มีใครเห็นว่าเขาเคลื่อนไหวอย่างไร รู้สึกแค่ว่าสายตาพร่ามัว จากนั้นรัฐทายาทหนิวโหวก็หายไปแล้ว หลงเหลือเพียงเสียงร้องโหยหวนที่หวีดแหลมจนไม่เหมือนเกิดจากคน...อ้าาาาาา!

หัวใจทุกคนสั่นสะท้าน เมื่อมองตามเสียงไปและเห็นภาพตรงหน้าชัดเจนก็นิ่งอึ้ง สีหน้าซีดขาวอย่างควบคุมไม่ได้ ขาทั้งสองสั่นเทา บางคนที่ขี้ขลาดถึงขั้นส่งเสียงร้องตาม ดวงตากลอกขึ้น ล้มหมดสติลงกับพื้น

กลางแปลงดอกไม้ที่ห่างออกไปไม่ไกลมีคนผู้หนึ่งนอนอยู่ กิ่งดอกโบตั๋นเสียบทะลุแขนขาแต่กลับเลี่ยงอวัยวะภายในกับจุดสำคัญ ใบไม้สีเขียวเสียบทะลุเลือดเนื้อกระดูกแต่กลับไม่เสียหายแม้แต่น้อย มีเม็ดโลหิตสีแดงเกาะด้านบน ดุจดั่งว่าเดิมทีพวกมันก็งอกบนร่างมนุษย์อยู่แล้ว

สีแดงตัดสีเขียวพลิ้วไหวตามลม มองแล้วให้ความรู้สึกงดงามประหลาดและน่าขนลุก...เสมือนกระถางดอกไม้ร่างมนุษย์

‘กระถางดอกไม้ร่างมนุษย์’ นี้พูดอะไรไม่ออกอีก มีเพียงลูกตาที่สั่นไปมา ปากส่งเสียงอึก อึก ไม่หยุด จากนั้นก็กระอักเลือด

เสียงร้องนี้ทำให้ฉู่อวี๋ที่ใจลอยตั้งสติได้ มอง ‘กระถางดอกไม้’ นี้แล้วหน้าซีดเล็กน้อยเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรก็ดีกว่าคนพวกนั้นมาก นางพูดเสียงเบาว่า “ข้าบอกแล้ว หากเจ้ายังลงมือกับข้าอีกจะเป็นการผิดต่อมารดาผู้แก่ชราของเจ้า”

ตอนนี้แขนขาพิการหมด พ่อแม่เจ้าคงเสียใจมาก

......

เรือนจื่ออวิ๋นจวี

ฉู่อวี๋ถอดเสื้อผ้าอย่างใจลอย ก้าวเท้าเข้าสู่ถังไม้ที่มีไอร้อนลอยขึ้น ในหัวยังคงมีภาพเหตุการณ์วันนั้น แม้หั่วเย่าจะบอกว่าจะจัดการเอง นางไม่ต้องกังวล สำนักเย่าจะจัดการปัญหาเอง

แต่แม้ก่อนหน้านี้เซียนเซียนจะมีความสามารถอย่างไรก็เป็นแค่พ่อต้า ถึงจะมีกลุ่มอิทธิพลอย่างสำนักเย่าแต่ประชาชนไม่สู้กับขุนนาง แม้เขาจะมีเส้นสายในวงราชการอยู่บ้างแต่ก็ไม่ใช่ขุนนางจริงๆ

หนิงโหวเป็นขุนนางตำแหน่งโหว ทำร้ายลูกชายเขาจนพิการคงไม่จบด้วยดี หากนำปัญหามาให้เซียนเซียน...

นางถอนหายใจเงียบๆ แล้วก็นิ่งไป... นี่นางเริ่มกังวลแทนเขาตั้งแต่เมื่อไร?

ฉินเซิง นายท่านฉินสามใช่คนที่คนธรรมดาแบบนางต้องเป็นห่วงหรือ!

ฉู่อวี๋ส่ายหน้า ขจัดความรู้สึกแปลกๆ ในใจออกไปและเริ่มตั้งใจอาบน้ำ

อากาศเย็นจัด น้ำร้อนทำให้รู้สึกสบายถึงขีดสุด คลายเส้นเอ็นกระดูก ความรู้สึกอบอุ่นทั่วร่างทำให้นางหรี่ตาอย่างมีความสุข แต่ไม่รู้เหตุใดที่หลังรู้สึกคันแปลกๆ นางเอื้อมมือไปเกาอย่างอดไม่ได้แต่กลับคันยิ่งกว่าเดิม ท้ายที่สุดก็ลุกขึ้นไปบิดหลังดูที่หน้ากระจก

“อะไรเนี่ย หรือจะถูกแมลงกัดตอนปลูกดอกไม้...”

นางยังพูดไม่ทันจบก็เห็นแผ่นหลังตัวเองในกระจก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความไม่เชื่อทันที นี่มัน...นี่มัน...

บนหลังนางมีบ้าอะไรอยู่เนี่ย!

……

“กรี๊ดดดด!”

เสียงร้องกับเสียงของหนักตกพื้นทำให้ฉินเซิงที่กำลังเล่นหมากล้อมกับตัวเองเงียบๆ โยนหมากในมือทิ้งไป รีบพุ่งตัวไปที่ห้องของฉู่อวี๋

“ท่านอาน้อย...”

..........................................................................................................

devc-252a0112-34274ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 032 ตอนที่ 32