ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 031 ตอนที่ 31
บทที่ 31 มังกร
ความสนใจของทุกคนอยู่ที่ลู่อวิ๋นซางผู้คุกเข่าทำความเคารพขั้นสูงสุด ใช้ใบหน้ากราบกรานนกน้อยกลางหว่างขาต้าหยวนอย่างเคารพบูชา ด้วยเหตุนี้จึงแทบไม่มีใครสนใจฉู่อวี๋
แต่อาจารย์ชางลู่ลูบคางมองฉินเซิงที่หิ้วฉู่อวี๋ออกไปเหมือนถือถุงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย แววตามีรอยยิ้มชอบใจ
ไม่ว่าใครถูกหิ้วขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ก็มีความรู้สึกแบบเดียว นั่นคือ...มึน
ฉู่อวี๋พยายามยื่นมือออกไปจับแขนเสื้อฉินเซิงอีกครั้ง “ปล่อยข้าลง ข้าจะอ้วกแล้ว!”
มือของคนที่หิ้วนางเอี้ยวหลบมือที่สกปรกของนาง ก้มศีรษะลงพูดอย่างอบอุ่นว่า “รอเดี๋ยว ใกล้จะถึงเรือนจื่ออวิ๋นจวีแล้ว”
เขาพูดอย่างไม่พอใจหลังจากที่นิ่งไปสักพัก “กลิ่นบนตัวท่านอาน้อยทำให้คลื่นไส้มากก็จริง แต่ถึงกระนั้นท่านอาน้อยก็ห้ามไปกอดคนอื่น”
ฉู่อวี๋กัดฟัน “กอดกับผีน่ะสิ นางเป็นผู้หญิง ยิ่งไปกว่านั้นเจ้ามองไม่ออกหรือว่าข้ากำลังเล่นงานลู่อวิ๋นชิงอยู่?”
ลู่อวิ๋นชิงให้นางไปตักมูล นางย่อมให้เทพธิดาอวิ๋นชิงผู้ ‘อ่อนโยนเป็นมิตร’ ผู้นี้ดมกลิ่น ‘ปุ๋ยมูล’ ด้วยกัย
แต่เซียนเอ๋อร์ตัวยักษ์กลับหวงไม่เข้าเรื่อง!
ก่อนที่ฉู่อวี๋จะพูดจบ นางก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเองทิ้งน้ำหนักลง เท้าทั้งสองแตะลงกับพื้น
สภาพแวดล้อมอันคุ้นเคยเบื้องหน้าทำให้นางรู้ว่าพวกเขากลับมาถึงเรือนจื่ออวิ๋นจวีแล้ว
เงาดำสายหนึ่งเคลื่อนเข้ามาใกล้ เสียงอ่อนโยนดุจน้ำพุของชายหนุ่มดังขึ้นจากด้านบน ทว่าท่ามกลางความอ่อนโยนกลับมีกลิ่นอายดื้อดึงกับอึมครึมแผ่ออกมา “ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ ท่านอาน้อยกอดข้าได้แค่คนเดียว แค่เซิงเอ๋อร์เท่านั้น”
ฉู่อวี๋มองใบหน้าครึ่งซีกอันประณีตงดงามที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ของเขา แม้จะมีผมปรกหน้าบดบังสายหน้าแต่กลับรู้สึกว่าทั้งร่างถูกรัศมีของเขาห่อหุ้มไว้ในมิติแคบๆ ที่ตัดขาดจากโลกภายนอก อากาศในนี้เบาบางจนแทบหายใจไม่ออก
นางไม่ถอยหนีเพราะยังอดทนอยู่ ปล่อยให้ใบหน้าอีกฝ่ายเข้าใกล้จนห่างไม่ถึงหนึ่งนิ้ว “เซียนเซียน...”
“ข้าต่างหากที่เป็นคนที่ท่านอาน้อยใกล้ชิดที่สุด...นะ” เขาจ้องนางอยู่นาน ถอนใจเบาๆ ทันใดนั้นก็กางแขนกอดนางเข้าสู่อ้อมอก
ฉู่อวี๋ได้กลิ่นหอมสดชื่นเย็นๆ จากชายหนุ่ม นางงุนงง “เจ้า...รังเกียจกลิ่นบนตัวข้ามากไม่ใช่หรือ?”
นี่เขา...เขากอดนางลงจริงๆ?
คนเหนือศีรษะนิ่งเงียบสักพักแล้วก้มลงถามว่า “ท่านอาน้อยไม่ชอบกอดข้าหรือ?”
เสียงชายหนุ่มไพเราะน่าฟังที่มีความน้อยใจกับอึมครึมปะปนทำให้ฉู่อวี๋หมดแรงเล็กน้อย “ชอบสิ... ชอบอยู่แล้ว ท่านอาน้อยชอบเซียนเซียนที่สุด”
เซียนเอ๋อร์ผู้นี้นอกจากจะซึนยังใจบางเหมือนแก้ว เป็นองค์หญิงน้อยผู้จิตใจบอบบาง ไม่รู้ไปเอาจินตนาการมาจากไหน
“ท่านอาน้อยชอบเซิงที่สุดหรือ?” คำตอบของฉู่อวี๋ทำให้ฉินเซิงตกใจ ดวงตาสีอำพันมีคลื่นกระเพื่อมเบาๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินฉู่อวี๋บอกว่าชอบเขา
ฉู่อวี๋พยักหน้าอย่าหมดแรง “อื้มๆๆ”
ลูกน้อยเลี้ยงยาก คนเป็นแม่ไม่ใช่ง่ายๆ โอ๋ลูกก็ยาก
รัศมีอึมครึมรอบตัวฉินเซิงสลายไปทันที ประหนึ่งแม้แต่เส้นผมก็ยังเปล่งรัศมีรื่นรมย์ของนกขมิ้นโบยบาย ต้นหญ้าผลิบาน ฤดูใบไม้ผลิมาถึง “ข้าใช้ตัวน่ารำคาญลู่อวิ๋นชิงมาจัดดอกไม้ได้หรือไม่?”
“จัดดอกไม้หรือ?!” มุมปากฉู่อวี๋กระตุกเมื่อได้ยินดังนี้ “เรื่องนี้ช่างเถอะ ลู่อวิ๋นชิงไม่ได้ทำเรื่องผิดมหันต์จริงๆ เสียหน่อย”
นายท่านฉินสามก็คือนายท่านฉินสามจริงๆ แม้จะแค่สิบสามปีก็โหดขนาดนี้ ใบหน้าที่เพรียบพร้อมกับจิตใจอำมหิตคงมีมาตั้งแต่เกิดสินะ
รัศมีของคนงามตรงหน้าเย็นยะเยือกขึ้น “ท่านอาน้อยรักนางหรือ?”
ฉู่อวี๋น้ำตานองหน้า “ข้าไม่ได้ชอบผู้หญิง!”
คนงามพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ข้าก็ว่าอย่างนั้น แม้ท่านอาน้อยจะหน้าตาขี้เหร่ รสนิยมก็พื้นๆ ธรรมดา แต่ท่านอาเห็นใบหน้าที่งดงามของเซิงเอ๋อร์จนชินแล้ว ไม่น่าทนผู้หญิงที่ขี้เหร่ยิ่งกว่าท่านได้”
ฉู่อวี๋ที่ซบอยู่ในอกเขากรอกตามองบน “เจ้ากำลังชมข้าหรือ ขอบใจแล้วกัน!”
ขอขอบคุณบรรพบุรุษตระกูลฉินสิบแปดชั่วโครต!
ฉินเซิงก้มลงมองแขนเสื้อตัวเอง จากนั้นก็มองคนในอ้อมอกต่อ เขาถามเสียงนุ่มว่า “ท่านอา ท่านทำข้าเลอะหมดแล้ว อาบน้ำให้ฉินเซิงดีหรือไม่?”
มุมปากฉู่อวี๋ “ไม่มีทาง!”
ฉินเซิงยิ้มอ่อนโยน “วันนี้เซิงเอ๋อร์เห็นว่าแม้ในสวนดอกไม้จะไม่มีดอกโบตั๋น แต่ใบไม้ก็งดงามไม่เลว ใช้ใบเป็นหลัก ใช้หัวของหญิงอัปลักษณ์เป็นรองมาจัดดอกไม้ เสียบลงในแจกันกวานเหยาคงเหมาะมาก”
ฉู่อวี๋ “……”
เด็กเลวคนนี้กำลังบังคับให้นางอาบน้ำให้ มิเช่นนั้นจะให้นางรอรับต้นบอนไซประดับศีรษะคนหรือ?
……….
ควันลอยวนเวียน กลิ่นหอมอบอวล
มีคนงามผู้หนึ่ง น้ำดอกกล้วยไม้กระเพื่อมลงบนผิวสีหิมะ ปทุมทอประกายจ้าตา ระลอกน้ำซัดสาดหัวใจคน
แต่ไม่รู้ว่าคนที่แสบตาคือใคร หัวใจที่โดนซัดสาดเป็นของคนไหน
ฉู่อวี๋ตักน้ำกระบวยหนึ่งตาไม่กระพริบ นางเทน้ำไปด้วย มองคนงามผู้เป็นเอกตรงหน้าอย่างตกตะลึงไปด้วย...สมองว่างเปล่า
นางรู้ว่าฉินเซิงมีรูปโฉมงดงาม แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะไร้ที่ติขนาดนี้ ผิวดุจหยกแกะสลัก ลายกล้ามเนื้อประณีตทุกเส้น ไม่ได้กำยำล่ำสั่นแบบผู้ฝึกวรยุทธส่วนใหญ่ กล้ามเนื้อนูนสมบูรณ์แบบดังเทือกเขาคุนหลุน ไหล่กว้างเอวบาง ผิวที่หน้าอกเนียนละเอียดอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังมีเสน่ห์เย้ายวนที่ต่างจากรัศมีสูงส่งสง่างามตามปกติ
ถัดจากเอวคอดสุดเซ็กซี่ใต้น้ำร้อนลงไปคือ...
สมองฉู่อวี๋ระเบิดตัว นางยืนอึ้งไป น้ำในกระบวยราดใส่ตัวเอง
นั่นมันอะไรน่ะ?
กระทั่งมีมือข้างหนึ่งยกขึ้นมาบังตาอย่างฉับพลัน
ฉู่อวี๋ขยับหัวไปทางซ้าย มือนี้ก็ขยับไปบังตานางตาม ฉู่อวี๋ขยับไปทางขวา มือนี้ก็ขยับมาบังต่อ ฉู่อวี๋ย่อตัวลงนั่ง มือนี้ก็ยังคงขยับมาบังตานางไม่หยุด
“อะไรเนี่ย จะบังอะไรนักหนา!” ฉู่อวี๋โมโห ปัดมือใส่มือนี้อย่างแรง “สุนัขดีไม่ขวาง มาบังทิวทัศน์คนอื่น ระวังลูกตัวจะเกิดมาไม่มีตา!”
เสียงเย็นๆ ดังขึ้น “ข้าเคยได้ยินแต่ว่าแอบดูของที่ไม่ควรดูจะเป็นตากุ้งยิง อีกอย่าง เจ้าน้ำลายไหลแล้ว”
ฉู่อวี๋ได้สติทันที เมื่อหันไปมองก็เห็นว่าหั่วเย่ากำลังยืนขวางข้างหน้า
“เจ้า...พะ...พูดบ้าอะไรน่ะ!” ฉู่อวี๋รีบยกมืดปิดปากก็พบว่าตัวเองไม่ได้น้ำลายไหล แต่จมูกกลับมีของเหลวร้อนๆ ไหลออก
“ข้าพูดผิดไป เจ้าเลือดกำดำไหลต่างหาก” หั่วเย่าขมวดคิ้ว จากนั้นก็พูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ต่อว่า “ดูท่าคงคิดเรื่องสกปรกอยู่สินะ!”
ฉู่อวี๋กุมจมูกตัวเอง ดวงตาจ้องหั่วเย่าแบบโกรธๆ “นักปราชญ์กล่าวว่าความต้องการคือเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ เจ้านั่นแหละที่สกปรก สกปรกทั้งครอบครัว!”
เซียนเอ๋อร์ที่อยู่ในอ่างน้ำเงยหน้าขึ้น เห็นว่าใบหน้าครึ่งหนึ่งของฉู่อวี๋มีเลือดเปื้อนจึงลุกขึ้นด้วยความตกใจ “ท่านอาน้อย?”
สายตาฉู่อวี๋มองต่ำลง เห็นร่างกายสีขาวหิมะครึ่งร่างของเซียนเอ๋อร์ในชั่วพริบตา ในหัวมีเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง นางจ้องมองอยู่สักพัก จากนั้นก็หมุนตัวไปโยนกระบวยตักน้ำให้จินเย่า ก้มหน้ากุมจมูกที่มีเลือดออกของตัวเองวิ่งออกจากห้องไป “ไม่เป็นไร อากาศร้อน จิตใจปั่นป่วน ข้าไปจัดการสักครู่”
ครั้งนี้ฉินเซิงไม่ได้รั้งให้ฉู่อวี๋อยู่ต่อ เพราะถึงอย่างไรหยดเลือดสีแดงบนพื้นก็แสดงให้เห็นว่าฉู่อวี๋ ‘บาดเจ็บ’ จำเป็นต้องจัดการ
เขาก้มดวงตาคู่งามลงมองหว่างขาตัวเอง จากนั้นก็มองหว่างขาหั่วเย่าอย่างใช้ความคิด “น่าเกลียดมาหรือ เหตุใดท่านอาจึงมีท่าทางทนไม่ได้?”
หั่วเย่าตัวสั่น เขาตอบตัวแข็งเป็นไม้ว่า “ไม่ขอรับ...นายท่าน...ดู...ดี...มาก...”
มองฉู่อวี้ที่เลือดกำเดาไหลเต็มพื้นจนหนีเตลิดแล้วหั่วเย่าหลับตาลงถอนหายใจ... หวังว่าวันใดที่นายท่านฟื้นคืนสติจะจำเรื่องในวันนี้ไม่ได้ แน่นอนว่าจะกำจัดปลาที่ชื่อฉู่อวี๋อยู่แล้ว แต่อย่าฆ่าปิดปากเขาที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาผู้บริสุทธิ์ก็พอ
......
ฉู่อวี๋โซเซออกจากประตู ผ่านมาหลายวันก็ยังรวบรวมสติไม่ได้ แม้แต่ตอนตักมูลในหัวก็มีภาพแค่ภาพเดียว...
ขาว ขาวเหมือนหยกจริงๆ ประณีต ประณีตงดงามจนเต็มไปด้วยอารมณ์ต้องห้าม ใหญ่ ใหญ่ราวกับ...สัตว์ร้าย!
มันขาวสะอาดมากจริงๆ สะอาดจนไม่แปดเปื้อนราคี ละเอียดไร้ที่ติ
หรือนี่จะเป็นมังกรผู้มีพรสวรรค์พิเศษ แบกรับชะตาสวรรค์ในตำนาน?
เซียนเอ๋อร์ก็คือเซียนเอ๋อร์จริงๆ ต่างจากคนธรรมดา
ได้รู้ความลับนี้ก็ถือว่าคุ้มค่า
หึหึหึ...
......
“ปลาน้อย ทำไมอยู่ดีๆ เจ้าเลือดกำเดาไหลอีกแล้วล่ะ!” เด็กรับใช้ที่ขุดดินอยู่ข้างๆ ร้องตกใจ
ฉู่อวี๋รีบกุมจมูกตัวเอง เช็ดเลือดอย่างชำนาญไปด้วย หัวเราะไปด้วย “ไม่มีอะไร อากาศร้อนแห้งจึงทำให้ธาตุไฟโจมตีหัวใจน่ะ มีเลือดออกลดความร้อนถือเป็นเรื่องดี”
เด็กรับใช้คนนั้นถือพลั่วหัวเราะตำหนิ “อะไรกัน บนเขานี้เข้าหน้าหนาวแล้วอากาศเย็นชื้น เมื่อวานฝนก็เพิ่งตก หนาวจนขนลุกไปหมด แต่เจ้ากลับร้อน ข้าว่าเจ้าคงคิดเรื่องทะลึ่งสินะ ไหนเล่ามาซิว่าเจ้าปลาน้อยตัวนี้ไปแอบดูผู้ชายที่ไหนอาบน้ำมาใช่หรือไม่!”
แม้ฉู่อวี๋จะเป็นศัตรูกับคนครึ่งสถานศึกษาฉิน แต่นางมีความสามารถทำให้ผู้ใช้แรงงานสามัคคีกัน หรือควรจะพูดว่าใช้ความเข้าใจจากตอนที่อยู่ศาลาว่าการกับการปะปนกับคนสารพัดอาชีพ เพียงไม่กี่วันก็สนิทจนเป็นพี่เป็นน้องกับผู้ดูแลสวนไปจนถึงเด็กรับใช้และคนงาน
ใบหน้าฉู่อวี๋ร้อนผะผ่าวเมื่อถูกจับได้ นางเช็ดเลือดไปด้วยยื่นมือไปจะจับหน้าเด็กรับใช้คนนั้นไปด้วย “เจ้าชอบแม่ม้ายขายชาที่อยู่ล่างเขา มีหน้ามาหาว่าข้าคิดเรื่องทะลึ่งหรือ!”
แต่มือนางยังไม่ทันยกขึ้นก็ถูกคนเหยียบลงที่หลังมือเสียก่อน
“ซี๊ด...” ฉู่อวี๋เจ็บจนหางตากระตุก พยายามจะดึงมือออก แต่อีกฝ่ายกลับออกแรงเหยียบมากขึ้นเหมือนจงใจ
......................................................................................................................