ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ

ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 030 ตอนที่ 30

#30Chapter 030

บทที่ 30 ใครแสร้งเก่งกว่ากัน(ปลาย)

จุดที่สถานศึกษาฉินมีชื่อเสียงมากที่สุดคือ อาจารย์ผู้สอนทุกท่านเป็นต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญแห่งยุค ยากจะมีโอกาสร่ำเรียนด้วย เมื่อนักเรียนเข้ามาที่นี่ก็ไม่แบ่งแยกสูงต่ำที่ฐานะ แต่ตัดสินกันที่ความรู้ความสามารถ เคารพคำสอนอาจารย์

ลู่อวิ๋นชิงตอบอย่างอ่อนโยนว่า “ท่านอาจารย์พูดถูกแล้ว ศิษย์พูดผิดเองเจ้าค่ะ”

อาจารย์ฉินมองศิษย์คนโปรดของตัวเอง สีหน้าดีขึ้นมาก “เจ้าทำดีแล้ว กังวลแทนอาจารย์ ส่วนเรื่องฉู่อวี๋...”

นางนิ่งไปสักพักแล้วพูดเสียงเย็นว่า “ให้นางไปแปลงดอกไม้พินิจรูปลักษณ์ต่อไปนั่นแหละ ตักมูลใส่ปุ๋ยนับเป็นการฝึกฝนนิสัยอย่างหนึ่ง”

ลู่อวิ๋นชิงยังคงตอบอย่างนอบน้อม “เจ้าค่ะ”

อาจารย์ฉินถามอย่างเมตตาว่า “ใช่แล้ว เจ้ายังรู้สึกไม่สบายตรงไหนอีกหรือเปล่า?”

สีหน้าลู่อวิ๋นชิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางก้มหน้าพูดเสียงเบาว่า “ท่านหมอบอกว่าเมื่อวานข้าพักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่เป็นอะไรมากเจ้าค่ะ”

นางให้ความสำคัญกับชื่อเสียงตัวเองมากที่สุด ไม่ยอมให้มีจุดด่างพร้อยใดๆ เด็ดขาด ความขายหน้าถึงสองครั้งในวันนี้ทำให้รับทนรับสายตาจากคนอื่นได้ยากจริงๆ

“อวิ๋นชิง เจ้าเป็นนักเรียนตัวอย่างของสถานศึกษาฉินมาโดยตลอด ห้ามทำอะไรพลาดเด็ดขาด ขุนนางลู่กับสหายที่ดีกับข้า ตระกูลลู่มี ‘หมู่ตันอวี้สื่อ’ ผู้มีความประพฤติสูงส่งจนได้บันทึกชื่อในประวัติศาสตร์ อาจารย์เองก็หวังว่าแม้เจ้าจะไม่เข้าวังถวายตัวรับใช้ในอนาคต แต่เจ้าก็จะเป็นความภูมิใจคนต่อไปของตระกูลลู่” อาจารย์ฉินยื่นมือมาตบบ่าลู่อวิ๋นชิงพร้อมพูดให้คำแนะนำอย่างจริงใจ

คำว่า ‘หมู่ตันอวี้สื่อ’ ทำให้สีหน้าลู่อวิ๋นชิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นก็ทำความเคารพอย่างนอบน้อมอีกครั้ง “เจ้าค่ะ”

ครั้งนี้ท่าทางนางสมบูรณ์พร้อมมาก ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ เสถียรมั่นคง

......

ในอีกด้านหนึ่ง ฉู่อวี๋เคลื่อนไหวว่องไวเหมือนบิน เมื่อถึงเวลาเที่ยงก็ทำงานทั้งหมดเสร็จแล้ว

ควรจะพูดว่าเดิมทีอาจารย์หลิ่วก็ไม่ได้สนใจเรื่องงานในแปลกดอกไม้อยู่แล้ว แค่สั่งให้ผู้ดูแลแปลงดอกไม้มอบงานให้ฉู่อวี๋ทำ

ผู้ดูแลแปลงดอกไม้รู้เช่นกันว่าอาจารย์หลิ่วจงใจขัดเกลานักเรียนหญิงผู้มาใหม่คนนี้ แต่คำพูดโอ้อวดของฉู่อวี๋เมื่อวานที่บอกว่า ‘ไม่ใช่คนผิดที่ฆ่าคนวางเพลิงแล้วต้องพาไปตัดสิน คนที่จะได้ไปจากสถานศึกษาฉินก่อนไม่ใช่ข้าฉู่อวี๋แน่นอน’ ได้กระจายไปทั่วทุกมุมสถานศึกษาฉินแล้ว

ผู้ดูแลแปลงดอกไม้กับอาจารย์หลิ่วมั่นใจตั้งแต่แรกว่าฉู่อวี๋ไม่ทางยอมไปตักมูลใส่ปุ๋ยแต่โดยดีจึงออกคำสั่งให้บ่าวรับใช้ชี้พื้นที่ผืนหนึ่งให้นางทำงานอย่างไม่ใส่ใจ

เด็กรับใช้ที่ทำหน้านี้จับตาดูฉู่อวี๋ไม่อยากล่วงเกินคนที่มี ‘ภูมิหลัง’ แบบนี้เช่นกันจึงชี้แปลงดอกไม้ผืนหนึ่งลวกๆ

ดังนั้นเมื่อฉู่อวี๋ทำงานเสร็จแล้วเดินไปโรงอาหารทั้งที่ตัวเหม็นก็ไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นที่สนใจเพียงใด

นอกจากประกายรังเกียจแล้ว ในสายตานักเรียนคนอื่นก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง ฉู่อวี๋ยอมก้มหัวง่ายเกินไป ต่างกับท่าทีอวดดีเมื่อวานราวฟ้ากับเหว

ฉู่อวี๋เดินท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบพวกนั้นเหมือนไม่ได้ยิน กระทั่งเมื่อเห็นประตูโรงอาหารกับอาจารย์ชางลู่ที่กำลังเดินเข้ามาช้าๆ

เมื่ออาจารย์ชางลู่เห็นฉู่อวี๋ก็มองนางอย่างพินิจพิเคราะห์ จากนั้นก็ยิ้มบางๆ “คุณหนูฉู่อวี๋มาจากห้องวาดภาพหรือ?”

ฉู่อวี๋ประสานมือแล้วเอนตัวไปข้างหน้าเพื่อทำความเคารพ พูดแบบหน้ายิ้มเนื้อไม่ยิ้มว่า “ถูกต้อง วันนั้นฉู่อวี๋พินิจรูปร่างดอกไม้ในแปลงดอกไม้มาทั้งเช้า แม้อากาศจะหนาวจนไม่มีดอกไม้อะไรในสถานศึกษาฉินบานก็เถอะ”

อาจารย์ชางลู่ประหนึ่งฟังคำถากถางในคำพูดนางไม่ออก เขาพยักหน้ายิ้มว่า พัฒนาการเช้านี้ของคุณหนูฉู่ทำให้ข้าต้องมองอะไรใหม่”

“ทำไมหรือ อาจารย์ชางลู่อยากให้ข้าโวยวายกำเริบเสิบสาน หลังจากที่มีเรื่องกับเพื่อนร่วมสถานศึกษาทั้งหมดแล้วค่อยโทษข้าต่อว่าไม่เคารพอาจารย์เคารพวิชา แม้แต่เหล่าอาจารย์นักปราชญ์ก็ล่วงเกินหมด กลายเป็นศัตรูของทุกคนที่นี่หรือ?” ฉู่อวี๋เลิกคิ้วขึ้น

คนจากสำนักเย่าคิดว่าตัวเองฉลาดที่สุด คนอื่นที่เหลือโง่หมดหรือไร

อาจารย์ชางลู่ลูบคางตัวเอง ใบหน้ายังคงยิ้มตาหยี “คุณหนูฉู่คิดมากแล้ว”

เขาหยุดไปสักพัก มองตัวฉู่อวี๋ที่สกปรกมีกลิ่นเห็น ปลายกระโปรงชุดนักเรียนสถานศึกษาฉินก็สิ่งสกปรกที่ไม่รู้จักเปรอะเปื้อนจึงพูดด้วยรอยยิ้มต่อว่า “คุณหนูฉู่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนหรือไม่ อาบน้ำแล้วค่อยกินข้าว?”

ฉู่อวี๋เลิกคิ้วขึ้น “เหตุใดจะต้องเปลี่ยน?”

อาจารย์ชางลู่ตกใจเล็กน้อย สีหน้าแปลกประหลาด “ท่านคิดจะไปกินข้าวทั้งสภาพนี้หรือ?”

หญิงสาวรักความสะอาดชอบกลิ่นหอม ยายเด็กคนนี้ไม่รู้สึกสะอิดสะเอียดหรือไง?

ฉู่อวี๋เหมือนยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม “เหตุใดจะไม่ได้ นี่คือผลลัพธ์จากการทำงานวันนี้ของข้าเชียวนะ!”

นางพูดจบก็ไม่สนใจอาจารย์ชางลู่อีก เดินตรงเข้าประตูไป

เงาร่างสูงเพรียวร่างหนึ่งเดินตามหลังเงียบๆ

แววตาอาจารย์ชางลู่ก็ประกายสนุก ไม่รู้เหตุใดเขาจึงรู้สึกว่าแม่หนูคนนี้กำลังจะใช้ลูกไม้บางอย่าง ทั้งยังเป็นลูกไม้ที่น่าสนใจมากด้วย

ฉู่อวี๋เดินเข้าโรงอาหารโดยไม่สนใจใคร นักเรียนรอบๆ พากันอุดจมูกถอยห่างออกไปพูดคุยกระซิบกระซาบทันที

“จะอ้วก!”

“เหม็นมาก!”

“ให้คนแบบนี้เข้ามาได้อย่างไร!”

ฉู่อวี๋ทำเหมือนไม่ได้ยิน เดินไปหยิบจานหยิบอาหารตามคนอื่น

อาหารในสถานศึกษาฉินล้วนแต่ดีพร้อมมาก มีเป็ดไก่ปลาครบครัน พ่อครัวก็ฝีมือเป็นเลิศ แค่มองก็อยากอาหาร

ฉู่อวี๋เรียกฉินเซิงที่เดินตามหลังอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย “เซียนเซียน เจ้าไปดูอาหารสิ อยากกินอะไรก็สั่งได้เลย!”

ฉินเซิงดมกลิ่นพิลึกของมูลกับกลิ่นอาหารที่ปะปนกันอยู่ที่ปลายจมูกแล้วพูดเรียบๆ ว่า “เซิงเอ๋อร์อยากดื่มนม”

ฉู่อวี๋ส่ายศีรษะ “ตามใจ”

ถึงอย่างไรคนจากสำนักเย่าก็ไม่กล้าปล่อยให้เจ้านายตัวเองหิวอยู่แล้ว

แม้เด็กรับใช้ที่ทำหน้าที่ตักอาหารจะถูกกลิ่นเหม็นบนร่างฉู่อวี๋รมจนหน้าเขียวแต่ก็จำได้ว่านางเป็น ‘น้องสาวภรรยา’ ของนายท่านฉินสาม ย่อมไม่กล้าพูดอะไรมาก เตรียมที่จะตักอาหารให้ฉู่อวี๋อย่างเชื่อฟัง

“ช้าก่อน แม่นางฉู่ ข้ารู้สึกว่าเสื้อผ้าของเจ้าไม่เหมาะสมที่จะทานอาหารที่นี่ อาบน้ำให้สะอาดก่อนค่อยกินดีหรือไม่?” เสียงไพเราะน่าฟังดุจนกขมิ้นออกจากหุบเขาดังขึ้น

เสียงนี้ชักนำหัวใจนักเรียนทุกคนในโรงอาหารด้วยเช่นกัน

ฉู่อวี๋มองไปก็สบสายตาเข้ากับดวงตากลมโตคู่หนึ่ง ไม่ใช่ลู่อวิ๋นชิงแล้วจะเป็นใครอีก?

“เทพธิดาอวิ๋นชิงรู้สึกว่าการทำงานหนักทั้งเช้าของข้าสกปรกมากหรือ?” ฉู่อวี๋ถามนาง

ลู่อวิ๋นชิงพูดอย่างอ่อนโยน “คุณหนูฉู่คงรู้ตัวดีว่าตัวเองสกปรก ส่งกลิ่นเหม็นไม่น่าดม นอกจากจะไม่น่ามองแล้วยังเป็นการเสียมารยาทมาก ตระกูลที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดีแบบตระกูลฉินไม่น่ามีคนไม่รู้ความขนาดนั้น”

ฉู่อวี๋ยิ้ม “ในอดีตมีองค์บรรพชนเหล่ยจู่[footnoteRef:1]เลี้ยงไหมสั่งสอนคนทั่วโลก ปัจจุบันมีการเชิญชวนให้ทำเกษตรเลี้ยงไหม องค์จักรพรรดินีไม่รังเกียจความสกปรกลำบางในท้องนา แต่เทพธิดาอวิ๋นชิงสูงส่งกว่าทุกคนในโลก ดังนั้นแม้แต่องค์จักรพรรดินีก็ดูถูกหรือ?” [1: เหล่ยจู่(嫘祖) ตามตำนานกล่าวว่าเป็นพระมเหสีของจักรพรรติเหลือง(หวางตี้) เป็นผู้ค้นพบหนอนไหม ประดิษฐ์กี่ทอผ้า ริเริ่มการเลี้ยงไหมและการทอผ้า]

คำพูดนี้ของฉู่อวี๋ทำให้ทุกคนเปลี่ยนสีหน้าทันที

ไม่ว่าใครก็แบกรับความผิดโทษฐาน ‘ดูหมิ่นองค์จักรพรรดินี’ ไม่ได้ ทุกคนคิดไม่ถึงว่าฉู่อวี๋จะพูดจามีการศึกษาแบบนี้เป็น

“อย่ามาพูดอะไรบ้าๆ ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น!” แม้ลู่อวิ๋นชิงจะอดกลั้นในใจ สีหน้ากลับควบคุมไม่อยู่

ตระกูลลู่เป็นตระกูลมีตำแหน่ง เป็นตระกูลขุนนาง นางรู้ดีกว่าใครว่าหากมีใครแพร่งพรางคำพูดนี้ออกไปจะเกิดหายนะขนาดไหน

“อีกอย่างเจ้าก็ไม่ได้ทำไร่ไถนา ที่เจ้าทำคือแปลงดอกไม้ ไม่มีผลผลิต คนละเรื่องกับทุ่งนา อย่ามาใส่ร้ายกัน!” ลู่อวิ๋นชิงไม่ใช่คนที่ไม่เคยเห็นโลกมาก่อน นางพูดด้วยสีหน้าเย็นชา

เสียงนางน่าฟังมาก แม้จะโมโหแต่ก็ยังนุ่มนวล ในความอ่อนแอมีความแข็งแกร่ง ขับดุนใบหน้าสง่างามสีขาวจนนักเรียนชายรอบๆ ใจอ่อนยวบและพากันพูดปกป้อง

“ถูกต้อง อย่าพูดอะไรมั่วๆ”

“หากคำพูดนี้แพร่ออกไปจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่านักเรียนในสถานศึกษาฉินโอหังอวดดีกันหมด”

ฉู่อวี๋ไม่สนใจสายตาที่ปักมาทางตัวเองเหมือนลูกธนูพวกนี้ นางก้าวไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน จับข้อมือของลู่อวิ๋นชิงและพูดอย่างจริงจังว่า “ถูกต้อง ข้าเองก็คิดว่าเทพธิดาอวิ๋นชิงไม่ใช่คนแบบนั้นเช่นกัน เป็นข้าที่เข้าใจผิดเอง หากไม่ทะเลาะคงไม่ได้รู้จัก นับจากนี้ข้าจะปล่อยวางความบาดหมางระหว่างเราทั้งหมด คนใจกว้างยึดเมตตาธรรมเป็นหลักแบบเทพธิดาอวิ๋นชิงไม่รังเกียจบุตรสาวที่ไร้ความรู้จากครอบครัวที่ร่ำรวยอย่างฉับพลันแบบข้าแน่นอน”

ฉู่อวี๋พูดจบก็พุ่งตัวเข้าไปกอดลู่อวิ๋นชิงอย่าง ‘สนิทสนม’

ทุกคนตะลึงงัน...สถานการณ์จะเปลี่ยนเร็วเกินไปหรือเปล่า?

ลู่อวิ๋นชิงหน้าเขียวตั้งแต่ตอนที่ถูกมือสกปรกของนางจับ ยอมกลั้นใจฟังว่าฉู่อวี๋จะพูดอะไร ยังไม่ทันเข้าใจว่าเหตุใดฉู่อวี๋จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างฉับพลันก็ถูกกอดเข้าใส่เหมือนสนิทสนมแต่แท้จริงแล้วรุนแรงมาก รู้สึกเพียงกลิ่นเหม็นกับสิ่งสกปรกที่ปะทะเข้าหน้าเหมือนลมแรง กลิ่นมูลกลิ่นปัสสาวะอบอวลทั่วปลายจมูก

หญิงสาวรักความสะอาด นับประสาอะไรกับนางที่เป็นบุตรสาวจากตระกูลมั่งมี แค่จะเข้าห้องน้ำยังต้องรมควันหอม เคยถูกกลิ่นมูลกลิ่นปัสสาวะปะทะเข้าหน้าที่ไหน ลู่อวิ๋นชิงรักษาหน้ากากที่นุ่มนวลสง่างามไม่ไหวอีกต่อไป นางใช้แรงทั้งหมดมาผลักและร้องเสียงแหลม “อ้า...ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะเจ้าคนชั้นต่ำสกปรก!”

ฉู่อวี๋ถูกผลักกระเด็นอย่าง ‘ทานไม่ได้แม้แต่ลม’จนชนกับด้านข้างอย่าง ‘อ่อนแอ’ มองลู่อวิ๋นชิงด้วยสีหน้า ‘ปวดใจกับไม่เชื่อ’ “เทพธิดาอวิ๋นชิง นี่เจ้า...”

นางพูดไม่จบประโยค ปลายเสียงสั่นเครือ แสดงให้เห็นถึงความตกใจกับเสียใจ

ลู่อวิ๋นชิงยังคงมึนงงคลื่นไส้จากกลิ่นเหม็น มองไปรอบๆ ก็เห็นว่าทุกคนกำลังมองนางด้วยสายตาประหนึ่งเห็นผีจึงตั้งสติได้ เจอกลิ่นเหม็นเมื่อครู่จะมีกะจิตกะใจมารักษาหน้ากากสง่างามเป็นมิตรได้อย่างไร นางจ้องตาใส่ฉู่อวี๋อย่างโกรธๆ แล้วปิดหน้าวิ่งออกไป

“เทพธิดาอวิ๋นชิงเดินระวังด้วย อย่าได้หกล้ม” ฉู่อวี๋เอามือปิดหน้าตาม ท่าทางเหมือนคนถูกสามีทิ้ง โบกผ้าเช็ดหน้าสกปรกให้แผ่นหลังของลู่อวิ๋นชิง

ห่างออกไปไม่ไกล ชายร่างผอมสูงผู้หนึ่งกำลังเดินกะเผลกเข้ามาในโรงอาหาร เขาคือต้าหยวนที่ถูกฉู่อวี๋เล่นงานจนเป็นไอ้โง่ เมื่อเห็นลู่อวิ๋นชิงรีบร้อนวิ่งเข้ามา ใบหน้าเหมือนม้าก็ฉีกยิ้มโอ้อวดโดยไม่สนใจความเจ็บ “เทพธิดาอวิ๋นชิง เกิดอะไรขึ้นหรือ...”

เขาเพิ่งพูดจบก็เห็นว่าลู่อวิ๋นชิงตัวสั่นอย่างฉับพลัน จากนั้นก็คุกเข่าลงพื้นดัง ‘ฟึ่บ’ ทำความเคารพขั้นสูงสุดให้เขาแล้วเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใหน้าฝังลงกลางหว่างขาต้าหยวนอย่างเรียบร้อยลึกซึ้ง

ฟึ่บ!

การปฏิบัติที่เทพธิดาแห่งสถานศึกษาฉินคุกเข่าใช้ใบหน้ามาเคารพอวัยวะแก่นกลางของเขาทำให้ต้าหยวนกรอกตาขึ้น ส่งเสียงสั่นพิลึกที่ฟังไม่ออกว่าเจ็บหรือรู้สึกดีแต่กลับท้าทายขีดจำกัดของแก้วหูมนุษย์

“โอ้ อี้ โย้ โย ฮี่...”

ทุกคนนิ่งเงียบ เวลาประหนึ่งกลายเป็นนิจนิรันดร

ภาพเหตุการณ์ประหลาดนี้โหดร้ายจนทำร้ายการมองเห็นและจิตใจของนักเรียนที่อยู่ที่นี่ กลายเป็น ‘ตำนาน’ ที่ถูกเล่ากันปากต่อปาก

การแข่งขันรอบนี้ ฉู่อวี๋ชนะทั้งกระดาน

......

ทว่าตัวผู้บงการกลับไม่มีเวลาชม ‘ผลงานอันยิ่งใหญ่’ ของตัวเอง

เพราะนางถูกหิ้วคอเสื้อขึ้น...ตัวลอยกลางอากาศ

“ฉู่เซียนเซียน ถ้าเจ้าแน่ใจก็ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้” ฉู่อวี๋ร้องอย่างโมโห

..............................................................................................................

devc-d3c95f58-34223ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 030 ตอนที่ 30