ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ

ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 021 ตอนที่ 21

#21Chapter 021

บทที่ 21 หลอกล่อเด็กน้อยอย่างใจดี

ไรผมยาวของฉินเซิงลู่ตกลง เผยริมฝีปากงดงาม ที่ทันใดนั้นปรากฎรอยยิ้มอ่อนโยนดุจหมอกขึ้น

ฉู่อวี๋เห็นในรอยยิ้มแฝงความดุร้ายอยู่ สีหน้าเหมือนกับวันที่เอาใช้กิ่งไม้เสียบฮูหยินสามเสิ่นจนกลายเป็นต้นบอนไซ

นางย่นคิ้วเล็กน้อย ก่อนกดเอวของฉินเซิงไว้ ห้ามเขาลงมือ ขณะเดียวกันก็หันกลับทันใด ก่อนหลบอุ้งมือของพวกเขาอย่างปราดเปรียว แล้วยกเท้าถีบเอ้อร์หยวนที่อยู่ใกล้ที่สุดกระเด็น

“เจ้าขี้บ่น พูดอะไรติดอ่างฟังไม่รู้เรื่อง สมควรโดนข้ารังแกแล้ว”

ฉู่อวี๋เรียนกระบวนท่านี้จากเหล่าหู เป็นวิธีทะเลาะวิวาทข้างถนน เช่นต้องหลอกล่ออย่างไร ต้องใช้ท่าอย่างไรโดยไม่เคยคำนึงถึงคุณธรรมในการต่อสู้

ถีบนั้นของนางโดนตรงช่วงล่างของเอ๋อร์หยวน แล้วยังโดนตรงเป้าเขาด้วย!

“อ๊า...!”

เสียงน่าสงสารแหลมสูงดังขึ้น ร่างอ้วนของเอ๋อร์หยวนแข็งค้าง หน้าเขียวคล้ำตัวงอกลิ้งตกลงไปด้านหลัง

เขากลิ้งจนไปชนกับซานหยวน ก่อนสองร่างอ้วนจะกลิ้งหลุนๆ รวมกัน ต่อมาก็พรวดพราดกดทับคนผอมสูงคนสุดท้ายที่ยืนด้วยแรงกดดันรุนแรง

“อย่า...อย่าเข้ามา...ช่วยด้วย...อ๊าก!” คนผอมสูงเบิกตาค้างทันใด แม้แต่ก้าวถอยหลังยังไม่ทัน จึงโดน ‘ก้อนอ้วนกลม’ ทับใส่

“อึก!” สองอ้วนหนึ่งผอมกลิ้งรวมกันในทันใด ชนนั้นชนนี้ไปเรื่อย เสียงน่าอนาถดังขึ้นไม่หยุดหย่อน

ฉู่อวี๋ยิ้มร่าพลางดีดนิ้วเปาะ “สาม ‘ก้อน’ โดนหมด สนุกจริงๆ”

ลูกบอลมนุษย์ให้ความรู้สึกดีชะมัดเลย!

ฉินเซิงเงยหน้ามองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า ริมฝีปากแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม คิ้วโค้งเรียวงาม ดวงตาที่แยกแยะผิดถูกเปล่งประกายแวววาว หน้าตาภูมิใจที่ประสบความสำเร็จเหมือนในละครสยองขวัญ ผมอ่อนนุ่มละเอียดข้างแก้ม ดวงหน้านั้นภูมิใจจนดูไม่เรียบร้อย กลับปรากฎความมีชีวิตชีวา...ช่างมีเสน่ห์นัก

เขามองภาพนั้นเงียบๆ ทว่าดวงตาสีอำพันสาดประกายไม่พอใจแวบหนึ่ง เขาไม่ชอบที่ สิ่งที่นางสนใจไม่ใช่ตัวเขา

จู่ๆ ฉินเซิงก็ดึงมือที่เกาะอยู่บนเอวเขาออก เอ่ยเสียงเรียบ “ท่านอา อาจารย์ชังลู่จะจัดการเอง”

ฉู่อวี๋ได้ปลดปล่อยความเครียดแล้ว จึงหันมาอย่างอารมณ์ดี ยิ้มเอ่ย “เซียนเซียน ที่นี่ยังมีคนอื่นอยู่ เรายังเล่นละครไม่จบนะ”

เจ้าพวกโง่ที่บาดเจ็บพวกนี้ กลัวจะไม่ยอมเลิกรา ตอนนี้นางกำลังว่างๆ เบื่อๆ พอดี นางยังมีกระบวนท่าน่าสนใจให้พวกเขาดูอีกเยอะเลย

ฉินเซิงเม้มปากเบา ทว่ายังยิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้าอยากดื่มนม ไม่อยากดูละครแล้ว ให้ข้าช่วยจัดการแทนท่านอาได้หรือไม่”

“…”

ฉู่อวี๋ยิ้มค้าง รู้แล้วว่า ‘เจ้าเด็กน้อย’ เริ่มไม่พอใจ แค่เขาไม่พอใจได้เห็นเลือดนอง

สำนักเย่าและคุณชายฉินต่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือกฎหมาย

ทว่านางเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ไม่เคยคิดเป็นคนชั่วคร่าชีวิตคนอื่น หรือทำร้ายคนอื่นจนพิการเหมือนในละครสยองขวัญ

ฉู่อวี๋ถอนหายใจ ก่อนหยุดตามการจับมือของเขาอย่างว่าง่าย...

เจ้าเซียนเอ๋อร์ตัวโต มีตอนไหนที่เจ้าไม่อยากดื่มนมบ้างไหม ตอนเจ้าดื่มนมไม่ต้องให้ป้อนได้หรือไม่?

ฉินเซิงพอใจมากที่ความสนใจของนางกลับมาอยู่ที่เขาแล้ว ก่อนกุมมือนุ่มของฉู่อวี๋กลับไปราวกับตั้งแต่ต้นจนจบไม่เคยมีกลุ่มอันธพาลโอหังสามคนที่นอนกลิ้งอยู่บนพื้นนี้

“พวกเจ้า...จำไว้เถอะ” คนผอมสูงที่ถูกเอ้อร์หยวนและซานหยวนทับอยู่ด้านล่าง เห็นชัดว่าถูกทับจนกระอักเลือด ตาเหลือก หายใจเข้าได้น้อย หายใจออกได้มาก ก็ยังไม่ลืมส่งเสียงขู่

ฉู่อวี๋กลอกตาบน คร้านจะสนใจพวกเขา ก่อนเดินตามฉินเซิงกลับห้อง

ทว่าคิดไม่ถึง ยามนั้นจู่ๆ ก็มีเสียงสตรีร้องเสียงแหลม “อ๊า...เลือด...เลือด!”

คนผอมสูงตาประกายวาบ นิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนเอ่ยเสียงแหบ “ช่วยด้วย...มีคนฆ่ากัน!”

ฉู่อวี๋หยุดฝีเท้าแล้วดึงฉินเซิงไว้ เอ่ยเยาะเสียงเบา “ข้าบอกแล้วไงว่าละครยังไม่จบ เซียนเอ๋อร์ เจ้ากลับไปดื่มนมก่อนดีหรือไม่”

ริมฝีปากสวยงามของฉินเซิงบึ้งตึง น้ำเสียงอบอุ่นแฝงความเย็นยะเยือกไว้ “ไม่เอา”

นางยิ้มร่าพลางตีมือเขา ก่อนยื่นมือไปขยี้หน้าเขา เอ่ยปลอบเด็กน้อยเสียงเบา “เด็กดี ถ้าอย่างนั้นเราไปเล่นสนุกกันก่อนเถอะ กลับไปอาจะป้อนข้าวเจ้าเอง”

นางจะพึ่งพาเขาตลอดไปไม่ได้ แค่มาเรียนก็หาเรื่องไม่ต่างกับพวกอันธพาลชอบหาเรื่องข้างถนนเลย หากไม่เริ่มก็เก็บกวาดให้เรียบร้อย ต่อไปแผนไม่ดีต้องเยอะกว่านี้แน่

คุณชายฉินวัยยี่สิบเจ็ดปีมีนิสัยดั่งเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้า เขาพบใคร นั่นคือความกรุณา คือรางวัล!

แต่เขายอมให้ตาสีตาสาแตะต้องตนตามใจชอบได้ที่ไหนกัน

ดังนั้นตอนฉู่อวี๋สัมผัสใบหน้าเขา เขาแข็งค้าง เดิมทีตั้งใจจะหลบ

แต่ทำไมต้องหลบท่านแม่...ไม่สิ ต้องหลบสัมผัสจากมือของท่านอาตัวเองด้วย?

ฉินเซิงที่มีความทรงจำแค่อายุสิบสามปีก่อนไม่เข้าใจ ดังนั้นเขาจึงพยายามอดกลั้นไม่ขยับไปไหน

ยอมให้ฝ่ามืออ่อนนุ่มของอีกฝ่ายประคองหน้าตัวเอง รู้สึกเพียงว่ามือที่สัมผัสใบหน้าเขานั้น ทั้งนิ่มและเย็นสบาย ให้ความรู้สึกกรุ้มกริ่มเล็กน้อย ทว่าน้ำเสียงหลอกล่อของฉู่อวี๋ กลับให้ความรู้สึกแปลกประหลาดอีกอย่าง...

ในความทรงจำวัยสิบสามปีที่เขามีในตอนนี้ มีคนผ่านมาและผ่านไป เขาเคยหวาดกลัว เข้มงวด เย็นชา เคารพนอบน้อม เลื่อมใสศรัทธา อาฆาต...ความรู้สึกเดียวที่เขาไม่เคยมีคือน้ำเสียงหลอกล่อสนิทสนม

น้ำเสียงเช่นนี้ เขาเคยได้ยินท่านอาอ้วนหลอกล่อเสี่ยวเป่าตอนอยู่นอกห้องครัว ทั้งอบอุ่น จนใจทว่ากลับสนิทสนม ทุกครั้งเสี่ยวเป่ามักซุกในอ้อมแขนท่านอาอ้วนอย่างอ่อนโยน

พอมาวันนี้มีคนทำกับตัวเอง ความรู้สึกนี้...ช่างมหัศจรรย์นัก

แววตาของฉินเซิงฉายแววประหลาดแวบหนึ่งภายใต้ไรผมหนา เขาหรี่ตาเล็กน้อยราวกับดื่มด่ำกับรสชาติอาหารอย่างไรอย่างนั้น

แน่นอนว่าฉู่อวี๋มองไม่เห็นแววตาประหลาดภายใต้ไรผมนั้น นางคิดเพียงว่าต้องหลอกล่อเซียนเอ๋อร์ตัวโตข้างกายที่ไม่พอใจอยู่ ให้ดูละครเป็นเพื่อนนาง

ขณะที่สองคนกำลังพูดคุย ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาเป็นทอดๆ เสียงแหลมสูงของสตรีผู้นั้นยังไม่หยุดโน้มน้าว

“เลือด เลือดเต็มไปหมดเลย”

“รีบมาทางนี้เร็ว!”

ฉู่อวี๋หันหน้ามองคนกลุ่มหนึ่งสวมชุดนักเรียนของสถานศึกษาตระกูลฉินไม่รู้โผล่มาจากไหน

แต่ว่านางมองออก นักเรียนกลุ่มนี้ นอกจากใบหน้าจะตกใจแล้ว ยังเต็มไปด้วยความสนุกมีความสุขบนหายนะของผู้อื่น ทว่าไม่รู้ความสุขบนหายนะที่พวกเขาดูนั้นใช่คนแปลกหน้าอย่างนางและฉินเซิง หรือสามผู้โชคร้ายที่นอนอยู่บนพื้น

นางลอบบ่น ดูเหมือนว่าเหล่าอัจฉริยะมากความรู้ สูงส่งสง่างามในที่แห่งนี้ก็เป็นแค่คนธรรมดาสินะ

ขณะนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงสตรีราวกับนกขมิ้นดังขึ้นอย่างโมโห “ทำไมถึงยืนนิ่งกันหมดเล่า เป็นเพื่อนร่วมเรียนของตัวเองแท้ๆ เหตุใดเห็นคนลำบากถึงไม่ช่วย”

สตรีผู้นั้นเพิ่งเอ่ยเสร็จ ก็มีคนรีบวิ่งไปประคองเอ้อร์หยวน ซานหยวนอย่างรวดเร็ว และช่วยคนผอมสูงที่ถูกทับจนกระอักเลือด ที่อยู่ในสภาพร่อแร่

“ต้าหยวน เจ้าไหวหรือไม่” ร่างเพรียวก้มลงมองคนผอมสูงเล็กน้อย

ฉู่อวี๋มองหลังของดรุณีผู้นั้น พลางมองคนผอมสูงที่เกือบถูกทับตาย ก่อนลอบยิ้ม ละครนี้นับว่าเป็นสาวงามช่วยวีรบุรุษหรือไม่นะ

แต่นางก็ถือว่าบังเอิญมาก เพราะคนผอมสูงกับสองอ้วนเตี้ยพวกนั้นดันเป็นพี่น้องกัน!

ต้าหยวนที่ถูกทับจนตาเหลือก หายใจหอบอย่างง่ายดาย ทันใดก็เห็นดรุณีที่อยู่ต่อหน้าตน รีบร้องไห้อย่างน่าสงสาร “เทพ...เทพธิดาอวิ๋นชิง ขออภัยด้วย อ่อก!”

พูดพลางยื่นมือหมายจะจับกระโปรงสาวน้อยผู้นั้นไว้

ทว่าสาวน้อยกลับก้าวถอยหลัง ราวกับหลบมือเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ มองไปทางฉู่อวี๋ ก่อนเอ่ยด้วยความสงสัยเช่นเดิม “เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

เมื่อครู่ฉู่อวี๋เห็นท่าทางของสาวน้อยคนนั้นชัดเจน คาดว่าเป็นเพราะที่แห่งนี้มีกฎไม่ให้นักเรียนแต่งตัวงดงามเกินควร นางจึงทำผมมวยเลขสิบอย่างเรียบง่าย ปักเพียงปิ่นหยกหนึ่งด้าม ไม่มีเครื่องประดับใด สวมใส่ชุดนักเรียนหญิง ชุดกระโปรงสีขาวกุ๊นปลายขอบสีม่วงเข้ม เข็มขัดปักลายผีเสื้อล้อมดอกโบตั๋นสีม่วงเข้มทำให้เอวนางดูเพรียวบางขึ้น เสื้อคลุมด้านนอกเป็นแขนสั้นปักลายเมฆสีม่วงอ่อน

สาวน้อยวัยสิบหก เขียนคิ้วโก่ง ดวงตาเมล็ดซิ่ง แก้มดั่งผลท้อ ดวงหน้ากลมดั่งจันทร์เพ็ญ ก็ไม่นับว่าสวยล้ำเหนือใคร เพียงแต่ผิวนางขาวจัด ทำให้ดวงหน้ากลมนั้นดูอิ่มเอิบอ่อนหวาน หากเทียบท่าทางสุขุมงดงามเรียบร้อยกับคุณหนูคนอื่น ก็ให้ความเชื่อถืออย่างไม่รู้ตัว

แต่ว่า...เทพธิดางั้นหรือ?

คำว่าเทพธิดา เกรงว่าสาวน้อยตรงหน้าคงเป็นไม่ได้หรอก

นางเห็นท่าทางราวกับเทพเซียนสูงส่งอย่างฉินเซิงจนชินตา สาวน้อยงดงามตรงหน้า นางคงให้คำบรรยายได้แค่สี่คำ...ธรรมดาสามัญ

เพียงแต่ยามเทพธิดาอวิ๋นเซิงเอ่ยถามถึงจะดูเหมือนอ่อนโยน ทว่ากลับมองฉู่อวี๋ด้วยสายตาตำหนิอย่างปิดไม่มิด นักเรียนสถานศึกษาคนอื่นๆ ต่างมองฉู่อวี๋และฉินเซิงด้วยสายตาเหยียดหยามด้วยเช่นกัน

devc-ef96361e-34113ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 021 ตอนที่ 21