ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ

ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 002 ตอนที่ 2

#2Chapter 002

บทที่ 2 ท่านแม่ ข้าอยากดื่มนม

ฉู่อวี๋มองไปนอกหน้าต่างอย่างเลือนราง ภาพตรงหน้าค่อยๆ พร่าลง

ลมเย็นเบาๆ สายหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่ามาจากที่ใดพัดผ่านแก้ม ทำให้นางได้สติในชั่วพริบตา และในขณะนี้ ชายชราผู้น่ารังเกียจซึ่งอยู่ด้านหลังกลับหยุดการกระทำตรงหลังของนางทันที ราวกับว่าถูกอะไรบางอย่างรบกวนจิตใจ

ตอนนี้แหละ!

ดวงตากลมโตของนางหรี่ลง เดิมทีก็จะลอบนำเข็มเล่มยาวที่อยู่ในมือทิ่มไปตรงลำคอของผู้ที่อยู่ด้านหลังอย่างรุนแรง

เข็มแหลมสีน้ำเงิน เคลือบด้วยพิษทำให้เกิดอัมพาต เป็นสิ่งที่เมื่อก่อนตอนที่เหล่าหูจับโจรสลัดและพบสิ่งนี้ติดตัวอยู่

นางสติปัญญาเฉียบไว แอบเก็บกลับมาเผื่อได้ใช้ ไม่คิดเลยว่าในเวลานี้จะได้ใช้ประโยชน์พอดี

ชายชราที่อยู่ด้านหลังตื่นตระหนก ถอยหลังอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะไม่ได้ถูกนางทิ่มไปยังจุดสำคัญอย่างลำคอ ทว่ากลับทิ่มไปโดนบ่า ชายชราเจ็บปวดเสียจนตะคอกเสียงต่ำหนึ่งเสียง สะบัดมือทำให้นางพลิกคว่ำไปกับพื้น

ฉู๋อวี๋ก็ไม่ได้สนใจความเจ็บปวดตรงข้อศอก เพียงแค่ใช้สองมือดันตัวขึ้น ปลาน้อยมักจะกระโดดขึ้นมา ม้วนเสื้อคลุมที่อยู่บนพื้นอย่างคล่องแคล่วว่องไวจากนั้นก็พุ่งไปยังด้านนอก

ชายชราเดนตายผู้นี้ทักษะในการต่อสู้เลิศล้ำ เห็นนางเป็นเจ้าหน้าที่ราชการ ยังจะกล้าปองร้ายทำเรื่องแปลกประหลาดต่อนางอีก ต้องเป็นโจรชั่วลอบวางเพลิงแน่

ในเมื่อนางยังไม่สามารถจัดการเป้าหมายได้ เป็นธรรมดาจะต้องใช้กลยุทธ์ขั้นถัดไป เรียกคนแล้วค่อยมาจัดการโจรแก่!

ทันใดนั้นชายชราที่อยู่ด้านหลังนางกลับร้องเรียกเสียงต่ำ “ประตูด้านหน้าคือทางตัน ข้างหน้าต่างโดดลงทะเลสาบ!”

ฉู่อวี๋นิ่งงัน รู้สึกเพียงแค่เกินความคาดหมาย คนผู้นี้ถึงกับสอนให้นางโดด?

ทว่าน้ำเสียงของชายชรานั้นเต็มไปด้วยความร้อนรนและหวาดกลัว หลังจากให้นางมองไปยังประตูดำมืดด้านหน้าแล้ว อดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนทิศทางมุ่งไปยังข้างหน้าต่างแทน

ด้านล่างหน้าต่างมีทะเลสาบจริง ผิวน้ำใสกระจ่าง สะท้อนเป็นรูปเงาไฟลุกโชนอย่างบ้าคลั่งบริเวณโดยรอบ ควันไฟที่เผาไหม้ทำให้นางเริ่มแสบคอ ไม่รู้ว่าจะไปขึ้นฝั่งที่ใด

นางรู้สึกลังเลเล็กน้อย ทันใดนั้นด้านหลังกลับมีลมพัดมาเบาๆ ถึงกับดันนางออกไปอย่างรุนแรง เสียงแหบแห้งสิ้นหวังของชายชราที่อยู่ด้านหลังนางดังขึ้น

“ผีหมู่บ้านสิบสองลี้มาเคาะประตูแล้ว ไป!”

“ตูม!”

นางหัวทิ่มตกลงไปน้ำ เกิดความรู้สึกเหน็บหนาวตั้งแต่ศีรษะจนทั่วทั้งตัว อดไม่ได้ที่จะด่าอย่างโมโห “สารเลว!”

นางแม่นางฉู่ผู้ที่ไม่มีความสามารถอะไรเลยทั้งสิ้น ยังดีที่ชาติก่อนนางอาศัยอยู่ริมทะเล ทั้งยังมีพ่อเป็นกะลาสีเรือ ทักษะในการว่ายน้ำของนางเทียบเป็นลำดับหนึ่ง มิเช่นนั้นคงจะถูกชายชราเดนตายนั่นผลักจมน้ำตายเสียแล้ว!

ฉู่อวี๋ถีบขาอยู่บนผิวน้ำอย่างคล่องแคล่วว่องไว มองไปรอบด้าน ค้นหาสถานที่ขึ้นฝั่ง

นางมองอยู่ครู่หนึ่ง เห็นสะพานสีขาวที่ไม่โดนไฟไหม้ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก ในใจนึกยินดี รีบว่ายน้ำไป

ผู้ใดจะรู้เล่าเมื่อว่ายใกล้ถึงแล้ว นางกลับพบว่ามีเงาร่างของคนสองคนยืนอยู่บนนั้นก่อนแล้ว ฉู่อวี๋นึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ราชการที่มาช่วยดับไฟ ในใจยินดีอย่างยิ่ง กำลังจะตะโกนเรียก “เหล่าหู...”

ประโยคครึ่งหลังของนางถูกกลืนกลับไป เพียงเพราะว่าเกิดเปลวไฟปะทุอย่างฉับพลัน ส่องสะท้อนที่ดาบเล่มยาวสีแดงฉานเล่มนั้น

ดาบยาวทั้งเล่มสีแดงเหมือนเลือดสด เสียบลึกเข้าไปที่หัวใจของคน เลือดสีแดงฉานเหนียวข้นไหลรินราวกับถูกดาบเล่มยาวแปลกประหลาดนั่นกลืนกินเข้าไป ถึงกับไม่ตกลงพื้นเลยสักหยด

ผู้ที่ถูกแทงทะลุหัวใจ หากมิใช่ชายชราแปลกประหลาดที่อยู่ในห้องนั้นจะเป็นใครได้อีก?

ตามด้วยร่างของชายชราที่กระตุกก่อนร่วงลงสู่พื้น เปลวไฟที่ลุกโชน ทำให้นางมองเห็นตรงสะพานและที่ใกล้อาคารหลังเล็กมีศพกองเรียงรายได้อย่างชัดเจน สีแดงสดไหลริน

และท่ามกลางกองศพที่ตายตาไม่หลับเหล่านั้นมีคนที่ยืนอยู่เพียงหนึ่ง ชุดยาวสีขาวไม่เปื้อนขี้เถ้า ล่องลอยดุจเทพ

เปลวไฟเป็นประกายทำให้ผิวของเขาส่องสะท้อนสีขาวซีดที่ทำให้รู้สึกถึงความเย็นเยือก เงามืดเข้มร่างเค้าโครงอวัยวะทั้งห้าบนใบหน้าอันละเอียดอ่อนงดงามลึกซึ้งของเขา แสงอ่อนๆ ส่องสะท้อนแสงไฟทั่วท้องฟ้า ศพเรียงรายกลิ่นคาวเลือดเต็มไปหมด ใบหน้าอ่อนโยนเฉยเมย ราวกับปกคลุมไปด้วยฝนพรำและหมอกอย่างเลือนราง

คล้ายกับว่าบนมือของเขาไม่ได้ถือดาบเปื้อนเลือดสีแดงสดโหดเหี้ยมนั่น แต่ว่าเป็นมือเล็กๆ ของเด็กน้อย ที่ยืนอยู่มิใช่บนกองศพ แต่เป็นภูเขาแห่งแดนสวรรค์

ความแตกต่างมากมายอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ภาพเหตุการณ์ตรงหน้านี้ดูผิดเพี้ยนและแปลกประหลาด

นางรู้สึกหวาดกลัวในใจ หากว่ามิได้อยู่ในน้ำ นางก็คงจะล้มก้นกระแทกกองอยู่กับพื้น

นางค่อยๆ ว่ายกลับไปด้านหลัง ทีละน้อย จากไปอย่างไร้เสียง...

“ดูดีไหม?”

เสียงนุ่มนวลเสียงหนึ่งดังขึ้น ราวกับดีดลงเบาๆ ที่สายพิณลายหงส์ ผ่อนคลายสบายใจ คล้ายกับลมเบาๆ พัดผ่านข้างหู

ร่างกายของนางสั่นเทาออกอาการตัวชาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ราวกับคนรักกระซิบที่ข้างหู

ชัดเจนว่าเสียงนั้นนุ่มนวลงดงามทั้งยังเย็นสบาย ทว่าเช่นนั้นกลับ...ล่อลวงให้คนลุ่มหลง

นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น “ดี...”

ในเวลาต่อมาฉู่อวี๋รีบปิดปากตัวเองทันที ไม่พูดสักประโยค หันหลังกลับแล้วเร่งความเร็วว่ายอย่างสุดกำลัง!

ระยะห่างไม่นับว่าใกล้ กระทั่งนางไม่เห็นว่าเขาขยับปาก น้ำเสียงอันเย้ายวนผู้คนนั่นกลับดังขึ้นข้างหู เห็นความน่ากลัวของการบำเพ็ญตนของฝ่ายตรงข้าม

นางไม่อยากตาย!

“แฮ่ก แฮ่ก!” ว่ายอย่างสุดกำลังจนเมื่อใกล้ถึงสามร้อยเมตร ฉู่อวี๋เงยหน้าขึ้น เมื่อแน่ใจแล้วว่าระยะห่างจากอีกฝั่งที่ไฟไหม้เบาลงไม่ไกลแล้ว จึงทอดถอนใจอย่างโล่งอก

ดังนั้น คนๆ นั้นคงจะตามมาไม่ทันแล้วแหละ...

“ทักษะในการว่ายน้ำไม่เลวเลย” เสียงที่นุ่มนวลราวกับสายลมชักชวนให้คนลุ่มหลงดังขึ้นที่ข้างหูอีกครั้ง

“อึก แค่กๆๆ!” ฉู๋อวี๋ตื่นตระหนก สำลักน้ำครั้งหนึ่ง ไอจนนางเกือบจะอาเจียน หันหน้าไปด้วยความโมโห เห็นเงาสีขาวลอยอยู่บนผิวน้ำอย่างเงียบๆ ลักษณะท่าทางถือดี ชุดสีขาวแขนกว้างปลิวออกล่องลอยดุจเทพ

“เจ้า...เจ้า...อาๆๆ!” นางหมุนตัวกลับ ว่ายน้ำไปยังฝั่งตรงข้ามอย่างสุดกำลังโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น

นางไม่เชื่อเรื่องแปลก!

เงาสีขาวมองไปยังร่างอรชรที่อยู่ในน้ำราวกับปลาที่ปราดเปรียวตัวหนึ่งอย่างเงียบๆ ละอองน้ำทะเลสาดกระเซ็น ราวกับเส้นสีขาวเส้นหนึ่งที่มุ่งสู่ริมฝั่ง น้ำล้อมส่วนเว้าโค้งอันงดงามของนาง

เขาโค้งริมฝีปากบางขึ้น ความโค้งของริมฝีปากนั้นดูนุ่มนวลเงียบสงบจนไร้อุณหภูมิ ราวกับเทพที่เฝ้าดูการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดของมนุษย์ผู้ต่ำต้อยที่อยู่ใต้เท้า เพลิดเพลินกับความจนตรอกและความกลัวของพวกเขา

ฉู่อวี๋ไม่กล้าหันหลังกลับ ไม่กล้ามอง นางมีแค่ความคิดเพียงอย่างเดียว นางไม่อยากตาย! ไม่อยากตาย!

เมื่อนางใกล้ถึงชายฝั่ง ลางสังหรณ์แปลกประหลาดและไม่ดีบางอย่างกลับทำให้นางไม่รีบขึ้นฝั่งทันที ทว่าเลือกที่จะเฝ้าสังเกตอยู่ในน้ำ

จนกระทั่งมองเห็นอาคารหลังเล็กที่ถูกเผาไหม้อันแสนคุ้นตาซึ่งอยู่ไม่ไกล ทำให้ในใจของนางเหน็บหนาว ราวกับตกลงไปเหวลึก

นางว่ายมาตั้งนาน ไม่นึกเลยว่าจะ...ว่ายกลับมาที่เดิมอีกแล้ว!

นี่คือทะเลสาบวงแหวน ท้องฟ้ามืดเกินไป นางมองเห็นไม่ชัดเจน ถึงกับว่ายมายังด้านหลังของอาคารหลังเล็ก

และความรู้สึกเหนียวจากการสัมผัสรวมถึงกลิ่นคาวที่ไม่ปกติในน้ำ เตือนสตินาง นางกำลังแช่อยู่ในน้ำเลือด

บริเวณรอบๆ มีศพนับสิบลอยไปมา!

กลิ่นคาวเข้าสู่จมูก ฉู่อวี๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผะอืดผะอมขึ้นมา และเสียงเบาๆ ของบุรุษอันเย้ายวนผู้คนก็ดังขึ้นข้างหูนางอีกครั้ง “ไม่อยากขึ้นมาเหรอ อาศัยน้ำเป็นหลุมฝังศพ ก็นับว่าสะอาด”

นางตัวแข็งทื่อ จากนั้นเงยหน้ามองไป เห็นริมฝั่งเดิมทีว่างเปล่าไร้ผู้คน กลับเพิ่มเงาร่างชุดสีขาวมาอีกหนึ่ง ซึ่งกำลังถูดาบสีแดงฉานโหดเหี้ยมเล่มนั้น

บรรยากาศการเผาไหม้ยังคงคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นควันจากไม้ที่ถูกเผาไหม้ เห็นได้ชัดว่าเป็นเวลากลางวัน ทว่ากลับทำให้ผู้คนหายใจไม่ออกยิ่งกว่าความมืดมิด

ฉู่อวี๋อดทนต่อความรู้สึกเหน็บหนาวในใจ ยิ้มเย็น “ใต้ฟ้าผู้ใดจะรู้ว่าคุณชายฉินภายนอกดูเมตตาทว่าจิตใจต่ำทรามเป็นฆาตกรฆ่าคน เผาสวนของตัวเอง เพียงเพื่อฆ่าปิดปากปกปิดความจริง!”

สวรรค์ชั้นฟ้าหิมะลอยละล่องในอากาศที่เยือกเย็นจนเข้ากระดูก สายลมเย็นสบายยามค่ำคืนปรากฏดวงจันทร์ในความรู้สึกอะไรนั่นเหลวไหลทั้งเพ!

เทพฉินผู้มีจิตใจเมตตากลับกัน ก็คือภูเขาศพทะเลสาบเลือด!

เงาร่างชุดขาวหยุดการกระทำถูดาบชั่วขณะ ดวงตาสีอำพันงดงามอย่างประหลาดคล้ายถูกเปลวไฟส่องสว่างหรี่ลงเล็กน้อย สีหน้าอ่อนโยนงดงามมากยิ่งขึ้น เขาถอดทอนใจเบาๆ “ชะตากรรมของสตรีที่ชาญฉลาดช่างแย่มากทีเดียว ตายเร็วเกิดเร็ว ประเสริฐแท้”

“เจ้าตายจึงจะนับว่าประเสริฐอย่างแท้จริง!” ฉู่อวี๋แสยะยิ้ม ทว่ากลับยังคงเก็บความกลัวไว้ ปีนขึ้นฝั่ง สายตามองไปรอบด้าน

หลังจากเขาอุ้มเด็กแล้ว กิริยาท่าทางเช็ดมือเช่นนั้นไม่ได้เพียงแค่ป้องกันมือเท่านั้น แต่ล้วนเป็นการมองแบบเบื้องบนมองไปยังสิ่งมีชีวิตเบื้องล่างซึ่งเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามและไม่แยแส

ผู้คนบนโลกล้วนเป็นคนตาบอด! มองไม่เห็นจิตใจที่โหดเหี้ยมอำมหิตภายใต้หน้ากากเทพบุตร

ฉู่อวี๋กลับรู้สึกเพียงความหนาวเหน็บที่เกิดขึ้นไปทั่วร่าง กระทั่งฟันก็ยังสั่น “เจ้าอยากจะทำอย่างไร?”

เขายิ้มเล็กน้อย “เจ้าอยากจะตายอย่างไร?”

ฉู่อวี๋สะบัดแขนทันที ดึงเข็มยาวเล่มหนึ่งออกมาจ่อไปทางคนที่อยู่ตรงหน้า ตะโกนลั่น “ดูสิข้าเห็นเข็มพิษร้ายแรงถึงขั้นตาย!”

หลังจากนั้นก็ไม่หันกลับมาอีก กระต่ายมักจะกระโดดพุ่งไปยังภายในอาคารหลังเล็กนั่น!

ภายในอาคารกลิ่นควันคละคลุ้งปะทะหน้าเกือบทำให้นางสำลักออกมา เวลานี้นางก็ไม่มีเวลาที่จะมารู้สึกไม่ดี หลังจากที่มุดเข้าไปด้านในแล้ว พุ่งไปทั่วสารทิศ พยายามหาที่หลบซ่อนตัวภายในห้องเปียกชื้นนี้

อาคารหลังเล็กที่เปียกชื้นในเวลานี้ก็ใกล้จะพังทลาย เปลวไฟลุกโชนอย่างต่อเนื่อง

นางยังไม่ทันหาที่ซ่อนเจอ ก็เห็นข้างประตูมีเงาร่างสูงสง่างามเงาหนึ่ง เห็นได้เลือนรางท่ามกลางกลุ่มควัน งดงามเสียจนน่าหวาดกลัว ทำให้นางสั่นไปทั้งตัว ถอยหลังทีละก้าว

“เด็กดี ข้าจะเบามืออย่างมาก”

เสียงนั้นนุ่มนวลผิดปกติ หว่านล้อมทำให้ผู้คนลุ่มหลง ทว่ากลับเป็นหลุมพรางที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต

ฉู่อวี๋พิงข้างหน้าต่างไม่กล้าขยับ เหงื่อเย็นหยดหนึ่งค่อยๆ ไหลลงแก้ม

ห้องนี้เปียกชื้น กลุ่มควันทำให้ผู้คนเกือบจะลืมตาไม่ขึ้น

นางพิงตรงหน้าต่างไม่ขยับ หลบซ่อนอยู่หลังกลุ่มควัน

ทว่า เงาร่างสง่างามเยือกเย็นนั่น ภายในใจพะวงนาง มุ่งไปยังตำแหน่งของนางโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว...

ฉู๋อวี๋เหงื่อเย็นหยด สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต ทันใดนั้นนางก็หุนหันพลันแล่น ทว่ากลับไม่ได้กระโดดออกนอกหน้าต่าง แต่ใช้พละกำลังอย่างเต็มที่ถอยออกไปสองก้าว พุ่งชนไปยังเสาไม้ที่เกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง

“ตูม!” เสียงหนึ่งดังขึ้น

นางได้ยินเสียงเปลวไฟร่วงหล่นไปทั่งทั้งตัวดังลั่น

และเสียงเสาไม้หล่นลง ที่หล่นกลับไม่ใช่เพียงแค่เสียงเสาไม้

“โครม!”

เกิดควันทั่วสารทิศ อาคารหลังเล็กพังทลายลงมา!

ไฟลุกลามบนซากอาคารที่พังทลายลงมาอย่างรวดเร็ว โหมกระพืออย่างรุนแรง

สิบห้านาทีต่อมา

ทันใดนั้นร่างที่ลอยอยู่ในทะเลสาบก็เคลื่อนไหว ร่างบางนั่นฟื้นคืนชีพ ดิ้นรนว่ายน้ำเพื่อไปขึ้นฝั่ง

“แค่กๆๆ...” ฉู่อวี๋ปีนขึ้นฝั่งอย่างยากลำบาก ทั่วตัวล้วนเป็นแผลจากไฟไหม้ นางเจ็บปวดเสียจนน้ำตาแทบไหล

แต่ทว่า นางยังคงมีชีวิต

ครั้งแรกที่อยู่ภายในอาคารหลังเล็ก นางก็ค้นพบว่าอาคารหลังเล็กนั้นใกล้จะพังทลายลงแล้ว อาศัยเสาไม้นั่นค้ำไว้

ยิ่งเสี่ยงภัยผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจจะยิ่งดีอย่างไม่คาดคิดมาก่อน ต่อสู้ดิ้นรนอย่างสุดชีวิตก็จะประสบความสำเร็จ!

แต่ทว่าเมื่อนางตะเกียกตะกายปีนขึ้นฝั่งอีกครั้ง กลับพบว่า...

ผู้รอดชีวิตอีกคนหนึ่ง

นางจับไหล่ที่บวมขึ้นมา มองไปยังคนที่นอนอยู่บนพื้นด้านหน้าอาคารอย่างไม่น่าเชื่อ

ชุดขาวตัวสูง เพียงแค่ผมยาวสีดำที่มัดขึ้นกระจัดกระจายไปทั่วพื้น บนเอวมีท่อนไม้ทับไว้ ดาบเล่มยาวกระหายเลือดสีแดงเข้มโหดเหี้ยมอยู่ข้างลำตัว แสดงถึงตัวตนของเจ้าของ

“สารเลว ยังจะหลบหนีออกมาได้อีก?” ฉู่อวี๋มองคนผู้นั้นที่อยู่บนพื้นถึงแม้ว่าผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าถูกไฟเผาไหม้ไปกว่าครึ่ง ทว่าหน้าอกว้างนั่นยังคงขยับขึ้นลง รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายยังไม่ตาย

ทักษะในการต่อสู้นี่ต้องบำเพ็ญแข็งแกร่งเพียงใดถึงจะรอดพ้นจากสถานการณ์ความตายที่นางวางไว้?

“โอย...” คนที่อยู่บนพื้นร้องเบาๆ ด้วยความเจ็บปวด

ฉู่อวี๋ขนลุกซู่ จิตใต้สำนึกสั่งให้หนี

แต่ว่าเพิ่งจะวิ่งออกไปสองก้าว ทันใดนั้นนางกลับชะงักฝีเท้า

ดวงตากลมโตเป็นประกายของฉู่อวี๋ฉายแววอำมหิตแวบหนึ่ง

นางรู้ว่านางเป็นเจ้าหน้าที่ราชการ คนผู้นี้รูปลักษณ์ภายนอกดั่งเทพผู้สง่างาม ทว่ากลับมีจิตใจที่โหดเหี้ยมอำมหิต ชั่วร้ายอย่างยิ่ง ในอนาคตจะต้องคิดหาวิธีกำจัดนางและเหล่าหูฆ่าปิดปากยกครอบครัวเป็นแน่

นางกัดฟันกรอด หมุนตัวและเดินไปยังร่างที่นอนอยู่บนพื้น นั่งลงข้างตัวเขา

นางมองดาบสีแดงสดเล่มนั้น ท้ายที่สุดยังคงไม่อยากจะสัมผัสกับสิ่งชั่วร้ายที่กลืนกินเลือดมนุษย์ หันกลับไปหยิบก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆ เล็งตรงศีรษะของเขา ยกขึ้นอย่างช้าๆ

“เออหมีถัวฝัว[footnoteRef:1] พระโพธิสัตว์ อย่าถือโทษที่ข้าโหดร้าย แต่ว่าข้ายังมีคนที่จะต้องปกป้อง” [1: เป็นชื่อของพระอมิตาภพุทธะ หมายถึงพระพุทธเจ้าที่ประทับในแดนสุขาวดี เป็นคำสวดของผู้ที่เชื่อในพระพุทธเจ้า แสดงถึงการสวดมนต์ภาวนาหรือขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า เป็นต้น]

ชาติที่แล้วและชาตินี้นางยังไม่เคยฆ่าคน มือสั่นระรัว

เป็นเวลาที่ความดีกับความชั่วตีกัน ทันใดนั้นเสียงร้องครวญครางดังขึ้น

ฉู่อวี๋มือสั่น กัดฟันหนึ่งทีแล้วทุบไปยังศีรษะของผู้ที่นอนอยู่บนพื้นอย่างโหดเหี้ยม

“ตุบ! ตุบ!”

ครั้งหนึ่งแล้วต่อด้วยอีกครั้งหนึ่ง เลือดกระเด็นเปื้อนบนใบหน้าของนาง นางตัวสั่นระริก กำลังจะทุบลงครั้งที่สาม ลมร้อนสายหนึ่งพัดผ่าน ทำให้เส้นผมสีดำที่ปิดใบหน้าของเขาเปิดออก ปรากฏให้เห็นใบหน้าที่ละเอียดอ่อนงดงามนั่น

แสงไฟวูบวาบ ผู้ที่ปิดตาสนิท เปลือกตาสีดำเรียวบาง ขนตายาวตกลงเป็นเงามืดที่บางเบาและละเอียดบนผิวซีดขาว

เลือดสีแดงสดบนหน้าผากไหลริน ราวกับแต่งแต้มสีแดงชาดเล็กน้อยบนริมฝีปากบางซีดจางของเขา ราวกับซากุระสีแดงร่วงหล่น ใบหน้าเปื้อนเลือดงดงามเสียจนทำให้หวาดกลัว

ทำให้คนไม่กล้าทำลายความงดงามเช่นนี้อีกต่อไป

และในเวลาต่อมา ดวงตาคู่ที่ปิดสนิท ขนตาเริ่มขยับเล็กน้อย ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาสีอำพันเรียวงาม ใสกระจ่างราวกับน้ำ ใต้แสงไฟ ทำให้นางมองเห็นเงาของตัวเองที่สะท้อนออกมา ท่าทางดุร้ายยกก้อนหินขึ้นสูงนั่นช่างอัปลักษณ์เสียจริง

ฉู๋อวี๋รู้สึกเย็นเฉียบไปทั่วร่างในชั่วพริบตา

เขาได้สติ นางต้องตายแน่!

สายตานางเย็นเยือก ไม่ลังเลอีก ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด จะต้องทุบใบหน้าที่งดงามนี้ให้เละให้ได้

แต่ทว่า นางเพิ่งจะเริ่มขยับมือ ก็ได้ยินเสียงอันนุ่มนวลและทำให้ผู้คนลุ่มหลงที่คุ้นเคยดังขึ้น “ท่านแม่ข้าหิวแล้ว”

ฉู่อวี๋งงเป็นไก่ตาแตก หลังจากนั้นไม่นาน สีหน้ากลับดุร้าย ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “เจ้าพูดอะไร!”

คนระยำนี่ถึงกับเรียกดรุณีอย่างนาง ท่านแม่!

คนรูปงามที่นอนเปื้อนเลือดอยู่บนพื้น เหมือนว่าความเจ็บปวดที่หน้าผากทำให้หน้านิ่วคิ้วขมวด ทว่าน้ำเสียงกลับยังคงอ่อนโยนราวกับน้ำ “ท่านแม่ ข้าอยากดื่มนม”

devc-af530e87-33711ลวงล่อคุณชายให้เผลอใจ: Chapter 002 ตอนที่ 2