ยอดไทเฮาเขย่าวังหลัง: Chapter002 ตอนที่ 2
บทที่2 : โฉมงาม สมองกลวง
" เจ้าเป็นคนของข้า หากข้าไม่ปกป้องเจ้า ไม่ออกหน้าให้เจ้าแล้วใครล่ะจะทำ? " ตู๋กูซิงหลันดวงตาทอประกายซับซ้อน แต่ไหนแต่ไรนางก็ไม่ใช่พวกต้นอ้อลู่ตามลมพายุ นางรู้ชัดเจนหากยังทนเช่นนี้ต่อไป เกรงว่า พวกนั้นจะยิ่งลงมือหนักขึ้น
"นายหญิง~~" เชียนเชียน ตื่นตะลึง หัวใจอบอุ่นขึ้นอีกส่วนนึง ดวงตาของนางแดงก่ำ เฝ้ามอง ตู๋กูซิงหลันอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
นายหญิงยามอยู่ในจวนตระกูลเป็นคุณหนูในห้องหอ ถูกเลี้ยงดูอย่างประคบประหงม แม้จะได้รับแต่งตั้งเป็นไทเฮา แต่ก็นุ่มนิ่มอ่อนแอดั่งซาลาเปาลูกหนึ่ง ตลอดเดือนมานี้ นางกลัวแต่ว่านายหญิงจะรับการเบียดเบียนรังแกไม่ไหวจนตัดสินใจคิดสั้นอีกครั้ง
คิดไม่ถึง นายหญิง ยังคิดจะออกหน้าเรื่องนี้ให้กับนาง
"นายหญิง บ่าวเพียงหวังให้ท่านเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ขอเพียงท่านมีชีวิตอยู่อย่างดี บ่าวก็พอใจแล้ว" เชียนเชียนเช็ดน้ำตา นางไหนจะไปคิดให้นายหญิงออกหน้าแก้แค้น ก็เพียงแต่ถูกตีเท่านั้นบาดเจ็บเพียงผิวกายไม่เป็นไร
ตู๋กูซิงหลันวางมือลงบนบ่าของนาง ตบลงไปเบาๆ " นับจากวันนี้ไป ชีวิตข้าจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ และไม่ให้ใครมารังแกเจ้าได้อีก"
ในเมื่อไม่มีโอกาสกลับไปโลกปัจจุบันถ้าเช่นนั้นก็ต้องใช้ชีวิตเป็นไทเฮาน้อยให้ดี
ตู๋กูซิงหลัน พูดจบก็ได้ยินเสียงดังมาจากประตูหน้าตำหนักเย็น
" อ้า ไทเฮาเพคะ ครั้งนี้ช่างบังเอิญพอดีเชียว"
นางมองไปตามเสียง ภายใต้แสงดาวส่องพราวสาวน้อยอวบอั๋นงดงามนางหนึ่งเดินมาอย่างชดช้อย ด้านหลังยังมีหมัวมั่วคนนึงและสองนางกำนัลติดตาม หมัวมั่วถือของใช้ประจำวัน นางกำนัลถือกล่องอาหาร คนทั้งกลุ่มจ้องมองตู๋กูซิงหลันอย่างไม่วางตา เห็นชัดว่า ปราศจากความยำเกรงต่อไทเฮา
" เหลียนไฉเหริน ท่านมาที่นี่ด้วยกิจธุระอันใด" เชียนเชียนเปลี่ยนเป็นใช้น้ำเสียงเยือกเย็นเข้าข่ม เอาตัวเข้าบดบังปกป้อง ตู๋กูซิงหลันไว้
นายหญิงจิตใจอ่อนแอบอบบางราวกระจกแผ่นนึง นางไม่อาจปล่อยให้คนอื่นมารังแกนายหญิงได้
" ข้าย่อมต้องมาเยี่ยมเยียน พระพันปีอยู่แล้ว" เหลียนไฉเหรินยกคิ้วน้อยๆ ค่อยคลี่ยิ้มอ่อนหวาน
เมื่อมองไปรอบด้านที่รกร้างว่างเปล่า ก็เจาะจงพูดกับตู๋กูซิงหลันว่า "ที่จริงแล้ว ข้าควรจะเรียกไทเฮาว่าญาติผู้พี่นะ เป็นน้องสาวก็ต้องกังวลสนใจพี่สาวเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือ"
พูดจบนางก็เสมองเล็บมือที่ทำมาใหม่พลางโบกมือเบาๆหมัวมั่วและนางกำนัลอีกสองคนก็เดินมาด้านหน้าตู๋กูซิงหลัน เอาของใช้และอาหารในมือวางลงบนพื้น
เหลียงไฉเหรินยิ้มบางเบา " ญาติผู้พี่ ท่านอยู่ในตำหนักเย็นลำบากแล้ว นี่เป็นของเล็กน้อยที่ข้าตระเตรียมมาให้ท่านกินและใช้สอย"
พูดจบก็เหยียดยิ้มมองหัวเผือกในมือ ตู๋กูซิงหลัน " ก่อนหน้านี้ท่านอาศัยอยู่ในจวนตระกูลจะกินจะใช้ล้วนแต่เป็นของสูงค่าหายาก นึกไม่ถึงว่ากลายเป็นไทเฮาแล้ว แม้แต่เผือกร้อนสักหัวยังไม่มีจะกิน ช่างน่าสมเพชนัก"
นางพูดพลางถอนใจพลางแต่ดวงตากลับเปื้อนยิ้ม ดูอย่างไรก็ปิดบังความยินดีปรีดาไม่ได้
ก่อนนี้ท่านปู่ให้ความสำคัญกับนางนี่นัก ประคองไว้ราวกับเป็น ดวงแก้วล้ำค่า ความลำบากแม้แต่น้อยนิดไม่เคยได้รับ ตอนนี้ นางต้องตกที่นั่งลำบาก เหลียนไฉเหรินย่อมสะใจไม่น้อย
ตู๋กูซิงหลันเหลือบมองข้าวของ เครื่องใช้ เหล่านั้น
ผ้าห่มเก่าถูกซักจนขาว
อาหารที่เอามาก็ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์
เชียนเชียนโกรธจนลมออกหู "เหลียนไฉเหรินของเช่นนี้ยังกล้านำมาถวายอีกหรือ"
ปากเรียกพี่เรียกน้องอบอุ่น แท้จริงแล้วก็มาทำเคาะกะลาเรียกหมา
"ยังคิดว่าตัวเองเป็นไทเฮาผู้ยิ่งใหญ่อีกหรือยังไง พระสนมของพวกเรา เห็นแก่ความเป็นพี่น้อง นำสิ่งของมามอบให้นาง นี่ถือเป็นพระกรุณาแล้ว" หมัวมั่วประจำตัวเหลียงไฉเหรินคนเก่าขมวดคิ้ว
" นั่นน่ะสิ หน้าด้านปีนเตียงมังกรทำเรื่องไร้ยางอายขนาดนั้น ยังคิดจะนั่งสง่าเป็นไทเฮาได้อีกหรือ ไม่กลัวผู้คนทั้งเมืองพากันถ่มน้ำลายรดหน้าหรืออย่างไร! "
" หน้าไม่อาย"
" หุบปาก! พูดอะไรกัน" หลังปล่อยให้นางกำนัลทั้งหลาย พูดจนจบ เหลียนไฉเหรินถึงได้ออกปากห้ามปราม
" พระพันปี ใช่ผู้ที่พวกเจ้าจะมาวิพากษ์วิจารณ์ได้หรือไร? "
พูดพลางก็ส่งยิ้มให้ตู๋กูซิงหลัน " พี่สาวแต่ไหนแต่ไรท่านเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง คงไม่ถือสาคำพูดพวกนี้"
" ข้าย่อมใจกว้าง" ตู๋กู้ซิงหลัน ส่งยิ้มราวกับมารดาที่อบอุ่น "คำพูด สุนัขรับใช้ ของน้องสาว ระวังอย่าไปพูดกับเจ้านายคนอื่น ข้าเกรงว่าเจ้าจะถูกลงทัณฑ์แน่"
เหลียนไฉเหริน " ? ? ? "
ทำไมนางถึงรู้สึกว่าคำว่า 'สุนัขรับใช้ของน้องสาว' ราวกับเป็นคำ... ประเดี๋ยวก่อนตู๋กูซิงหลันดูไม่คล้ายโกรธเคือง ทำไมยังจะยิ้มอยู่ได้อีก ราวกับไม่มีเรื่องร้ายอันใด หรือว่าแม้แต่ตัวนางก็ถูกล่อลวงไปด้วย
เมื่อเห็นใบหน้านาง เหลียงไฉเหรินก็เริ่มขุ่นเคือง ต่างก็เป็นบุตรสาวตระกูลตู๋กูเหมือนกัน แต่เพราะอดีตฮ่องเต้ได้เห็นรูปวาดของตู๋กูซิงหลันก็ถูกพระทัย แต่งตั้งนางให้เป็นฮองเฮา
ฟ้าดินย่อมรู้ว่านางเป็นที่ริษยาเพียงไร!
แต่แล้วอย่างไร ในพิธีเฉลิมพระยศอดีตฮ่องเต้กับตายเพราะความงามของนาง ทำให้ฮองเฮาขึ้นเป็นไทเฮา นางเกลียดชังจนแทบคุ้มคลั่ง ยังดี! หากไม่ใช่ฟ้าดินมีเมตตา ตัวซวยนี้คงต้องเอาหัวเข้าแลกแล้ว! เพราะความโง่เขลาของนางคิดปีนเตียงมังกร ฝ่าบาทจึงเกลียดชังนางเข้ากระดูก จงรอความตายอยู่ในตำหนักเย็นนี้เถอะ
ไม่รอให้เหลียนไฉเหรินทันได้ตอบโต้อะไร ตู๋กูซิงหลันพลันคว้าเอามือของนาง พูดอย่างสนิทสนมว่า "น้องสาวด้านนอกลมแรงนัก อย่ายืนอยู่อย่างนี้เลย ข้าไม่ได้พบเจ้านานแล้ว คิดถึงเจ้าที่สุด มาๆพวกเราเข้าไปด้านในพูดคุยเรื่องเก่าๆกันเถอะ"
เหลียนไฉเหริน "??? " ข้าไม่ได้คิดจะไปสักหน่อย
แต่เพราะตัวกูซิงหลันออกแรงแข็งขันทำให้นางไม่มีทางปฏิเสธ หมัวมั่วและเหล่าผู้ติดตามคิดจะเข้าไปรั้งคนไว้ กลับถูกสายตาของตู๋กูซิงหลันกดดัน " ทำไมอายเจียกับน้องสาวจะพูดคุยกันหรือยังต้องได้รับอนุญาตจากพวกสุนัขรับใช้อย่างพวกเจ้า?"
เหล่าสุนัขรับใช้ " ? ? ? "
ไม่รู้เพราะเหตุใดคำพูดนั้นมีแรงกดดันราวกับตู๋กูซิงหลันเป็นไทเฮาที่แท้จริง สายพระเนตรของพระนาง ถึงกับบีบคั้นผู้คนได้
ขณะที่พวกนางมัวแต่ลังเลเพียงแว๊บเดียว เหลียงไฉเหรินก็ถูกตู๋กูซิงหลันลากเข้าไปในเรือนเสียแล้ว
" เชียนเชียน เอาของกินของใช้ ที่น้องสาวนำมา เข้ามาด้วย พวกเราไม่มีของรับแขก ก็ถือเสียว่ายืมดอกไม้ไหว้พระแล้วกัน"
เหลียนไฉเหริน " ? ? ?!! " ไม่ นางไม่ต้องการ นางคิดปฏิเสธ เจ้าพวกสุนัขรับใช้รีบมาช่วยข้าเร็ว!
สวรรค์ช่วยด้วย ตู๋กูซิงหลันไม่มีสมองก็จริง แต่แรงมหาศาล ข้าอาจเสียท่าให้กับนางก็ได้!
เชียนเชียนพอได้ยินก็ไม่รีรอ คว้าข้าวของตามเข้าไปในเรือน นายหญิงวันนี้เป็นอะไรไป ไม่เจอกันนานต้องดีใจขนาดนี้เลยหรือ แต่ก่อนตอนที่ยังอยู่ในจวนนางไม่ชอบหน้าตู๋กูเหลียนมาโดยตลอดนี่น่า
พวกนางกำนัลคิดติดตามมาช่วยเหลือ แต่เชียนเชียนมือเท้าว่องไว ปิดประตูกั้นพวกนางไว้ภายนอก
.................................................