นิติเวชหญิงแห่งต้าถัง

นิติเวชหญิงแห่งต้าถัง: Chapter 004 ตอนที่ 4

#4Chapter 004

ตอนที่ 4 แผนดำรงชีพ

นายกับบ่าวสองคนอาบแดดที่ระบียงพักหนึ่ง สิงเหนียงก็ยกยามาจากเรือนน้อยด้านข้าง ครั้นเห็นหรั่น

เหยียนนั่งก็เร่งฝีเท้ามาวางถาดบนราวระเบียง จับมือหรั่นเหยียนขึ้นมาพลางร้องไห้ด้วยความยินดี “คุณหนูฟื้นแล้ว! ดีจริง บ่าวจะไปเชิญหมอเทวดาอู๋มาดูท่านเดี๋ยวนี้”

หรั่นเหยียนพยักหน้า เธอเองก็รู้การแพทย์แผนจีน ทั้งตรวจชีพจรและจัดยา โดยเฉพาะการจัดยาที่เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ แต่เรื่องตรวจชีพจรกลับไม่ค่อยเก่ง ให้คนอื่นมายืนยันก็ดี

สิงเหนียงไปได้สักพักก็พาคนแก่หลังค่อมกลับมา เขาสวมชุดเก่าปอนสีน้ำตาลอ่อน มือกำถุงผ้าสีเทาใบหนึ่ง ผมเคราขาวโพลน ผมขาวหร็อมแหร็มเกล้าเป็นมวยยุ่งๆ กลางศีรษะ ด้านบนมีปิ่นไม้เสียบอยู่ ยามเดินเหินมวยรุ่ยไปข้างหน้าทีข้างหลังที เกี๊ยะก็เก่าแทบหลุดเป็นชิ้นๆ ได้ทุกเมื่อ

สารรูปซอมซ่อเช่นนี้ ทำให้คนดูไม่ออกจริงๆ ว่ามีวิชาแพทย์สูงส่ง

หรั่นเหยียนไม่มองคนจากภายนอก รวมถึงความทรงจำที่เหลืออยู่ก็บ่งบอกชัด คนแก่ผู้นี้ชื่ออู๋ซิวเหอ เป็นหมอข้างถนนพเนจรซึ่งแม่เลี้ยงหามาส่งๆ เพื่อตบตาผู้อาวุโสในตระกูลกับท่านพ่อ

แม่เลี้ยงเองก็คงนึกไม่ถึงว่า หมอข้างถนนนี้จะมีความรู้ความสามารถอยู่บ้างจริงๆ เขาฝืนต่อชีวิตให้หรั่นเหยียนมาสองปี ทั้งยังยอมอยู่ที่บ้านในชนบทเพื่อรักษาหรั่นเหยียน ตอนแรกสกุลหรั่นยังจ่ายเงินให้เขาบ้าง แต่ตอนนี้ไม่ได้จ่ายแล้ว

พวกนางต่างเรียกเขาว่าหมอเทวดาอู๋ซิวเหอ ไม่ใช่เพราะเขามีวิชาแพทย์สูงส่ง แต่เพราะสำนึกบุญคุณ

“หมอเทวดาอู๋” ถึงอย่างไรอู๋ซิวเหอก็นับเป็นเพื่อนร่วมอาชีพของหรั่นเหยียน ทั้งยังมีใจเมตตา หรั่นเหยียนจึงลุกขึ้นต้อนรับเขาโดยมีหวั่นลวี่คอยพยุง

อู๋ซิวเหอส่งเสียงทักทายสองคำ มองหรั่นเหยียนสองครา เห็นเธอหน้าซีดเผือด ดวงตาคู่งามที่ปกติวาวใสก็ปรากฏกลิ่นอายความตาย จึงอดขมวดคิ้วไม่ได้ พลางยื่นนิ้วไปแตะข้อมือเรียวบางของหรั่นเหยียน

“ชีพจรเต้นแรงต่อเนื่อง เป็นลางว่าใกล้หายดี...” อู๋ซิวเหอลูบเคราหร็อมแหร็มพลางเอ่ยช้า ๆ

อู๋ซิวเหอมองหน้าหรั่นเหยียนซ้ำอย่างไม่แน่ใจ แล้วเอ่ยอย่างแปลกใจว่า “ในเมื่อใกล้หายดี สีหน้าไม่ควรเป็นเช่นนี้สิ”

ต่อให้วิชาแพทย์ของอู๋ซิวเหอสูงส่งแค่ไหนก็ไม่มีทางรู้ นี่เป็นเพราะวิญญาณในร่างของหรั่นเหยียนเปลี่ยนเป็นอีกดวง ทั้งยังไม่คุ้นกับร่างนี้เต็มที่ กอปรกับหรั่นเหยียนคนก่อนอาการปางตาย ไร้พลังชีวิต สีหน้าจะดีได้ถึงไหน!

อู๋ซิวเหอเขียนเทียบยาส่งให้สิงเหนียง “ในเมื่อดีขึ้นแล้วก็ต้องเปลี่ยนเทียบยาใหม่”

พอเห็นเทียบยาที่เขียน สีหน้าของสิงเหนียงและหวั่นลวี่ทั้งยินดีทั้งเป็นทุกข์ ยินดีเพราะคุณหนูที่นอนป่วยมานานดีขึ้นในที่สุด เป็นทุกข์เพราะยามนี้จะเอาเงินจากไหนไปซื้อยา! อีกอย่างตัวยาบนเทียบล้วนเป็นยาบำรุงชั้นเลิศทั้งสิ้น

สิงเหนียงลอบส่งสายตาให้หวั่นลวี่ เป็นนัยไม่ให้เอ่ยถึงเรื่องนี้ต่อหน้าคุณหนู

หวั่นลวี่เม้มปากแน่น ยื่นมือรับเทียบยามาเก็บไว้ในกระเป๋าแขนเสื้ออย่างระวัง แล้วเตือนหรั่นเหยียนว่า “คุณหนูเพิ่งหายป่วย กลับไปพักในห้องก่อนเถิด บ่าวจะไปซื้อยามาให้”

หรั่นเหยียนใช่ว่าไม่ทันสังเกตท่าทีเล็กๆ น้อยๆ ของพวกนาง ทว่ายังพยักหน้า ก่อนเข้าห้องไปโดยมีสิงเหนียงคอยพยุง

อู๋ซิวเหอมองหวั่นลวี่แวบหนึ่ง เห็นนางกำกระเป๋าแขนเสื้อแน่น ในดวงตาปรากฏแววเด็ดเดี่ยวแวบหนึ่ง จึงเอะใจ รีบกระซิบว่า “หลายวันนี้ข้าไปนั่งตรวจที่โรงหมอในเมือง ไม่ได้เก็บเงินเลย แต่ได้สมุนไพรมาไม่น้อย เจ้าไปเที่ยวนี้หากได้ค่าใช้จ่ายรายเดือนมาก็ย่อมประเสริฐ แต่หากไม่ได้ก็ไม่ต้องกังวล”

หวั่นลวี่ขอบตาแดงก่ำ คุกเข่าโครมตรงหน้าอู๋ซิวเหอ กลั้นเสียงสะอื้นกล่าวว่า “บุญคุณใหญ่หลวงของท่าน คุณหนูของเราจะจารึกไว้ในใจแน่นอน! ถึงชาติหน้าข้าหวั่นลวี่เป็นวัวเป็นม้า ก็จะขอชดใช้หนี้บุญคุณนี้ให้จงได้!”

“เฮ้อ!” อู๋ซิวเหอถอนใจ ยื่นมือตั้งท่าเหมือนประคองหวั่นลวี่ เดิมเขาเป็นแค่หมอข้างถนนที่หลอกกินหลอกดื่มไปทั่ว คิดไม่ถึงว่าจะเกิดมีใจเมตตาจริงๆ ที่นี่ กว่าครึ่งชีวิตเขาไม่เคยมีใจเมตตาการุณย์เช่นนี้ แม้ตอนนี้จะเข้าเนื้อเล็กน้อย แต่ตอนแรกเป็นเพราะเห็นว่าชีวิตของคุณหนูสิบเจ็ดยังมีโอกาสฟื้นฟู คาดการณ์ว่าภายหน้าอาจได้ผลตอบแทน จึงลงทุนลงแรงเต็มที่

แต่คุณหนูหรั่นสิบเจ็ดคนนี้ช่างไม่เอาไหน มีเรื่องอะไรมาก็ยอมทน ไม่รู้จักดิ้นรนสักนิด! อู๋ซิวเหอแหงนหน้าถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนแบกล่วมยาหันหลังเดินจากไป พลางคิดว่าสีหน้าแบบนี้ไม่น่าวางใจเลยจริงๆ ยามนี้ใจที่นึกอยากช่วยเหลือก็ท้อแท้ จึงคิดว่าจะช่วยครั้งนี้เป็นหนสุดท้าย แล้วรีบม้วนเสื่อหนีหน้าไปเสีย

หวั่นลวี่กำลังกลั้นน้ำตา ก็เห็นสิงเหนียงเดินออกมาจากในห้อง มือถือปิ่นทองอันหนึ่ง แล้วลดเสียงเป็นกระซิบอย่างออกจะกังวล “คุณหนูให้ขายปิ่นอันนี้”

หวั่นลวี่คิดว่าจะขายเครื่องประดับที่ฮูหยินทิ้งไว้อีก จึงพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน “แต่เหลือของอยู่น้อยมากแล้วนะ ถึงอย่างไรก็ต้องเหลือไว้เป็นที่ระลึกสักชิ้นสองชิ้น!”

“ไม่ใช่ของดูต่างหน้าฮูหยิน” สิงเหนียงส่งปิ่นนั้นถึงมือหวั่นลวี่ สีหน้ากระวนกระวาย “นี่เป็นอันที่เมื่อวาน...คุณหนูได้มาจากคุณหนูสิบแปด คุณหนูอยากให้ข้าเอาไปแลกเป็นเงิน แต่หาก...”

หวั่นลวี่ชอบใจ ยื่นมือคว้าปิ่นมาพลางปลอบสิงเหนียง “ปิ่นทองฝังพลอยลายผีเสื้อล้อบุปผาอันนี้ราคาไม่น้อยเลย ขายแล้วพอให้พวกเราอยู่ได้สามถึงห้าเดือน ค่ายาของคุณหนูก็มีทางออก ไม่ต้องห่วงแล้ว”

สิงเหนียงมองหวั่นลวี่ที่วิ่งออกไป ใจเต้นระทึก คุณหนูสิบแปดไม่ใช่คนที่ยอมเสียเปรียบใคร หากว่า...สิงเหนียงกลัดกลุ้มกังวลใจ แต่เมื่อนึกได้ว่าคุณหนูของตนไม่ได้เห็นเนื้อสัตว์มาครึ่งปีกว่าแล้ว ยามนี้หากมิได้หมอเทวดาอู๋คอยช่วย แม้แต่ยาก็คงขาดไปแต่แรก ด้วยเหตุนี้จึงไม่ส่งเสียงห้าม

หรั่นเหยียนนอนบนตั่ง ทบทวนเรื่องราวอย่างง่วงงุนจนผล็อยหลับไป

ไม่รู้นอนไปนานเท่าใด ตอนตื่นขึ้น เธอสะลึมสะลือขณะหวั่นลวี่ป้อนโจ๊กให้ ผ่านไปสักพัก ก็ถูกพยุงขึ้นมาดื่มยา แล้วหลับไปอีก

หรั่นเหยียนนอนกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่สองวันติดกัน เดิมอู๋ซิวเหอเก็บสัมภาระเตรียมไปแล้ว แต่หวั่นลวี่ดึงเขาไว้ไม่ยอมปล่อย สิงเหนียงก็ร้องห่มร้องไห้จะเป็นจะตาย อู๋ซิวเหอถูกรบเร้าจนหัวหมุน จึงแข็งใจรับปากรอช่วยจนหรั่นเหยียนฟื้นแล้วค่อยไป

หวั่นลวี่กลัวเขากลับคำ ดึงดันยึดล่วมยาของอู๋ซิวเหอไว้ ยามนอนก็ยังกอดไว้แนบอก ทำเอาอู๋ซิวเหอโกรธจนหนวดตั้งตาถลน แต่ก็จนปัญญา เขาอายุมากแล้ว แม้จะหน้าหนาไปสักนิดแต่ก็ยังมียางอายอยู่ คงไม่ถึงขั้นยื่นมือไปแย่งของจากอกแม่นางน้อยได้!

…………………………

devc-a3b5dd88-33025นิติเวชหญิงแห่งต้าถัง: Chapter 004 ตอนที่ 4