แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด

แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0038 ตอนที่ 39

#39Chapter0038

ตอนที่ 38 ศึกไล่ตาม

“ยังติดต่อเย่อวี้ไม่ได้เหรอ?” โหลวเยวี่ยนั่งอยู่บนที่นั่งข้างคนขับ มองสถานการณ์รถติดที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ขมวดคิ้วแน่น

“ยังไม่ได้ สัญญาณมือถือของเขาเหมือนจะถูกรบกวน ไม่สามารถระบุพิกัดได้” พี่มู่ขับรถพลางใช้ไป นิ้วมือเคาะที่พวงมาลัยเบาๆ อย่างไม่รู้ตัว สีหน้าแสดงถึงความกังวล “ก่อนหน้านี้ได้ข้ช้อมูลมาว่า เขาออกจากค่ายฝึกเมื่อสามชั่วโมงก่อน ตามหลักก็น่าจะถึงนานแล้ว แต่ยังไงก็หาคนตัวไม่เจอ พวกเราได้ให้คนไปค้นหาแล้ว ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย”

“การก่อกวนที่ศาลนี้ ที่แท้เป้าหมายจริงๆ สุดท้ายก็เพื่อคือถ่วงเวลาไว้ หลอกขวาตีซ้ายสินะหรอ...” โหลวเยวี่ยก้มหน้าพูดเสียงเบา “งั้นเสี่ยวเหยียนล่ะ? เธอขาก็ติดต่อไม่ได้เหรอ?”

“ใช่แล้ว ได้ข่าวว่าไปด้วยกันกับเย่อวี้ ตอนนี้สถานการณ์ก็เหมือนกัน ไม่สามารถระบุพิกัดสัญญาณของเขธอาได้” พี่มู่ตอบกลับ

“พวกเขาออกเดินทางตั้งแต่สามชั่วโมงก่อน... ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นจริงๆ เสี่ยวเหยียนจะต้องติดต่อพวกเราโดยเร็วที่สุด ต่อให้การเชื่อมต่อถูกตัดขาด ก็จะใช้วิธีอื่นเหลือร่องรอยเอาไว้...”

โหลวเยวี่ยวิเคราะห์ไป จากนั้นแล้วก็ได้ออกคำสั่ง “รีบส่งคนออกค้นหาแบบปูพรม แล้วก็และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามถนนรอบๆ ค่ายฝึก อย่าปล่อยคลาดเบาะแสไปแม้แต่นิดเดียว!”

---------------

เสี่ยวเหยียนนั่งอยู่บนรถอย่างเงียบๆ สีหน้าดูเหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และส่วนเย่อวี้ที่อยู่ข้างตัวเธอขา ตอนนี้ก็เหมือนเพิ่งตื่นจากการงีบ

“อือ่อ? ทำไมผมถึงหลับไป...” เย่อวี้ขยี้ตา มองดูนอกหน้าต่างอย่างมึนๆ แต่ปรากฏว่าท้องฟ้าได้มืดลงแล้ว และวิวรอบๆ ก็ไม่คุ้นเคย ไม่เหมือนกับอยู่ในเมืองเลยสักนิด

“เอ่อิ่ม? นี่...” ยังไม่ทันที่เย่อวี้จะพูดจบ ก็รู้สึกได้ว่าชายเสื้อถูกกระตุกเบาๆ หันหัวศีรษะไปก็เห็นเสี่ยวเหยียนส่งสายตาให้ตัวเองแล้วก็ส่ายหน้าเบาๆ

เย่อวี้รู้ตัวทันทีว่าเรื่องมันผิดสังเกต จึงรีบหุบปากลงทันที ว่าแล้วก็จริงด้วยเป็นเช่นนั้นจริงๆ เสี่ยวเหยียนแอบใช้มือถือพิมพ์ข้อความประโยคหนึ่งแสดงให้เย่อวี้ดูโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

‘“พวกเราถูกวางยาสลบ คนขับรถมีปัญหา’”

หัวใจเย่อวี้เต้นแรงทันที รีบควักมือถือออกมาเหลือบไปมอง ไม่มีสัญญาณ

และเมื่อดูจากเวลาที่แสดงอยู่บนมือถือแล้ว ห่างจากตอนแรกที่ขึ้นรถก็ผ่านไปสามชั่วโมงแล้ว ตอนนี้รถไม่รู้ว่าขับไปถึงไหนแล้ว

‘“ตอนนี้พวกเราต้องทำยังไงดี?’” เย่อวี้เองก็พิมพ์ข้อความบนมือถือ

คำตอบจากเสี่ยวเหยียนแสดงปรากฎขึ้นต่อหน้าเย่อวี้อย่างรวดเร็ว ‘“กดปุ่มฉุกเฉินบนกำไลหว่งข้อมือ หาโอกาสกระโดดลงจากรถ’”

กระโดดลงรถ? กระโดดยังไง? เย่อวี้มองวิวมืดมัวรอบๆ ที่มืดมัว เหมือนยว่ารถกำลังขับอย่างรวดเร็วบนทางหลวงเส้นหนึ่ง กระโดดลงไปตอนนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นการรนหาที่ตายชัดๆ

เสี่ยวเหยียนเหมือนจะเห็นความงงของเย่อวี้ ก็เลยเสริมอีกประโยคว่า

‘“เห็นป้ายข้างถนน ข้างหน้า 1000 เมตรมีสะพานแคบ’”

อย่างนี้นี่เอง ตอนนั้นรถจะต้องลดความเร็ว กลับเป็นจังหวะดีในการกระโดดลงรถ

ในสมองเย่อวี้คิดในหัวอย่างรวดเร็ว มือก็กดปุ่มฉุกเฉินอย่างมีสติ และเฝ้าระวังการกระทำของ `คนขับรถแก่ๆ ` ที่อยู่ข้างหน้า

รถยังคงวิ่งอยู่บนทางหลวงอย่างรวดเร็ว คนขับรถคนนี้เหมือนจะไม่เห็นการกระทำเล็กๆ ของพวกเย่อวี้ ยังคงและขับรถต่อไปอย่างมั่นคง

‘“ดูสัญญาณมือฉัน หลังนับถึงสาม ใช้ช็อตไฟฟ้าช็อตทำลายตัวล็อกคประตู’” เสี่ยวเหยียนชี้แนะชี้นำ สบสายตากับเย่อวี้ เย่อวี้พยักหน้าเบาๆ แล้วเปิดระบบช็อตไฟฟ้าอย่างเงียบๆ

‘“สาม’”

เสี่ยวเหยียนมองสะพานแคบที่เข้าใกล้เรื่อยๆ ยื่นสามนิ้วออกมาเงียบๆ

‘“สอง’”...

เย่อวี้สูดหายใจเข้าลึกๆ รออย่างใจจดใจจ่อ

‘“หนึ่ง’”!

ทันทีที่เห็นสัญญาณมือของเสี่ยวเหยียน เย่อวี้ก็ออกแรงเคาะห่วงข้อมือไปที่ตัวล็อคประตู ได้ยินเสียง `เปรี๊ยะพล่า` เกิดประกายไฟขึ้นแวบหนึ่งกระจาย ตัวล็อคประตูมีกลิ่นไหม้ออกมาทันที เย่อวี้รีบลองผลักดู

“เปิดได้แล้ว!” เย่อวี้ดีใจ

แต่เย่อวี้เหมือนจะดีใจเร็วเกินไป จู่ๆ คนขับรถจู่ๆ ก็เหยียบคันเร่ง ความเร็วเพิ่มขึ้นโดยไม่ลดไม่ลดกลับเพิ่มและ เริ่มพุ่งไปทางใส่สะพานยแคบ

“ไม่ดีแน่! เขาคิดจะพุ่งผ่านไปเลย!” เสี่ยวเหยียนในตอนนี้ไม่อำพรางอีกต่อไป แต่รีบลุกขึ้นมองภูมิประเทศรอบๆ ผ่านกระจกรถ รถในตอนนี้กำลังวิ่งอยู่ขอบๆ ของสะพานแคบ สะพานแคบนี้ไม่สูงมาก และก็ไม่มีรั้วกั้น ข้างใต้สะพานแคบเป็นแม่น้ำเล็กๆ ยังสามารถเห็นชาวนาบางไม่กี่คนกำลังทำนาอยู่ที่ไม่ไกล

“เย่อวี้ คุณว่ายน้ำเป็นไหม?” เสี่ยวเหยียนตะโกน

“เป็น ทำไมเหรอ?”

“โดดลงไป! ตอนนี้เลย!”

“อะไรนะ!?” เย่อวี้มองแม่น้ำเล็กๆ ที่อยู่ข้างล่างสะพานแคบ ไม่รู้จะทำอะไร

“ไม่มีเวลาแล้ว! เร็ว!” เห็นรถกำลังจะขับออกจากสะพานแคบ เสี่ยวเหยียนที่กระวนกระวายใจจึงก็เลยยกขาขึ้นมาถีบเย่อวี้ที่ที่ยังลังเลอยู่ข้างๆ ที่ยังลังเลอยู่ลงไป

ได้ยินเสียง `จ๋อม` ใต้สะพานมีเสียงของคนที่ตกน้ำดัง `จ๋อม` ชาวนาที่อยู่รอบๆ เหมือนจะได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวที่อยู่ฝั่งนี้ ต่างพากันวิ่งมาดู ขณะที่เสี่ยวเหยียนก็เตรียมจะโดดลงไปนั้น จู่ๆ รถก็เบรกคกระทันหัน เสี่ยวเหยียนที่อยู่ภายใต้แรงเฉื่อยจึงกระแทกเข้ากับขอบประตูรถเต็มศีรษะ เพียงชั่วครู่ก็รู้สึกมึนจนเห็นดาวทันที

ยังไม่ทันที่เสี่ยวเหยียนจะลุกขึ้นมาใหม่ เธอก็ขารู้สึกถึงวัตถุที่แข็งทื่อและเย็นยะเยือกจี้อยู่ที่หลังหัวศีรษะของตัวเอง

“อย่าขยับ ไม่งั้นจะระเบิดหัวของคุณระเบิดแน่” เสียงที่แหบแห้งมาจากข้างหลัง การกระทำของเสี่ยวเหยียนหยุดลงทันที

“เหอะๆ ในเมื่อคุณให้เขาหนีไปได้ งั้นก็เอาคุณมาแทนเขาแล้วกัน”

น้ำเสียงคำพูดที่เย็นชาดังอยู่ข้างหู และในชั่วพริบตาต่อจากนั้น เสี่ยวเหยียนได้ก็รู้สึกว่าหลังหัวศีรษะถูกกระแทกอย่างรุนแรง สายตามืดมัวทันทีภาพที่เห็นกลายเป็นสีดำ หมดสติไปในที่สุดไม่ได้สติอีก

---------------

“ฉันให้คุณจับไอ้คนแซ่เย่อไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงจับผู้หญิงคนนี้มา?”

ในห้องใต้ดินที่มืดสลัวมัว หญิงวัยกลางคนที่อ้วนเล็กน้อยร่างอวบมองเสี่ยวเหยียนที่ถูกมัดสลบอยู่ตรงมุมด้วยท่าทางรังเกียจ พูดกับ `ชายคนแก่` ที่ใส่ในเครื่องแบบเป็นระเบียบที่อยู่ข้างตัว

“คนแซ่เย่อหนีไปได้ ได้แต่จับคนนี้มา” `ชายคนแก่` อธิบายอย่างเรียบเฉย

“หึ เสียทีที่ฉันใช้เวลาไปตั้งเยอะช่วยคุณแปลงโฉม แม้กระทั่งโอกาสที่ได้มาอย่างง่ายดายขนาดนี้ยังทำพลาดเลย แล้วคุณจะให้พวกเราเชื่อคุณได้ยังไง?” หญิงวัยกลางคนหัวเราะอย่างเย็นชา พูดอย่างไร้ความปรานี

`คนชายแก่` ขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนจะไม่ค่อยพอใจท่าทางของผู้หญิงคนนี้ แต่ก็เหมือนจะเกรงกลัวบางอย่าง ก็ได้แต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร

“ฮ่าๆ แต่ว่าที่คุณจัดฉากที่ศาลเป็นการแสดงที่ดีมากเลย” หญิงวัยกลางคนหัวเราะ “คุณไม่เห็นท่าทางของคนพวกนั้นตอนที่ถูกหลอกจนหัวหมุนสินะ มันน่าขำจริงๆ ”

“ดูเหมือนว่าคุณจะเล่นอยู่ที่นั่นซะสนุกเลยนะ” `ชายคนแก่` พูดจาเสียดแทงเล็กน้อย

“ฉันเป็นถึง `ผู้เสียหาย` ที่ไปคนนั้นขึ้นศาลเพราะที่ถูกหวังหมิงคนนั้นปล้นกระเป๋าไปขึ้นศาลนะ” หญิงวัยกลางคนมองค้อนใส่ `ชายคนแก่` “ถ้าไม่ใช่ว่าข้างๆ ตัวหวังหมิงมีหลานสวี่คนนั้นตามติดอยู่ ฉันก็คงจะจัดการหวังหมิงอยู่ที่นั่นทีเดียวเลย”

“งั้นช่างน่าเสียดายจริงๆ ” `ชายคนแก่` ทำเสียงหึเบาๆ แล้วหันไปเหลือบมอง `หญิงวัยกลางคน` ที่อยู่ข้างข้างตัว “จะว่าไปแล้ว คุณคิดจะปลอมตัวเป็นป้าแบบนี้ไปตลอดเลยรึไงหรอ?”

“เป็นไปได้ยังไงจะเป็นแบบนั้นได้ยังไงเล่า”

เสียงของ `หญิงวัยกลางคน` เปลี่ยนไปทันที เสียงที่ตอนแรกหยาบกร้านกลับกลายเป็นอ่อนโยนมีเสน่ห์

ในเวลาเดียวกัน ของที่ยัดอยู่ในเสื้อนอกตัวใหญ่ค่อยๆ ร่วงลงมา ร่างกายที่อวบๆ ของ `หญิงวัยกลางคน` ค่อยๆ มีส่วนเว้าโค้งส่วนเว้า โค้ง ร่างสูงโปร่งเย้ายวน ผมหยิกยาวสีดำโปรยลงมาดั่งม่านน้ำตก และหลังจากถอดหน้ากากหน้าหนังคนออก ใบหน้าที่วิจิตรมีงดงามเปี่ยมเสน่ห์แฝงด้วยรอมยิ้มที่เย็นชาเล็กน้อยๆ ก็ถูกเผยได้แสดงออกมา

เพียงไม่ถึงหนึ่งนาที `หญิงวัยกลางคน` ที่ธรรมดาๆ ในตอนแรกได้ก็กลายเป็นผู้หญิงสาวผู้เต็มไปด้วยที่มีเสน่ห์เสร่ห์เย้ายวนใจทันทีไปแล้วเรียบร้อย

สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอก แม้กระทั่งความรู้สึกที่เป็นมุนษย์ป้าของ `หญิงวัยกลางคน` เองก็หายไปตามกับการ `แปลงร่าง` และสิ่งที่มาแทนที่ก็คือ อารมณ์แรงดึงดูดที่ผสมผสานความนุ่มนวลและความร้อนแรงเข้าด้วยกันที่อ่อนโยนมีเสน่ห์ผสมกับดุดันที่ยิ่งใหญ่

“พวกแฟนคลับของคุณต้องนึกไม่ถึงแน่ ว่าดาราดังที่พวกเขาคิดถึงอยู่ทุกเช้าเย็น จะปลอมตัวเป็นป้าแก่ๆ ไปปรากฏฏตัจัวอยู่ข้างกายพวกเขา” `ชายคนแก่` มองหญิงสาวเลอโฉมที่อยู่ตรงหน้าอย่างเรียบเฉย เหมือนเห็นจนชินตาแล้ว

“เป็นถึงนักแสดงมืออาชีพ ยังไงฉันก็ต้องทำให้เต็มที่ไง” หญิงสาวขยับริมฝีปาก ในแววตาแฝงความที่เซ็กซี่เอาไว้แอบแฝงออกมา ไม่รู้ว่ามีผู้ชายมากมายขนาดไหนที่หลงไปกับรอยยิ้มนี้ แต่เสียดายที่ `ชายคนแก่` ที่อยู่ตรงหน้าคนนี้เหมือนจะไม่สะทกสะท้าน เพราะในใจของเขารู้ว่า หญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านี้เหมือนดั่งดอกฝิ่น สวยงาม แต่ถึงตาย

“จะว่าไปแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อก่อนผมทำงานให้พวกคุณเยอะขนาดนี้ แล้วตอนนี้เรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว?” `ชายคนแก่` ไม่มีกะใจที่จะยุ่งเกี่ยวกับหญิงสาวเกินความจำเป็น ได้จึงโยนคำถามที่ตัวเองสนใจมากที่สุดไปตรงๆ

“จะรีบไปทำไมกัน? มันต้องใช้เวลาในการวิจัย” หญิงสาวตอบอย่างไม่รีบร้อน

“แต่ว่า... เธอขาจะรอไม่ไหวแล้ว!” สีหน้าที่เรียบเฉยหายไป บนหน้าของ `ชายคนแก่` แสดงอาการร้อนรนออกมานิดๆ

“ดังนั้นแล้วเพราะอย่างนั้น คุณถึงต้องรีบจับคนแซ่เย่อคนนั้นให้ไว” หญิงสาวพูดต่อ “ถ้าหากพิสูจน์หากสถานภาพะของเขาได้รับการพิสูจน์ ความคืบหน้าของพวกเราไม่แน่อาจจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว”

“คำพูดนี่คุณพูดจริงเหรอ?”

“ฉันไม่จำเป็นต้องหลอกคุณ”

“แต่ว่าสถานะตัวตนของผมได้ถูกเปิดเผยแล้ว พวกเขาจะต้องประกาศจับกับผมแน่ การปฏิบัติการครั้งถัดไปคงจะยากขึ้น...” `ชายคนแก่` มีความลังเลเล็กน้อย

“ฮึเหอๆ มันก็เป็นเรื่องที่คุณต้องหาวิธีเอาเอง” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเอง “ถ้าหากคุณอยากให้คนคนนั้นได้ `เกิดใหม่` อีกครั้งจริงๆ ล่ะก็นะ”

`ชายคนแก่` นิ่งเงียบ สีหน้าหนักใจไม่น้อย

“ได้ ผมจะทำทุกวิถีทางช่วยพวกคุณจับเขาเอาไว้” สีหน้าของ `ชายคนแก่` กลับมาใจเย็นอีกครั้ง

“ดีมาก แต่ฉันต้องจะพูดอีกครั้งหนึ่ง เขาสำคัญมาก ห้ามอย่าทำร้ายเขาเด็ดขาด” หญิงสาวโยนประโยคเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา และก็จากนั้นคิดจะออกจากห้องใต้ดิน แต่เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันศีรษะหัวมองไปที่ `ชายคนแก่`

“อ้่อ หน้ากากของคุณก็ถอดออกดีกว่า เวลาผ่านนานไปเกรงว่าถึงอยากถอดก็จะถอดไม่ได้” พูดจบก็เดินบิดเอว จากไปโดยไม่หันกลับมาอีก

“หน้ากากเหรอ? เหอะๆ ...” `ชายคนแก่` ฝืนยิ้ม ยื่นมือเอาฉีกหน้ากากหนังหน้าคนที่อยู่บนหน้าฉีกออก ยืนจัดระเบียบการแต่งกายของตัวเองอยู่ที่หน้ากระจกจัดระเบียบการแต่งกายของตัวเอง จากนั้นตามด้วยหยิบแว่นกรอบสีทองจากกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบขึ้นมาใส่

ใบหน้าสุภาพเรียบร้อยแต่เศร้าหมองของชายวัยกลางคนปรากฏขึ้นในในกระจกปรากฏใบหน้าของชายวัยกลางคนที่สุภาพเรียบร้อยและมีมารยาทแต่มีสีหน้าที่เศร้าหมอง

“ `หน้ากาก` ของผมถอดไม่ได้ตั้งนานแล้ว” อู๋เสวียปิงคุยพึมพำอยู่กับตัวเองที่หน้ากระจก ความขมขื่นและสับสนฉายขึ้นบนใบหน้า แสดงความขมขื่นและสับสน แต่วินาทีถัดมาก็กลับมาเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง

“หึหึหึ... ไหนๆ ในเมื่อตัวตนสถานะของผมก็ถูกพวกคุณดูออกแล้ว งั้นก็ช่วยไม่ได้แล้ว” อู๋เสวียปิงหันไปมองเสี่ยวเหยียนที่ยังคงหมดสติตรงมุมห้อง หัวเราะอย่างเย็นชาเบาๆ

“อย่าโทษผมเลย เพื่อเสียวเสวี่ย ผมได้แต่สังเวยคุณเท่านั้น”

---------------------------------------------------------------------------------------------

devc-88b8c9ff-33080แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0038 ตอนที่ 39