แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0012 ตอนที่ 13
ตอนที่ 12 หน่วยงาน
ฮห๊ะ??
ครั้งนี้กลายเป็นเย่อวี้ที่ตกใจจนพูดไม่ออก เพื่อนร่วมงานใหม่? ที่นี่?? เดี๋ยวๆ เมื่อวานฉันเรายังเป็นนักข่าวของกลุ่มบริษัท H อยู่เลยไม่ใช่หรอเหรอ? ไม่สิ ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่นี่ิ!
“หัวหน้า คุณกลับมาซะทีนะ”
ยังไม่ทันที่เย่อวี้จะถาม ก็มีเสียงไพเราะของผู้หญิงที่ไพเราะมาจากข้างหลังโหลโหลวเยวี่ย
“เสี่ยวเหยียน เอกสารชุดนั้นมาถึงรึยัง?” โหลโหลวเยวี่ยหันไปถามกับอีกฝ่าย
เสี่ยวเหยียน? ชื่อนี้คุ้นๆ ... เสียงนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน...
“เพิ่งถึงค่ะ ทางสำนักงานใหญ่อนุมัติแล้ว” เสี่ยวเหยียนเดินออกมาจากโซนออฟฟิศต ยืนยิ้มให้เย่อวี้อยู่ตรงหน้าเย่อวี้ยิ้มให้เขา
“คุณก็คือเย่อวี้ใช่ไหม? สวัสดี ฉันชื่อซินอวี้เหยียน คุณจะเรียกฉันว่าเสี่ยวเหยียนก็ได้นะ ยินดีที่ได้รู้จัก”
“อ๊ะ่า ผมจำได้แล้ว! คุณ คุณคือคนนั้นไม่ใช่หรอเหรอ...” พอเย่อวี้ได้เจออีกฝ่ายก็รู้ได้ทันทีว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นๆ ผมยาวสีดำ รอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกสบายใจ รูปร่างที่ได้สัดส่วนและเครื่องหน้าที่เป็นระเบียบ ยังมีเครื่องแบบสีดำที่เหมือนกับโหลโหลวเยวี่ยอีก... นี่ไม่ใช่หรอที่เป็นผู้แนะนำเสมือนจริงของเว็บไซต์ทางการของหน่วยตรวจสอบพิเศษหรอกเหรอ?!
เมื่อเห็นท่าทางของเย่อวี้ดูตะลึงแบบนี้ เสี่ยวเหยียนก็อดปิดปากหัวเราะไม่ได้ “ดูเหมือนว่าคุณยังจำฉันได้อยู่นะ ใช่แล้ว ผู้แนะนำเสมือนจริงของเว็บไซต์พวกเราใช้ฉันเป็นต้นแบบค่ะ พร้อมกันนั้นฉันยังเป็นผู้ดูแลเว็บไซต์ทางการด้วย ข้อความที่คุณฝากฉันไว้ก่อนหน้านี้ฉันได้ส่งถึงแล้วนะ” พูดจบก็หันไปมองโหลโหลวเยวี่ย แต่โหลโหลวเยวี่ยยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนปกติ
เย่อวี้เริ่มจะหน้าแดงเริ่มจะหน้าแดง เขินอายจนไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่ก้มหน้าตอบแบบติดอ่างว่า ”อย่าง...อย่างนี้นี่เอง สะ...สวัสดี...”
“อ๊ะ่า ใช่แล้ว...” เสี่ยวเหยียนเหมือนจะนึกอะไรออก “หัวหน้า ยังมีเอกสารอีกเยอะรอคุณท่านอนุมัติอยู่ กองเอาไว้นานแล้ว คุณน่าจะ...”
“...ได้ ผมรู้แล้ว” โหลโหลวเยวี่ยถอนหายใจเบาๆ เหมือนทำอะไรไม่ได้ “เสี่ยวเหยียน พาเขาไปห้องรับรองแขกก่อน เดี๋ยวผมจัดการกับเอกสารเสร็จจะตามไป อาฉี พาเขาไปทำเรื่องก่อน”
อาฉีพยักหน้าแล้วก็เดินจากไป โหลโหลวเยวี่ยสั่งงานเสร็จก็เดินไปฝั่งตรงข้ามกับโซนออฟฟิตออฟฟิศ ตรงนั้นดูเหมือนจะเป็นห้องทำงานของเขา ตอนนี้เลยเหลือแค่เย่อวี้ที่ยังงงๆ อยู่กับยเสี่ยวเหยียนคนนั้น
“อ่า...รอ...รอก่อน! สรุปนี่...” เย่อวี้ที่เพิ่งตื่นจากภวังค์อยากจะรั้งตัวเรียกโหลโหลวเยวี่ยไว้ แต่ตอนนี้โหลโหลวเยวี่ยเดินไปไกลจนไม่เห็นแม้แต่เงา
“ฮ่าๆ ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวหัวหน้าจะมาอธิบายเอง” เสี่ยวเหยียนเหมือนจะดูออกว่าเย่อวี้จะถามอะไร พูดยิ้มๆ ว่า ”ตามฉันมาก่อนแล้วกัน”
เย่อวี้ได้แต่เดินเข้าโซนออฟฟิตออฟฟิศด้วยความกระวนกระวายใจ ตามเสี่ยวเหยียนเดินไปทางห้องรับรองแขก ทั้งโซนออฟฟิตออฟฟิศเหมือนจะไม่ใหญ่ คนก็ไม่เยอะ เย่อวี้แอบชำเลืองมอง เห็นเพียงเจ็ดแปดคนเท่านั้น มีทั้งชายทั้งหญิง และทั้งหมดใส่ชุดเครื่องแบบสีดำเหมือนกันหมด ต่างกำลังยุ่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เมื่อเห็นเสี่ยวเหยียนพาเย่อวี้เดินเข้ามา พวกเขาถึงก็ได้เงยหน้ามอง
“เสี่ยวเหยียน หรือว่าคนนี้จะเป็น...?” สาววัยรุ่นที่หน้ากลมนิดๆ ใส่แว่นกรอบแว่นสีดำมองเย่อวี้ด้วยความอยากรู้
“ใช่ เขานี่แหละ” เสี่ยวเหยียนกะพริบกระพลิกตาด้วยความซุกซน
พอได้ยินคำตอบของเสี่ยวเหยียน สาวแว่นคนนี้ก็ลุกขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น รีบเดินไปหาเย่อวี้ จับมือกับเขาเขย่าขึ้นลงไปมา “สวัสดี! ฉันชื่อฟางเหมิง คนอื่นเรียกฉันว่าเหมิงเหมิง ฉันเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลของหน่วยนี้”
“สะ...สวัสดี ผมชื่อเย่อวี้ ผมเป็น...” ยังไม่ทันที่เย่อวี้จะพูดจบ คนอื่นๆ ในออฟฟิตออฟฟิศก็กรูกันเข้ามา เย่อวี้ที่เจอการต้อนรับอย่าง `ดารา` แบบนี้ทำให้เขาทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
“ก่อนหน้านี้พวกเราก็ได้ยินเรื่องของคุณแล้ว มา ฉันจะพาไปรู้จักทุกคนให้เอง!” เหมิงเหมิงขยับแว่นกรอบสีดำของเธขอ แล้วาเริ่มแนะนำอย่างตื่นเต้น
“นี่คือเสี่ยวจู เป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลเหมือนกับฉัน”
วัยรุ่นชายที่ท่าทางเป็นหนุ่มใหญ่ใส่เสื้อเชิ้ตลายสก๊อตพยักหน้าให้เย่อวี้ด้วยความเขินอาย
“นี่คือพี่หุ้ย เรื่องการจัดการดูแลระบบต้องเธอคนนี้เลย เธอเป็นคนที่ดีมาก!”
ผู้หญิงตัวเล็กอายุราวสามสิบต้นๆ ที่อยู่ข้างๆ ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“ซือซือ เสี่ยวข่าย เสี่ยวอี๋ พี่จวิ้น พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่สนับสนุนการตรวจสอบของหน่วยพวกเรา” เหมิงเหมิงยังคงอธิบายไม่หยุด “หน้าที่หลักของพวกเขาคือสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคนอื่นๆ ในการรวบรวมข้อมูล ถึงแม้ปกติจะไม่ได้โผล่หน้าออกไป แต่งานของพวกเขาก็สำคัญมากนะ”
“เอ่อ คนที่นั่งอยู่ตรงข้างหน้า ที่ใส่หูฟังอยู่คนนั้นเป็นแฮ็กเกอร์ใหญ่ของพวกเรา อ้่อไม่สิ เป็นอดีตแฮ็กเกอร์ใหญ่ ตอนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครือข่าย เพื่อนรักอาแซวอาซิว เพื่อนรัก!” เหมิงเหมิงชี้ไปที่มุมหนึ่งของโซนออฟฟิตออฟฟิศ หันไปขยิบตาให้เย่อวี้ “แต่ชื่อบนเน็ตของเขาคุณน่าจะคุ้นมากกว่า เขาก็คือสุดยอดแฮ็กเกอร์ในประเทศผู้อันโด่งดังคนนั้น `จิ้งจอกน้ำแข็ง` ปิงหูนั่นเอง”
เย่อวี้เคยได้ยินชื่อปิงหูคนนี้ จำได้ว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อนเพราะมีเกมต่อสู้ออนไลน์บางเกมหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาระหว่างผู้เล่นภายในและนอกประเทศ จึงมีกลุ่มแฮ็กเกอร์นอกประเทศมาท้าทาย ได้แฮ็กเซิฟเวอร์ทางการและเว็บไซต์ในประเทศไปไม่น้อย ก็เพราะปิงหูคนนี้แหละที่เพียงคนเดียวท้าสู้กับอีกฝ่ายทั้งกลุ่มด้วยตัวคนเดียว ไม่เพียงแต่ใช่แค่ตาต่อตาฟันต่อฟัน แถมยังแฮ็กเซิฟเวอร์ที่เกี่ยวข้องของอีกฝ่ายไปทั้งหมด ทำให้กลุ่มของอีกฝ่ายอัมพาตไปเลย ตอนนั้นปิงหูอายุแค่ 16 เอง เย่อวี้เกือบจะเป็นแฟนคลับของเขาไปแล้ว แต่ตอนหลังปิงหูก็ไม่ค่อยได้ปรากฎปรากฏตัวเท่าไหร่ ที่แท้ก็ถูกทางการรับตัวไปนี่ั่นเอง
“อาแซวอาซิว มาทักทายเพื่อนร่วมงานใหม่เร็ว” เหมิงเหมิงตะโกนใส่อีกฝ่าย เห็นเพียงหนุ่มน้อยที่อยู่ในมุมนั้นถอดหูฟังออกด้วยท่าทางขี้เกียจ โผล่หัวออกจากหลังจอครึ่งหนึ่ง โบกมือให้เย่อวี้ถือเป็นการทักทายแล้ว
“ฮ่าๆ นิสัยเขาค่อนข้างขี้อายหน่ะ อย่าถือสาเลยนะ” เหมิงเหมิงยิ้มอย่างขอโทษพูดด้วยอาการเสียใจนิดๆ “สุดท้าย ฉันคงไม่ต้องแนะนำเสี่ยวเหยียนแล้วมั้ง? เธอเป็นผู้ช่วยของหัวหน้า ทำหน้าที่ประสานงานกับสำนักงานใหญ่และยังเป็นผู้ดูแลเว็บไซต์ทางการของพวกเราด้วย”
เย่อวี้รู้สึกสับสน แต่ก็พยายามที่จะตอบโต้กับทุกคน “สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อเย่อวี้ ผม...”
“ได้ข่าวว่าคุณเป็น `ผู้ขับไล่` หรอเหรอ? สุดยอดมากเลยอ่ะ!”
“มีคุณอยู่การตรวจสอบของพวกเราน่าจะง่ายขึ้นเยอะสินะนะ?”
“ได้มีคุณเข้าร่วมกับพวกเรานี่ดีจริงๆ เลยนะ”
...
ยังไม่ทันที่เย่อวี้จะอ้าปาก รอบๆ ตัวก็เริ่มคุยกันวุ่นกันขึ้นมา ดูพวกเขาท่าทางเต็มไปด้วยความคาดหวัง เย่อวี้เลยได้แต่เอาคำว่า “ผมเป็นนักข่าว” กลืนลงไป
“พอแล้วพอแล้ว ให้เขาได้พักบ้างเถอะ เดี๋ยวหัวหน้าก็จะมาด้วย” เสี่ยวเหยียนยิ้ม ช่วยกู้สถานการณ์ให้เย่อวี้
พอได้ยินว่าหัวหน้าก็มาด้วย ทุกคนจึงเงียบทันที จากนั้นรีบกลับเข้าที่นั่งของตัวเองแล้ว เริ่มทำงานกันต่อ เย่อวี้เลยได้พักหายใจบ้าง ดูเหมือนว่าโหลโหลวเยวี่ยเวลาอยู่ที่นี่จะมีความน่าเกรงขามไม่น้อย
แต่ดูเหมือนว่าทุกคนที่นี่จะรู้แล้วว่าเขาตัวเองเป็น `ผู้ขับไล่` หรือนี่ก็คือเหตุผลที่ตัวเองได้รับความนิยมหรอเหรอ?
เสี่ยวเหยียนมองเห็นท่าทางงุนงงของเย่อวี้เลยยิ้มออกมา พูดอย่างนุ่มนวลว่า “ทุกคนที่นี่ชอบคุณหมดเลยนะ”
“เป็นเพียงเพราะผมคือ `ผู้ขับไล่` ที่พบเจอได้ยากงั้นหรอเหรอ?” เย่อวี้ถอนหายใจเบาๆ
“ฮ่าๆ ก็ใช่อยู่ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะด้วยความพิเศษของหน่วยพวกเรา ที่นี่ไม่ได้มีคนใหม่มานานมากแล้ว แถมทุกคนก็เป็นวัยรุ่นกันอยู่ สนิทกันง่าย” เสี่ยวเหยียนยิ้มปิดปากแล้วพูดต่อ “ที่จริงแล้วเพื่อนร่วมงานที่ทำงานที่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่น้อยที่ทำหน้าที่อยู่ข้างนอก”
ก็อย่างเช่นพวกพี่มู่พวกเขาหรอเหรอ? เย่อวี้คิดในใจ
“และ...ที่ทุกคนชอบคุณขนาดนี้ อาจเป็นเพราะนึกถึงคนคนนั้นล่ะมั้ง...” รอยยิ้มของเสี่ยวเหยียนจางลงชั่วขณะ สายตามองไปที่ห่างไกลออกไป เหมือนพูดกับตัวเอง แววตาแฝงด้วยความเศร้านิดๆ
“เอ่อิ่ม? อะไรนะ?” เย่อวี้จับต้นชนปลายไม่ถูก
“ไม่มีอะไรหรอหรอกหน่ะ มา ฉันจะพาไปที่ห้องรับรองแขก” รอยยิ้มสดใสของเสี่ยวเหยียนกลับมาสู่รอยยิ้มที่สดใสเหมือนเดิม จากนั้นเดินไปข้างหน้า เย่อวี้ี่ยู่ได้แต่ปล่อยความสงสัยในใจเอาไว้แล้วตามขึ้นไป
ห้องรับรองแขกอยู่มุมหนึ่งด้านนอกโซนออฟฟิตออฟฟิศ เสี่ยวเหยียนพาเย่อวี้เข้าไปนั่ง เทน้ำให้เขา “รออยู่ตรงนี้สักครู่หนึ่งนะ เดี๋ยวหัวหน้าก็มา” พูดจบก็จะเดินจากไป
“เอ่อคือ... เสี่ยวเหยียน...” เย่อวี้เรียกอีกฝ่ายไว้ เสี่ยวเหยียนหยุดเดินแล้วหันหลังกลับมา
“ถึงจะพูดแบบนี้อาจไม่สุภาพต่อพวกคุณ แต่มันน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดมั้ง? ผมไม่ได้มีความคิดที่จะเข้าร่วมกับพวกคุณเลยนะ ผมในตอนนี้ยังเป็นนักข่าวมืออาชีพอยู่”
“...” เสี่ยวเหยียนก้มหน้าลง เงียบไม่พูดอะไร บรรยากาศเริ่มตึงๆ
เย่อวี้อึดอัด ในใจคิดว่าตัวเองน่าจะพูดอะไรผิดไป? ขณะกำลังจะขอโทษ เสี่ยวเหยียนก็พูดขึ้นก่อนว่า
“ถึงแม้ฉันจะไม่รู้ว่าหัวหน้าเขาคิดอะไรอยู่ แต่เชื่อเถอะ ว่าที่หัวหน้าเขาทำแบบนี้เขาย่อมมีเหตุผลของเขา และด้วยหลักการของหัวหน้าเขา เขาไม่ใช่คนที่จะดึงคนไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในหน่วยง่ายๆ ” เสี่ยวเหยียนหยุดลงครู่หนึ่ง เงยหน้าขึ้นมามองไปที่เย่อวี้ “ส่วนตัวฉันรู้สึกว่า เขาน่าจะปกป้องคุณอยู่นะ”
“ปกป้องผมเรา...?”
“ใช่แล้ว แต่นี่ก็เป็นเพียงการคาดเดาส่วนตัวของฉัน รายละเอียดคุณไปถามหัวหน้าตรงๆ ดีกว่า” เสี่ยวเหยียนยิ้มขึ้นมา “วางใจเถอะ หัวหน้าของพวกเราไม่เคยบังคับใคร ถ้าหากคุณไม่อยากจริงๆ เขาก็จะเคารพการตัดสินใจของคุณ”
พอพูดจบ ที่ประตูห้องรับรองแขกก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นและประตูก็ถูกเปิดออก คนที่เดินเข้ามาก็คือโหลโหลวเยวี่ยนั่นเอง
“หัวหน้า เอกสารเซ็นเสร็จเร็วจัง?” เสี่ยวเหยียนรู้สึกตะลึงเล็กน้อย
โหลโหลวเยวี่ยส่ายหน้าช้าๆ หันไปมองที่เย่อวี้ “จัดการไปแล้วส่วนหนึ่ง ที่เหลือรอเรื่องที่อยู่ตรงนี้เสร็จแล้วค่อยว่ากันอีกที”
เสี่ยวเหยียนเข้าใจรู้ถึงความหมายของเขาเลยไม่พูดอะไรมาก เพียงหันกลับออกไปจากห้องรับรองแขกแล้วปิดประตูเบาๆ
ตอนนี้ในที่ห้องรับรองแขกจึงเหลือเพียงโหลโหลวเยวี่ยกับเย่อวี้สองคน
------------------------------------------------