แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0021 ตอนที่ 22
ตอนที่ 21 ตัวแปร
“เย่อวี้! คุณทำอะไรน่อ่ะ!” `เสี่ยวเหยียน` ที่อยู่ตรงหน้าขอบตาเริ่มแดง สีหน้าเหมือนถูกรังแกจนใกล้จะร้องไห้ออกมา “ฉันพูดผิดตรงไหนเหรอ?”
“ถ้าแกคุณเป็นเสี่ยวเหยียนจริงๆ จะไม่พูดแบบนั้นแน่นอน” เย่อวี้ระวังตัว “เป็นไปไม่ได้ที่เสี่ยวเหยียนเขาจะไม่รู้เรื่องคุณสมบัติของร่างกายฉันเรา”
“คุณสมบัติ!” `เสี่ยวเหยียน` ขมวดคิ้วและเปลี่ยนสีหน้าทันที สีหน้าไร้เดียงสาในจากตอนแรกเปลี่ยนที่สีหน้าไม่รู้อะไรเลยกลายเป็นเยือกเย็นชาภายในเสี้ยววินาที “ฮึ่าๆ สงสัยฉันจะดูถูกคุณมากไปหน่อย”
ในห้องมืดลงทันที เพียงพริลิบตาเดียวรูปร่างของ `เสี่ยวเหยียน` ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าเหลือเชื่ออัศจรรย์
เล็บของเธอขาเริ่มยาวขึ้นเหมือนเถาวัลย์ แต่เปลี่ยนเป็นแหลมคมดั่งมีด ผิวอันขาวใสซีดค่อยๆ เขียวขึ้น ลวดลายเส้นแปลกประหลาดสีเข้มดำแปลกประหลาดโผล่ขึ้นอยู่บนหน้า ในเวลาเดียวกันรอบๆ ตัวก็เริ่มมีหมอกสีดำปกคลุุมขึ้นมาจากข้างล่างขึ้นบน แววตาของ `เสี่ยวเหยียน` ร้ายกาจไร้ที่เปรียบของ `เสี่ยวเหยียน` จ้องเขม็งไปที่เย่อวี้
เย่อวี้มองไปยังที่ `เสี่ยวเหยียน` ที่อยู่ตรงหน้าอย่างตกใจ ร่างกายเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเกินความเข้าใจของเขาไปไกลมาก
นี่มันสถานการณ์อะไร! ปีศาจเหรอ!!
เย่อวี้สับสนอย่างมากแท้จริง
“ฮึ่าๆ ๆ ต่อให้ดูฉันออกแล้วจะทำไมยังไง ยังไงวันนี้คุณก็ต้องตายที่นี่ในมือของเราอยู่แล้ว” ยังไม่ทันที่เย่อวี้จะได้ตอบสนองได้ `เสี่ยวเหยียน` ก็พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ชักกรงเล็บที่มีหมอกดำพันรอบคุมอยู่ หวดไปทางเย่อวี้
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เย่อวี้รีบคว้าหมอนที่อยู่บนเตียงโยนใส่อีกฝ่าย จากนั้นฉวยโอกาสใช้จังหวะกลิ้งไปด้านข้าง หมอนถูกฉีกเป็นเสี่ยงๆ ทันที สำลีที่ปลิวว่อนทั่วห้องทำให้มองเห็นไม่ชัด เย่อวี้ฉวยถือโอกาส อ้อมไปด้านหลัง `เสี่ยวเหยียน` แล้วพุ่งไปที่ประตู
“ช่วยด้วย! มีคนอยู่ไหม!!”
เย่อวี้ตะโกนสุดเสียง เตรียมตัว กำลังจะดึงประตูออกแล้ววิ่งหนีออกไป แต่จู่ๆ ก็รู้สึกว่าหลังศีรษะหัวมีลมพัดมา จึงเลยรีบก้มศีรษะลงหัว สิ่งที่ตามมาคือเสียงดัง `แคร่ก...` ประตูตรงตำแหน่งประตูที่อยู่เหนือหัวถูกข่วนเป็นรอยกรงเล็บสีดำสามรอยในทันที เศษไม้่ที่แตกออกมาร่วงใส่หัวเย่อวี้ เย่อวี้ที่ทรงตัวไม่อยู่นั่งล้มลงไปกับพื้น
เย่อวี้พยายามที่จะลุกขึ้น แต่ยังไม่ทันที่เขาจะลุกขึ้นมาใหม่ก็ถูกถีบลงไปกองกับพื้นเสียก่อน ไม่รู้เป็นเพราะว่าร่างกายยังไม่พื้นตัวจากการบาดเจ็บหรือไม่ เย่อวี้รู้สึกไร้ม่มีเรี่ยวแรง ไม่รู้เป็นเพราะร่างกายยังไม่พื้นตัวจากการบาดเจ็บหรือไม่ จะให้รับการประจันมือหน้ากับการโจมนตีของอีกฝ่าย แม้กระทั่งการป้องกันขั้นพื้นฐานยังทำไม่ได้เลย
“ฮึ่าๆ ๆ ฉันบอกแล้ว วันนี้คุณไม่รอดแน่ๆ ” `เสี่ยวเหยียน` มือซ้ายจับแขนของเย่อวี้ มือขวาบีบคอของเขา กรงเล็บที่แหลมคมที่กำลังแถมแผ่มีหมอกดำได้แทงทะลุผ่านประตูที่เย่อวี้พิงอยู่ ตรึงยึดเย่อวี้ไว้บนนั้นจน ไม่สามารถขยับได้
เย่อวี้คิดจะใช้วิธีเก่า ตั้งใจคิดจะใช้ช็อตไฟฟ้าจากห่วงกำไลข้อมือปลดพันธนาการช่วยตัวเอง แต่ปรากฏฏว่าบนข้อมือขวาว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
กำไลห่วงข้อมือล่ะ!? ถูกถอดออกตั้งแต่เมื่อไหร่!?
เย่อวี้ลนลาน พยายามดิ้น แต่ดูเหมือนการกระทำจะไร้ประโยชน์
“เมื่อกี้คุณพูดว่าร่างกายคุณมีคุณสมบัติพิเศษสินะ? เล่ามาให้ฟังหน่อยสิ” `เสี่ยวเหยียน` ยิ้มแล้วกล่าวอย่างเยือกเย็น “ไม่อย่างนั้นฉันจะถลกหนังของคุณทีละแผ่น จะมาพิสูจน์ด้วยตัวเองไหมล่ะ”
เย่อวี้หอบหายใจอย่างยากลำบาก กรงเล็บอันแหลมคมของ `เสี่ยวเหยียน` บาดทำให้คอของเขาเป็นแผล เขารู้สึกว่าหมอกสีดำเหล่านั้นกำลังเข้าไปในแผล พยายามที่จะเจาะเข้ามา สติเองก็เริ่มเลือนรางอีกครั้ง
แต่เย่อวี้ที่ไร้ทางหนีกลับใจเย็นลง เขาพยายามให้ตัวเองประคองมีสติของตัวเองอยู่ คิดในหัวสมอคิดอย่างรวดเร็ว
`คน` ที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เสี่ยวเหยียนแน่ๆ และด้วยลักษณะร่างกายกับความเร็วนี้... มันเขาเป็นคนหรือเป็นผีกันแน่น? ไม่ ฉันเราไม่เชื่อว่ามีผีมีอยู่จริง... หรือจะเป็นมนุษย์กลายพันธุ์? นี่กำลังถ่ายหนังไซไฟอยู่เหรอ? เฮ้อ นี่เรากำลังคิดอะไรอยู่เนี่ยน...
เย่อวี้หัวเราะใส่ตัวเอง แต่การหัวเราะแบบนี้ในสายตาของ `เสี่ยวเหยียน` แล้ว กลับเหมือนเป็นการท้าทาย
“ฮึหื่ม จะตายแล้วยังกล้าหัวเราะเยาะอีก สงสัยต้องจัดหนักกว่านี้แล้ว” `เสี่ยวเหยียน` หัวเราะอย่างเยือกเย็น ใช้กรงเล็บซ้ายแทงทะลุแขนของเย่อวี้ ตรึงอีกฝ่ายไว้บนประตู
“อ๊าะ!!” ความเจ็บปวดยากจะทนไหวที่แขนวิ่งแล่นขึ้นมา เย่อวี้ร้องอย่างทรมาน
“ฉันจะนับถึงสาม ถ้าคุณยังไม่พูดฉันจะเริ่มถลกหนังของคุณ” เหมือนว่า `เสี่ยวเหยียน` จะหมดความอดทนแล้ว
“หนึ่ง...”
ความรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้... มันสมจริงเหลือเกิน ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ใช่ภาพโฮโลแกรม นี่มันแปลกมาก อธิบายทำความเข้าใจไม่ได้เลย! โหลวเยวี่ย... ถ้าหากเนคุณเจอสถานการณ์แบบนี้จะทำยังไง?
“สอง...”
`ถ้าหากคุณตื่นจากการหมดสติ สิ่งแรกที่ต้องทำคือเชื่อมโยงความทรงจำของตัวเอง หากมีจุดที่เชื่อมไม่ติดหรือสถานการณ์ที่ไม่สมเหตุสมผลก็ต้องระวังแล้วล่ะ` เสียงของโหลวเยวี่ยดังขึ้นในสมอง
นี่มัน... หรือว่าจะเป็น!?
เย่อวี้ตัดสินใจ รีบลงมือทันที
เขากัดลิ้นตัวเองอย่างแรง ในปากมีกลิ่นคาวเลือดทะลักขึ้นมาทันที ความเสียหายทางร่างกายทำให้สมองของเย่อวี้ตื่นตัวไม่น้อย เขารู้สึกได้ว่าถึงภาพที่อยู่ตรงหน้าบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ
เป็นอย่างที่คิดจริงด้วย!
“สาม!” `เสี่ยวเหยียน` ชักกรงเล็บขึ้นมา เหมือนจะลงมือแล้ว
“ฉันเรารู้แล้ว!” เย่อวี้หันศีรษะหัวไปด้านข้าง ถุยเลือดในปากออก หัวเราะอย่างเยือกเย็นชาว่า “ฉันเรารู้ว่าแกคุณเป็นใครแล้ว”
“อ๋อ? พูดมาสิ” `เสี่ยวเหยียน` เก็บกรงเล็บไว้ มองเย่อวี้ด้วยความสนใจ
“แกคุณไม่ใช่เสี่ยวเหยียน หรือจะให้ถูกก็คือแกบอกว่าคุณไม่ใช่คนตั้งแต่แรก”
ใบหน้าของ `เสี่ยวเหยียน` กระตุก “ล้อฉันเล่นเหรอ? สงสัยคุณจะไม่อยากอยู่จริงๆ แล้ว!” พูดจบก็จะลงมืออีกครั้ง
“โลกเสมือนจริง” เย่อวี้ค่อยๆ พูดออกมาอย่างใจเย็น
มือของ `เสี่ยวเหยียน` ค้างอยู่กลางอากาศ ใช้สายตาที่ไม่อยากจะเชื่อมองไปที่เย่อวี้
“แกมันคุณเป็นของปลอม ฉากก็เป็นของปลอม ที่เห็นทั้งหมดของที่นี่ ล้วนเป็น `ภาพจำลอง` ที่ `โลกเสมือนจริง` สร้างขึ้นมา”
“ฮึ่าๆ รู้ได้ยังอย่างไงร?” `เสี่ยวเหยียน` ปล่อยมือที่บีบคอเย่อวี้ออก เย่อวี้ลุกขึ้นยืน ตอบถามโดยไม่เปลี่ยนแสดงสีหน้า
“ง่ายมาก สถานการณ์ที่ไม่สมเหตุสมผลแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ ก็ต้องเป็นกับดักทางเทคโนโลยี” เย่อวี้จับที่คอตัวเอง มองอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว “ฉันเราไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ และแกคุณก็ไม่ใช่ภาพโฮโลแกรม งั้นเมื่อตัดความเป็นไปได้อย่างอื่นออก ที่เหลืออยู่ ก็ต้องเป็นความจริง แน่นอนว่้าหากแกคุณเป็นปีศาจหรือมนุษย์กลายพันธุ์จริงๆ งั้นฉันเราก็ต้องยอมรับชะตากรรมแล้ว”
“อืม...” `เสี่ยวเหยียน` หัวเราะอย่างเลือดเย็นขึ้นมา “คุณที่มีเรื่องที่ทำให้ฉันประหลาดใจได้ตลอดเลยนะ ฉันชักจะสนใจคุณมากขึ้นแล้วสิ”
“แต่ว่า...” `เสี่ยวเหยียน` เอียงคอมองเย่อวี้ด้วยสีหน้าเยาะเย้ย “รู้แค่ผิวเผิน แต่กล้าอวดต่อหน้าฉัน คุณยังอ่อนหัดนัก”
พูดจบก็ยื่นกรงเล็บอันแหลมคม ข่วนไปที่อกของเย่อวี้อย่างไม่ลังเล
“อ๊าะ!!” เย่อวี้เจ็บจนต้องงอตัวงอ นอนลงไปกับพื้น
“แม้จะเป็น `ภาพจำลอง` ที่สร้างจาก `โลกเสมือนจริง` แต่ฉันก็ยังคงควบคุมความเจ็บปวดของคุณได้ คุณรู้ไหมว่ามันหมยายความว่าถึงอะไร?” `เสี่ยวเหยียน` ย่อตัวลง ค่อยๆ เอาหน้าเข้าใกล้เย่อวี้ แล้วหัวเราะอย่างน่ารังเกียจว่าดุร้าย “หมายความว่าคุณจะต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในนรกทั้งคนเป็นจนความตายยังดีเสียกว่า อยู่อย่างตายทั้งเป็น!”
“แกคุณ! แกมันคุณบ้าไปแล้ว!” เย่อวี้ใช้กำลังออกสุดแรงเกิดผลัก `เสี่ยวเหยียน` ออก จากนั้นลุกขึ้นวิ่งไปเปิดประตูหนีออกจากห้อง แม้ในใจเขาจะรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่โลกเสมือนจริง แต่เขาในตอนนี้ไม่สนอะไรทั้งนั้น คิดแค่อยากจะหนีจากปีศาจที่ตามหลังมาอย่างเดียว
“ฮ่าๆ ๆ ๆ ทุกอย่างในที่นี่้ฉันเป็นคนควบคุม คุณหนีไม่ได้หรอก!” เสีเยงหัวเราะที่น่าสะพรึงกลัวของ `เสี่ยวเหยียน` ตามหลังมา เย่อวี้ที่เพิ่งวิ่งออกจากห้องไปได้เห็นภาพที่อยู่ตรงหน้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
ทางเดินที่โล่งๆ ในตอนแรกจู่ๆ ก็มีกำแพงโผล่ขึ้นมา บังอยู่ตรงหน้าเย่อวี้พอดี เย่อวี้ตกใจ วิ่งไปที่ทางแยกบนปากทางเดินอีกทางอย่างไม่คิด แต่วิ่งเดินได้ไม่กี่ก้าวก็เจอกับเป็นทางตันอีกเช่นเคย เขารีบย้อนกลับแล้ว วิ่งไปอีกทางแยกหนึ่ง
เย่อวี้ลองกัดลิ้นตัวเองอีกครั้งเพื่อให้ตัวเองหลุดออกจาก `โลกเสมือนจริง` นี้ให้ได้ แต่ปรากฏฏว่าลิ้นของเขาชาไปแล้ว เหมือนระบบป้องกันในร่างกายจะไม่อนุญาตให้เขาทำร้ายตัวเองอีก
“แฮ่ก... แฮ่ก... เย่อวี้หอบหายใจแรง รู้สึกเท้าหนักขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่วิ่งสุดแรงแล้ว แต่เหมือนยังวิ่งไปได้ไม่ไกล
ทำไม... ทำไมเราถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย!! ความโกรธแค้นค่อยๆ ผุดขึ้นในใจของเย่อวี้
ตั้งแต่ที่ทำงานล่วงเวลาครั้งนั้นเมื่อสองอาทิตย์ก่อนที่ทำงานล่วงเวลาครั้งนั้น ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องสงสัย ถูกคนไล่ฆ่า บ้านก็ระเบิด รถก็ระเบิด งานยังต้องทิ้งอีก จากนักข่าวไฟแรงกลายเป็นเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลสุดน่าเบื่อ ทำไมทั้งหมดนี้ต้องมาเกิดกับเขาด้วยที่ตัวเราเอง!! ทำไมชะตาต้องกลั่นแกล้งกันแบบนี้ ตกลงฉันอะไรเราทำผิดตรงไหน!?
เย่อวี้หยุดเดิน เขาที่หมดแรงวิ่งไม่ไหวอีกต่อไป และก็ไม่อยากวิ่งต่อแล้ว เขาค่อยๆ หันกลับมา มองไปที่ `เสี่ยวเหยียน` ที่เดินมาหาตัวเองอย่างสบายใจ แววตาของเขาแสดงถึงความอาฆาตแค้นเกลียดชังเป็นครั้งแรก
“ฉันเราเป็นแค่คนธรรมดาแท้ๆ ทำไมพวกแกคุณต้องบีบคั้นให้ฉันเราตายครั้งแล้วครั้งเล่าด้วย!” เย่อวี้ตะโกนใส่
“ทำไมน่ะเหรอ? ฮึฮ่าๆ ก็ไม่มีเหตุผลอะไร ต้องโทษตัวเองที่โชคไม่ดี ไปเห็นเรื่องที่ไม่ควรเห็น” `เสี่ยวเหยียน` เชิดมุมปากขึ้น ใช้สายตาที่มองเหมือนมดปลวกมองไปที่เย่อวี้เหมือนมองมดปลวก
“วันที่เฉินเหยียนเกิดเหตุฉันเราไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเลย! พวกแกคุณไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ั้นเลย!” อารมณ์ของเย่อวี้เริ่มจะควบคุมไม่อยู่
“มันไม่ใช่ว่าคุณพูดแค่นี้เรื่องก็จะจบว่าคนเดียวก็ได้” `เสี่ยวเหยียน` ร้องเฮอะฮือเบาๆ “พวกเรา `ซื่อ` อย่างพวกเรา เวลาทำงานมักทำแบบจะถอนรากถอนโคน”
`ซื่อ`... มันคืออะไร?
`เสี่ยวเหยียน` เขารู้สึกเหมือนรู้สึกตัวว่าตัวเองพูดมากไป `เสี่ยวเหยียนแล้วจึง` เลยไม่อธิบายต่อ แต่ยื่นมือไปข่วนอีกรอบ ช่วงท้องของเย่อวี้ปรากฏฏรอยกรงเล็บสีดำขึ้นมาทันที เจ็บจนเย่อวี้คุกเข่าลงกับพื้น
“ฮ่าๆ ๆ ถ้าหากสุดท้ายคุณเจ็บจนตาย ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นการดีต่อปลดปล่อยตัวเองก็ได้นะ” น้ำเสียงของ `เสี่ยวเหยียน` เย็นยะเยือกถึงกระดูก เข้าใกล้เย่อวี้อย่างน่าสะพรึงกลัว
“ฮ่าๆ ... ฮ่าๆ ๆ ...” ครั้งนี้กลับเป็นเย่อวี้ที่หัวเราะ เขาก้มหน้าลง อารมณ์บนใบหน้าสีหน้าที่แสดงออกมาถูกเงาบดบังจนเห็นไม่ ไม่รู้แน่ชัด “ฉันเรากับพวกแกคุณไม่ได้มีเรื่องความบาดหมางกันเลย แต่พวกแกคุณกลับับจ้องที่จะฆ่าฉันเราตั้งหลายครั้ง หึฮ่าๆ ดีมาก...”
พูดยังไม่จบ ภาพรอบๆ ตัวเย่อวี้ก็สั่นไหวอย่างแปลกประหลาด สิ่งของที่อยู่ใกล้เท้าระเบิดออกในชั่วพริบตามา พื้นเองก็เริ่มจะสั่นสะเทือน
“แกคุณ! นี่มัน!?” `เสี่ยวเหยียน` หน้าเสียทันที
เย่อวี้ส่ายไปมาและลุกขึ้นอย่างโซเซ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สองตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความแค้น เส้นเลือดดำที่นูนคอผุดขึ้นมา เขากัดฟันพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ฉันเราเย่อวี้ขอสาบานต่อฟ้าสวรรค์ แม้จะเหลือเพียงลมหายใจสุดท้าย ฉันก็เราจะต้องทำทุกวิถีทาง ให้พวกแกคุณต้องชดใช้ได้รับคืนอย่างสาสม!”
การสั่นไหวยิ่งรุนแรงมากขึ้น รอยแตกขยายออกเหมือนใยแมงมุมจน ปกคลุุมไปทั่วทั้งมิติ ภาพฉากหลังฉากทั้งฉากเริ่มพังทลายตั้งแต่ส่วนจากมุม
“แกคุณทำอะไรลงไป!” `เสี่ยวเหยียน` ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที
“ฮ่าๆ ๆ ...” เย่อวี้หัวเราะอย่าเย็นชา ค่อยๆ เดินส่ายไปส่ายมาหา `เสี่ยวเหยียน` ดวงตาสีแดงมีความอาฆาตแค้นจางๆ
“พวกเรามาพนันกัน ตกลงว่าใครกันแน่ที่ต้องจะอยู่ที่นี่เหมือนตายทั้งเป็น!”
---------------------------------------------------------------------------------------------