แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด

แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0026 ตอนที่ 27

#27Chapter0026

ตอนที่ 26 ผู้สารภาพความผิด

พี่มู่เรียกรูปถ่ายใบหนึ่งออกมา ฉายขึ้นบนจอ มองจากมุมของรูปถ่ายแล้ว รูปใบนี้เหมือนจะเป็นรูปแอบถ่าย ชายหญิงในบนรูปถ่ายจูงมือกันอย่างหวานซึ้ง เหมือนเพิ่งออกมาจากบาร์เหล้า ผู้หญิงในบนรูปก็คือหลี่ลี่ ผู้ชายที่อยู่ข้างๆ ตัวเธอขาถึงแม้จะใส่แว่นดำ แต่ดูจากรูปร่างกับเสื้อผ้าแล้ว มีความคล้ายเหมือนกับยอู๋เสวียียปิงมาก

“รูปถ่ายพวกนี้เพิ่งได้มาจากนักสืบเอกสชนที่เฉินเหยียนจ้างตอนยังมีชีวิตอยู่” พี่มู่อธิบายให้โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยฟัง “เฉินเหยียนน่าจะสงสัยความสัมพันธ์ของสองคนนี้มานานแล้ว ก็เลยแอบจ้างนักสืบเอกชนมาสืบดู นอกจากรูปถ่ายใบนี้แล้ว ยังเจอหลักฐานบันทึกการเปิดห้องพักที่ถูกซ่อนเอาไว้ก่อนหน้าอีก โดยพื้นฐานแล้วสามารถระบุได้ว่าชู้รักหลี่ลี่ก็คืออู๋เสียปิงอู๋เสวียปิง”

“คนที่หลี่ลี่โทรศัพท์ไปหาตอนเกิดเหตุระเบิดก็คือคนนี้ใช่ไหม?” โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยมองที่รูปถ่าย ตั้งคำถามใหม่ขึ้นมา

“ยังไม่สามารถระบุได้ แต่ไม่มีความเป็นได้สูงมาก” พี่มู่ตอบ “ตอนที่เกิดเหตุระเบิด บริเวณที่หลี่ลี่อยู่มี 104 หมายเลขเบอร์โทรที่มีบันทึกการโทรในเวลานั้นอยู่ พวกเราได้ตรวจสอบทีละหมายเลข เบอร์ ในนั้นมี 98 หมายเลยเบอร์ที่เจอเจ้าของเบอร์อย่างรวดเร็ว ซึ่งได้ทำการตัดออกไปแล้ว ที่เหลือ 6 เบอร์หมายเลข มี 4 เบอร์หมายเลขเป็นที่ญาติมิตรของเจ้าของเบอร์เป็นผู้ใช้ในเวลานั้นอยู่ เมื่อได้ตรวจสอบแล้วก็้ตัดออกเช่นกัน มี 1 หมายเลขเบอร์ไม่ได้จดทะเบียน แต่พวกเราเจอเจ้าของคู่สนทนาอีกสายที่คุยกับเบอร์นั้นนอยู่ และจึงได้ตรวจสอบข้อมูลของเจ้าของเบอร์ที่เราต้องการผ่านใช้เจ้าของหมายเลขคู่สนทนาคนนั้นตรวจสอบข้อมูลของเจ้าของหมายเลขที่เราต้องการ สุดท้ายก็ได้ตัดออก เหลือแค่เบอร์หมายเลขสุดท้าย ทั้งสองฝ่ายที่เป็นคู่สนทนากันต่างก็ไม่ได้ลงทะเบียน ไม่สามารถหาเจ้าของหมายเลขเบอร์ได้ ที่น่าสนใจคือ ประวัติการโทรของทั้งสองหมายเลขเบอร์มีแค่อีกฝ่ายกันและกันเท่านั้น และหลังจากเหตุการณ์ระเบิด ทั้งสองหมายเลขเบอร์ก็ปิดเครื่องหมด”

“ถ้าอย่างนั้น หากตอนที่เกิดเหตุระเบิดหลี่ลี่คุยโทรศัพท์อยู่จริง ก็เป็นไปได้ว่าแค่ที่ใช้เบอร์หมายเลขนี้ และดูจากพฤติกรรมการโทรแล้ว อีกฝ่ายเจ้าของหมายเลขเบอร์ที่โทรหาออกมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นชู้รักของเธอขา อู๋เสียปิงอู๋เสวียปิง?”

พี่มู่พยักหน้าเบาๆ

“สามารถหาร่องรอยของอู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงได้ไหม?” โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยจ้องมมองผู้ชายในรูปแล้วถามขึ้นมา

พี่มู่ลุกขึ้นส่งเอกสารชุดหนึ่งให้โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ย “อู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงหายตัวไปอย่างลึกลับก่อนที่เฉินเหยียนจะเกิดเหตุหนึ่งอาทิตย์ เมื่อดูจากข้อมูลของตำรวจก่อนหน้านี้ ครั้งสุดท้ายที่เขาปรากฏตัวเหมือนจะเป็นข้างใต้คอนโด วันที่หายตัวไปตอนเย็นมีคนเจอเขาออกจากคอนโดชายโสดของเขา หลังจากนั้นก็ไม่ได้ปรากฏตัวอีกเลย”

“คอนโดชายโสด? หรือว่าเขายังไม่มีครอบครัว?” โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยมองที่เอกสารแล้วถามขึ้น

“เขามีภรรยา แต่ยังไม่มีบุตร ภรรยาเขาชื่อเจ้าเสวี่ย เป็นเพื่อนสมัยเด็กของอู๋เสียปิงอู๋เสวียปิง แต่เพราะอุบัติเหตุเมื่อเจ็ดปีก่อนทำให้กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้สึกตัวจนถึงวันนี้ ตอนนี้รักษาตัวอยู่ต่างประเทศ ฐานะทางบ้านของอู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงไม่แย่ หลายปีมานี้ได้ให้การรักษาที่ดีที่สุดแก่กับภรรยาของเขามาตลอด และก็บินไปเยี่ยมอยู่เป็นประจำ ถึงแม้อาการของภรรยาจะไม่ได้ดีขึ้นเลยแต่ก็ไม่ได้หย่ากัน เพราะที่เขาปฏิบัติต่อภรรยาดีของเขาแบบนี้ ชื่อของอู๋เสียปิงในสายตาคนรอบๆ ตัวอู๋เสวียปิงจึงเห็นว่าเขาเป็นคนไม่เลวเลย แต่ว่า... นึกไม่ถึงว่า...” พี่มู่มองไปที่รูปถ่ายหวานซึ้งของหลี่ลี่หวานซึ้งกับอู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงบนจอโปรเจคเตอร์ด้วย สีหน้าซับซ้อน

“หลังอู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงหายตัวไป เขาได้ติดต่อกับโรงพยาบาลที่ภรรยาเขาอยู่บ้างมั่งไหม?”

“ไม่ พวกเราตรวจสอบแล้ว เขาจาไม่ได้ไม่เคยติดต่อทางโทรศัพท์ และก็ไม่ได้ปรากฏตัวที่นั่นด้วย” พี่มู่หันกลับมามองโหลเยวี่ยโหลวเยวี่ย “แต่ว่า ตอนที่พวกเราตรวจสอบอยู่ได้เจอเรื่องแปลกเรื่องหนึ่ง”

“เรื่องแปลก?” โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยวางเอกสารในมือลง

“ก่อนที่อู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงหายตัวไปเดือนหนึ่ง จู่ๆ เขาก็โอนเงินก้อนใหญ่ให้กับโรงพยาบาลต่างประเทศที่ภรรยาเขาอยู่ ชำระค่ารักษาภรรยาของเขาทั้งหมดต่อไปอีกสองปีในครั้งเดียว เรื่องนี้ทางโรงพยาบาลก็ตกใจเหมือนกัน การกระทำที่โอนเงินก้อนใหญ่กระทันหันแบบนี้มันผิดสังเกต ก็เหมือนกับ...”

“ก็เหมือนกับรู้ว่าตัวเองจะหายตัวไปอย่างไรอย่างนั้น?” โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยพูดขึ้น

“ใช่แล้ว ตั้งแต่วันที่อู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงหายตัวไป โทรศัพท์มือถือของเขาก็อยู่ในสถานะปิดเครื่องตลอด ทางโรงพยาบาลก็ติดต่อเขาไม่ได้ มีเรื่องอะไรก็ได้แต่ติดต่อญาติคนอื่นๆ จากญาติของเขาก็บอกว่าพวกเขายังติดต่ออู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงไม่ได้เช่นกัน เหมือนคนทั้งคนเหมือนระเหยไปเลย” สีหน้าพี่มู่เคร่งเครียด

“อยู่ดีๆ เป็นไปไม่ได้ที่คนทั้งคนอยู่ดีๆ จะระเหยหายไป” โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ก่อนที่อู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงจะหายตัวไปนอกจากโอนเงินก้อนใหญ่ให้โรงพยาบาลแล้ว ยังมีการกระทำอะไรที่น่าสงสัยอีกไหม?”

“ไม่มีแล้ว” พี่มู่ส่ายหน้า “การกระทำของเขาก็ไม่ต่างจากปกติ จากคำบอกเล่าของเพื่อนบ้าน ครั้งสุดท้ายที่เขาปรากฏตัวสีหน้าก็ปกติ ไม่ได้แบกกระเป๋า ไม่ได้ขับรถ ก็เหมือนแค่จะไปกินข้าวนอกบ้านเท่าอย่างนั้น”

“ก่อนหน้านี้ทางตำรวจได้ไปหาเฉินเหยียนให้ช่วยตรวจสอบในการสืบสวนคดีที่อู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงหายตัวไป ทำไมตอนนั้นถึงต้องไปหาเฉินเหยียน?”

“เพราะว่าก่อนที่อู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงจะหายตัวไป สายสุดท้ายที่ได้รับก็คือสายที่เฉินเหยียนที่โทรหาเขา” พี่มู่ตอบ “แต่ตอนนั้นจากตอนนั้นที่เฉินเหยียนเล่า เขาแค่สั่งงานกับอู๋เสียปิงอู๋เสวียปิง เพียงแค่นั้นเอง หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจออีกฝ่ายเลย แต่ว่าตอนนี้เฉินเหยียนได้ตายไปแล้วจึงไม่สามารถตรวจสอบได้อีกแล้ว พวกเราเลยไม่สามารถพิสูจน์ได้”

โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยครุ่นคิด ไม่ได้พูดอะไร

“อ้อ่อ เมื่อสักครู่คุณบอกว่า พวกเสี่ยวเหยียนได้เบาะแสที่สามารถพิสูจน์ข้อสงสัยที่ของฉันมีต่ออู๋เสียปิงอู๋เสวียปิง?” พี่มู่นึกขึ้นมาได้ แล้วถามกับโหลเยวี่ยโหลวเยวี่ย

“จากที่เย่อวี้เล่า ระหว่างที่เขาได้เจอชายชุดกันลมทั้งสองครั้ง ต่างได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่คุ้นๆเคย และกลิ่นน้ำหอมชนิดนี้พบเจอไม่บ่อย เหมือนว่าในประเทศจะไม่มี เพราะฉะนั้นเขาก็เลยสงสัยว่าชายชุดกันลมเป็นคนที่เขาเคยเจอมาก่อน และคนคนนี้ค่อนข้างให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอก” โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยอธิบาย

“คำบอกกล่าวนี้สอดคล้องตรงกับสถานะของอู๋เสียปิงอู๋เสวียปิง จากการตรวจสอบของพวกเรา อู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงเป็นคนที่พิถีพิถันกับภาพลักษณ์ภายนอก ส่วนน้ำหอมที่ปกติเขาใช้ยังต้องรอการตรวจสอบอยู่” พี่มู่มีท่าทางดีใจหลังพอรู้เบาะแสนี้แล้ว พี่มู่มีท่าทางดีใจ “แต่ไม่ว่ายังไง นี่ก็เป็นเบาะแสที่มีประโยชน์มาก นึกไม่ถึงว่าคนอย่างเย่อวี้จะละเอียดอ่อนขนาดนี้ การวิเคราะห์็เชิงเหตุผลก็ดี มีคุณสมบัติเหมาะจะเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอยู่ ยังไงก็เถอะตาม หลังจากเรื่องนี้ผ่านไป คุณคิดจะปล่อยเขาไปเหรอ?”

“ใจของเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ จะไปบังคับทำไม” สีหน้าโหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยเรียบเฉย ดูอารมณ์ไม่ออก

“ว้าอ่า เป็นต้นกล้าที่ดีต้นหนึ่งเลยแท้ๆ น่าเสียดายจริงๆ ” พี่มู่ถอนหายใจอย่างน่าเสียดาย

“เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคุยทีหลัง สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือตรวจสอบร่องรอยของอู๋เสียปิงอู๋เสวียปิง คนคนนี้มีจุดน่าข้อสงสัยของคนนี้มีเยอะมาก” โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยออกคำสั่ง “นอกจากนั้นฝากตรวจสอบรุ่นน้ำหอมที่เขาใช้เป็นอยู่ปกติ แล้วให้เย่อวี้แยกแยะอีกที”

“กริ๊งงง...” ครั้งนี้เป็นโทรศัพท์มือถือของพี่มู่ดังขึ้น

พี่มู่รับสาย แต่สีหน้าที่แสดงออกค่อยๆ เครียดขึ้นตามการรายงานในโทรศัพท์

“สงสัยว่าข้อมูลที่ฝั่งคุณได้มาจะไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ” โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยมองที่พี่มู่ พูดอย่างเรียบเฉย

“ดูเหมือนพวกคุณเราคงจะไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาอู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงแล้ว” พี่มู่วางสาย หันกลับมาด้วย สีหน้าตึงเครียด

“เขาตายแล้ว

--------------------

หน้าจอสั่นอย่างรุนแรงตามมือที่สั่นอยู่หน้ากล้อง จากนั้นค่อยๆ นิ่งลง

ใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นในกล้อง ภาพ จากนั้นค่อยๆ ถอยหลังเพิ่มระยะห่าง จนกระทั่ง เงาคนครึ่งตัวคนปรากฏอย่างชัดเจน ดวงตาเล็กๆ ริมฝีปากหนาๆ ชายหัวล้านที่ใบหน้าอ้วนเล็กน้อยนั่งตัวตรงอยู่ตรงหน้ากล้อง

“ผมชื่อจินเปียว เพิ่งจะได้รับการพ้นโทษกลับสู่สังคม ยังไม่มีหน่วยงานไหนต้องการผม ตอนนี้ทำการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ประทังชีวิต” ผู้ชายคนนั้นพูดอยู่กับกล้อง เหมือนจะเล่าเรื่องของตัวเอง

“ตอนนี้ผมขอสารภาพกับทางการ ผมถูกคนบังคับให้ทำเรื่องไม่ดี หวังว่าทางการจะลดโทษให้สำหรับคำสารภาพ... เอ่อไม่สิ... เมตตาผมด้วยเถอะ!” ผู้ชายคนดังกล่าวชายมองไปที่กล้อง สีหน้าจริงใจ

“นี่มันคืออะไร” โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยมองไปที่ชายหัวล้านในวีดีโอ ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“บันทึกคำสารภาพของจินเปียว” อาฉีที่อยู่ข้างๆ ตอบ “เมื่อสักครู่มีอีเมลไม่ระบุชื่อส่งวีดีโอนี้ให้กับทางตำรวจ”

โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยไม่ได้พูดอะไร ยังคงดูต่อไป

วีดีโอถ่ายได้ค่อนข้างหยาบ เหมือนจะถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ ฉากหลังในภาพค่อนข้างมืดและชื้น น่าจะเป็นห้องใต้ดินที่ไหนสักที่ จินเปียวที่อยู่หน้ากล้องมีท่าทีลังเล คิดอยู่สักพัก สุดท้ายก็เล่าต่ออีกครั้ง

“มีคนฆ่าคนตายแล้วขอร้องให้ผมช่วยจัดการศพฑให้ ไม่อย่างนั้นจะฆ่าผมด้วย ผมทำอะไรไม่ได้ ก็ได้แต่ทำตามที่เขาสั่ง” สีหน้าของจินเปียวมีความดูหวาดกลัว “คนคนนี้มีเส้นสายกว้างขวาง เป็นคนที่ร้ายกาจมากๆ ผมแฉสารภาพเขาออกมาก็ หวังว่าทางการจะช่วยปกป้องผม!”

สีหน้าของโหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยค่อยๆ เครียดขึ้น เหมือนจะนึกถึงอะไรบางอย่าง

“คนคนนี้ก็คือ ประธานกลุ่มบริษัท H เฉินเหยียน! และคนที่เขาฆ่าก็คือเลขาของเขา อู๋เสียปิงอู๋เสวียปิง!” นึกว่าแล้วว่าจินเปียวต้องพูดชื่อที่คิดไว้นี้ออกมาแล้ว

“ผมเห็นเฉินเหยียนวางยาในเหล้ากับตาตัวเอง เขาฆ่าอู๋เสียปิงอู๋เสวียปิง เขายังข่มขู่ผมให้ช่วยเขาแยกชิ้นส่วนศพแล้วนำไปทิ้งด้วย มัน... โหดร้ายจริงๆ ! ตอนแรกผมไม่ยอม เขาบอกว่าถ้าผมไม่ทำเขาก็มีวิธีทำให้ผมอยู่ไม่ได้... เขามีอำนาจในกลุ่มอันธพาล ผมสู้อะไรเขาไม่ได้! ก็เลย... ก็เลย... ผมก็เลยได้แต่ทำอย่างนี้ อู๋เสียปิงอู๋เสวียปิงถูกหั่นออกเป็นหลายๆ ชิ้นๆ ... แล้วถูกโยนลงไปในทะเล”

เนื้อหาของวีดีโอต่อจากนั้น เป็นจินเปียวเล่ารายละเอียดที่เฉินเหยียนฆ่าคน และเรื่องที่ตัวเองช่วยหั่นศพแล้วเอาไปทิ้ง

“เรื่องราวมันก็เป็นแบบนี้ ผมขอสาบานว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นความจริงทั้งหมด ผมถูกบังคับจริงๆ !” จินเปียวมีสีหน้าเศร้าหมอง “หลังจากที่ผมช่วยเฉินเหยียนจัดการศพไป ผมก็ฝันร้ายทุกคืน! ดังนั้นผมก็เลยตั้งใจถ่ายวีดีโอนี้เพื่อพูดความจริงออกมา ขอให้ท่านตำรวจช่วยผมด้วย!”

ภาพค่อยๆ มืดลง วีดีโอจบลงแค่นี้

“ได้ตรวจสอบอีเมลไร้นิรนามได้ตรวจสอบหรือยัง? พี่มู่ถามขึ้น

“ตรวจสอบแล้ว อีเมลที่ส่งวีดีโดอนี้มาเป็นอีเมลที่เพิ่งสมัครใหม่ อีเมลฉบับนี้ตั้งเวลาส่งอัตโนมัติ หรือก็คือว่าหมายความว่าถ้าหากถึงเวลาที่กำหนดแล้วไม่ได้ยกเลิกล่ะก็ มันก็จะส่งไปที่ปลายงทางที่กำหนด” อาฉีอธิบายขึ้น “จากการวิเคราะห์ของพวกเรา น่าจะเป็นจินเปียวน่าจะกังวลว่าตัวเองจะถูกเฉินเหยียนฆ่าปิดปากเลยตั้งใจขู่คืน หลังจินเปียวตายก็ ไม่มีใครยกเลิก อีเมลเลยถูกส่งมาอัตโนมัติ”

“ดูเหมือนว่าจินเปียวนี้ก็รอบคอบดีนี่ิ ยังไงก็เคยเป็นนักเลงมาก่อน” พี่มู่คิดอยู่ “แต่ว่า ยังไงตอนหลังเฉินเหยียนก็ตายไปแล้ว จินเปียวทำไมไม่ยกเลิกการส่งอัตโนมัติล่ะ? ในสถานการณ์ที่เฉินเหยียนตายโดยแล้วไม่มีหลักฐาน วีดีโอนี้มีแต่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับตัวเอง”

“เอ่อิ่ม... อาจจะเป็นเพราะจินเปียวรีบมัวแต่หนีเลย ไม่ทันได้คิด?” อาฉีคาดเดาไว้

“อาฉี เปิดวีดีโอขึ้นอีกครั้ง” โหลเยวี่ยโหลวเยวี่ยที่อยู่ข้ช้างๆ เหมือนสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง จู่ๆ ก็พูดขึ้นมา “มีบางอย่างน่าสงสัย”

---------------------------------------------------------------------------------------------

devc-a3b5dd88-33025แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0026 ตอนที่ 27