แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด

แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0025 ตอนที่ 26

#26Chapter0025

ตอนที่ 25 เบาะแสที่ซ่อนอยู่

วันหยุดสุดสัปดาห์ของเมืองเซี่ยหยางคึกคักไม่น้อย บนถนนคนเดินพลุกพล่าน ฝูงชนแออัด แดดยามในตอนบ่ายสาดส่องไปที่ถนน ทำให้ทิวทัศน์รอบๆ เหมือนถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีเหลืองทอง

เย่อวี้อาบแสงแดดอันที่อบอุ่น สูดอากาศที่ไม่มีกลิ่นน้ำยา รู้สึกว่าร่างกายเริ่มกลับมาความมีชีวิตชีวากลับมาที่ตัวเองอีกครั้ง อาจจะเป็นเพราะตัวเองถูกขังนานเกินไป ในสายตาของเขาแม้กระทั่งวิวธรรมดาก็ทำให้เขารู้สึกดีและผ่อนคลาย แต่แน่นอนว่าวิวที่ทำให้ตาลุกวาวที่สุดก็ยังเป็นหญิงสาวคนสวยที่งดงามที่อยู่ข้างๆ ตัวนั่นเอง

เย่อวี้แอบมองเสี่ยวเหยียนที่อยู่ข้างๆ เสี่ยวเหยียนในวันหยุดไม่ได้ใส่เครื่องแบบสีดำชุดนั้น แต่เปลี่ยนเป็นชุดเดรสผ้าชีฟองสีฟ้า ชายกระโปรงบางๆ พริ้วไสวหวายไปกับสายลมอ่อนๆ เรียวสองขาที่ขาวสวยใต้นผ้าบางๆ เห็นได้ไม่ชัด แม้จะแค่แต่งหน้าอ่อนๆ แต่เครื่องหน้างดงามที่เป็นระเบียบและท่าทางที่สง่างามของเธอก็ขาเพียงพอที่จะทำให้ต้องหันหลังมองแล้วมองอีก เย่อวี้ถึงขั้นรู้สึกได้ถึงสายตาที่อิจฉาของคนอื่นบนถนน

นี่...ถือเป็นการออกเดทใช่ไหม? เย่อวี้เริ่มคิดไปไกล

“ไปเดินเล่นตรงนู้นเป็นยังไง?” เสี่ยวเหยียนชี้ไปที่ห้างขนาดใหญ่ รอยยิ้มอย่างน่ารักไร้เดียงสา

“อ่ะ... ได้สิ ตามใจคุณเลย” เย่อวี้หายจากอาการเหม่อลอย มองไปทางที่เสี่ยวเหยียนชี้อยู่

ห้างเหรอ? นึกว่าแล้วว่าต้องเป็นที่ที่ผู้หญิงชอบเดิน เย่อวี้แอบบ่นในใจนิดๆ แต่ก็ก็ได้เดินตามเสี่ยวเหยียนเข้าไป

เพิ่งเข้าประตูไป กลิ่นน้ำหอมที่ผสมปนเปมาจากทุกทิศก็ลอยเข้าจมูกเย่อวี้ ทำให้เขารู้สึกปวดหัวนิดๆ จนขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว

“คุณเป็นอะไรเหรอ?” เสี่ยวเหยียนสังเกตเห็นสีหน้าของเย่อวี้ ถามขึ้นเบาๆ

“ไม่เป็นไร แต่แค่กลิ่นน้ำหอมนี้... ไม่ค่อยชินเท่าไหร่” เย่อวี้เอามือปิดจมูก รู้สึกประหม่านิดๆ

“ฮ่าๆ เหมือนว่าคุณจะไม่ค่อยมาที่แบบนี้สินะ ห้างทั่วๆ ไปชั้นหนึ่งมักจะเป็นเคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์ประเภทที่เกี่ยวกับน้ำหอมน่ะ กลิ่นมันก็เลยค่อนข้างฉุนซับซ้อน” เสี่ยวเหยียนยิ้มพูดยิ้มๆขึ้นมา

อย่างนี้นี่เอง... จริงสิอ่อ พูดถึงกลิ่นน้ำหอมแล้ว...

เย่อวี้นึกถึงตอนนั้นที่ต่อสู้กับชายชุดกันลมในบ้านตะวันตกได้ทันที ตอนนั้นเขาได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่เหมือนจะคุ้นๆเคย นี่อาจจะเป็นเบาะแสอย่างหนึ่งก็ได้มั้ง?

นึกถึงตรงนี้ ในใจเย่อวี้ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา ถามขึ้นมาว่า “เสี่ยวเหยียน คุณคุ้นเคยกับรู้จักน้ำหอมของผู้ชายไหม?”

“ก็พอได้อยู่นะ ทำไมเหรออ่ะ? คุณคิดจะซื้อน้ำหอมเหรอ?” เสี่ยวเหยียนตาเปล่งประกาย มองไปที่เย่อวี้

“ไม่ใช่ ไม่ใช่” เย่อวี้อธิบายว่า “แต่ผมนึกถึงเบาะแสหนึ่งที่อาจจะตกหล่นไปถูกลืมก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ ไม่แน่ว่ามันอาจสามารถช่วยพวกเราหานักฆ่าชุดกันลมคนนั้นได้”

“จริงเหรอ?” เสี่ยวเหยียนพูดด้วยความตะลึง

เย่อวี้พยักหน้า “แต่ว่า... ผมต้องการความช่วยเหลือจากคุณ”

--------------------

“ลองอันนี้ดู” เสี่ยวเหยียนถือขวดน้ำหอมขึ้นมาขวดหนึ่ง ฉีดไปที่กระดาษทดสอบเบาๆ จากนั้นก็สะบัดกระดาษทดสอบแล้วส่งให้เย่อวี้

“อืม... ไม่ใช่” เย่อวี้วางกระดาษทดสอบลง ส่ายหน้าตอบ

“งั้นอันนี้ล่ะ?” เสี่ยวเหยียนส่งมาอีกแผ่น

เย่อวี้เอากระดาษทดสอบเข้าใกล้จมูก ตั้งใจแยกแยะกลิ่น บนใบหน้าแสดงสีหน้าที่บอกว่าไม่ใช่

“อันนี้ก็ไม่ใช่” เย่อวี้ถอนหายใจ

จากประสบการณ์ที่เย่อวี้ได้เจอกับคนร้ายถึงสองครั้ง ชายชุดกันลมคนนี้เหมือนจะใช้น้ำหอมชนิดเดียวเป็นประจำ และก่อนหน้านี้เย่อวี้ก็เคยเจอน้ำหอมกลิ่นนี้ก่อนหน้านี้เย่อวี้ก็เคยเจอมาก่อน เขาถึงรู้สึกคุ้นเคยขนาดนี้ เย่อวี้พบสังเกตว่าเบาะแสข้อนี้ไม่แน่อาจจะเป็นกุญแจไปสู่้ตัวตนที่แท้จริงของชายชุดกันลมก็ได้ จึงก็เลยวานให้เสี่ยวเหยียนช่วยตัวเองทดสอบแต่ละเคาน์เตอร์น้ำหอมผู้ชายที่อยู่ในห้าง หวังว่าจะจะได้หาน้ำหอมที่คนร้ายใช้ประจำเจอ

แต่ว่า ทั้งสองคนเดินไปทั่วทั้งห้าง ทดสอบน้ำหอมผู้ชายไปหลายทุกชนิด แต่ดูเหมือนจะว่าหากลิ่นที่อยู่ในความทรงจำของเย่อวี้ไม่เจอ

“เย่อวี้ พวกเราทดสอบน้ำหอมผู้ชายแทบทุกรุ่นที่มีอยู่ในตลาดแล้วนะ คุณหาที่อันที่คนร้ายใช้ไม่เจอจริงๆ เหรอ?” เสี่ยวเหยียนนั่งพักบนเก้าอี้ในห้าง สีหน้าเหน็ดเหนื่อย

“ไม่มีจริงๆ ” เย่อวี้ส่ายหน้า สีหน้าแสดงความผิดหวัง

“เป็นไปได้ไหมว่าที่… คุณจำผิดไปแล้ว?”

“เป็นไปไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมชนิดนั้นพิเศษมาก ถ้าผมได้กลิ่นนั้นจะต้องแยกออกอย่างแน่นอน” เย่อวี้พูดอย่างมั่นใจ

“ถ้าหากไม่ใช่พวกของในในตลาดไม่มีล่ะก็ ที่เหลือก็น่าจะเป็นน้ำหอมจากต่างประเทศที่ยังไม่ได้ถูกนำเข้าตลาดในประเทศ” เสี่ยวเหยียนวิเคราะห์ขึ้นมา

ก็ใช่ มีแค่ทางนี้ที่เป็นไปได้ เย่อวี้คิดอยู่

แต่ว่าถ้าหากน้ำหอมนี่้ไม่ใช่ของถูกๆ ที่จะเจอได้ทุกที่ งั้นพูดในเชิงสถิติแล้ว การจะเจอคนสองคนที่ใช้น้ำหอมผู้ชายที่หายากแบบนี้เหมือนกันก็มีโอกาสน้อยมาก ในเมื่อตัวเองเคยได้กลิ่นนี้มาก่อน หรือว่า… ชายชุดกันลมจะเป็นคนที่ตัวเองรู้จักหรือเคยเจอกันมาก่อน?

จะว่าไปแล้ว ก่อนหน้านี้ที่ตัวเองตอนที่เป็นนักข่าวก็ เคยเจอคนเยอะมาก ในจำนวนนั้นคนที่ใช้น้ำหอมผู้ชายก็มีไม่น้อย จึงดังนั้นไม่สามารถมั่นใจได้ว่าเป็นคนไหน

หลังจากคิดอยู่นาน เย่อวี้ก็ยังไม่ได้คำตอบ ก็เลยเลิกคิดต่อไป ยังไงก็บอกข้อสรุปที่ได้ในตอนนี้ให้กับโหลวเยวี่ยรู้ก่อนดีกว่า อย่างน้อยๆ ก็อาจจะช่วยในการหาคนร้ายได้

“จากเบาะแสที่มีอยู่ในตอนนี้ ชายชุดกันลมน่าจะใช้น้ำหอมผู้ชขายที่ไม่ได้มีขายอยู่ในตลาดภายในประเทศเป็นประจำ ถ้าวิเคราะห์จากจุดนี้ คนคนนี้น่าจะให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอก และมีฐานะทางการเงินที่ดี ในสังคมน่าจะเป็นคนระดับสูงปกขาวขึ้นไป ในสังคมนอกจากนั้น เขาอาจจะเป็นคนที่ผมเคยเจอในชีวิตประจำวันหรือตอนการทำงานมาก่อน สามารถเริ่มตรวจสอบจากคนที่เกี่ยวข้องกับผมได้” เย่อวี้วิเคราะห์ให้ฟัง “เสี่ยวเหยียน ผมรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นเบาะแสที่มีค่าอยู่ วานขอให้คุณช่วยติดต่อกับหัวหน้าให้เร็วที่สุดที”

เสี่ยวเหยียนพยักหน้าอย่างจริงจัง จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา รายงานบอกการวิเคราะห์ของเย่อวี้ให้กับโหลวเยวี่ยฟัง

“หัวหน้าบอกว่าเขารับทราบแล้ว” เสี่ยวเหยียนวางสายลง มองไปที่เย่อวี้อย่างดีใจ “เขาเชื่อว่าเบาะแสนี้มีประโยชน์มาก”

“มันดีจังมากเลย” เย่อวี้ยิ้มอย่างยินดี แต่เหมือนจะนึกอะไรได้ทีหลังได้ ถามอย่างกังวลว่า “ว่าแต่แล้ว ท่านหัวหน้าเขาไม่ได้โทษพวกเราที่ออกมาเองโดยพลการใช่ไหม?”

“ก็บอกแล้วว่ามีฉันอยู่ไง” เสี่ยวเหยียนกระพริลิบตา “เขาแค่บอกว่าให้พวกเราระวังตัว รีบไปรีบกลับ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

“งั้นก็ดีแล้ว” เย่อวี้ถอนหายใจ สายตามองไปที่ส้นเท้าที่บวมแดงของเสี่ยวเหยียนโดยบังเอิญ

“เท้าของคุณ…”

“อ๊่ะ ไม่เป็นไรๆ ไม่ได้เดินเล่นมานาน รองเท้ามันก็เลยกัดเท้านิดหน่อย” เสี่ยวเหยียนยิ้มพลางนวดส้นเท้าไปด้วยนิดหน่อย

เย่อวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดกับเสี่ยวเหยียนว่า “คุณรอผมอยู่นี่สักครู่หนึ่งนะ” จากนั้นก็รีบวิ่งออกไป

เสี่ยวเหยียนมองตามเงาเย่อวี้ ทำหน้าสงสัย

ผ่านไปไม่นานเย่อวี้ก็กลับมา ในมือถือพลาสเตอร์มากล่องหนึ่ง

“มา ถอดรองเท้าก่อน” เย่อวี้ียยู่นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเสี่ยวเหยียน เหมือนคิดจะช่วยเธอขาทำแผล

“อ๊่ะ ฉันทำเองก็ได้แล้ว ไม่ต้องรบกวนคุณหรอก” เสี่ยวเหยียนหน้าแดง รีบโบกมือปฏิฏิเสธ

“ไม่เป็นไร คุณนั่งเถอะ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ั้นเอง” พูดไปเย่อวี้ก็หยิบพลาสเตอร์สองแผ่นออกมาจากถุง ฉีกห่อออกอย่างชำนาญ ยกข้อเท้าของเสี่ยวเหยียนขึ้นเบาๆ แล้วแปะพลาสเตอร์ตรงส้นเท้าที่บวมแดง

“ขอบคุณคุณจริงๆ ค่ะ” เสี่ยวเหยียนมองใบหน้าที่ตั้งใจของเย่อวี้ด้วยสายบตาซาบซึ้ง

“ควรจะเป็นผมที่ต้องขอบคุณคุณถึงจะถูก วันนี้รบกวนคุณมากเลยจริงๆ ” หลังทำแผลที่ส้นเท้าทั้งสองข้างเสร็จ เย่อวี้ก็ลุกขึ้นยิ้มมองไปที่เสี่ยวเหยียนยิ้มๆ “จริงๆ แล้วเมื่อก่อนในกระเป๋าของผมจะมีพลาสเตอร์อยู่บ้างเผื่อฉุกเฉิน เป็นนักข่าวนี่ เวลาที่ต้องแย่งทำข่าวก็จะมีกระแทกกันบ้าง บางทีซวยเจอคนไม่มีเหตุผลยังโดนตีอีกต่างหาก”

“โหอ่า มันไม่ง่ายเลยจริงๆ ” แววตาของเสี่ยวเหยียนเหมือนแฝงไปด้วยความเห็นใจมสงสาร

“ก็พอไหวด้อยู่ แต่ชินแล้วแหละ ยังไงก็เป็นงานที่ตัวเองรัก เหนื่อยแค่ไหนมันก็คุ้ม” เย่อวี้ส่ายหัว ทำหน้าแบบไม่ใส่ใจ

“คุณ... ชอบที่จะเป็นนักข่าวเหรอ?”

“ใช่แล้ว มันเป็นความฝันของผมมาตลอดเลย ตอนแรกที่ได้เข้ามาเป็นนักข่าวมืออาชีพของกลุ่มบริษัท H ทำเอาผมดีใจอยู่นานโขเลย ตอนนั้นทำอะไรก็ไฟแรงไปหมด” สายตาของเย่อวี้มองไกลออกไป แววตาเปล่งประกายเล็กน้อย เหมือนได้กลับไปอยู่ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ที่ต้องวิ่งวุ่นทำข่าวก่อนหน้านี้

“แต่เสียดายที่ ตอนหลังเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น... นี่คงเป็นโชคชะตาสิีนะ ฮ่าๆ ” แววตาของเย่อวี้หมองลง หัวเราะอย่างขมขื่น ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ปิดสีหน้าที่เศร้าหมองไม่มิด

เสี่ยวเหยียนเห็นมองสีหน้าของเย่อวี้เปลี่ยนไปก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี ทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ

“แต่ว่า ผมคิดตกแล้วล่ะก็คิดได้แล้ว” สุดท้ายยังคงเป็นเย่อวี้ที่ทำลายความเงียบนี้ “ไหนๆ มันมาแล้วก็อย่ากังวลเกินไปก็มาแล้วก็ทำให้ดีที่สุดดีกว่า ยังไงในเมื่อตอนนี้ฐานะของผมก็คือเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในหน่วยตรวจสอบพิเศษ งั้นก็ต้องทำงานของตัวเองให้ดี ส่วนหลังจากนี้... ก็เอาไว้หลังจากนี้ค่อยว่ากันอีกทีหลังแล้วกัน”

“งั้น... ถ้าเรื่องนี้จัดการเรียบร้อยแล้ว คนร้ายก็จับได้แล้ว คุณมีแผนจะทำอะไรต่อ?” เสี่ยวเหยียนมองที่เย่อวี้ ถามอย่างระมัดระวัง

“ถ้าจับคนร้ายได้และผมก็ปลอดภัยแล้วล่ะก็ น่าจะกลับไปเป็นนักข่าวมั้ง?” เย่อวี้คิดๆ อยู่แล้วก็พูดออกมา “ก่อนที่จะเข้าทำงานมาที่นี่ หัวหน้าเคยก็รับปากว่าจะปล่อยผมไป”

“ว่าแล้วเชียว...” สีหน้าของเสี่ยวเหยียนดูเหมือนมีความผิดหวังเล็กๆ แต่ก็กลับไปเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นได้อย่างรวดเร็ว “วางใจเถอะ พวกเราจะรีบจับคนร้ายให้ได้ อย่างนี้คุณก็จะได้สามารถกลับไปทำงานที่คุณรักได้”

“อืม หวังจะเป็นอย่างนั้น” เย่อวี้ยิ้มและมองไปที่นาฬิกาข้อมือ “นี่ก็สายมากแล้ว ดูคุณเองก็เหนื่อยมาแล้วด้วย พักสักครู่แล้วหน่งพวกเราค่อยกลับไปกันไหม?”

“ไม่เป็นไร ฉันพักมาพอสมควรแล้ว” เสี่ยวเหยียนลุกขึ้นลองเดินสักสองก้าว ปรากพบฏว่าที่ส้นเท้าพอที่ทำแผลแล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะ “พวกเรากลับไปกันเถอะ”

ร่างของเย่อวี้และเสี่ยวเหยียนค่อยๆ หายไปในฝูงชน ทว่าในและในที่มุมลับตาคนมุมหนึ่ง แววตาที่เย็นชากำลังจ้องมองคนทั้งสองคน หัวเราะเบาๆ อย่างเยือกเย็น จากนั้นก็ค่อยๆ หายเข้าไปในความมืด

--------------------

“สงสัยจะเป็นข่าวดีสินะเลยนะ” พี่มู่มองสีหน้าของโหลวเยวี่ย หัวเราะอย่างมีเลศนัย

“นับถือว่าใช่เป็น” โหลวเยวี่ยวางสายลงแล้ว หันหลังกลับมา “เสี่ยวเหยียนกับเย่อวี้เจอเบาะแสบางอย่าง เหมือนจะสามารถพิสูจน์การคาดการณ์วิเคราะห์ของคุณได้”

พูดไปโหลวเยวี่ยก็หันสายตากลับไปที่หน้าจอโปรเจคเตอร์ บนจอฉายรูปถ่ายสองรูปใบอยู่ หนึ่งในนั้นคือหลี่ลี่ ชู้รักของเฉินเหยียนที่ตายไปในเหตุการณ์คอนโดถูกระเบิดก่อนหน้านี้ และอีกคนหนึ่งคือ ชายวัยกลางคนสวมแว่นกรอบสีทอง ที่ดูอ่อนโยนและภูมิฐานสง่างาม ใส่แว่นกรอบสีทอง

“อู๋เสวียปิง เพศชาย อายุ 43 ปี เลขานุการของประธานกลุ่มบริษัท H หายตัวไปตั้งแต่เมษายนปีนี้จนถึงปัจจุบันวันนี้” พี่มู่อธิบายข้อมูลของชายวัยกลางคนคนดังกล่าวนี้ “ตรงกับเอกสารที่ฉันส่งให้คุณก่อนหน้านี้ พวกเราตรวจสอบเจอว่าหลี่ลี่มีชู้รักอย่างลับๆ จริงๆ แต่พวกเขาปกปิดได้แนบเนียนมาก พวกเราไม่สามารถระบุตัวตนของชู้รักคนนี้ได้เลย จนกระทั่ง... พวกเราเจอสิ่งของบางอย่าง”

---------------------------------------------------------------------------------------------

devc-a3b5dd88-33025แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0025 ตอนที่ 26