แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด

แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0027 ตอนที่ 28

#28Chapter0027

ตอนที่ 27 รูรั่ว

วีดีโอได้ถูกฉายซ้ำอีกรอบครั้ง ชายหัวล้านในวีดีโอเริ่มเล่าอีกครั้ง

“หยุด กลับไปที่ 9 นาที 20 วินาที เปิดฉายใหม่” โหลวเยวี่ยจ้องมองภาพบนวีดีโอ ในดวงตาปรากฎประกายแสงขึ้นแวบหนึ่งแววตาแสดงความละเอียด

อาฉีเปิดวีดีโอย้อนกลับไป ได้ยิน จินเปียวกำลังเล่าเรื่องที่ตัวเองโยนศพทิ้ง

“กลางดึกวันที่ 26 เมษายนกลางดึก ผมขับรถของผมไปทิ้งศพ ยังดีที่ตอนนั้นไม่ค่อยมีคน ไม่ถูกพบเจอ พอทิ้งศพเสร็จผมก็กลับไปเลย”

“ตรงนี้มีปัญหาอะไรเหรอ?” พี่มู่สังเกตสีหน้าของโหลวเยวี่ย ถามอย่างตั้งใจ

“ระหว่างตอน 9 นาที 23 วินาทีถึง 9 นาที 24 วินาที คุณไม่เห็นจุดที่แปลกๆ เหรอ?” โหลวเยวี่ยหันหน้ามามองที่พี่มู่

“จุดที่แปลกๆ ?” พี่มู่ขมวดคิ้ว พยักหน้าให้อาฉีเปิดวีดีโดอที่ช่วงจุดเวลานั้น แล้ว สังเกตภาพในวีดีโออย่างละเอียด

สีหน้าของจินเปียวในวีดีโอก็เหมือนปกติ ไม่ได้มีอะไรแปลก

“หยุดก่อน!” จู่ๆ เหมือนพี่มู่จะเจออะไรบางอย่าง รีบสั่งอาฉีว่า “ขยายฉากหลังตรงขวาบนของจินเปียว เริ่มเปิดฉายใหม่ตั้งแต่ช่วง 9 นาที 23 วินาที”

อาฉีทำตามคำสั่ง ขยายมุมขวาบนให้เต็มจอ พร้อมปรับความคมชัดและทำให้สว่างขึ้น จากเดิมที่ฉากหลังที่มืดมัวก็กลายเป็นชัดขึ้นมาทันที หลังจากทำเสร็จ อาฉีก็เปิดใหม่อีกครั้ง

วีดีโอถูกฉายเปิดอีกรอบครั้ง และครั้งนี้ แม้กระทั่งอาฉีก็สังเกตเห็นถึงปัญหา

“จุดดำที่อยู่บนกำแพงในฉากหลัง... เหมือนจะกระโดดไปนิดหนึ่ง?” ขณะพูดไป อาฉีก็ปรับภาพอีกครั้งโดยไม่หยุดพัก ขยายจุดดำที่อยู่บนกำแพงให้ใหญ่ขึ้นขึ้นมา “มันคือ... หอยทาก?”

จุดดำที่อยู่บนกำแพงคือเป็นหอยทากที่เคลื่อนที่อย่างช้าๆ แต่ที่น่าแปลกคือ ตอน 9 นาที 23 วินาที หอยทากที่ยังคลานอยู่ด้านล่าง แต่เวลาเพียง 1 วินาทีหลังจากนั้น กลับกระโดดขึ้นไปไกลระยะหนึ่งเหมือนเคลื่อนที่แบบราวกับเทเลพอร์ตได้ก้าวกระโดดขึ้นไประยะหนึ่ง

“มันเป็น... ร่องรอยการที่ตัดต่อวีดีโอถูกตัดต่อ!” อาฉีพูดอย่างลืมตัว “วีดีโอนี้มีอยู่ช่วงหนึ่งถูกตัดออก มันก็เลยมีอาการ `เคลื่อนที่ก้าวกระโดด` แบบนี้!”

โหลวเยวี่ยพยักหน้าเบาๆ “วีดีโอนี้ไม่สมบูรณ์ สงสัยมีคนจงใจตัดข้อมูลสำคัญออกบางส่วน”

“เป็นไปได้ไหมที่จินเปียวจะตัดต่อเอง? หลังจากเขาถ่ายวีดีโอเสร็จอาจจะตัดส่วนไม่จำเป็นออก” อาฉีตั้งข้อสันนิษฐาน

“ถ้าหากจะตัดส่วนไม่จำเป็นออกจริงๆ ล่ะก็ ควรจะตัดช่วงเปิดวีดีโอมาภาพที่มันส่ายไปมาควรจะตัดช่วงเปิดวีดีโอออกยิ่งกว่า” พี่มู่พูดต่อ “และฝีมือการตัดต่อในตอนกลางของวีดีโอทำได้เหนือชั้นมากเป็นคนที่มีฝีมือ แทบจะดูไม่ออกร่องรอยการตัดต่อไม่ออกเลย น่าจะเป็นคนชำนาญผู้เชี่ยวชาญที่ทำ ถ้าหากไม่ใช่หอยทากบนฉากหลังเผยให้เห็นข้อบกพร่อง สงสัยพวกเราก็คงถูกหลอกเช่นกัน ฝีมือการตัดต่อแบบนี้ไม่มีทางที่จินเปียวจะทำได้”

“ถ้าอย่างนั้น คนที่ตัดต่อวีดีโอน่าจะเป็นคนอื่น... แล้วคนคนนี้เป็นใคร แล้วทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย?” อาฉีเอามือเท้าคาง พูดกับตัวเอง

“สำหรับวีดีโอสารภาพความผิดแบบนี้ จินเปียวไม่มีเหตุผลจงใจต้องหาคนมาตัดต่อ และเขาก็ไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่เขาช่วยฆ่าคนทิ้งศพ ดังนั้นวีดีโอนี้น่าจะถูกคนอื่นตัดต่อโดยที่จินเปียวไม่รู้ ถ้าคิดตามนี้แล้ว งั้นคนที่ส่งวีดีโอซึ่งที่ถูกตัดต่อแล้วให้ทางตำรวจ ต้องไม่ใช่จินเปียวเองแน่ๆ ” พี่มู่วิเคราะห์ขึ้น

“ไม่ใช่ตัวเขาเอง!?” อาฉีประหลาดใจ “งั้นใครเป็นคนทำ?”

“เฮอะเหอๆ คนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างมี เฉินเหยียน จินเปียว หลี่ลี่ และอู๋เสวียปิง ต่างก็ตายไปไม่เหลือหลักฐาน มันเหมือนถูกวางแผนเอาไว้แล้วอย่างไรอย่างนั้น ตัดเบาะแสที่เราได้อย่างถูกเวลาทุกครั้ง ตอนที่พวกเราจะได้เบาะแสก็ไปต่อไม่ได้ คุณว่าคนที่ทำแบบนี้ได้ ยังจะมีใครอีกล่ะ?” พี่มู่หัวเราะเย้ยตัวเอง

“พวกเป็น `ซื่อ`” โหลวเยวี่ยตอบออกมา มุมปากเผยรอยยิ้มที่เย็นชาจางๆ “แต่ว่า ความฉลาดกลับทำร้ายตัวเอง ครั้งนี้พวกเขามันเดินหมากพลาดผิดแล้ว”

“คุณจะบอกว่า พวกเรายังมีเบาะแสให้สืบต่อ?” อาฉีถามขึ้น

“ใช่แล้ว เบาะแสก็คือวีดีโอที่จงใจถูกตัดออก” โหลวเยวี่ยหันหลับมา มองสองคนที่อยู่ข้างหลัง “พวกคุณสังเกตเห็นหรือยัง ในวีดีโอสารภาพความผิดของจินเปียวมีข้อมูลที่สำคัญเรื่องหนึ่งหายไป”

“นี่เป็นการสารภาพความผิด ก็ต้องบอกเวลาก่อเหตุ สาเหตุการฆ่าและวิธีการฆ่า... ใช่แล้ว ยังมีสถานที่ก่อเหตุ!” อาฉีนึกขึ้นาได้ทันที “ในวีดีโอของจินเปียวบอกแค่โยนศพลงทะเล แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดถึงสถานที่ ข้อมูลสำคัญแบบนี้ไม่มีเหตุผลที่เขาจะไม่พูดออกมา!”

โหลวเยวี่ยพยักหน้าชื่นชม “และดูจากวีดีโอหลังตัดต่อ ช่วงที่ถูกตัดออกไปน่าจะเป็นช่วงที่เล่าสถานที่ทิ้งศพ”

“งั้น `ซื่อ` ทำไม `ซื่อ` ต้องจงใจตัดช่วงสถานที่ทิ้งศพออกล่ะ?”

“สงสัยช่วงนั้นจะมีปัญหา กลัวพวกเราจะรู้” พี่มู่สบตากับโหลวเวยี่วี่ยยสบตากัน หัวเราะยิ้มอย่างเข้าใจกัน “ความคืบหน้าของคดีในครั้งนี้ น่าจะขึ้นอยู่กับเป็นวีดีโอช่วงที่ถูกตัดออกนี่แหละ”

--------------------

เย่อวี้เปิดประตูหอพักออกมา โยนของไปข้างหนึ่งแล้วก็ล้มตัวนอนลงบนเตียง คนทั้งคนนอนกางแขนกางขาออก

ได้ออกจากโรงพยาบาลสักที!

เย่อวี้ที่ `ได้รับอิสรภาพ` อารมณ์ดีไม่น้อย แน่นอนว่าที่ทำให้เขาอารมณ์ดีกว่านั้นคือ เรื่องที่เขาตัวเองไม่ต้องกังวลว่าจะตกอยู่ในกับดัก `โลกเสมือนจริง` อีก

ก่อนออกจากโรงพยาบาล โหลวเยวี่ยให้เขาเข้ารับได้จัดการทดสอบชุดหนึ่งสำหรับเขา สิ่งที่เกิดขึ้นได้พิสูจน์การวิเคราะห์ของเขาก่อนหน้านี้ ตอนนี้เย่อวี้มีคุณสมบัติภูมิคุ้มกัน `โลกเสมือนจริง` แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ร่างกายของเขาก็สามารถขับไล่การรบกวนนี้ออกได้

ขอบคุณพ่อแม่! ขอบคุณบรรพบุรุษ!

เย่อวี้แอบดีใจกับคุณสมบัติทางกายของตัวเอง แต่แล้วก็มีความรู้สึกเศร้าโผล่ขึ้นมา

เขาคิดถึงบ้าน

ตั้งแต่ที่ตัวเองพัวพันกับเรื่องนี้ เย่อวี้ก็ไม่กล้ากลับบ้านแม้แต่ครั้งเดียว ปกติก็ได้แต่โทรศัพท์คุยกับพ่อแม่ กลับเป็นพ่อแม่ที่เป็นห่วงตัวเอง มาที่หอพักอยู่หลายครั้ง เอาของใช้มาให้เขา

ครั้งนี้ที่ตัวเองเขาถูกลอบทำร้าย เพื่อไม่ให้พ่อแม่เป็นห่วง เย่อวี้จึงจงใจปกปิดเรื่องที่ตัวเองเข้าโรงพยาบาลจากกับพวกเขา บอกแค่ว่าเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด ทุกครั้งที่นึกถึงตรงนี้ เย่อวี้ก็รู้สึกเสียใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าใครๆ ก็อยากให้ตอนที่ตัวเองป่วยอยู่มีคนในครอบครัวอยู่ข้างๆ

แต่เย่อวี้ก็ทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นสีหน้าเจ็บปวดของพ่อแม่ที่เจ็บปวดหลังจากรู้ความจริง บางทีการโกหกสีขาวแบบนี้อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วก็ได้

ไม่รู้ว่าพวกเขายังสบายดีอยู่ไหม? เย่อวี้รู้สึกเป็นห่วงเล็กๆ

ถึงแม้ทุกครั้งที่ในโทรศัพท์ทุกครั้งพ่อแม่มักจะบอกว่าพวกเขาสบายดี แต่ใครจะไปรู้ล่ะ บางทีว่าพวกเขาอาจก็กลัวว่าเย่อวี้ตัวเองจะเป็นห่วงเลย มีการ `โกหกสีขาว` ก็ได้กันล่ะ?

เย่อวี้ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกกังวล เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างกระทันหัน ในใจมีความกังวลเล็กน้อย

เขาเงยหน้ามองดูเวลา ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็น

ช่วงเวลานี้ แม่น่าจะทำมื้อเย็นอยู่มั้ง? ถ้าหากกลับบ้านตอนนี้ น่าจะได้กินมื้อเย็นพร้อมกันกับพ่อแม่ เย่อวี้คิดไป

สายตาของเย่อวี้หยุดลงที่กำไลห่วงข้อมือโลหะที่อยู่บนข้อมือซ้าย นี่มันเป็นของที่โหลวเยวี่ยให้เขาก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาล ตั้งแต่ครั้งก่อนที่แล้วที่กำไลห่วงข้อมือถูกทำลายไป ทางหน่วยก็ได้อัพเกรดกำไลห่วงข้อมือใหม่ เพิ่มความสามารถของมันกับการป้องกันการถูกทำลาย ถ้าหากถูกเจอการใช้กำลังทำลายมันจะส่งสัญญาณขอความการช่วยเหลืออัตโนมัติ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นมาตรการการป้องกันที่ดีขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

มีเจ้าสิ่งนี้แล้ว ความปลอดภัยน่าจะดีขึ้นไม่น้อยมั้ง? เย่อวี้คิดไป

อีกอย่าง เขาไม่มีทางตัวเองไม่ตกอยู่ใน `โลกเสมือนจริง` อีกแล้ว แถมบ้านพ่อแม่ยังอยู่ในตัวเมืองอีก ขอแค่อย่าเดินไปในที่เปลี่ยวคนเดียว คนร้ายที่ซ่อนตัวอยู่น่าจะหาโอกาสลงมือได้ยากที่จะลงมือ

พอคิดได้แบบนี้ ความคิดที่อยากจะกลับบ้านในใจของเย่อวี้ก็เพิ่มขึ้นจนหยุดไม่ได้

ต้องบอกโหลวเยวี่ยก่อนไหม? ไม่ ร้อยละเก้าสิบเขาไม่เห็นด้วยแน่ๆ จะต้องบอกว่าเพื่อความปลอดภัยอย่าให้เราอย่าไปเลย...

เย่อวี้ลังเลอยู่นาน สุดท้ายความคิดถึงบ้านก็ชนะ เขาก็เลยคลายวางความกังวลลง หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรไปที่โทรศัพท์บ้าน บอกว่าวันนี้ตัวเองจะกลับไปกินข้าวที่บ้าน

เสียงพ่อแม่ในสายเหมือนประหลาดใจ รีบบอกให้เย่อวี้กลับมาเร็วๆ บอกว่าจะทำอาหารที่เขาชอบกินที่สุดให้เขา เย่อวี้ถือโทรศัพท์ไว้ ในใจเต็มไปด้วยความอบอุ่น

โทรศัพท์เสร็จ เย่อวี้ก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำให้ตัวเองดูสะอาดสะอ้าน หลังจัดการทุกอย่างเสร็จ เย่อวี้ส่องกระจกดูตัวเองอยู่นาน ผู้ชายในกระจกแม้จะผอมไปเล็กน้อย แต่ดูมีชีวิตชีวา ไม่อิดโรยเหมือนกับคนที่เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล เขาถึงวางใจลงบ้าง หลังพอเตรียมตัวเสร็จ เย่อวี้ก็คว้ากระเป๋าขึ้นมาแล้ว รีบออกจากหอพักทันที

--------------------

“สามารถระบุยืนยันได้ไหม?” พี่มู่มองที่หน้าจอ ถามกับอาแซิว

อาแซวอาซิวพยักหน้าเงียบๆ นิ้วทั้งสิบนิ้วเริงระบำต้นอยู่บนคีย์บอร์ด ผ่านไปไม่นาน ในหน้าจอก็ปรากฏหน้าต่างที่คล้ายหน้าจอกล่องอีเมล ทั้งหน้าจออีเมลมีแค่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ฉบับเดียวอยู่ในหัวข้อ หมวด `ถูกส่งแล้ว` หัวข้อของจดหมายเขียนว่า `วีดีโอสารภาพความผิด จินเปียว`

“นี่คืออีเมลที่ส่งจดหมายไร้นิรนามฉบับนั้น ตอนที่ผมตรวจสอบอีเมลนี้ ที่อยู่ IP ที่อยู่ตรงกับ IP ที่จินเปียวพักใช้อยู่ และรหัสของอีเมลนี้ก็เป็นรหัสเดียวกับรหัสบัญชีธุรกรรมออนไลน์อื่นๆ ด้วย ดังนั้นน่าจะยืนยันระบุได้ว่าอีเมลนี้เป็นจินเปียวสมัครด้วยตัวเอง” อาแซวอาซิวอธิบายให้พี่มู่ฟัง

“ถ้าหากตอนนั้นจินเปียวจงใจสมัครอีเมลนี้ไว้ตอนนั้นจินเปียวใช้เพื่อใช้ขู่เฉินเหยียนแล้วจงใจสมัครไว้ งั้นพูดโดยเชิงเหตุผลแล้ว ในนี้น่าจะมีจดหมายวีดีโอสารภาพความผิดฉบับเดิมที่เป็นของวีดีโอสารภาพความผิดตัวจริงที่เขาเป็นคนตั้งเองอยู่ ไม่ใช่วีดีโอที่ถูกตัดต่อแล้วส่งไปในตอนหลัง” พี่มู่กอดอก วิเคราะห์อย่างใจเย็น “จากการวิเคราะห์ของฉัน ตอนแรกจินเปียวตอนแรกตั้งเวลาส่งอีเมลไว้ แต่หลังจากเฉินเหยียนตายได้ก็ทำการลบออก และตอนหลัง `ซื่อ` ได้ใช้อีเมลนี้ส่งจดหมายฉบับต่อมาหลัง”

“ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ จดหมายฉบับเดิมนั้นน่าจะถูกลบออกไปแล้ว”

“กู้กลับคืนมาได้ไหม?”

“ถ้าหากมีฉบับนั้นจริงๆ ล่ะก็ ผมมั่นใจว่าสามารถหาเจอได้ รอสักครู่หนึ่งแล้วกัน”

อาแซวอาซิวพูดไป ได้รีบพลางทำการเจาะระบบอย่างรวดเร็ว อารมณ์เกียจคร้านที่มักแสดงปรากฏบนบนใบหน้าหายไปหมดไม่เหมือนความเกียจคร้านแบบปกติ กลับแต่เป็นสีหน้าที่จริงจังที่หาดูได้ยากแทน

“หาเจอแล้ว ว่าแล้วมีหนึ่งฉบับหนึ่งจริงๆ ด้วย” น้ำเสียงของอาแซวอาซิวมีความฟังดูดีใจ ขณะเดียวกันก็เปิดเรียกเอกสารฉบับหนึ่งจากบนจอ แสดงให้พี่มู่ดู

หัวข้อที่จดหมายอีเมลฉบับเดิมที่ถูกลบออกไป เหมือนกับชื่อเหมือนกับของอีเมลจดหมายอีกฉบับหนึ่งคือ `วีดีโอสารภาพความผิด จินเปียว`

---------------------------------------------------------------------------------------------

devc-a3b5dd88-33025แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0027 ตอนที่ 28