แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0036 ตอนที่ 37
ตอนที่ 36 เหยื่อล่อ
“คุณมั่นใจว่าอู๋เสวียียปิืงจะโผล่มาเหรอ?” น้ำเสียงของโหลวเยวี่ยแฝงด้วยความสงสัย
“ไม่มั่นใจ แต่ก็คุ้มที่จะลอง” หลานสวี่จ้องมองกล้องวงจรปิดของห้องพิจารณาคดี สีหน้าเรียบเฉย “พวก `ซื่อ` ทำงานมักจะทำงานแบบถอนรากถอนโคน และหวังหมิงอาจจะเคยเจอกับอู๋เสวียปิงโดยตรง สำหรับพวกเขาแล้วถือเป็นความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ ไม่น่าจะปล่อยทิ้งไว้ไม่สนใจ”
“จริงๆ แล้วผมไม่เห็นด้วยที่คุณใช้หวังหมิงเป็นเหยื่อล่อ” โหลวเยวี่ยมองชายผอมดำที่ท่าทางเคร่งเครียดในกล้องวงจรปิด ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ยังไงพวกเราก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำเรื่องอะไรออกมา มันเสี่ยงมากเกินไป”
“แต่นี่มันก็เป็นวิธีที่ล่อพวกมันเขาที่ตรงและเห็นนผลที่สุดแล้ว” หลานสวี่พูดต่อ “แต่ว่าคุณวางใจได้ ผมจะปกป้องหวังหมิงอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง ต่อให้อู๋เสวียปิงโผล่มาก็ไม่สามารถทำอันตรายอะไรกับเขาได้ ว่าแต่ล้ว ทางฝั่งคุณเตรียมตัวเป็นยังไงบ้าง?”
“คนของพวกเราได้ควบคุมทั้งภายในและภายนอกศาลแล้ว และยังจำรูปร่างหน้าตาของอู๋เสวียปิงได้ ขอแค่เขาโผล่มาต่อให้มีปีกก็หนีไม่พ้น”
“งั้นก็ดี” หลานสวี่พยักหน้า “นอกจากนั้นยังต้องเฝ้าระวัง `หวังหมิงสอง` ด้วย ยังไม่อาจตัดความเป็นไปได้เรื่องที่อู๋เสวียปิงจะใช้การควบคุมความทรงจำของผู้เคราะห์ร้ายรายใหม่ให้ในทำการลอบสังหารจู่โจมได้”
“ผมเข้าใจ ไม่ว่าใครบุคคลน่าสงสัยคนใดก็ตามที่พยายามเข้าใกล้หวังหมิงก็จะต้องถูกพวกเราจับกุม นอกจากนั้นการตรวจการของศาลก็เข้มงวดมาก อาวุธปืนภายนอกเป็นไปไม่ได้ที่จะถูกเอาอาวุธปืนภายนอกเข้ามาได้”
พูดไปโหลววเยวี่ยก็เหลือบมองชายที่อยู่ข้างๆ “ว่าแต่คุณเถอะ จำไว้ว่าห้ามห่างจากหวังหมิงแม้แต่ก้าวเดียว ถ้าอีกฝ่ายคิดจะลงมือจริงๆ ก็คงไม่กล้าสู้กันซึ่งๆ หน้า จะต้องใช้แผนล่อเสือออกจากป่าอย่างแน่นอน”
“ฮ่าๆ นี่ยังต้องให้คุณเตือนอีกเหรอ?” หลานสวี่หัวเราะ “เรื่องตำราพิชัยยุทธผมคุ้นเคยกว่าคุณอีก คุณวางใจไปล้านดวงเถอะได้เลย” ขณะที่กำลังพูดอยู่ก็ มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรีบเดินเข้ามา หลังทำความเคารพ ก็เดินขึ้นไปพูดข้างหูโหลวเยวี่ยสองสามประโยค
“ผมทราบแล้ว ส่งคนจับตาดูเอาไว้ อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น ทุกอย่างให้ดำเนินไปตามแผน” โหลวเยวี่ยออกคำสั่งอย่างใจเย็น
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพยักหน้ารับและรีบเดินจากไป
“มีอะไร?” หลานสวี่ส่งสายตาสงสัย
“หึเหอๆ พอพูดถึงก็มาเลย” โหลวเยวี่ยหัวเราะอย่างเยือกเย็น
“เขามาแล้ว”
---------------
ที่นั่งผู้เข้าร่วมฟังการพิพากษาในศาลเต็มทุกที่นั่ง
เป็นถึงเมืองที่ติดความปลอดภัยอันดับต้นๆ อย่างเมืองเซี่ยหยาง แต่กลับเกิดเรื่องร้ายที่น่าตกใจอย่างฟันคนใจกลางตัวเมืองขึ้น มันทำให้ทุกคนต่างหวาดระแวง พูดถึงเรื่องนี้ไปต่างๆ นาๆ
ระดับความสนใจคดีในครั้งนี้ระดับความสนใจดูได้จากคนในที่นั่งผู้เข้าร่วมฟังการพิพากษา ถึงแม้จะจำกัดจำนวนคนเข้า แต่ก็ยังเยอะอยู่ บวกกับการรวมตัวจากสำนักข่าวต่างๆ ทำให้สถานการณ์นี้เทียบได้พอๆ กับงานพบปะดารา
เวลาชี้ไปที่บ่ายสองโมงตรง เสียงกริ่งในศาลดังขึ้น ผู้คนที่คุยกันอยู่เงียบลงทันที ผู้พิพากษาผู้ที่เคร่งขรึมขึ้นไปนั่งประกาศกฎระเบียบในชั้นศาลบนที่นั่งประกาศกฎระเบียบในชั้นศาล จากนั้นก็ได้ประกาศการพิพากษาอย่างเป็นทางการ สายตาของทุกคนมองไปยังที่ชายผอมดำที่นั่งอยู่ในที่นั่งจำเลย มองจนแทบจะมองทะลุชายคนนั้นไป
และในตอนนี้ กลับมีคนกลุ่มหนึ่งจ้องมองการกระทำทั้งหมดของเป้าหมายอย่างระวัง
“ด้านขวาาวข้างหลังแถวที่ห้าตำแหน่งสุดท้าย ทิศทางสี่นาฬิกาของคุณ” เสียงของพี่มู่ส่งมาจากหูฟังจิ๋ว อาฉีทำเป็นหันไปอย่างไม่ตั้งใจ ใช้หางตาเหลือบมองาตำแหน่งที่หูฟังระบุชี้มา
ที่ด้านขวาข้างหลังไม่ไกล มีเงาร่างที่ใส่เสื้อกันลมสีเข้ม สวมหมวกแก็ปและใส่แว่นดำกำลังแอบอยู่ที่มุม
“ล็อกเป้าหมายแล้ว” อาฉีตอบ “ต้องการที่จะจับกุมไหม?”
“อย่าเพิ่งทำอะไร” พี่มู่ออกคำสั่ง “จับตาดูเขาต่อไป ถ้าหากอีกฝ่ายมีท่าทางแปลกๆ ให้รีบเข้าควบคุมทันที”
“รับทราบ” อาฉีทำเป็นเล่นมือถืออย่างสบายใจ พลางใช้ภาพสะท้อนจากหน้าจอจับตาดูคนใส่ชุดกันลมที่อยู่ด้านหลังทางขวา
การไต่สวนยังคงดำเนินไปตามขั้นตอน หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ผู้พิพากษาประกาศหยุดพักยี่สิบนาที หวังหมิงได้ถูกพากลับเข้าไปชั่วคราว
ที่นั่งผู้เข้าร่วมฟังการพิพากษาเริ่มมีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง บางคนลุกไปเข้าห้องน้ำ บางคนออกไปสูบบุหรี่ ส่วนและคนใส่ชุดกันลมที่อยู่ตรงมุมก็เหมือนจะมีความเคลื่อนไหว
“ระวัง เป้าหมายออกจากที่นั่ง หมายเลข 1 ตามขึ้นไป” ในหูฟังมีคำสั่งของพี่มู่ส่งมาอีกครั้งจากหูฟัง
“รับทราบ” อาฉีตอบ ลุกขึ้นตจามออกไปอย่างเงียบๆ
คนใส่ชุดกันลมเดินเร็วมาก ไม่ทันไรเท่าไหร่ก็เดินออกจากระเบียงนอกศาล เลี้ยวขวาแล้วไปหายไปที่สุดทางระเบียง
อาฉีเห็นแล้วรีบเดินตามขึ้นไป แอบอยู่ตรงมุมคอยสังเกตการกระทำของคนใส่ชุดกันลมอยู่ไกลๆ
คนใส่ชุดกันลมหยุดเดิน มองซ้ายมองขวาสักพัก เมื่อเห็นว่ารอบๆ ไม่มีคน ก็ได้หยิบของบางอย่างจากในเสื้อออกมา เปิดห้องที่อยู่ทางขวามือแล้วแอบอยู่ข้างใน
“รายงาน เป้าหมายเข้าไปในระเบียงฝั่งตะวันออกห้องที่ห้า ต้องการให้ตามเข้าไปหรือไม่? ขอคำสั่ง” อาฉีขอคำสั่งด้วยเสียงเบา
“เดี๋ยวก่อน” ในห้องบัญชาการ พี่มู่หันไปหาผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่อยู่ข้างๆ “ตรวจดูว่าระเบียงฝั่งตะวันออกห้องที่ห้าเป็นห้องอะไร” ผลการตรวจสอบออกมาอย่างรวดเร็ว “เป็นห้องแปลงไฟครับ” เจ้าหน้าที่คนนั้นให้คำตอบอย่างรวดเร็วฉับไว
“ห้องแปลงไฟ? เชอะ หรือว่าจะตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อสร้างความวุ่นู่วาย?” พี่มู่ทำเสียงหึเบาๆ และได้ตัดสินใจออกคำสั่ง
“เริ่มจับกุมได้ หมายเลข 1 จู่โจมด้านหน้า หมายเลข 4 หมายเลข 5 ช่วยสนับสนุน ระวังความปลอดภัยของตัวเอง และพยายามอย่าให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ”
“รับทราบ” อาฉีหยิบปืนขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ค่อยๆ เดินเข้าใกล้ห้องที่ห้าอย่างเงียบๆ
และในตอนนั้นเอง ก็มีข่าวใหม่เข้ามา เหมือนระเบิดตกอยู่กลางวง ทำลายความเป็นระเบียบที่มีอยู่แต่เดิมในห้องบัญชาการหมดสิ้น
“คุณว่าอะไรนะ?” พี่มู่ขมวดคิ้วแน่น มองไปยังที่ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เพิ่งวางสายลง
“เมื่อสักครู่มีรายงานเข้ามา ที่ระเบียงฝั่งตะวันตกได้เจอคนที่น่าสงสัยว่าจะเป็นอู๋เสวียปิงอีกคน” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทวนอีกครั้ง และรีบนำภาพจากกล้องวงจรปิดฝั่งตะวันตกฉายขึ้นจอ
ที่บนจอ มีเงาร่างที่ในส่เสื้อกันลมสีเข้ม สวมหมวกแก๊ปและใส่แว่นดำ ที่เหมือนกับนกำลังเดินผ่านอย่างสบายใจ ทิศทางเหมือนจะเป็นห้องรอการไต่สวนที่หวังหมิงอยู่
“เชอะ หลอกซ้ายตีขวาเหรอ...” พี่มู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะ็ได้ออกคำสั่งโยกย้ายอีกทีมหนึ่งไปฝั่งตะวันตก จับตาดูเป้าหมายใหม่ไว้
“แจ้งเจ้าหน้าที่ห้องรอการไต่สวน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็อย่าห่างจากตัวหวังหมิง พวกเรากำลังส่งคนไปสนับสนุน” พี่มู่ออกคำสั่ง “หมายเลข 1 4 5 ดำเนินการตามแผนเดิมทำการจับกุม”
อาฉียืนอยู่หน้าประตูระเบียงฝั่งตะวันออกห้องที่ห้า ฟังความเคลื่อนไหวในห้องอย่างระวัง
ตั้งแต่ที่คนใส่ชุดกันลมเข้าห้องแปลงไฟไปก็เวลาผ่านเวลาไปพอสมควร อีกฝ่ายไม่ได้ออกมาสักที ไม่รู้ทำอะไรอยู่ข้างใน
อาฉีหันหลังพิงข้างประตู แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วแล้วหันกลับไปถีบประตูห้องแปลงไฟออก
“อย่าขยับ!” อาฉียกปืนพุ่งเข้าไปในห้อง ตะโกนเสียงดัง
ทว่าในห้องไม่มีคนอยู่เลย
“อะไรกันนะ!?” อาฉีตกใจ เห็นเพียงภายในห้องแคบๆ มีหม้อแปลงไฟตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางห้อง ข้างๆ เป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดที่วางเกะกะอยู่ สิ่งเดียวที่ไม่เห็นมีเพียงเงาของคนใส่ชุดกันลมที่แอบเข้ามาก่อนหน้านี้
ห้องนี้ไม่มีหน้าต่างอยู่เลย แล้วเขาหายไปได้ยังไง!? หรือว่าก่อนหน้านี้จะดูผิดห้อง? ในสมองของอาฉีคิดอย่างรวดเร็ว แล้วะก็ได้รีบรายงานสถานการณ์
“สถานการณ์ฉุกเฉิน! เป้าหมายไม่อยู่ในห้อง ขอให้หหมายใยเลข 4 กับ 5 แจ้งเตือนคนที่อยู่รอบๆ ด้วย!”
ขณะที่พูดอยู่ หางตาของอาฉีก็เหลือบเห็นของบางอย่างในกองที่มุมของอุปกรณ์ที่กองอย่างเกะกะตรงมุม เมื่อมองผ่านช่องว่างระหว่างอุปกรณ์ที่กองอยู่ย่างเกะกะ มีรองเท้าหนังสีดำโผล่ออกมาอยู่ข้างใต้อย่างสะดุดตา และตอนนี้รองเท้าหนังคู่นี้เหมือนกลัวถูกคนพบเห็น กำลังหดเข้าไปข้างในอย่างระวัง
อาฉียังคงรายงานต่อโดยไม่แสดงอาการ เดินออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ ถือโอกาสแถมปิดประตูไปด้วยว้อีก
ในห้องแปลงไฟกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง
หลังจากเงียบอยู่สองนาที กองอุปกรณ์ตรงมุมจู่ๆ ก็ขยับ ชายคนหนึ่งในที่ใส่ชุดกันลมยื่นหัวศีรษะออกมามองอย่างเงียบๆ หลังเช็คความปลอดภัยแล้ว ก็ได้คลานออกจากกองอุปกรณ์อย่างเงียบๆ
“เฮ้ห้อ... เกือบถูกพบเจอซะแล้ว...” ชายคนนั้นถอนหายใจ ยืนขึ้นแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือ พูดกับอีกฝั่งของสายอย่างใจหายใจคว่ำ
“ยังส่งคนมาตามสะกดรอยคุณอีก เรื่องของพวกเราไม่น่าจะ...” ในโทรศัพท์ส่งเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งส่งออกมาจากในโทรศัพท์
“ไม่น่าจะเป็นใข่มั้ง? ผมระวังมากแล้วแท้ๆ ...”
ยังไม่ทันที่ฝ่ายผู้ชายจะพูดจบ จู่ๆ ก็มีเสียง `ปัง` ดังขึ้น ประตูได้ถูกถีบเปิดออกอีกครั้ง ปากกระบอกปืนชี้อยู่ตรงหน้า ชายคนนั้นตกใจจนโยนมือถือในมือทิ้งลงที่พื้น
“อย่าๆ ๆ ! อย่าฆ่าผม!” ชายคนนั้นกุมหัวย่อตัวลงกับพื้น ร้องอย่างกับเห็นผี
อาฉีเดินขึ้นไปกระชากหมวกและแว่นดำออก เห็นเพียงใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่อู๋เสวียปิงชัดๆเลย
“คุณเป็นใคร!?” อาฉีถามอย่างแปลกใจ
“ผมเป็นใครอีแก่นั่้นได้ก็บอกคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอ!” สีหน้าของชายคนนั้นดูหวาดกลัว “ผมว่าแล้ว ผมว่าแล้วว่าอีแก่หนังเหนียวนั่้นรู้เรื่องของผมกับเยี่ยนเยี่ยน ก็เลยจ้างคุณมาฆ่าผมใช่ไหม!? เขาหล่อนจ่ายเงินเท่าไหร่? ผมให้สองเท่า อ้่อไม่ สามเท่าให้คุณเลย! ขอร้องล่ะปล่อยผมไปเถอะ!” ชายคนนั้นขอร้องไม่หยุด
และในเวลาเดียวกันที่ ด้านตะวันตกของศาล คนใส่ชุดกันลมอีกคนก็ถูกตำรวจที่ฝึกมาอย่างดีกดไว้กับพื้น
“พวกคุณเป็นใคร? จับผมทำไม!” คนใส่ชุดกันลมที่ถูกถอดหมวกและแว่นตะโกนด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าภายใต้หมวกนั้น ก็ยังไม่ใช่อู๋เสวียปิงอยู่ดี
“รายงานศูนย์บัญชาการ พวกเราจับผิดคนแล้ว!” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่อยู่ข้างคนใส่ชุดกันลมรายงานด้วยความเซ็ง อย่างหงุดหงิด และในตอนนี้ที่ห้องบัญชาการก็ได้วุ่นไปหมดแล้ว
“รายงาน! หน้าประตูศาลก็เจอคนที่แต่งตัวเหมือนชายชุดกันลมอีกคน!”
“รายงาน! บริเวณทิศเหนือก็เจอชายชุดกันลมคนหนึ่ง แต่ว่า... เหมือนจะเป็นผู้หญิง...”
ข้อมูลใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย สีหน้าของพี่มู่ยิ่งดูยิ่งแย่
“เกิดอะไรขึ้น... จงใจล้อพวกเราเล่นเหรอ?” พี่มู่กำหมัดแน่น แต่ก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีระเบียบ
“ทีมสองไปสนับสนุนทีมหนึ่ง พบเจอคนแต่งตัวประเภทนี้ให้ควบคุมตัวไว้ทั้งหมด อย่าปล่อยไปแม้แต่คนเดียว ระวังอู๋เสวียปิงฉวยโอกาสตีเนียนเข้ามา!”
“แต่ว่า... คนเยอะเกินไป คนของพวกเราคงจะไม่พอ และได้แถมยังมีนักข่าวสังเกตเห็นสถานการณ์ของพวกเราแล้ว เรื่องอาจจะยุ่งยากหน่อย...”
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่อยู่ข้างๆ แสดงสีหน้าท้อแท้ เตือนพี่มู่ด้วยเสียงเบาๆ
“นอกจากทีมคุ้มกันห้องรอการไต่สวนให้คอยเฝ้าระวังอยู่ที่เดิม แล้ว เจ้าหน้าที่ที่เหลือนอกจากนั้นให้ไปสนับสนุน อย่าให้คนน่าสงสัยเข้าใกล้ห้องรอการไต่สวนแม้แต่ก้าวเดียว ส่วนนักข่าวพวกนั้นเดี๋ยวฉันจัดการเอง”
ตามมาด้วยหลังจากคำสั่งที่ใจเย็นและเด็ดเดี่ยว เงาที่ผอมบางแต่ทรงพลังก็น่าเกรงขามปรากฏขึ้นอยู่ที่ห้องบัญชาการ ทันทีที่เจ้าหน้าที่ได้เจอเขา บนใบสีหน้าก็แสดงออกถึงความรู้สึกปลอดภัยจากใจทันที บรรยากาศค่อนข้างกระสับกระส่ายจากในตอนแรกที่มีแต่บรรยากาศวุ่นวายก็ได้ต่างมลายหายไปสิ้น
“ทุกทีมเตรียมตัว ดำเนินการแผนฉุกเฉิน” โหลวเยวี่ยออกคำสั่งแล้วเดินขึ้นไปข้างหน้า
“เกรงว่าจะเกิดเรื่องคงจะมีความไม่คาดคิดขึ้น”
---------------------------------------------------------------------------------------------