แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด

แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0016 ตอนที่ 17

#17Chapter0016

ตอนที่ 16 ผู้คนตายรายคนถัดไป

“หยิบเงินตรงนี้แล้วไสหัวไป!” ผู้ชายผู้ที่มีไขมันเต็มตัวที่อยู่ตรงหน้าโยนห่อกระดาษห่อก้อนหนึ่งมา

จินเปียวเปิดห่อออกมา ขมวดคิ้วพูดว่า “ประธานเฉิน ทำไมมีแค่นี้เองล่ะ? ผมช่วยคุณจัดการศพให้ เรื่องยุ่งยากแบบนี้ ไม่ใช่ใครๆ เขาก็อยากทำนะ”

“ฮึ่ม หลายเดือนมานี้ฉันเราโอนเงินให้แกตั้งหลายแสนแล้ว พอให้แกหลบได้พักใหญ่ๆ แล้วเลย” ชายร่างอ้วนจ้องไปที่อีกฝ่าย แบะปากชี้ด้วยท่าทางรังเกียจ “จินเปียวฉันเราขอบอกแกไว้เลย ฉันเราเฉินเหยียนไม่รับคำขู่ของแก ถ้าแกกล้าได้คืบจะเอาศอกเดี๋ยวเราได้เห็นดีกันแน่!”

“ประธานเฉิน ยังไงพวกเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว คุณทำอย่างนี้กับผมมันจะดีจริงๆ เหรอ?” จินเปียวหรี่ตาลง พูดโดยแล้วยิ้มแบบไม่จริงใจ “อีกอย่าง คนคนนี้คุณก็เป็นคนฆ่า แต่สุดท้ายผมกลับโดนต้องหมายจับ ถ้าผมโดนจับจริงๆ คุณว่าคนที่ได้เห็นดีแน่จะเป็นใครกันนะ?” เฉินเหยียนนตัวสั่น “แกกล้าขู่ฉันเเราหรอ!?”

“ไม่กล้า ไม่กล้า วิธีของคุณผมเห็นมาแล้ว ผมไม่อยากมีชะตาเดียวกับอู๋เสวียปิงหรอก” จินเปียวแสยะยิ้มพูดต่อ “คุณวางใจได้ ขอแค่ให้ผมมาอีกหนึ่งล้าน เรื่องนี้ก็ถือว่าช่างมันเถอะผ่านไปเลย ส่วนเรื่องของศพผมได้จัดการเรียบร้อยแล้ว ไม่มีใครหาเจอแน่ๆ ”

“ฮ่าๆ เรื่องนี้นี่ก็เป็นคำพูดที่เป็นความจริง” ข้างๆ ตัวมีเสียงทุ้มของผู้ชายคนหนึ่ง ผู้ชายที่ใส่แว่นเดินออกมาจากความมืด “ต่อให้เป็นตัวผมเอง กว่าจะรวบรวมร่างกายตัวเองได้ก็ยังต้องใช้เวลานานเลย”

จินเปียวตัวแข็งอยู่กับที่ ชี้มือไปที่ผู้ชายใส่แว่นที่อยู่ตรงหน้า ปลายนิ้วสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ “มึงคุณ! มึงคุณคือ... อู๋เสวียปิง! เป็นไปได้ยังไง! มึงคุณมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง!?”

อู๋เสวียปิงยื่นมือลูบไปเตะที่รอยเลือดน่าสะพรึงแผลที่อยู่ตรงที่คอเบาๆ พูดอย่างเยือกเย็นว่า “มาที่นี่... ก็เพื่อมาพาคุณลงนรกไงล่ะ”

“ถ้าจะล้านแค้นก็ไปหาเฉินเหยียนนไป๊!” จินเปียวสับสนอย่างแท้จริง เดินถอยนหลังไม่หยุด “มันไม่เกี่ยวกับกูผม! เป็นมันเขา... เป็นมันเขาที่ฆ่ามึงคุณ!”

ระหว่างที่พูดจินเปียวก็งปล่อยมือ ห่อกระดาษร่วงลงที่พื้น ธนบัตรปลิวว่อนเต็มไปทั่วหมด เงินดอลลาร์สหรัฐกลายเป็นแบงก์ค์กงเต็กไปหมด

“ฮ่าๆ หาฉันเราก็ไม่มีประโยชน์” มือที่เย็นเฉียบจับไหล่ของจินเปียวเอาไว้ ไม่รู้ว่าเฉินเหยียนไปอยู่ข้างหลังจินเปียวตั้งแต่เมื่อไหร่ เห็นเพียงมุมปากของเฉินเหยียนค่อยๆ เชิดขึ้นจนเป็นส่วนโค้งที่น่าประหลาด ค่อยๆ เข้าใกล้หลังศีรษะหัวของเฉินเหยียน ยิ้มอย่างเยือกเย็นว่า “เพราะว่า.. ฉันเราได้ตายไปแล้วไงล่ะ!”

“อ๊าะ...!!!”

จินเปียวตกใจตื่นจากการแหกปากร้อง หายใจหอบไม่หยุด หัวใจที่เต้นอย่างรุนแรงเหมือนยังไม่ตื่นจากฝันร้าย

จินเปียวมองรอบๆ อย่างระวัง พวงกมาลัย ไฟส่องทาง หน้าต่างรถ... ที่แท้ตัวเองหลับอยู่ในรถนี่เอง

“แม่ง ตกใจหมด ที่แท้ก็แค่ฝัน” จินเปียวประคองศีรษะสมองที่มึนมงง บ่นทั้งๆ ยังตกใจอยู่ว่า “แค่ดื่มไม่กี่อึกคำเอง ทำไมถึงหลับไปได้...” ระหว่างที่พูดจินเปียวก็เขย่าขวดเหล้าที่ว่างเปล่าที่อยู่ข้างๆ สำหรับการเป็นไอ้ขี้เหล้าที่ไม่สนกฎหมายอย่างเขา ขับรถไปดื่มไปเป็นเรื่องธรรมาดาเสียแล้ว

ตั้งแต่เฉินเหยียนถูกตำรวจตรวจสอบเรื่องคดีการหายตัวไปของอู๋เสวียปิง จินเปียวก็วางแผนคิดที่จะหลบไปสักพักหนึ่ง ใครจะไปรู้ว่าเฉินเหยียนอยู่ๆ ก็ตายขึ้นมา ก็ไม่รู้ว่าทางตำรวจหาเบาะแสอะไรเจอ ตัวเองเลยกลายเป็นผู้ต้องหา หลังจากหลบอยู่ห้องใต้ดินมาหลายวัน จินเปียวตัดสินใจว่ากลางดึกคืนนี้จะขับรถหนีออกไปต่างจังหวัด

จินเปียวนวดขมับที่บวมอยู่ มองออกไปนอกหน้าต่างรถ เห็นแต่ความมืด ไม่รู้ว่าขับไปถึงไหนแล้ว

“ปัดโธ่ นี่มันที่ไหนกันวะเนี่ย? เราจำได้ว่าก่อนหน้านี้จะขับหลบด่านอยู่...”

ยังไม่ทันที่จินเปียวจะได้สติ รอบๆ ก็มีแสงสปอตไลท์สว่างขึ้นกระทันหัน สว่างถึงขั้นจินเปียวต้องเอามือบัปังไว้ เสียงไซเรนที่แหลมสูงดังจากทั่วทุกทิศทาง เห็นแต่รถตำรวจตั้งแถวล้อมรถของจินเปียวเอาไว้

“แม่งเอ้ย โดนหมาต๋าเจอแล้วไงล่ะ!” จินเปียวรีบสตาร์ทรถ แต่ปรากฏฎว่ามือขยับไม่ค่อยได้ เขารู้สึกว่ามือชานิดๆ หรือว่าดื่มเหล้าดื่มเยอะไป?

“จินเปียว แกหนีไม่พ้นหรอก!” ลำโพงที่อยู่บนรถตำรวจมีคำเตือนดังขึ้น

จินเปียวที่ตกใจรีบหมุนพวงมาลัย ชนซ้ายชนขวาพยายามที่จะฝ่าวงล้อมไปให้ได้ รถตำรวจรอบๆ ก็เปลี่ยนแนวการจัดวาง บังคับหยุดรถของจินเปียวไว้

“กูไม่ได้ฆ่าคน! ทำไมต้องมาจับเรากูด้วย!” จินเปียวตะฏดน วตะโกน เขาเจอพบว่ารถที่ล้อมรอบตัวเองในตอนแรกได้มีช่องว่างด้านซ้ายข้างหน้า เหมือนจะเป็นว่ารถตำรวจที่ต้องการหยุดตัวเองเมื่อครู่จะเว้นช่องไว้โดยกี้ที่ต้องการหยุดตัวเองแล้วไม่ทันคิด

“ในมือแกตอนนี้เปื้อนเลือดไปก็มีสองชีวิตแล้ว แกหนีการพิพากษาของกฎหมายไม่พ้นหรอก!” เสียงตะโกนจากลำโพงยังคงกระตุ้นประสาทของจินเปียว

“ช่างหัวมึงแกดิ! กูโดนใส่ร้ายโว้ย!” นึกถึงว่าถ้าตัวเองถูกจับมีโอกาสที่จะโดนประหารชีวิต จินเปียวเลยตัดสินใจเหยียบคันเร่งพุ่งใส่ช่องว่างระหว่างรถตำรวจที่อยู่ข้างหน้า

เพียงแต่ครั้งนี้ รถตำรวจไม่ได้ล้อมเข้ามา ไม่มีแสงไฟ ไม่มีเสียงไซเรน เหมือนรถตำรวจทั้งหมดได้หายไปในชั่วพริบลิกตา สิ่งที่จินเปียวเห็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเหยียบเบรกไม่ทัน คือกำแพงล้อมรอบที่อยู่ตรงหน้าและผิวน้ำที่เย็นจัดที่รออยู่ตรงหน้า

------------------

เย่อวี้ยืนอยู่ที่หน้าประตูของสำนักงานจังหวัดเซี่ยหยาง จัดการการแต่งกายตัวของตัวเองด้วยความกังวล

ชั้นข้างนอกของเสื้อเชิ้ตสีขาวมีสวมชุดด้วยเครื่องแบบขอบเทากระดุมดำสองแถวสวมทับไว้ที่มีขอบสีเทา ช่วงข้างล่างสวมใส่รองเท้าหนังสีดำ และกางเกงสแล็คสีดำ มีเนคไทสีเทาเป็นเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายไว้ เครื่องแบบของหน่วยตรวจสอบพิเศษถึงแม้จะเรียบง่าย แต่ใส่แล้วสบายตัว การตัดเย็บก็ประณีต สำหรับเย่อวี้ที่มีรูปร่างผอมสูงแบบนี้ ยิ่งดูดีขึ้นไปอีก แต่เพราะปกติการแต่งตัวของเย่อวี้ค่อนข้างสบายๆ การที่ต้องใส่เครื่องแบบเป็นทางการแบบนี้ทำให้เขายังไม่ชิน

วันนี้เป็นวันทำงานวันแรกของเย่อวี้ที่หน่วยตรวจสอบพิเศษ เขาตั้งใจตื่นแต่เช้ามา ยังไม่ถึงแปดโมงเช้าเขาก็มาถึงสำนักงานประจำจังหวัดแล้ว

หลังผ่านการปรับตัวของเมื่อวาน เย่อวี้ก็ยอมรับความจริงได้แล้วและ ไม่ลังเลอีกต่อไป ถึงแม้พูดถึงเรื่องของความสามารถเขาในฐานะผู้ตรวจสอบจะยังเป็นผู้ตรวจสอบที่ `แย่อยู่` แต่ยังดีที่ต้องทำแค่ช่วยเรื่องงานเอกสาร เขาคิดว่าตัวเองน่าจะทำได้

แเตะบัตรขึ้นตึก เดินไปถึงหน้าป้าย `หน่วยตรวจสอบพิเศษภาคตะวันออก` เย่อวี้สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินเข้าไปโซนออฟฟิศต

เพิ่งจะเข้าประตูไป เย่อวี้ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าในออฟฟิศตก็วุ่นวายกันแล้ว ตอนแรกนึกว่าจังหวะการทำงานของข้าราชการไม่น่าจะเร็วเท่านักข่าว แต่นี่ยังไม่ถึงเวลาทำงานแท้ๆ คนกลับครบเกือบหมดแล้ว ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจไม่น้อย แต่ในนคนกลุ่มนี้เหมือนจะไม่มีเห็นโหลวเยวี่ยอยู่

“หว่า! ดูสิ รูปหล่อคนนี้คือใครกัน?” เหมิงเหมิงอยู่ๆ ก็โผพล่ออกมาจากด้านข้าง ทักทายเย่อวี้ด้วยความทะเล้น

“สะ...สวัสดีตอนเช้า” เย่อวี้ถูกล้อจนเขิน รีบก้มหัวตอบอย่างเขินอาย

“คุณมาแล้วเหรอ?” เสียงของเสี่ยวเหยียนมาจากด้านหลัง เย่อวี้หันกลับไป เห็นเสี่ยวเหยียนยิ้มพิจารณาตัวเองอยู่ ยิ้มๆ “เครื่องแบบพอดีตัวเลย แถมเหมาะสมกับคุณด้วย”

“ขอบคุณครับ...” เย่อวี้หน้าแดง รีบเปลี่ยนเรื่องทันที “ว่าแต่แล้วโต๊ะทำงานของผมทอยู่ไหนเหรอ?”

“ตามฉันมาเลย” เสี่ยวเหยียนยิ้มพลางพาเย่อวี้เดินไปที่โต๊ะทำงานในมุมหนึ่งของโซนออฟฟิศต ข้างๆ เป็นหนุ่มน้อยแฮ็กเกอร์วัยรุ่น `ปิงหู` คนนั้นพอดี หรือก็คือตำแหน่งของวัยรุ่นที่ชื่ออาแซิววคนนั้นนั่นเอง

เมื่อสองวันก่อนตอนที่มาทำเรื่องเห็นเขาไม่ชัด ตอนนี้เย่อวี้ได้เห็นท่านเทพชัดๆ สักที ใบหน้าที่สะอาดยังมีความเป็นเด็กเหลืออยู่ แต่แววตากลับดูขี้เกียจคร้าน รูปร่างค่อนข้างผอม สีหน้าขาวซีด ก็ไม่รู้เป็นเพราะว่าอยู่แต่ในห้องไม่ค่อยออกกำลังกายหรือเปล่า นับไปแล้วเมื่อสองปีก่อนตอนที่ปิงหูมีชื่อเสียงเขายังอายุ 16 ปีอยู่เลย ปีนี้ก็น่าจะอายุ 18 แล้วมั้งล่ะ?

“สวัสดีตอนเช้า” เย่อวี้ยิ้มทักทายอาแซิว

เขาสังเกตเห็นการทักทายของเย่อวี้ อาแซิวค่อยๆ ถอดหูฟังออกมองไปที่อีกฝ่าย หยักหน้าแบบไร้อารมณ์ ถือว่าทักทายกลับเสร็จแล้วแล้วก็ใส่หูฟังต่อ เข้าสู่โลกของคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

เย่อวี้ก็ไม่ใส่ใจ เขารู้มาตั้งนานแล้วว่าเด็กหนุ่มวัยรุ่นมีพรสวรรค์คนนี้ค่อนข้างเก็บตัว เมื่อสักครู่มีการตอบกลับก็ถือว่าดีมากแล้ว

“ถ้าคุณต้องการอะไรให้ช่วยที่เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตให้ต้องช่วยสามารถมาหาอาซิวแซวได้ ถึงแม้เขาจะไม่ชอบพูด แต่ก็เป็นคนนิสัยที่ดีมาก” เสี่ยวเหยียนยิ้มกล่าว “งั้นตอนนี้ผมต้องทำอะไรบ้าง?” เย่อวี้ถามขึ้น แม้จะเป็นแค่ตำแหน่งในนามชั่วคราว แต่เย่อวี้ก็ไม่อยากให้ตัวเองเป็นเหมือนขยะผ่านไปวันๆ นี่มันเป็นหลักการของเขา

“วันนี้ทำงานวันแรก งั้นก็ทำงานจัดเตรียมเอกสารง่ายๆ ไปก่อนแล้วกัน” พูดไปเสี่ยวเหยียนพูดพลางเคาะที่โต๊ะทำงานเบาๆ ก็มีจอภาพเสมือนจริงปรากฎปรากฏต่อหน้าเย่อวี้ จากนั้นเสี่ยวเหยียนก็เรียกแฟ้มเอกสารขึ้นมา “ข้อมูลอยู่ในแฟ้มนี้หมดแล้ว ถ้ามีคำถามอะไรก็มาถามฉันได้”

เย่อวี้พยักหน้า เสี่ยวเหยียนสอนงานอีกนิดหน่อยก็หันหลังเดินจากไป

เย่อวี้หันกลับมามองที่แฟ้มเอกสาร มีเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เต็มไปหมด สูดหายเข้าไปลึกๆ

เอาล่ะ เริ่มงานได้ เย่อวี้คิดไปขณะเดียวกันแล้วก็เปิดแฟ้มเอกสารอันแรกขึ้นมา

------------------

“หาเจอแล้ว ตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ตรงกับเบอร์” อาฉีเดินเข้าออฟฟิศต พูดกับพี่มู่ที่กำลังพิจารณาคดีอยู่ว่า “วันที่ 2 เดือนพฤษภาคม ช่วงประมาณบ่ายสามสิบห้านาที เทปบันทึกภาพรอบๆ ตู้โทรศัพท์สาธารณะก็ได้มาแล้ว

“ดีมาก” พี่มู่พยักหน้าชมเชย “เปิดขึ้นมา”

อาฉีเรียกจอภาพเสมือนจริงจากอุปกรณ์ติดตัวแล้ว เปิดเทปบันทึกภาพช่วงหนึ่งขึ้นมา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสองคนที่อยู่ข้างพี่มู่ก็ล้อมเข้าขึ้นมาดูอย่างละเอียด

บนจอเป็นซอยเล็กๆ ที่ทั้งยาวและแคบ เหมือนจะเป็นช่อวงว่างระหว่างตึกสองตึก มีตู้โทรศัพท์สาธารณะสีแดงแบบปิดตั้งอยู่ภายในระหว่างซอย ชิดติดกับตึกฝั่งขวา จากท้องฟ้าดูออกว่าเป็นช่วงเวลาตอนบ่าย ในซอยแทบจะไม่มีคน กล้องส่องไปทางปากซอยตรงๆ มุมมองไม่สูงกมาก

“ตู้โทรศัพท์สาธารณะนี้่ตั้งอยู่ระหว่างตึกสอกตึกที่ถูกทิ้งร้างตรงที่อยู่ฝั่งตะวันตกของเมืองนี้ รอบๆ เป็นเขตก่อสร้างทั้งหมด ตอนแรกไม่มีกล้องวงจรปิดได้ถ่ายไว้ได้เลย แต่ที่โชคดีคือ วันนั้นมีรถจอดอยู่ที่ปากซอยพอดี กล้องติดหน้ารถได้ถ่ายเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้” อาฉีอธิบายอยู่ข้างๆ “นี่น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้ต้องสงสัยคาดไม่ถึงนะ”

พี่มู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่พูดอะไร แต่ใช้สมาธิทั้งหมดจ้องไปที่จอภาพ

เทปบันทึกภาพยังเล่นปิดต่อเรื่อยๆ อยู่ดีๆ ผู้ชายที่สวมเสื้อกันลมสีเข้มอยู่ดีๆ ก็โผล่ออกมาจากปากซอย คนคนนี้สวมหมวกแก๊ป ปีกหมวกกดต่ำมากๆ ใบหน้าทั้งหมดแทบจะเกือบถูกคอเสื้อกันลมบังมิดหมด เห็นใบหน้าได้ไม่ชัดเจน

ผู้ชายคนนั้นวิ่งไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ เปิดประตูแล้วแทรกตัวเข้าไป สามนาทีผ่านไป ผู้ชายคนนั้นถึงเดินออกจากตู้โทรศัพท์สาธารณะ จากนั้น ก้มหน้าลงแล้วเดินกลับทางเดิมโดยไม่หยุดเลย

“เมื่อดูจากช่วงเวลา จะมันตรงกับประวัติการโทรของหลี่ลี่พอดี ฉะนั้นพวกเราจึงสรุปว่าคนนี้แหละที่โทรหาหลี่ลี่” อาฉีมองไปทางพี่มู่ “จากคำให้การของหลี่ลี่ คนที่โทรหาเขาก็คือจินเปียว”

“ดูจากการแต่งตัวของคนคนนี้ มันเหมือนกับคนที่ซ่อนอยู่ในรูปที่เฉินเหยียนแอบถ่ายเอาไว้!” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหนุ่มที่อยู่ข้างๆ พูดด้วยความตื่นเต้นว่า “ดูจากตรงถ้ามองอย่างนี้ คนร้ายของคดีเฉินเหยียนก็คือจินเปียว! หินกุญแจเลือดน่าจะอยู่ในมือเขา”

“ไม่ผิดแน่ จินเปียวมีประวัติอาชญากรรม แถมยังขู่กรรโชกเฉินเหยียนอีก ในเชิงตรรกะแล้ว เฉินเหยียนหลบเขาก็สมเหตุสมผลดี นี่ก็อธิบายได้ถึงการกระทำอันแปลกๆ ประหลาดของเฉินเหยียนในตอนนั้น” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสาวที่อยู่ข้างๆ พี่มู่พูดเสริมขึ้น “เพราะแหวนหินกุญแจเลือดวงนั้น จินเปียวกับเฉินเหยียนเลยเกิดความบาดหมางกัน แรงจูงใจในการฆ่าก็เกิดขึ้น”

พี่มู่ดูที่จอภาพ สองแขนมือกอดอก นิ้วชี้เคาะที่แขนตัวเองเบาๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

“ถ้ายังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปไป” พี่มู่พูดขึ้นว่า “งานด่วนในตอนนี้คือต้องหาจินเปียวให้เจอ”

สิ้นเสียงพี่มู่ ในออฟฟิศตก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ผู้ตรวจสอบคนหนึ่งเดินเข้ามา “พี่มู่ ได้ข่าวเมื่อสักครู่ได้รับรายงานว่า หารถของจินเปียวเจอแล้ว”

“หาเจอที่ไหน?” พี่มู่เดินขึ้นไป

“ในเขื่อน” ผู้ตรวจสอบหยุดชะงัก “นอกจากพบรถแล้ว ยังพบและที่หาเจอพร้อมกันคือ ศพของจินเปียวอีกด้วย”

---------------------------------------------------------------------------------------------

devc-f78f2e12-33002แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0016 ตอนที่ 17