แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด

แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0015 ตอนที่ 16

#16Chapter0015

ตอนที่ 15 ลาจากชั่วคราว

“ปิดปากของเขา? หมายความหรือก็คือว่าจุดอ่อนของเฉินเหยียนมีความลับอยู่ในมือจินเปียวงั้นหรอเหรอ?” นายตำรวจผู้หมวดหวงที่อยู่ข้างๆ ถามขึ้น

“เรื่องราวเป็นยังไงฉันก็ไม่รู้ แต่มีอยู่วันหนึ่งได้เห็นเฉินเหยียนโมโหโดยบังเอิญ บอกว่าไอ้จินเปียวคนนี้ได้คืบจะเอาศอก ถึงแม้จะเอาของดีมาให้ แต่บังอาจมาข่มขู่เขา”

“ของดี?” พี่มู่ขมวดคิ้ว

“ก็คือแหวนเพชรสีแดงที่เฉินเหยียนใส่ในตอนปีนี้ เหมือนว่าได้มาจากการลักลอบนำเข้า เฉินเหยียนรักมันจะตาย แม้กระทั่งฉันยังไม่ให้แเตะ” หลี่ลี่สูบบุหรี่เข้าไป สีหน้าแสดงความเหยียดหยาม “คิาดว่าพอเห็นเฉินเหยียนชอบแหวนวงนั้นมาก จินเปียวเลยรู้สึกว่าเงินที่ได้มาน้อยเกิน ก็เลยหาเหตุผลเรื่องการลักลอบนำเข้ามาขู่กรรโชกเขา”

พี่มู่กับอาฉีสบตากัน อาฉีพยักหน้า เอารูปแหวงวงหนึ่งให้หลี่ลี่ดู “คือวงนี้ใช่ไหม?”

หลี่ลี่เห็นแล้วก็พยักหน้า

“พวกเราสืบทราบมาว่าตั้งแต่เดือนที่แล้วบัญชีของคุณก็ไม่ได้โอนเงินให้จินเปียวอีกเลย หรือว่าเฉินเหยียนไม่ยอมจ่ายแล้วหรอเหรอ?” อาฉีถามต่อ

“ใช่แล้ว เฉินเหยียนบอกว่าทนจินเปียวไม่ไหวแล้ว ก็เลยหยุดโอนให้เขา” หลี่ลี่ขมวดคิ้วด้วยท่าทีรังเกียจ พูดด้วยความแค้นว่า “แต่ช่วงเวลาต่อมาฉันต้องกลายมากลายเป็นโล่ให้เขา ไอ้จินเปียวพอติดต่อเฉินเหยียนไม่ได้ก็โทรมาคุกคามฉัน คุณลองบอกมาสิว่าเรื่องระหว่างเขากับเฉินเหยียนเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย!? ฉันก็เลยบล็อกเขาไปเลย นึกไม่ถึงว่าไม่กี่วันก่อนเขายังใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะโทรมาเอาเงินกับฉันอีก อย่างกับผีเจ้ากรรมนายเวรจริงๆ !”

“ไม่กี่วันก่อน? ขอวันที่เจาะจงด้วย?” พี่มู่สังเกตถึงข้อมูลสำคัญ

“ฉันขอดูประวัติการโทรก่อน” หลี่ลี่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู “วันที่ 2 เดือนพฤษภาคม ตอนบ่ายสามสิบห้า หรือก็คือเมื่อวานซืน”

มันตรงกับวันที่เฉินเหยียนเกิดเหตุ!

“อาฉี จำวันที่นี้ไว้ด้วย” พี่มู่ลุกขึ้นหันไปพูดกับหลี่ลี่ว่า “วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน ถ้าหากจินเปียวยังมาคุกคามคุณอีก รีบติดต่อพวกเราโดยเร็ว” แล้วะพี่มู่ก็ได้ยื่นนามบัตรให้ไป

“เอ่อคือ... เรื่องที่ต้องพูดฉันก็ได้พูดไปหมดแล้ว เรื่องของเฉินเหยียนมันไม่เกี่ยวกับฉันจริงๆ นะ!” หลี่ลี่รับนามบัตรมา พยายามแสดงความบริสุทธิ์อีกครั้ง

“ฮ่าๆ พวกเราไม่ใส่ร้ายคนดีหรอหรอกน่าหน่ะ” พี่มู่หัวเราะพูดพลางหัวเราะ ไปแล้วะเดินออกจากห้องพร้อมสองคนที่เหลือ

ที่ข้างล่างคอนโด พี่มู่มีสีหน้าเคร่งเครียด

“อาฉี ระบุตำแหน่งเบอร์ตู้โทรศัพท์สาธารณะนี้แล้วตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่รอบๆ ตู้โทรศัพท์สาธารณะในวันที่ 2 เดือนพฤษภาคม บ่ายสามสิบห้า” พูดจบพี่มู่ก็หันไปหานายตำรวจผู้หมวดหวง “เจ้าหน้าที่ผู้หมวดหวง ครั้งนี้ต้องขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยพวกเรา”

“อ้่า อย่าพูดอย่างนั้นสิ พวกเราก็ทำเพื่อให้คดีจบเร็วๆ เหมือนกันหน่ะ เดี๋ยวผมกลับไปที่สำนักงานหาเทปบันทึกภาพให้พวกคุณก่อน” พูดจบนายตำรวจผู้หมวดหวงก็ลาพวกพี่มู่ ไปจัดการเรื่องต่อที่สำนักงานจัดการเรื่องต่อ

“พี่มู่ พี่คิดว่าคำพูดของคนที่ชื่อหลี่ลี่มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน?” หลังจากนายตำรวจผู้หมวดหวงจากไป อาฉีก็ถามขึ้นอย่างเงียบๆ

“ไม่แน่ใจ ยังไงมีเบาะแสแล้วก็ลองสืบไปก่อน แต่ว่า...” พี่มู่เงยหน้ามองไปบนตึก “ส่งคนจับตาดูหลี่ลี่ไว้ ถ้ามีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นให้รีบแจ้งโดยด่วนที่สุด”

ที่หลังม่าน หลี่ลี่มองไปที่ใต้ตึกอย่างระมัดระวัง กระทั่งจนเห็นพวกพี่มู่ทั้งสามคนจากไปกันหมด ถึงโล่องใจขึ้นมานิดๆ

หลี่ลี่เดินไปที่ห้องนอน ล็อกคประตู้หน้าต่างอย่างดี ดึงม่านปิดหน้าต่าง หยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าจากลิ้นชักโต๊ะหัวเตียงออกมา แล้ว โทรไปเบอร์โทรออกสายเดียวที่มีอยู่ข้าวเครื่องในเพียงสายเดียว

“ฮัลโหล? ฉันเอง พวกเขามาจริงๆ ด้วย แต่ว่า ฉันได้พูดตามที่คุณบอกให้พูดสำเร็จแล้วนะ... อืมๆ ความสามารถในการแสดงของเค้ขาก็ได้มาจากที่ตัวเองคุณสอนนี่แหละ” เสียงของหลี่ลี่เต็มไปด้วยเสน่ห์ สีหน้าเต็มไปด้วยอารมณ์มีความสุขแบบสาวผู้หญิงตัวน้อยๆ อยู่เต็มหน้า เทียบกับท่าทางแข็งกร้าวแบบเมื่อสักครู่เแหมือนเป็นคนละคนเลย “จะว่าไปเฉินเหยียนก็ตายไปแล้ว เมื่อไหร่ตัวเองคุณจะกลับมาล่ะ เค้ขาคิดถึงตัวเองนะ!” หลี่ลี่ทำปากจู๋ อ้อนอีกฝั่งของสาย แต่ดูเหมือนคำตอบของอีกฝ่ายทำให้เธอขาพอใจไม่ได้ หลี่ลี่จึงเริ่มแสดงสีหน้าอาการผิดหวัง

“งั้นก็ได้... รอเรื่องนี้จบแล้วคุณมารับฉันด้วยนะ รักษาสัญญานะ!” หลี่ลี่ทำท่าเสียดายที่ต้องวางสาย บิดขี้เกียจเล็กน้อยแล้วล้มตัวลงนอน ฝันหวานของเธอขาต่อ

-----------------

“... สัตว์ประหลาด!”

ใคร? เสียงของใคร...

“สัตว์ประหลาดอย่างแก! อย่ามาเข้าใกล้พวกเรา!”

ที่ข้างหน้าเหมือนเห็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งลางๆ กำลังล้อมวงชี้หน้าเด็กผู้ชายผอมแห้งคนหนึ่งชี้หน้าดูถูกเขา

เย่อวี้พยายามรวมจุดโฟกัส แต่ภาพที่ได้เดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่าง มองได้ไม่ชัด

“ขอโทษ ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจจะ... “ คำอธิบายของเด็กชายเพิ่งออกจากปาก ก็ถูกหยุดโดยหินที่ขว้างใส่ตรงหน้า หินถูกได้ขว้างโดนถูกปลายคิ้วของเด็กชายจน เลือดได้ไหลลงมาอย่างช้าๆ

“หุบปาก ไอ้สัตว์ประหลาด! ไปให้พ้น! ไปไกลๆ จากพวกเราเลย!” พวกวัยรุ่นเดือดขึ้นมา เริ่มเก็บก้อนหินที่อยู่ตามที่พื้นขว้างใส่เด็กผู้ชาย

พวกแก... หยุดเดี๋ยวนี้!

เย่อวี้รีบตะโกนและวิ่งเข้าหาเด็กผู้ชาย พยายามขวางอยู่ข้างหน้าเขา แต่กลุ่มวัยรุ่นเหมือนไม่เห็นการกระทำของเย่อวี้ ก้อนหินทะลุร่างกายของเย่อวี้ไป กระแทกตกอยู่บนตัวของเด็กชายผอมแห้งคนนั้น

ในใจเย่อวี้ร้อนรนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองเห็นเด็กผู้ชายวิ่งหนีไป ยิ่งวิ่งยิ่งไกลขึ้นเรื่อยๆ ...

“ตื๊ดตื๊ดงืมงืม... ตื๊ดตื๊ดงืมงืม...” เสียงสั่นของโทรศัพท์ดังที่อยู่ข้างหู เย่อวี้ค่อยๆ ลืมตาขึ้น มีอยู่ในอาการสะลึมสะลือเล็กน้อยเพิ่งจะตื่นนอน

อ่า... ที่แท้ก็เป็นแค่ฝันนี่เองหรอกหรอเหรอ? แต่ทำไมถึงฝันแบบนี้ล่ะ น่าแปลกจริงๆ ...

เย่อวี้พยายามนึกรายละเอียดที่อยู่ในฝัน แต่ภาพกลับเลือนลางไปหมดก็เลยไม่นึกต่ออีก

เมื่อวานหลังจากโหลวเยวี่ยไปแล้ว เย่อวี้ก็ล็อกประตูหน้าต่างอย่างดี แล้วก็รีบอาบน้ำเข้านอน ตื่นมาอีกทีก็สายมากๆ แล้ว ช่วงสองวันที่ผ่านมาทำให้เย่อวี้รู้สึกอ่อนล้ามากๆ การได้นอนครั้งนี้ถือว่าได้ชดเชยกลับมาบ้าง

เย่อวี้พยายามลุกขึ้น คว้ามือถือมาดู มีหลายสายที่ไม่ได้รับ เป็นของเสี่ยวฮวาทั้งหมด ยังมีข้อความหนึ่งที่มาจากเสี่ยวเหยียน “การทำเรื่องเรียบร้อยเกือบหมดแล้ว ตอนบ่ายคุณไปกลุ่มบริษัท H ทำเรื่องส่งมอบ...” เย่อวี้อ่านข้อความไป สีหน้าค่อยๆ ดูซับซ้อนขึ้น เขาโยนมือถือไปข้างๆ และถอนหายใจ

สิ่งที่ต้องเจอยังไงก็ต้องเจออยู่ดี...

ถึงแม้ในเชิงเหตุผลเขาจะยอมรับได้ที่จะต้องทิ้งอาชีพนักข่าวไปชั่วคราวได้ แต่พอจะถึงเวลาต้องเจอความจริงๆ อารมณ์ก็ยังปล่อยวางไม่ได้อยู่ดี

เย่อวี้อยู่ที่กลุ่มบริษัท H ตั้งแต่ตอนฝึกงานแล้ว ถึงตอนนี้ก็ใกล้จะสองปีแล้ว เพื่อนร่วมงานที่อยู่รอบๆ ก็สนิทกันมากและมีความสัมพันธ์ที่ดี หัวหน้าหวังถึงแม้จะเข้มงวดกับเขาตัวเอง แต่ก็สอนเขาตัวเองไม่น้อยตั้งแต่ตอนยังฝึกงานอยู่ ยังมีเสี่ยวฮวาอีก เสี่ยวฮวาเขาก็เป็นคนที่สู้ด้วยกันกับตัวเองตั้งแต่สมัยยังฝึกงาน... เย่อวี้ใจจริงไม่อยากจะจากพวกเขาไปเลย

เพื่อนร่วมงานรู้หรือยังว่าเขาตัวเองกำลังจะไปแล้ว? ตัวเองลาออกกระทันหันแบบนี้ ไม่รู้จะอธิบายยังไงจริงๆ ... โดยเฉพาะหัวหน้าหวังกับเสี่ยวฮวา

เย่อวี้สะบัดหัว หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ค้นหาเบอร์ของเสี่ยวฮวา แต่ไม่สามารถกดโทรออกได้สักที เขาไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองต้องพูดอะไร หรือต้องบอกว่าตัวเองถูกคนตามฆ่า จึงลาออกเพื่อหลบซ่อนตัวจึงลาออก? ยังไม่ต้องพูดถึงว่าอีกฝ่ายจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ตามนิสัยของเสี่ยวฮวา ไม่มีทางที่เขาจะไม่ยุ่ง แต่ถ้าเสี่ยวฮวาเข้ามาแล้วก็อาจจะถูกเพ่งเล็งและตกอยู่ในอันตรายด้วย ซึ่งและนี่ก็เป็นสิ่งที่เย่อวี้ไม่อยากเห็นที่สุด

นั่งคิดอยู่นาน สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่โทร เฮ้อฮ่าย...ถึงเวลาค่อยว่ากันอีกที เย่อวี้เก็บมือถือ เลือกที่จะหลีบหนีอีกครั้ง

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เย่อวี้ก็ออกจากบ้านไปถึงกลุ่มบริษัท H

เย่อวี้ยืนอยู่ที่หน้าประตูตึกหลักของบริษัท เย่อวี้มองไปที่ตึกสำนักงานที่สูง 24 ชั้นอย่างเหม่อลอย มีความรู้สึกที่ซับซ้อนอธิบายไม่ถูก สามวันก่อนตอนที่ตัวเองกลับมาที่บริษัทก็ไม่เคยคิดเลยว่าสามวันหลังจากนั้นจะต้องจากที่นี่ไปชั่วคราว จากเพื่อนร่วมงานและไปชั่วคราว จากอาชีพนักข่าวของตัวเองไปชั่วคราว เรื่องของโชคชะตาเป็นอะไรที่ไม่าสามารถเข้าใจได้จริงๆ เลย! เย่อวี้ได้แต่รู้สึกเสียดายทอดถอนใจในใจ

“เย่อวี้! แกนี่โผล่ออกมาได้สักทีนะ! โทรไปก็ไม่รับ!” เสียงวที่คุ้นเคยมีความโกรธปนอยู่ดัง มาจากข้างวหน้า เย่อวี้ไม่ต้องดูก็รู้ว่าเป็นเสี่ยวฮวา

และก็จริงตามคาด เสี่ยวฮวาก้าวออกจากประตูอาคารหลัก วิ่งเข้าใส่เย่อวี้ “ทำไมถึงไปกระทันหันแบบนี้? ทำไมถึงไม่บอกฉันเรา! แกยังคิดว่าฉันเราเป็นเพื่อนแกอยู่อีกหรือเปล่า!?” แม้เสี่ยวฮวาจะตั้งข้อสงสัยกับเย่อวี้ แต่ดวงตาของเขากลับแดงขึ้นมา เขารับไม่ได้กับการจากลาโดยไม่บอกกล่าวของอีกฝ่าย

“เสี่ยวฮวา... พวกเราคุยกันส่วนตัวก่อนสิ” เย่อวี้ถอนหายใจ เดินเข้าตึกหลักไป สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะให้คำอธิบายกับเสี่ยวฮวา

ในห้องประชุม เสี่ยวฮวามองไปที่เย่อวี้ พยายามควบคุมอารมณ์

“เมื่อวานอยู่ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่รัฐมาที่บริษัท หลังจากคุยกับฝ่ายบุคคลเสร็จ พวกเขาก็เอาข้อมูลของแกไป พวกเราก็เพิ่งรู้ตอนนั้นว่าแกกำลังจะไป” เสี่ยวฮวาก้มหน้าลง สองมือกำแน่น “พวกเขาบอกว่าเพราะข่าวก่อนหน้านี้ที่แกทำมันเข้าตารัฐบาล ก็เลยว่างจ้างพิเศษให้แกเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แต่ฉันเราก็ยังรู้สึกว่ามันไม่น่าจะใช่อ่ะ”

“เย่อวี้ ไม่ใช่ว่าฉันเราสงสัยความสามารถของแก พูดตามตรง ถ้าแกมีอนาคตที่ดีกว่านี้ ฉันเรายังรู้สึกดีใจแทนเลย” เสี่ยวฮวาเงยหน้ามองอีกฝ่าย “แต่ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นช่วงนี้มันแปลกๆ เมื่อวานซืนที่พักและรถของแกก็ถูกระเบิด เมื่อวานก็ย้ายงานอีก ก่อนหน้านี้แกก็ไม่เคยพูดถึงเลยเรื่องที่จะลาออกเลยนี้... ฉันเรา...ฉัน เราเป็นห่วงว่าแกเกิดเรื่องหรือเปล่า”

สมแล้วที่เป็นเสี่ยวฮวา มีความละเอียดอ่อนจริงๆ เย่อวี้ก้มหน้าลง ในขณะที่ทั้งซาบซึ้งนทั้งในใจก็เสียใจภายหลังที่ตัวเองไม่อธิบายให้เร็วกว่านี้จน ทำให้เพื่่อนรักต้องเป็นห่วงขนาดนี้

“ก่อนหน้านี้มันเกิดเรื่องนิดหน่อยก็จริง แต่ยังดีที่มันได้ค่อยๆ คลี่คลายแก้แล้ว ตอนนี้ฉันเราปลอดภัยมาก ที่ย้ายไปทำงานเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก็เป็นความสมัครใจของฉันเรา แต่เพราะมันกระทันหันไปหน่อย เลยยังไม่ทันได้บอกแก ขอโทษจริงๆ ด้วยจริงๆ...”

“เจอกับเรื่องอะไร? ทำไมจู่ๆ ถึงจะเลิกเป็นนักข่าว?” เสี่ยวฮวาเริ่มทนไม่ไหวอีกครั้ง

เย่อวี้เงียบไปสักพัก “เรื่องเป็นยังไงเราเฉันพูดไม่ได้จริงๆ แต่ขอให้แกเชื่อว่าที่ทำแบบนี้เพราะฉันเรามีเหตุผลสุดวิสัยที่ช่วยไม่ได้ของเรา และฉันเราก็ไม่ได้คิดที่จะเลิกเป็นนักข่าวด้วย” เย่อวี้เงยหน้ามองเสี่ยวฮวา “รอเรื่องนี้ผ่านไปก่อนแล้ว ฉันเราจะกลับมาอีก เชื่อฉันเราสิ”

เสี่ยวฮวามองที่ดวงตาของเย่อวี้ ทั้งสองคนมองตากัน ไม่มีคำพูดใดๆ

ผ่านไปครู่หนึ่ง เสี่ยวฮวาถอนหายใจ ย้ายสายตาออกไป “ฉันเรารู้แล้ว ขอแค่แกไม่มีปัญหาจริงๆเรื่อง ก็พอ ฉันเราเคารพการตัดสินใจของแก”

เย่อวี้พยักหน้า “แกวางใจเถอะ ตอนนี้ฉันเราปลอดภัยมาก”

เสี่ยวฮวาลุกขึ้นเปิดประตูห้องประชุม หันศีรษะหัวพูดว่า “เดี๋ย๋วฉันเราช่วยแกเก็บของที่โต๊ะทำงานนะด้วย” พูดจบก็หันปแล้วเดินจากไป

เย่อวี้มองไปที่เสี่ยวฮวา อดรู้สึกเสียใจไม่ได้ รอเรื่องนี้ผ่านไปก่อน ฉันเราจะอธิบายทั้งหมดให้ฟังเอง เย่อวี้คิดพลางไป เตรียมจะลุกขึ้น แต่ที่ห้องประชุมกลับมีคนหนึ่งเดินเข้ามา หัวหน้าหวังนั่นเอง

“ขอผมเราพูดประโยชคเดียว” หัวหน้าหวังไม่แสดงสีหน้าใดๆ “สภาพแวดล้อมการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐไม่เหมือนกับบริษัทพวกเรา พอคุณไปถึงที่นั่นต้องเชื่อฟังผู้นำ ต้องเรียนรู้การสังเกตสีหน้าอารมณ์คนอื่น อย่าปากพล่อยพูดไม่คิด รู้ไหม?”

“อีกเรื่อง...” หัวหน้าหวังหยุดครู่หนึ่ง “ถ้าตรงนั่นทำไม่ไหว ยินดีต้อนรับกลับมาทุกเมื่อ”

พูดจบก็หันจะเดินกลับ

“หัวหน้าหวัง!” เย่อวี้เรียกอีกฝ่ายไว้ หัวหน้าหวังหันศีรษะหัวมามองที่เย่อวี้

“สองปีที่ผ่านมานี้ ของคุณที่การสั่งสอนของคุณมากนะครับ!” เย่อวี้โน้มตัวไปข้างหน้า โค้งคำนับหัวหน้าหวังอย่างแบบจริงจัง

หัวหน้าหวังหันกลับไป โบกมือให้แล้วเดินจากไป

เย่อวี้ลุกขึ้น จมูกเริ่มแดง ขอบตาเริ่มชื้น เขาเกิดแรงกระตุ้นชั่ววูบอย่างกระทันหันว่า ช่างมันไม่ไปแล้ว จะโดนตามฆ่าไล่ล่าก็ช่าง แต่ความคิดนี้สุดท้ายก็ถูกสติกดเอาไว้

หลังจากสงบอารมณ์ได้แล้ว เย่อวี้กลับไปนั่งที่ตัวเอง ไม่เห็นเงาของเสี่ยวฮวา แต่ของส่วนใหญ่ของตัวเอง่าวนใหญ่ได้ถูกเก็บเรียบร้อยแล้ว เพื่อนร่วมงานรอบๆ ทยอยได้เข้ามาถามไถ่ เย่อวี้ได้แต่หาข้ออ้างอ้างไปเรื่อย

เก็บของบนโต๊ะเสร็จ ทำเรื่องส่งมอบเรียบร้อย เย่อวี้ก็เดินจากไป เสี่ยวฮวากับหัวหน้าหวังไม่ได้โผล่มาอีก

ลาก่อน แล้วฉันเราจะกลับมาอีก

ที่ประตูบริษัท เย่อวี้อุ้มกล่องไว้ สุดท้ายมองไปที่ตึกที่ตัวเองทำงานมาสองปี แล้วหันหลังเดินจากไป

---------------------------------------------------------------------------------------------

devc-9e6f2c5e-32994แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0015 ตอนที่ 16