แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0017 ตอนที่ 18
ตอนที่ 17 ลวงสายตา
บรรยากาศในออฟฟิศตเริ่มตึงเครียด
“ไหนลองเล่ามาสิ” สีหน้าพี่มู่เคร่งเครียด
ผู้ตรวจสอบคนนั้นพยักหน้า “รถของจินเปียวถูกพบตอนเช้าของวันที่ 6 รถของจินเปียวหรือก็คือวันนี้ประมาณตอนแปดโมงเช้า จุดที่พบคือเขื่อนขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวที่อยู่ชานเมือง ทั้งรถทั้งคนจมอยู่ในนั้น วันนี้ประมาณตอนตีหนึ่ง มีชาวบ้านบริเวณรอบๆ ได้ยินเสียงชนกระแทกดังมาจากที่เขื่อน พอตอนเช้าก็เห็นกำแพงกั้นบริเวณเขื่อนถูกชนแตก รอยล้อลากยาวไปถึงในเขื่อน ก็เลยแจ้งตำรวจ หลังจากตำรวจทำการเก็บกู้ก็พบเจอศพและรถของจินเปียว”
“ตอนเกิดเหตุบริเวณนั้นมีผู้พบเห็นเหตุการณ์ไหม?”
“ไม่มี แต่พวกเราได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางหลวงที่อยู่รอบๆ ดูแล้ว จากภาพของกล้องวงจรปิด รถได้ปรากฏฎตอนประมาณเที่ยงคืนสี่สิบนาทีที่ปากทางหลวงห่างจากเขื่อนประมาณ 500 เมตร รวมกับคำให้การของชาวบ้านบริเวณรอบๆ แล้ว คาดว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุน่าจะหลังจากนั้นไม่นาน การประเมินเบื้องต้นของแพทย์นิติเวชบอกว่าช่วงเวลาการตายของจินเปียวก็คือช่วงเวลานี้”
“แล้วสสาเหตุการตายของจินเปียวล่ะ?”
“การวินิจฉัยพิจารณาเบื้องช่วงต้นคือจมน้ำตาย บนร่างกายไม่มีบาดแผลสาหัสภายนอกรุนแรง ตำรวจกำลังตรวจสอบไปในทางอุบัติเหตุ แต่ยังไงก็ต้องรอให้รายงานผลชันสูตรศพออกมาก่อน”
“อุบัติเหตุ...” พี่มู่เท้าคางเบาๆ “กล้องได้ถ่ายใบหน้าของคนขับไว้ไหม? ยืนยันได้ไหมว่าคนที่อยู่บนรถตอนนั้นคือตัวจินเปียวจริงๆ ?”
“ได้ถูกถ่ายไว้ครับ” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพูดพลางไปก็เรียกเทปบันทึกภาพช่วงหนึ่งออกมาจากมือถือ “กล้องได้ถ่ายใบหน้าตรงของคนขับไว้พอดี ยืนยันได้ว่าคือจินเปียวไม่มีผิด นอกจากนี้ พวกเรายังเจอพัสดุที่ท้ายรถของจินเปียว ข้างในมีเสื้อกันลมสีน้ำตาลเข้มกับหมวกแก๊ปสีดำ”
“เสื้อกันลมสีน้ำตาลเข้มกับหมวกแก๊ปสีดำ?” อาฉีมองไปที่พี่มู่ “หรือว่า... “
พี่มู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ได้ตรวจสอบสิ่งของติดตัวของผู้ตายไหม? ของที่เก็บกู้จากที่เกิดเหตุนั้น มี... แหวนวงนั้นไหม?”
“พวกเราได้ตรวจสอบแล้ว สิ่งของติดตัวของผู้ตายมีกระเป๋าใบหนึ่ง ข้างในมีเงินสดจำนวนมาก เหมือนพยายามจะหนีออกไปต่างจังหวัด ส่วนของอย่างอื่นที่เก็บกู้ได้นั้นก็ไม่เจอของที่คล้ายหินกุญแจเลือด” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “เนื่องจากตอนที่เก็บกู้เขื่อนได้ปล่อยน้ำออกไปแล้ว สถานที่เกิดเหตุจึงถูกทำลายไปค่อนข้างเยอะ หลังฐานหลายอย่างก็ถูกน้ำซัดไปด้วย คนของพวกเราได้ค้นหาใต้น้ำอย่างละเอียดแต่ ก็ไม่พบเจอแหวนวงนั้น ถ้าหากมันไหลไปตามน้ำถึงปากแม่น้ำ การค้นหาจะทำได้ยากมาก”
พี่มู่นิ่งเงียบคิดอยู่สักพัก แล้วละสั่งการต่อว่า “อาฉี ไปสถานที่เกิดเหตุกับฉัน คนที่เหลืออยู่ที่นี่รอฟังคำสั่ง ถ้ามีข่าวอะไรให้รีบแจ้งมา” พูดจบก็สวมเสื้อนอกและไปสถานที่เกิดเหตุกับอาฉีทันที
---------------
เขื่อนที่เป็นสถานที่เกิดเหตุอยู่ทางทิศเหนือของเมืองนี้ บริเวณรอบๆ นอกจากโรงงานที่ถูกทิ้งร้างไม่กี่แห่ง ที่เหลือก็เป็นที่ดินทำนา แม้รอบๆ จะมีบ้านคนอยู่บ้าง แต่คนอาศัยอยู่กันน้อย บวกกับตอนนั้นเป็นเวลากลางดึก ฉะนั้นการที่ตำรวจหาผู้พบเห็นเหตุการณ์แถวๆ นั้นจึงไม่ได้ผลอะไรเลย
กว่าพี่มู่กับอาฉีจะขับรถไปถึงสถานที่เกิดเหตุก็เป็นเวลาเก้าโมงเช้าแล้ว บริเวณรอบๆ ต่างได้ถูกตำรวจกั้นเอาไว้แล้ว หลังจากแสดงบัตรเจ้าหน้าที่ ตำรวจนายหนึ่งที่รับผิดชอบสถานรที่เกิดเหตุก็ได้พาทั้งคู่เข้าไปดู
“เมื่อวิเคราะห์จากรอยล้อรถแล้ว รถขับมาจากทางหลวงแล้วอยู่ๆ ก็เลี้ยวเข้ามาในที่นาที่อยู่ใกล้ๆ กับบริเวณเขื่อน เหมือนจะเบี่ยงเส้นทาง แต่ระหว่างนั้นรถเสียการควบคุมและ พุ่งเข้าไปในเขื่อน” เจ้าหน้าที่ตำรวจอธิบายให้พี่มู่ฟัง “ส่วนสาเหตุที่ต้องเบี่ยงเส้นทาง จากการวิเคราะห์ของเราคิดว่าเพื่อต้องการหลบด่านตรวจที่อยู่ข้างหน้า เพราะตอนนี้จินเปียวยังถูกตำรวจตามจับอยู่ ถ้าขับไปตามทางแล้วเจอด่านตรวจต้องถูกพบแน่นอน ฉะนั้นจึงเบี่ยงเส้นทางหนีไปต่างจังหวัด แต่คาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องขึ้น”
พี่มู่ฟังไปด้วยแล้ว ก็ตรวจสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดไปด้วย
รอยล้อรถเริ่มต้นจากขอบทางหลวง ผ่านพื้นนาไปจนถึงพื้นซีเมนต์คอนกรีตใกล้รอบๆ เขื่อน จากนั้นชนทะลุกำแพงรั้วป้องกันแล้ว วิ่งเข้าไปในเขื่อน เนื่องจากสองข้างของทางหลวงไม่มีแนวรั้วกั้น ฉะนั้นการขับลงจากทางหลวงเข้าไปในพื้นนาจึงมีความเป็นไปได้สูงมาก และในสถานที่เกิดเหตุก็มีรอยล้อเพียงรอยเดียว โดยรวมแล้วสถานการณ์ก็เป็นอย่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคนนี้ได้วิเคราะห์ไว้
“กล้องถ่ายติดรถของจินเปียวที่ถูกกล้องถ่ายได้คือตอนวันนี้ตอนเที่ยงคืนสี่สิบนาทีของ วันนี้ แต่เสียงรถชนที่ชาวบ้านบริเวณรอบๆ ได้ยินกลับอยู่ตอนประมาณตีหนึ่ง จากทางหลวงถึงเขื่อนระยะทางก็ไม่เกิน 500 เมตรเอง แค่เดินยังถึงก่อนเลย ขับรถทำไมถึงใช้เวลานานขับรถนานขนาดนี้?”
พี่มู่พูดไปและก็เดินไปถึงพื้นซีเมนต์คอนกรีตที่อยู่ตรงหน้ากำแพงกั้นเขื่อนที่ถูกชนแตก ชี้ไปที่บริเวณหนึ่ง “รอยรถตรงนี้ผิดปกติมาก ดูจากรอยล้อบนพื้นแล้ว เหมือนรถจะกลับรถแล้วหัว หยุดชะงัก ที่บริเวณเล็กๆ นี้ จากนั้นวิ่งพุ่งเข้าชนกำแพงกั้นเขื่อนอย่างกระทันหัน และ...” สายตาของพี่มู่มองตามรอยล้อรถไปข้างหน้ารอยล้อรถ “จากหยุดชะงักไปจนถึงพุ่งเข้าชน รอยล้อรถเป็นเส้นตรงทั้งเส้น นี่ก็เป็นจุดที่ผิดปกติที่สุด”
“นี่... หมายความว่าอธิบายยังไง?” เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ค่อยเข้าใจ
“ถ้าหากระบบเบรกขัดข้อง ด้วยสัญชาติญาณ คนขับจะรีบหมุนพวงมาลัยเพื่อป้องกันการชนตรงๆ ฉะนั้นรอยล้อรถจะต้องมีลักษณะรการบิดเบี้ยว” พี่มู่หันไปมองที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ “ในสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งดูเหมือนว่าคนขับจงใจขับชนกำแพง”
“คุณกำลังจะบอกว่า... ผู้เสียชีวิตฆ่าตัวตายเหรอ?” เจ้าหน้าที่ตำรวจตกใจกับการวิเคราะห์ของพี่มู่
“จะเป็นการฆ่าตัวตายหรือเปล่ายังพูดไม่ได้ ฉันต้องการดูรายงกานการชันสูตรศพโดยเร็วที่สุด...”
ยังไม่ทันที่พี่มู่จะพูดจบ ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคนวิ่งเข้ามา “ผลชันสูตรศพของผู้ตายออกมาแล้ว ปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดสูงถึง 429mg/ 100ml ซึ่งมันเกินค่ามาตรฐานไปเยอะมาก”
“ปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดสูงขนาดนี้!” เจ้าหน้าที่ตำรวจตกใจ “เมาขนาดนี้จะเกิดภาพหลอนก็เป็นไปได้ ถึงได้มีการชนที่ผิดปกติแบบนี้ ถ้าอย่างนั้น คำถามเรื่องรอยล้อรถก็สามารถอธิบายได้แล้ว”
“แต่คนที่กำลังเตรียมจะหลบใหนีทำไมถึงถึงดื่มจนเมาขนาดนี้? มันไม่สมเหตุสมผลเลย...” พี่มู่ตั้งคำถาม
“เอ่อิ่ม... จากที่พวกเราได้ตรวจสอบมา จินเปียวเหมือนจะเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ทางฝั่งของพวกเราเองก็มีรบันทึกการเมาแล้วขับอยู่ไม่น้อย”
“...” พี่มู่เหมือนคิดอะไรอยู่ แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ
“ช่วยเอารายละเอียดของรายงานผลชัขันสูตรศพให้พวกเราด้วยได้ไหม? แล้วก็ข้อมูลของสถานที่เกิดเหตุโดยละเอียดด้วยของสถานที่เกิดเหตุ” อาฉีที่อยู่ข้างๆ ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรับปาก อาฉีกับพี่มู่ทั้งคู่ก็ได้ถ่ายรูปสถานรที่เกิดเหตุแล้วก็ออกจากพื้นที่ไป
“จากเบาะแสที่มีอยู่ตอนนี้ เหมือนจะร่างเหตุการณ์คร่าวๆ ได้แล้ว” ระหว่างทาง อาฉีขับรถไปพร้อมรวบรวมความคิด
“เนื่องจากจินเปียวขู่กรรโชกไม่สำเร็จ ก็เลยคิดจะลงมือสังหารเฉินเหยียนละแย่งชิงหินกุญแจเลือดกลับมา จึงก็เลยวางแผนทั้งหมดนี้ขึ้น วันที่ 2 เดือนพฤษภาคมตอนเที่ยงจินเปียวออกจากบ้าน ตอนประมาณบ่ายสามสิบห้านาทีมาถึงตู้โทรศัพท์สาธารณะที่อยู่ชานเมืองเพื่อโทรข่มขู่หลี่ลี่เป็นครั้งสุดท้าย หลังจากถูกปฏิเสธ ในคืนวันเดียวกันก็ได้ลงมือสังหารเฉินเหยียนและแย่งชิงแหวนหินกุญแจเลือดสำเร็จ แต่ตอนที่ลงมือไม่คิดว่าเย่อวี้จะโผล่มา ด้วยความเร่งรีบตัวเองจึงได้ถูกเฉินเหยียนพบเห็นและถ่ายรูปไว้ ต่อมาเพื่อให้แน่ใจว่าเย่อวี้มองเห็นตัวเองหรือไม่ วันที่ 3 เดือนพฤษภาคมตอนประมาณบ่ายโมง เขาจึงสร้างสถานการณ์ให้ได้เจอเย่อวี้ที่อพาร์ทเม้นท์ แล้ว พยายามใช้หินกุญแจเลือดค้นสมองของเย่อวี้ แต่กลับเจอคุณสมบัติขับไล่ของเย่อวี้โดยบังเอิญ ด้วยความร้อนรน จินเปียวเลยระเบิดอพาร์ทเม้นท์และรถของเย่อวี้ในวันเดียวกันเวลาห้าทุ่มครึ่ง โชคยังดีที่ในคืนนั้นเย่อวี้อยู่ที่บาร์ของเราเลยรอดไปได้ และพวกเราใช้ตราสัญลักษณ์ของสมาคมเซิ่งเหยียนที่อยู่บนระเบิดตามหาจินเปียวกับหลี่ลี่จนเจอ วันที่ 5 เดือนพฤษภาคม พวกเราใช้คำให้การของหลี่ลี่ออกหมายจับจินเปียว กลางดึกวันที่ 6 จินเปียวที่พยายามหนีออกต่างจังหวัดแต่เมาแล้วขับเลยทำให้ขับเข้าไปในเขื่อนแล้วเสียชีวิต” อาฉีหยุดสักพักหนึ่ง “เมื่อดูคร่าวๆ แล้ว เรื่องราวก็น่าจะเป็นแบบนี้”
“ฮ่าๆไ อาฉี คุณรู้่สึกว่าเรื่องมันจะง่ายๆ แค่นี้เองเหรอ?” พี่มู่หัวเราะแล้วถามขึ้น
“จะว่าไป จุดที่น่าสงสัยก็ยังมีอยู่...” อาฉีมีท่าทีลังเล “ยังไม่พูดถึงจินเปียวที่เป็นแค่นักเลงแต่ทำไมถึงวางแผนละเอียดรอบคอบอย่างแผน `โลกเสมือนจริงฆ่าคน` ได้ แหวนของเฉินเหยียนวงนั้นก็คือจุดที่น่าสงสัยที่สุด จากการวิเคราะห์ของพวกเราก่อนหน้านี้ แหวนวงนั้นเป็นอุปกรณ์ควบคุมโลกเสมือนจริงที่มีเข็มยาสลบติดอยู่เป็นอุปกรณ์ควบคุมโลกเสมือนจริง แหวนทั้งวงเป็นอุปกรณ์ในการก่อคดี ถ้าจินเปียวขายอาวุธสังหารนี้ให้กับเฉินเหยียนตั้งแต่ต้น ก็หมายความว่าเขาวางแผนที่จะฆ่าเฉินเหยียนไว้แล้ว แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น มันจะไม่สอดคล้องกับแรงจูงใจในการก่อคดีฆ่าที่พวกเราได้ตั้งไว้แต่แรก ก่อนหน้านี้พวกเราตรวจสอบไปทางที่จินเปียวขู่กรรโชกไม่สำเร็จเลยต้องการฆ่ามาตลอด”
“นอกจากนี้ ยังมีจุดสำคัญอีกหนึ่งจุด...” พี่มู่ยิ้มเชิดมุมปากขึ้น แต่น้ำเสียงไม่ได้มีอารมณ์ถึงการล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย
“การตรวจสอบของพวกเรามันราบรื่นเกินไป นี่มันผิดปกติแต่แรกอยู่แล้ว เหมือนทุกก้าวได้มีคนวางเบาะแสเอาไว้ให้ เชื่อมเรื่องหนึ่งเข้ากับต่ออีกเรื่องหนึ่ง ให้พวกเราตั้งข้อสงสัยไปที่จินเปียว สุดท้ายก็เอา `อุบัติเหตุ` มาจบเรื่องทั้งหมดนี้”
“... คุณกำลังจะบอกว่า มีคนจงใจลวงสายตาของพวกเรา?”
พี่มู่พยักหน้าเบาๆ “ทิศทางการตรวจสอบของพวกเราคงจะผิดตั้งแต่แรกเลย ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นสิ่งที่คนร้ายจงใจให้เราเห็น ไม่แน่คนร้ายตัวจริงอาจซ่อนตัวอยู่นอกสายตาของพวกเรา”
“แต่ว่าตอนนี้จินเปียวก็ตายไปแล้ว หินกุญแจเลือดก็ไม่รู้อยู่ไหน พวกเราไม่มีเบาะแสที่จะสืบต่อไปแล้ว...”
“งั้นทำไมพวกเราไม่ลองเปลี่ยนความคิดดูล่ะ คนร้ายจงใจสร้างภาพลวงตาเกินไป บางทีอาจจะทิ้งเบาะแสจริงๆ ไว้ก็เป็นไปได้ อาฉี นายแกลองคิดดูก่อนว่าพวกเรามาสงสัยถึงจินเปียวได้ยังไง?”
“ตราสัญลักษณ์สมาคมเซิ่งเหยียนบนระเบิด... คำให้การของหลี่ลี่... ยังมีเทปบันทึกภาพของกล้องหน้ารถที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ!” อาฉีเข้าใจทันที “หรือว่าทั้งหมดนี้เป็นการวางแผนของคนร้ายตัวจริง?”
“ยังไม่ต้องพูดถึงคำให้การของหลี่ลี่ก่อน ตู้โทรศัพท์สาธารณะเทปบันทึกภาพที่ที่ถ่ายตู้โทรศัพท์สาธารณะติดคนที่ที่สงสัยว่าจะเป็นจินเปียวอยู่ระหว่างตึกร้างสองตึกในที่ชานเมืองที่สงสัยว่าจะเป็นจินเปียว บริเวณรอบๆ ก็ไม่ค่อยมีผู้คน แต่ทำไมในวันนั้นช่วงเวลานั้นกลับมีรถคันหนึ่งจอดอยู่ตรงนั้นพอดี แถมหันไปถ่ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในซอยด้วย? ถ้าคนร้ายจงใจให้เราเห็นเทปบันทึกภาพนั่้นละก็ รถคันนั้นก็มีข้อสงสัยอยู่ไม่น้อยแน่ๆ ”
“งั้นผมจะให้คนไปตรวจสอบรถคันนั้น ว่าแต่แล้ว เป็นไปได้ไหมว่าหลี่ลี่จะเป็นคนร้ายได้ไหม? เพราะยังไงเบาะแสเรื่องโทรศัพท์ก็เป็นผู้หญิงคนนี้ให้พวกเรามา”
“ไม่น่าจะเป็นไปได้ ส่วนสูงของหลี่ลี่ต่างกับชายชุดกันลมอย่างเห็นได้ชัด โดยทั่วไปแล้วรูปร่างยังพอปลอมได้ แต่ส่วนสูงนั้นเป็นไปไม่ได้ จากการคาดเดาของฉัน หลี่ลี่เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของเขา” พี่มู่ขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งเครียด “และถ้าหากฉันเดาไม่ผิดล่ะก็ จุดจบของเธอขาห่างกับจินเปียวไม่ไกลแล้ว”
“... หรือว่า... คนร้ายจะฆ่าปิดปาก!?” อาฉีถามอย่างตกใจ
“เป็นไปได้สูงมาก ยังไงหลี่ลี่ก็ดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนร้ายตัวจริง สำหรับคนร้ายแล้วนี่เป็นระเบิดเวลา ถ้าพวกเราสงสัยถึงตัวหลี่ลี่เขาและใช้หินกุญแจเลือดค้นสมองของเธอขา งั้นตัวคนร้ายก็จะถูกเปิดโปงโผล่ออกมา ฉะนั้นหลังจากที่คนร้ายใช้หลี่ลี่เสร็จ จะต้องพยายามกำจัดเธอขาทิ้ง” พี่มู่ถอนหายใจเบาๆ “ที่จริงแล้วฉันได้ส่งคนไปที่คอนโดของเธอขาแล้ว หวังว่า... จะยังคงทันอยู่”
“งั้นพวกเราก็ช้าไม่ได้แล้ว ไปหาเธอขาตอนนี้เลย!” อาฉีเหยียบคันเร่ง ขับไปที่คอนโดของหลี่ลี่อย่างรวดเร็ว
---------------------------------------------------------------------------------------------