แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0023 ตอนที่ 24
ตอนที่ 23 กลับมาอีกครั้ง
โหลวเยวี่ยเหมือนงงอยู่สักพักก่อนจะ แต่ก็เข้าใจทันที เขาหันกลับไปส่งสัญญาณให้เสี่ยวเหยียน เสี่ยวเหยียนหลุดออกรู้สึกตัวจากอาการตกใจ พยักหน้า วางเสื้อผ้าลงแล้วเดินออกจากห้องผู้ป่วยไป
หลังจากเสี่ยวเหยียนเดินออกไป โหลวเยวี่ยก็มองที่ตาของเย่อวี้ พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “56K,67X,97L,10:00PM เป็นเวลากับพิกัด”
“กล่องปฐมพยาบาลที่อยู่หอพักของผมมันวางไว้ตรงไหน?” แววตาของเย่อวี้ยังคงระแวง
“กล่องปฐมพยาบาลอยู่ในลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือ ข้างในยังมีของใช้ส่วนตัวด้วย อ้่อ วันนั้นตอนที่ผมไปที่หอพัก ยังมีไอ้โง่คนหนึ่งคิดว่าผมเป็นนักฆ่า คิดจะขว้างกระเป๋าใส่ผม แต่กลับโดนบาดซะเอง” โหลวเยวี่ยร้องเฮอะฮึ่มเบาๆ น้ำเสียงเยาะเย้ยหยัน “ถ้าหากคุณยังคิดว่าผมเป็นของปลอมจาก `โลกเสมือนจริง` อยู่ล่ะก็ จะถามต่อก็ได้นะ”
เย่อวี้ที่ตึงเครียดอยู่ค่อยๆ ผ่อนคลายความตึงเครียดคลายลง เรื่องที่โหลวเยวี่ยพูดมามีแค่เขากับโหลวเยวี่ยเท่านั้นที่รู้ และจากความทรงจำก่อนหน้านี้ โหลวเยวี่ยที่จะอยู่ตรงหน้าก็ดูสมเหตุสมผลดี
อาจเป็นเพราะเมื่อสักครู่เครียดเกินไป พอเย่อวี้ที่ผ่อนคลายลงก็ตอนนี้เริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวดของร่างกาย นอนลงไปบนเตียงทันที อาจเป็นเพราะการกระทำก่อนหน้านี้ท่าทางที่รุนแรงเกิน ทำให้กระทบถึงบาดรอยแผล
“คุณ... ร่างกายไม่เป็นไรใช่ไหม” ครั้งนี้น้ำเสียงของโหลวเยวี่ยไม่มีความเย้ยหยัน
“ไม่เป็นไร... น่าจะไม่ได้เป็นอะไรมาก” เย่อวี้พูดอย่างละอายใจ “ขอโทษที เหมือนว่าผมจะกังวลเกินไป... จริงสิอ่อ เมื่อกี้ที่ทำกับเสี่ยวเหยียน... ต้องขอโทษจริงๆ ”
“เอาไว้คุณค่อยพูดกับเธอขาด้วยตัวเองครั้งถัดไปเถอะ” โหลวเยวี่ยหันหลังกลับ “คุณเพิ่งจะตื่น รักษาตัวที่นี่สักพัก ไว้อีกสองวันผมค่อยมาหาคุณ” พูดจบก็เตรียมเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อนหัวหน้า...” เย่อวี้รีบเรียกโหลวเยวี่ยไว้ “ผมมีเรื่องจะพูดกับคุณ”
โหลวเยวี่ยหันศีรษะหัวมา มองไปที่เย่อวี้
“ก่อนหน้านี้เจอเรื่องแปลกๆ มาเยอะ เมื่อสักครู่เลยมีปฏิกิริยาแบบนั้น” เย่อวี้ถอนหายใจ “ผมอยากจะเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง ไม่แน่อาจจะช่วยพวกคุณหาคนร้ายได้”
โหลวเยวี่ยลากเก้าอี้มานั่งลง สีหน้ากลับมาปกติ “คุณพูดมาเถอะ”
เย่อวี้พยุงตัวนั่ง เริ่มเล่าจากที่ตัวเองถูกล่อไปที่เขตบ้านตะวันตก
...
“... เรื่องทั้งหมดก็เป็นอย่างนี้” เย่อวี้สรุป
“คุณบอกว่าสุดท้าย `โลกเสมือนจริง` แตกออกเอง? โหลวเยวี่ยพิจารณาคิดอยู่ มองไปที่เย่อวี้
“...ใช่ ตอนแรกภาพฉากหลังเริ่มจะพังทลายลง แล้วจู่ๆ ก็แตกหมดเลย ผมถึงได้มีชีวิตรอดกลับมา จากนั้นพวกคุณก็มาถึง” เย่อวี้ยังจำคำสั่งของชายสวมหน้ากากได้ จึงตัดสินใจไม่พูดช่วงที่เขาช่วยตัวเองไว้
“ตอนที่ `โลกเสมือนจริง` เริ่มจะพังทลายลง ร่างกายของคุณรู้สึกยังไงบ้างง?” โหลวเยวี่ยถามอีก
“เอ่อิ่ม... รู้สึกร้อนขึ้นมา เหมือนในร่างกายจะมีพลังงานกำลังระเบิด... ขอโทษด้วย ตอนนั้นผมเหมือนจะเสียการควบคุม รายละเอียดเป็นยังไงผมก็จำไม่ค่อยได้แล้ว” เย่อวี้ทำสีหน้ายุ่งยาก
โหลวเยวี่ยก้มหน้าคิดอยู่ เหมือนกำลังรวบรวมความคิด
“หัวหน้า หรือว่าคุณจะคิดรู้สึกว่าสาเหตุที่ `โลกเสมือนจริง` พังทลายลง มันเกี่ยวกับร่างกายของผม?” เย่อวี้ถามอย่างระวัง
“เป็นไปได้” โหลวเยวี่ยเงยหน้าขึ้น “จากการคาดเดาของผม ตอนนั้นน่าจะเป็น `คุณสมบัติขับไล่` ที่ช่วยคุณไว้”
“คุณสมบัติของผม?” เย่อวี้เกาหัว “คุณสมบัติของผมไม่ใช่แค่ป้องกันคลื่นสมองหรอกเหรอ? หรือว่ามันจะทำลายการควบคุมของ `โลกกลเสมือนจริง` ได้ด้วย?”
ถ้าพูดตามจากเหตุผลแล้ว `คุณสมบัติขับไล่` ก็คือเป็นระบบภูมิคุ้มกันพิเศษ และระบบภูมิคุ้มกันนี้ไม่ได้มีความตายตัว แต่สามารถปรับเปลี่ยนพัฒนาได้ตามสภาพแวดล้อม”
“พัฒนา?” เย่อวี้ทำตาโต
“ใช่แล้ว ก็เหมือนกับการที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นหลังจากที่คุณป่วยเป็นบางโรค ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้น เพื่อและป้องกันการเป็นโรคซ้ำอีกครั้ง” โหลวเยวี่ยอธิบาย “ถ้าพูดตามจากหลักการของ `โลกเสมือนจริง` แล้วล่ะก็ มันคือการเข้าไปควบคุมสัญญาณการรับรู้ที่สมองได้รับ เพื่อ มันผ่านการควบคุมสัญญาณรับรู้ที่สมอง เพื่อสร้าง `ภาพลวงตา` ใส่ให้กับคุณ แต่ร่างกายและคุณมีคุณสมบัติของคุณสามารถป้องกันการรบกวนคลื่นสมองจากภายนอกได้ มันก็เลยสามารถแก้ `ภาพลวงตา` ได้เอง”
อย่างนี้นี่เองเหรอ? สงสัยก่อนหน้านี้ที่เจอในบาร์ `Memories` จะทำให้เขามีภูมิคุ้มกัน `โหลกวเสมือนจริง` โดยไม่รู้ตัว และพอครั้งนี้ เมื่ออยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินความสามารถนี้จึงได้ระเบิดออกมา เย่อวี้เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้
“แต่แน่นอนว่า เพราะข้อมูลของ `ผู้ขับไล่` ยังไม่เยอะ การวิจัยของพวกเราเรื่องคุณสมบัติของที่มีต่อร่างกายรคุณก็มีจำกัด ไม่แน่อาจจะว่ายังมีความสามารถอื่นที่ซ่อนอยู่โดยที่พวกเราไม่รู้” โหลวเยวี่ยมองที่เย่อวี้ “แต่ถ้าการวิเคราะห์ของผมถูกต้อง ต่อไปนี้คุณน่าจะมีภูมิคุ้มกันต่อกับดัก `โลกเสมือนจริง`แล้ว”
“จริงเหรอ? งั้นก็ดีมากเลย!” เย่อวี้ถภอนหายใจยาว พูดกันตามตรง ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่ถูก `เสี่ยวเหยียน` ไล่ฆ่าใน `ภาพลวงตา` เย่อวี้ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถเชื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้อีก ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปไม่นานเขาต้องบ้าแน่ๆ เขารู้สึกขอบคุณพ่อแม่จากใจที่ให้เขามีร่างกายรที่มีคุณสมบัติแบบนี้
“เพื่อความแน่นอน ไว้หลังจากนี้ค่อยทำการตรวจร่างกายของคุณอีกที หลังจากร่างกายฟื้นตัวแล้วสามารถเข้ารับการทดสอบได้ เพื่อพิสูจน์ว่าคุณมีภูมิคุ้มกัน `โลกเสมือนจริง` หรือไม่” โหลวเยวี่ยพูดเสริม
เย่อวี้พยักหน้า เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบมองไปที่โหลวเยวี่ยเย่อวี้ “จริงสิอ่อ ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าใน `ภาพลวงตา` คนที่ปลอมตัวเป็นเสี่ยวเหยียน เหมือนเขาจะเรียกตัวเองว่า... อะไรนะ... `ซื่อ`? ?”
“ซื่อ!” ร่างกายโหลวเยวี่ยสั่นสะท้าน รูม่านตาหดตัวขยาย สีหน้าเปลี่ยนเป็นอึมครึมมืดมนอย่างน่ากลัว “ว่าแล้ว... ว่าแล้วว่าต้องเป็นพวกมันเขา!”
“... หัวหน้า คุณรู้จักพวกเขา?” เห็นโหลวเยวี่ยที่ปกติโหลวเยวี่ยที่สงบนิ่งกลับลืมตัวจนเสียกิริยาอาการ ทำให้เย่อวี้ประหลาดใจ
“... เรื่องนี้คุณไม่ต้องยุ่งอีก ที่เหลือผมจะจัดการเอง” โหลวเยวี่ยไม่ได้ตอบคำถามของเย่อวี้ แต่กลายเป็นออกคำสั่งแทน
เห็นท่าทางเอาจริงของโหลวเยวี่ย เย่อวี้เลยไม่ถามต่อ ได้แต่พยักหน้ารับ
โหลวเยวี่ยลุกขึ้นเดินไปที่ประตู “คุณอยู่ที่นี่รักษาตัวดีๆ ที่นี่ปลอดภัยมาก ช่วงนี้อย่าไปไหนมาไหนคนเดียว” หลังพูดจบก็รีบเดินจากไป
เย่อวี้นึกย้อนนึกถึงปฏิฏิกิริยาของโหลวเยวี่ยเมื่อสักครู่ สงสัยเรื่องนี้จะซับซ้อนกว่าที่ตัวเองคิดเอาไว้
“ซื่อ”... เป็นองค์กรเค์หรอ? พวกเขาเป็นใครกันแน่? ทำไมถึงทำให้โหลวเยวี่ยเคร่งเครียดได้ขนาดนี้?
หัวของเย่อวี้เริ่มปวดอีกครั้ง เขาก็เลยไม่คิดต่อ กลับไปนอนที่เตียงใหม่ ไม่นานเขาก็หลับไปอีกครั้ง
-----------------
ในห้องมืดที่สลัวปรากฏเหมือนมีวงแหวนแสงไฟสีเหลืองขึ้นมาจางๆ
วงแวหวนค่อยๆ สว่างขึ้น ขณะเดียวกันก็เริ่มและเกิดการเปลี่ยนแปลง อีกฝั่งของวงแหวนค่อยๆ มีแสงสีขาวปรากฏฏขึ้นมา จากนั้นลำแสง สีทอง สีฟ้าเขียว สีแดง และสีดำลำแสงก็ทั้งสี่ปรากฏขึ้นจากซ้ายไปขวาปรากฏตามลำดับ ล้อมวงแหวนไว้อยู่ตรงกลาง
แต่การเปลี่ยนแปลงยังไม่หยุด รูปร่างของลำแสงเหล่านั้นี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างที่มหัศจรรย์ไม่น่าเชื่อ ในแสงสีทอง มีเสือขาวน่าเกรงขามตัวหนึ่งกระโดดออกจากแสงสีทองลงมาที่พื้น เงาของมังกรฟ้าเขียวเลื้อยขึ้นมาตามแสงสีฟ้าเขียว ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่าง หงส์แดงสยายปีก พุ่งออกมาจากแสงสีแดงที่เหมือนดั่งเปลวไฟ แสงสีดำค่อยๆ ตกลงมา เริ่มปรากฏเป็นรูปร่างของเต่าดำค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา และแสงสีขาวที่ออกมาตอนแรกสุดนั้นเริ่มหมุนอย่างช้าๆ กลายเป็นรูปหยินหยางไทเก็ก
ตอนนี้วงแหวนสีเหลืองเหมือนหมดพลังลง แสงได้ดับลงอย่างช้าๆ และหายไปในที่สุด ในตอนนั้นเองลำแสงทั้งห้าก็สิ้นสุดการเปลี่ยนแปลง ลำแสงแต่ละลำค่อยๆ มีเงาคนปรากฏ
“เอ้า ผมว่านะหัวหน้าใหญ่ คุณมาอารมณ์ไหนเนี่ยถึงเรียกประชุมพวกเราอย่างเร่งด่วนน่อ่ะ นี่ไม่ใช่วิธีการทำงานของคุณนี่ิ” น้ำเสียงแฝงความแปลกใจของผู้ชายคนหนึ่งที่แฝงด้วยความแปลกใจทำลายความเงียบ `เสือขาว` ชิงพูดมาก่อน
“พูดมากจริงๆ ที่หัวหน้าใหญ่ที่ทำแบบนี้ก็ต้องมีาเหตุผลของเธอแหละขา” น้ำเสียงของ `หงส์แดง` เต็มไปด้วยความดูถูก
“ฮ่าๆ คำพูดของคุณยังคงเสียบแทงใจเหมือนช่นเดิมเลยนะ เขาว่ากันว่าถ้าผู้หญิงทำหน้าบึ้งตลอดเดี๋ยวที่หน้าจะมีเป็นริ้วรอยที่หน้านะ” `เสือขาว` ไม่ถือสาใส่ใจแล้วพูดเล่นต่อ
`หงส์แดง` ทำเสียงฮึ่มหื่มเบาๆ เหมือนไม่อยากยอมต่อปากต่อคำกับอีกฝ่าย
“ฮ่าๆ เอาล่ะๆ ” เสียงสุขุมของผู้ชายคนหนึ่งที่มั่นคงดังขึ้น `เต่าดำ` หัวเราะให้บรรยากาศสงบลง “พวกเราฟังก่อนว่าหัวหน้าใหญ่จะพูดอะไร”
“วันนี้ที่เรียกประชุมใหญ่ทั้งสี่สาขาย่อย เพราะคือมีข้อความสำคัญจะบอกทุกท่าน” เสียงผู้หญิงที่เหมือนเด็กเล็กๆ ดังส่งมาจาก `รูปหยินหยางไทเก็ก` ร่างของหญิงตัวเล็กคนหนึ่งค่อยๆ ปรากฏในลำแสง แม้เสียงจะเหมือนเด็ก แต่น้ำเสียงหนักแน่น ทั้งร่างคนให้ความรู้สึกน่าเกรงขามอย่างบอกไม่ถูก ทุกคนรีบหุบปากแล้ว ฟังอย่างตั้งใจ
“ `ซื่อ` ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว” สาวน้อยเปิดประเด็น
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที คำพูดเมื่อครู่กี้ถึงแม้จะสั้น แต่เหมือนโยนระเบิดลงมาที่กลางวง สีหน้าทุกคนเปลี่ยนไปหมด
“... พวกมันเขายังไม่ตายใจล้มเลิกความตั้งใจจริงๆ ด้วย คิดจะกลับมาอีกครั้งเหรอ?” หลังจากความเงียบช่วงสั้นๆ `เสือขาว` ก็กัดฟันพูดขึ้น
“รายละเอียดทั้งหมดให้โหลวเยวี่ยเป็นคนพูดแล้วกัน” สาวน้อยส่งสัญญาณให้ `มังกรฟ้าเขียว` ที่อยู่ข้างๆ
“ช่วงก่อนหน้านี้ ที่เขตตะวันออกได้มีแหวนที่คล้ายสงสัยว่าจะเป็นคล้ายหินกุญแจเลือดปรากฏขึ้น” `มังกรฟ้าเขียว` ค่อยๆ พูดขึ้น เป็นเสียงของโหลวเยวี่ยนั่นเอง “ระหว่างที่พวกเรากำลังตรวจสอบอยู่ ก็สืบพบมาว่ามีคนแอแบแย่งชิงแหวนละก่อคดีฆาตกรรมหลายครั้ง และระหว่างนั้นก็เจอกับเบาะแสของ `ซื่อ` ”“
โหลวเยวี่ยเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ หัวหน้าหน่วยย่อยคนอื่นๆ เมื่อได้ฟังยินแล้วต่างมี สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา
“ดูจากลักษณะการทำงานแล้ว มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นฝีมือของ `ซื่อ` จะก่อเหตุ...” หลังจากฟังโหลวเยวี่ยเล่าจบ `หงส์แดง` ก็พูดอย่างเรียบเฉย
“เมื่อกี้คุณพูดว่า เพื่อนร่วมงานที่อยู่ในหน่วยของพวกคุณได้ยินอีกฝ่ายเรียกตัวเองว่า `ซื่อ` ตอนอยู่ใน `โลกเสมือนจริง` สินะ ได้ยินว่าอีกฝ่ายเรียกตัวเองว่า `ซื่อ` เป็นเพราะว่ามีความทรงจำเกี่ยวกับมันเลยฟังผิดหรือเปล่า?” `เสือขาว` กำลังวิเคราะห์ “ยังไงเรื่องเมื่อสามปีที่แล้วก็มีผลกระทบต่อทุกคนในหน่วยไม่น้อย ถ้าหากเขาอาจจะฝังใจกับมันคิดว่ามันใช่เลยปรากฏขึ้นมา ก็อาจมันรบกวนการตัดสินใจได้ง่ายมากเลยนะ”
“... เป็นไปไม่ได้” โหลวเยวี่ยตอบอย่างมั่นใจ “เขาเป็นคนเข้ามาใหม่ที่เพิ่งเข้ามาแบบได้รับได้อนุญาตแบบพิเศษ เรื่องเกี่ยวกับเมื่อสามปีที่แล้วเขาไม่รู้อะไรทั้งนั้นเลย ก่อนหน้านี้ผมก็ตั้งใจไม่ให้เขาทำคดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อสามปีก่อนด้วย”
“ได้รับอนุญาตพิเศษ?”
“ใช่ เขาเป็นผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ตอนนั้นกำลังถูกตามฆ่า เพื่อปกป้องเขาเลยให้เขาเข้ามาอยู่ในหน่วยชั่วคราวเพื่อปกป้องเขา” โหลวเยวี่ยพูดอย่างเรียบเฉย
“นี่... คิดดีแล้วหรือยัง? ถ้าต้องการปกป้องเขาส่งคนไปเฝ้าระวังก็ได้แล้ว ยังไงหน่วยของพวกเราก็มีความพิเศษอยู่ เขาเป็นแค่คนธรรมดามาเข้าร่วม เขาเองก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร...” `เสือขาว` ตั้งข้อสงสัย
“เขาไม่ใช่คนธรรมดา” โหลวเยวี่ยมองไปที่ `เสือขาว` “เขาเป็น `ผู้ขับไล่` และตอนนี้เขาคงโดน `ซื่อ` หมายหัวไว้แล้ว”
---------------------------------------------------------------------------------------------