แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด

แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0034 ตอนที่ 35

#35Chapter0034

ตอนที่ 34 ผู้เคราะห์ร้าย

หาพบเรา?

เย่อวี้มีข้อความสงสัยเต็มไปหมด คนที่รู้ว่าตัวเองถูกขังอยู่ในค่ายฝึกก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น เมื่อสักครู่หัวหน้าโหลวเพิ่งให้เสี่ยวเหยียนมาเยี่ยมตัวเองไป หรือว่าจะเป็นพ่อกับแม่มาที่นี่?

“ผมอยากรู้ว่า ใครมาหาพบผม?”

“เห็นแล้วก็จะรู้เอง” หลานสวี่ท่าทางขี้เกียจอธิบาย บอกเสร็จส่งสายตาให้ก็หันหลังเดินออกจากห้องไป เย่อวี้ได้แต่ลุกขึ้นแล้วตามออกไป

เย่อวี้กับหลานสวี่มาถึงห้องประชุมขนาดเล็กพร้อมกัน เพิ่งผลักประตูไปก็เห็นคนหนึ่งใส่เครื่องแบบตำรวจคน หนึ่ง ชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างอวบอ้วนเล็กน้อยกำลังนั่งตัวตรงอยู่ในนั้น พอเห็นหลานสวี่เข้ามาก็รีบลุกขึ้นเดินไปทักทายด้วยรอยยิ้ม

“หยาอ่า ต้องให้หัวหน้าหลานไปเรียกด้วยตัวเอง มันเกรงใจจริงๆ เลย!” ชายวัยกลางคนทักทายหลานสวี่ด้วยรอยยิ้มเต็มอย่างยิ้มแย้มหน้า พร้อมกันนั้นก็หันสายตามาที่เย่อวี้ที่อยู่ข้างหลังหลานสวี่ “หนุ่มน้อยคนนี้ ก่อนหน้านี้พวกเราเคยเจอกันมาก่อนใช่ไหม?”

“สา... สารวัตรเจ้า!?” เย่อวี้รู้สึกแปลกใจ ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ก็คือหัวหน้าสารวัตรสถานีตำรวจเมืองเซี่ยหยางไม่ใช่เหรอ? ก่อนหน้านี้ที่โหลวเยวี่ยพาตัวเองไปทำเรื่อง ยังเคยเจอเขาอยู่ที่หน้าประตูที่ว่าราชการอยู่เลย

“ดูเหมือนว่าคุณยังจำผมได้ ไม่เลวไม่เลว” สารวัตรเจ้าเดินขึ้นไปจับมือกับเย่อวี้ “ตอนแรกที่ได้เห็นหัวหน้าโหลวพาคุณเข้าทำงานด้วยตัวเอง ผมก็รู้สึกแล้วว่าคุณต้องไม่ธรรมดาแน่ นึกไม่ถึงว่าคุณยังได้ฝึกเดี่ยวเป็นพิเศษกับหัวหน้าหลานอีก ช่างเป็นยอดคนเลยเปี่ยมด้วยความสามารถจริงๆ !”

“คุณ... คุณพูดเกินไปแล้ว...” เย่อวี้ตอบอย่างเขินอาย ความสงสัยในใจยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก

สารวัตรมาหาเราผมเองถึงที่? นี่มันเรื่องอะไรกันแน่...

“พวกเรานั่งลงแล้วค่อยคุยกันเถอะก่อน” หลานสวี่พูดไปก็พลางหันไปหาเย่อวี้ “สารวัตรเจ้ามีเรื่องอยากจะถามคุณ คุณต้องบอกไปตามความเป็นจริง ได้ยินหรือยัง?”

ถึงแม้เย่อวี้จะไม่เข้าใจ แต่ก็พยักหน้ารับ

“อ่า ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้ แค่ถามไปเรื่อยแค่นั้นเอง” สารวัตรเจ้ายิ้มแล้วมองไปที่เย่อวี้ แสดงสีหน้าเป็นมิตร

“สหายคนนี้คุณแซ่เย่อถูกไหม? ได้ยินว่าก่อนหน้านี้คุณช่วยเหลือคนในตัวเมืองไว้ แถมยังได้รับบาดเจ็บอีก ตอนนี้ร่างกายเป็นยังไงบ้าง?”

“อ่า... แค่แผลเล็กน้อยเท่านั้นเอง ไม่เป็นไรแล้ว” เย่อวี้ตอบอย่างละอายใจ “ครั้งนั้นเป็นเพราะผมประมาทเกินไป ทำอะไรวู่วาม ตอนนั้นโชคดีที่ได้หัวหน้าหลานยื่นมือช่วยเอาไว้ ไม่อย่างนั้นผลอาจจะรุนแรงกว่านี้ก็ได้...” พูดไปก็แอบเหลือบมองหลานสวี่ที่อยู่ข้างๆ แต่หลานสวี่สีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้รู้สึกดีใจกับคำยกยอ

“ตอนนั้นหัวหน้าหลานโทรหาผมบอกว่ามีคนร้ายฟันคนในตัวเมือง ผมนี่ตกใจจนเหงื่อออกตกเลย นึกไม่ถึงว่าเมืองเซี่ยหยางของพวกเราจะมีเรื่องร้ายแบบนี้ด้วย” สารวัตรเจ้าหุบยิ้มลง เริ่มแสดงสีหน้าเคร่งเครียด “เจ้าหน้าที่ระดับสูงในเมืองให้ความสนใจกับเรื่องในครั้งนี้มาก รีบประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่เพียงส่งใช่แค่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย แต่แถมยังสอบสวนคนร้ายทั้งคืน เพื่อต้องการตรวจสอบความน่าสงสัยว่าเป็นในการก่อการร้ายหรือไม่”

“แล้วผลของการสอบสวนคือ...?” เย่อวี้ถามขึ้น

“จากการสอบสวนขั้นต้นได้ตัดความเป็นไปได้ในการก่อการร้ายออก คนร้ายคนนี้ลงมือคนเดียว ไม่มีเพื่อนร่วมลงมือ แต่ว่า...” สีหน้าของสารวัตรเจ้าดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่

“แต่ว่า...?”

“แต่ว่าตอนที่สอบสวน คนร้ายคนนั้นได้พูดเรื่องที่แปลกมากเรื่องหนึ่ง เลยดังนั้นมีเรื่องบางอย่างที่ผมต้องมายืนยันกับคุณ...” พูดไปขณะพูด สารวัตรเจ้าก็หันศีรษะหัวไปมองหลานสวี่ที่อยู่ข้างๆ เหมือนจะลังเล

“เอาเลย คุณถามตรงๆ ได้เลย” หลานสวี่ทำท่าทางไม่เป็นไรว่าอะไร

พอได้อนุญาตจากหลานสวี่ สารวัตรเจ้าก็ไม่ลังเล พูดตรงๆ กับเย่อวี้ว่า

“ผมอยากทราบเรื่องที่คุณทำทั้งหมดในสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ รวมถึงสถานที่ที่อยู่ คนที่พบเจอ มีพยานหรือไม่ต่างๆ นาๆ อะไรพวกนี้”

“ฮะห๊ะ?” เย่อวี้รู้สึกแปลกใจ คำถามแบบนี้ เหมือนเป็นการตรวจสอบหลักฐานการยืนยันสถานที่อยู่การอ้างฐานที่อยู่ชัดๆ ! หรือว่าตัวเองถูกตั้งข้อหาเป็นผู้ต้องสงสัยอีกแล้ว??

“ฮ่าๆ คุณไม่ต้องเกร็ง” อาจจะเพราะกลัวเย่อวี้ตกใจ ใบหน้าของสารวัตรเจ้ากลับมาเป็นรอยยิ้มที่เป็นมิตรอีกครั้ง “คุณแค่บอกเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ กับผมก็พอ พวกเราก็แค่ต้องการนำไปเปรียบเทียบเฉยๆ ”

“พูดไปเลย ไม่เป็นไร” หลานสวี่ช่วยเสริม

ถึงแม้เย่อวี้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน แต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว ตอบไปตามความเป็นจริงน่าจะดีที่สุด ก็เลยนึกย้อนกลับไป แล้วเริ่มเล่าขึ้นมา

“สองสัปดาห์ก่อน... ผมน่าจะยังอยู่ในโรงพยาบาล ก่อนหน้านั้นผมเจอเรื่องบางอย่างมาเลยได้รับบาดเจ็บ หัวหน้าโหลวจัดการให้ผมรักษาตัวในโรงพยาบาลที่กำหนดในหน่วย ระหว่างนั้นนอกจากออกไปเดินเล่นครั้งหนึ่งกับเพื่อนร่วมงาน ซินอวี้เหยียน ที่เป็นผู้ช่วยหัวหน้าครั้งหนึ่งที่เป็นเพื่อนร่วมงานซินอวี้เหยียนแล้ว ผมก็อยู่แต่ในโรงพยาบาลไม่ได้ออกไปไหนเลย กล้องวงจรปิดกับนางพยาบาลที่โรงพยาบาลสามารถช่วยยืนยันได้”

“ที่ออกไปกับเพื่อนร่วมงานชื่อซินอวี้เหยียนครั้งนั้น พวกคุณอยู่ด้วยกันตลอดเวลาใช่ไหม?”

“ใช่ครับ พวกเราก็แค่ไปเดินเล่นในห้างเล่นในตัวเมืองรอบหนึ่งเท่านั้นเอง ก่อนฟ้ามืดก็รีบกลับไปที่โรงพยาบาลแล้ว เขาเธอสามารถเป็นพยานให้ผมได้”

“ดูเหมือนว่าจะตรงกับที่พวกเราเข้าใจมา” สารวัตรเจ้าเหมือนจะผ่อนคลายลง พยักหน้าอย่างพอใจ

“อยากรู้ว่าไม่ทราบว่า นี่มันเรื่องอะไรเหรอครับ?” เย่อวี้ถามอย่างกังวล

“ไม่ต้องคิดมาก ไม่ใช่ปัญหาของคุณ น่าจะเป็นเพราะคนร้ายคนนั้นอยากจะหนีคดี ก็เลยกุเรื่องแบบนั้นขึ้นมา” สารวัตรเจ้ายิ้มตอบ

“เรื่องแบบนั้น?” เย่อวี้ไม่เข้าใจ

“คนร้ายนคนนั้นบอกว่า ในคืนหนึ่งเมื่อในสองสัปดาห์ก่อน คุณผลักน้องชายแท้ๆ ของเขาจมแม่น้ำตาย เขาเห็นมากับตา ก็เลยต้องการแก้แค้นกับคุณ” หลานสวี่เหลือบมองเย่อวี้ พูดแทรกขึ้นมา

“อะไรนะ!!?” เย่อวี้จ้องตาโต “พวกคุณไม่ได้สับสนเข้าใจอะไรผิดใช่ไหม!! ผมจะทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง!”

“ใจเย็นก่อนคุณ ใจเย็น” สารวัตรเจ้ารีบปลอบ “จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้พวกเราก็ได้ตรวจสอบดูมาแล้ว น้องชายของเขาเป็นโรคซึมเศร้า ตอนนั้นคือน้องชายของเขากระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายเอง สถานที่เกิดเหตุก็มีจดหมายลาตายทิ้งไว้ และก็มีพยานที่เห็นเหตุการณ์ แต่ไม่รู้ทำไมคนร้ายยืนยันว่าเป็นคุณที่ฆ่าน้องชายของเขา แถมยังเล่ารายละเอียดได้อย่างชัดเจนด้วย เพื่อความยุติธรรม ปลอดภัย พวกเราก็เลยมาสอบถามเรื่องราวจากคุณ”

“สองสัปดาห์ก่อนทุกคืนผมถูกขังอยู่ในโรงพยาบาล ทุกคืน จะออกไปฆ่าคนได้ยังไง! และผมก็ไม่เคยเจอกับคนร้ายคนนั้นมาก่อน ยิ่งไม่รู้จักน้องชายของเขา แล้วผมจะมีเหตุผลอะไรที่ต้องทำแบบนั้น?” เย่อวี้มีท่าทีกังวลใจ รีบอธิบาย

“พวกเราเข้าใจ แต่เหมือนว่าคนร้ายคนนั้นมีความแค้นมากมายกับคุณ มาก ตอนอยู่ในห้องขังก็ขอร้องให้พวกเรามาจับคุณด้วย” สารวัตรเจ้าอธิบาย “เพราะว่าเบื้องบนจับตาดูคดีนี้เป็นพิเศษ แถมเรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับสาเหตุการลงมือของคนร้าย พวกเราก็เลยต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัด ดังนั้นก็เลยต้องมาสอบถามคุณ ต้องขอโทษด้วย”

เย่อวี้นึกย้อนการกระทำต่างๆ ของคนร้ายในตอนนั้น มันก็มีจุดที่ไม่สมเหตุสมผลอยู่หลายจุดจริง ไม่ใช่แค่อีกฝ่ายกล้าปล้นชิงทรัพย์ในตัวเมือง หลังจากที่ตัวเองได้รับบาดเจ็บแล้วถอยหนี อีกฝ่ายยังวิ่งไล่ตามถึงในฝูงกชน นี่เห็นได้ชัดเลยว่าไม่ใช่การปล้นธรรมดาแล้ว

นอกจากนั้น คนร้ายยังพูดอยู่ตลอดว่าจะให้ตัวเอง `ชดใช้ด้วยชีวิต` ที่แท้ก็เป็นเพราะเรื่องนี้เหรอ? ดูเหมือนว่าท่าเขาจะไม่ใช่ `ไอ้่โง่` แล้ว ตั้งแต่แสดงการ แสดง `กระชากปล้นกระเป๋า` เริ่มต้นขึ้น ทั้งหมดต่างนี้เป็นแผนที่ถูกวางเอาไว้แล้ว!

“ต้องขอโทษด้วยครับสารวัตรเจ้า เมื่อสักครู่ผมโมโหไปหน่อย... ผมเข้าใจงานของพวกคุณเป็นอย่างดี ดังนั้นถ้าคุณมีอะไรก็ถามมาได้เลย ยังไงผมก็บริสุทธิ์อยู่แล้ว” อารมณ์ของเย่อวี้ค่อยๆ สงบลง พูดกับสารวัตรเจ้าว่า “ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าทำไมคนคนนั้นถึงยืนยันหนักแน่นว่าผมคือคนร้ายที่ฆ่าน้องชายเขาตาย แต่ผมคิดว่าเขาต้องจำคนผิดแน่ๆ ”

“ฮ่าๆ คงจะไม่ใช่เรื่องได้ง่ายๆ อย่างแค่ `จำคนผิด` แล้ว” หลานสวี่ข้างๆ ที่เงียบอยู่นานที่อยู่ข้างๆ จู่ๆ ก็พูดออกมา

“บางที ตัวคนร้ายคนนั้นเองก็เป็น `ผู้เคราะห์ร้าย` ด้วย”

สารวัตรเจ้ากับเย่อวี้ต่างแสดงสีหน้าที่ไม่เข้าใจ

แต่หลานสวี่เหมือนดูไม่มีท่าทีจะอธิบาย แต่กลับมองไปที่สารวัตรเจ้าแล้ว พูดว่า “เดี๋ยวผมจะติดต่อโหลวเยวี่ยไปห้องขังเพื่อเยี่ยมผู้ต้องหาผู้ต้องสงสัยคนนั้นพร้อมกัน คงต้องรบกวนสารวัตรเจ้าช่วยเปิดทางให้หน่อย”

“อ่า มันแน่นอนอยู่แล้ว” สมแล้วที่สารวัตรเจ้าเป็นคนที่อยู่ในวงการตำรวจมานาน พอได้ยินแบบนี้ก็เข้าใจทันที ไม่ถามต่ออีก “ถึงตอนนั้นผมจะจัดห้องสอบสวนเดี่ยวให้พวกคุณ จะไม่มีคนอื่นเข้ามารบกวนแน่นอน”

“งั้นก็ขอบคุณล่วงหน้าเลย” หลานสวี่ลุกขึ้นจับมือกับสารวัตรเจ้า

“ฮ่าไฮ่ ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นก็ได้ ผมขอตัวไปจัดเตรียมไว้ให้ก่อน” สารวัตรเจ้าบอกลาแล้วก็หันหลังกลับออกไป

“ผมไปดูผู้ต้องหากับพวกคุณด้วยได้ไหม? ยังไงเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับผมโดยตรง และผมรู้สึกว่าเขาน่าจะเข้าใจอะไรผิด ดังนั้นเลยอยากจะอธิบายต่อหน้าเขา” เย่อวี้ขอร้องออกมา

“ไม่ได้” หลานสวี่ปฏิเสธทันที “ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องความปลอดภัยก่อน ต่อให้คุณอธิบายกับเขายังไง เอาหลักฐานมาวางไว้ตรงหน้า ผมมั่นใจว่าเขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี ดังนั้นตามมาไม่ได้ ได้ยินหรือยัง?”

“เอ่อ... งั้นก็ได้” เห็นท่าทางหลานสวี่แน่วแน่ขนาดนี้ เย่อวี้ได้แต่หุบปากอย่างเซ็งๆ

“คุณอยู่ที่นี่ฝึกต่อไป อย่าคิดจะอู้ ผมจะหาคนมาจับตาดูไว้” หลังพูดจบหลานสวี่ก็เดินออกไป

---------------

ที่สถานีตำรวจ ในห้องสอบสวน

ชายผอมดำที่หน้าตาไม่เป็นมิตรมองชายหนุ่มสองคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างระแวง สองมือที่ใส่กุญแจมืออยู่กำไว้หลวมๆ ฝ่ามือข้างหนึ่งยังพันผ้าพันแผลเอาไว้อยู่

“ชื่ออะไร?” ชายร่างสูงใหญ่ในสองคนนั้นเริ่มถามขึ้นมา

“หวังหมิง” ชายผอมดำพูดแค่นี้ สีหน้าหวาดระแวง

“เก้าปีก่อนติดคุกเพราะคดีปล้นทรัพย์ เพิ่งออกจากคุกได้ไม่นาน และก่อนหน้านี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับคดีลักทรัพย์อีกหลายคดีด้วย... เหอะๆ คุณนี่มันมีคดีเยอะจริงๆ เลยนะ” หลานสวี่โยนเอกสารปึบึกหนึ่งลงไปตรงหน้าหวังหมิง

หวังหมิงก้มหน้าลง ไม่ได้พูดอะไร

“แล้วครั้งนี้ ยังกล้าถือมีดก่อคดีในตัวเมืองอีก ดูเหมือนที่ว่ากินข้าวในคุกมาหลายปียังไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยใช่ไหม” น้ำเสียงหลานสวี่ดุดัน พูดกดดันอีกฝ่าย

“เพราะว่าคนคนนั้นสมควรตาย!” หวังหมิงจู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นตะคอกใส่หลานสวี่ “คนนั้นมันฆ่าน้องชายของผม! ผมเห็นมากับตา! ทำไมตำรวจอย่างพวกคุณถึงไม่ไปจับเขา!?”

“ที่คุณบอกว่า `คนนั้น` คือคนนี้ใช่ไหม?” หลานสวี่หยิบรูปถ่ายของเย่อวี้ออกมาให้ แสดงให้หวังหมิงเห็น

“ใช่แล้ว! ต่อให้กลายเป็นเถ้าผมก็จำได้!” หวังหมิงพูดอย่างโกรธแค้น

“ในเมื่อคุณบอกว่าเห็นคนคนนี้ฆ่าน้องชายตัวเองกับตา” สุดท้ายโหลวเยวี่ยที่นั่งเงียบสังเกตสถานการณ์อยู่ข้างๆ ก็อ้าปากพูด “ลองเล่ามาให้ฟังดูสิ”

---------------------------------------------------------------------------------------------

devc-c2311ff9-33047แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0034 ตอนที่ 35