แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด

แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0019 ตอนที่ 20

#20Chapter0019

ตอนที่ 19 ลอบทำร้ายวางแผน

หลังจากความหวาดกลัวในตอนแรก เย่อวี้หยุดเดิน เขาไม่พยายามเข้าไปในซอยที่ไร้ทางออกอีก แต่เริ่มสงบสติอารมณ์ ค่อยๆ รวบรวมความคิด เมื่อดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ตัวเองคงจะถูกขังอยู่ในเขตบ้านตะวันตกที่ไร้ผู้คน สาเหตุไม่ทราบ เย่อวี้ไม่ค่อยเชื่อเรื่องได้คิดว่าตัวเองจะ `ผีบังตาหลงทาง` เท่าไหร่นัก ในคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์อธิบายว่า มีความเป็นไปได้เพียงอย่างสิ่งเดียวที่ทำให้ตัวเองเดินออกไปไม่ได้ นั่นคือมีความน่าจะเป็นที่ว่ามีคนวางกลไกไว้ในเขตนี้ หลังจากตัวเองได้เข้ามา ถ้าหากดูกลวิธีของอีกฝ่ายไม่ออก ก็จะเหมือนเดินอยู่ในเขาวงกตกลับมาที่เดิมตลอด เดินยังไงก็ออกไปไม่ได้ แต่พอคำนึงถึงความกว้างของพื้นที่ในเขตนี้ แถมยังเป็นเขตเมืองอีก วิธีแก้ที่ตรงที่สุดคือใช้แผนที่ดาวเทียมเดินออกไป แต่ที่น่าเสียดายคือดูเหมือนว่าสัญญาณทุกอย่างที่นี่จะถูกรบกวนสัญญาณทุกอย่าง

เย่อวี้ก้มมองดูนาฬิกา สี่ทุ่มสิบห้านาที เมื่อคำนวณจากเวลาที่ตัวเองเดินออกจากในตัวเมืองกับความเร็วในการเดินของตัวเอง ที่นี่น่าจะยังอยู่ในบริเวณใจกลางเมือง เสียดายที่เขตบ้านตะวันตกที่อยู่ที่นี่ในตอนนี้ได้สร้างอย่างแออัด เย่อวี้ไม่สามารถมองเห็นตึกสูงที่พอจะเป็นจุดระบุตำแหน่งอยู่ในระยะสายตาได้ จึงทำให้ไม่สามารถคาดคะเนรู้ทิศทางได้ด้วย

ตอนนี้ไม่มีตึกสูงไว้ระบุตำแหน่งให้ตัวเอง มือถือก็ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต จะต้องทำยังไงถึงจะเดินออกไปได้? เย่อวี้คิดในใจ แต่จะว่าไป ถ้าหากมีคนพยายามที่จะล่อตัวเองให้มาที่นี่ขนาดนี้จริงๆ แถมวางกลไกไม่ให้ตัวเองออกไปไม่ได้ งั้นจุดประสงค์ของเขาคืออะไร?

เย่อวี้หันไปมองบ้านตะวันตกที่ทาสีไปแล้วครึ่งหนึ่งที่อยู่ตรงหน้า ภายใต้ค่ำคืนอันที่มืดมิด ประตูรั้วเหล็กของสวนที่ขาดไปครึ่งหนึ่งส่ายไปมาเบาๆ เมื่อภายใต้ลมพัดเบาๆ คอยส่ายไปส่ายมาส่งเสียงดัง `เอี๊ยดอ๊าดเอี๊ยดอ๊าด` บรรยากาศที่อึมครึมปกคุมไปทั่วบริเวณ หน้าต่างไร้กรอบบนกำแพงหน้าต่างที่ไม่มีกรอบเสหมือนดวงตาแต่ละคู่ที่กำลังจ้องมองมายังที่ตัวเอง ทำให้เย่อวี้รู้สึกขนลุก

จุดสิ้นสุดของซอยทุกซอยก็คือบ้านหลังนี้ หรือว่ากลไกทำลายกลไกที่ทำให้ตัวเอง `ผีบังตาหลงทาง` นั้นจะซ่อนอยู่ข้างใน?

เย่อวี้เดินถอยหลังสองก้าว เงยหน้ามองบ้านตะวันตกที่สูงสามชั้นนี้ เขาได้เห็นที่ดาดฟ้ามีระเบียงเปิดโล่งอยู่

ถ้าหากไปถึงระเบียงได้ จากความสูงตรงนั้นก้มมองลงมาน่าจะเห็นบริเวณรอบๆ ได้กว้าง ไม่แน่อาจจะเจอกลไกบางอย่าง... ถ้าหากยังไม่ได้ งั้นก็เหลือวิธีสุดท้ายแล้ว เย่อวี้แเตะกำไลห่วงข้อมือโลหะบนแขนตัวเองโดยไม่รู้ตัวด้วยจิตใต้สำนึก ปุ่มฉุกเฉินที่อยู่บนนั้นน่าจะเป็นทางหนีสุดท้ายของตัวเองแล้ว

หลังสูดลมหายใจลึกๆ เย่อวี้เดินผ่านรั้วเหล็กของสวนที่ใกล้จะพังลงอย่างระมัดระวัง ไปถึงประตูหน้าของบ้านแล้ว ลองผลักเข้าไปดู

“เอี๊ยดอ๊าด...” ประตูเปิดออก เหมือนจะไม่ได้ล็อกคเอาไว้ ฝุ่นที่ฟุ้งขึ้นมาทำให้เย่อวี้ไอไปพักหนึ่ง

เย่อวี้เปิดไฟส่องสว่างบนห่วงข้อมือ เอามือปิดจมูก ลองมองเข้าไปในประตู ภายในบ้านมีพื้นที่ไม่น้อย ตรงประตูมีขยะจากการก่อสร้างเล็กน้อย บ้านยังไม่ได้ตกแต่ง บ้านทั้งหลังยังอยู่ในสภาพที่ยังสร้างไม่เสร็จ

เย่อวี้เตะขยะที่อยู่ข้างเท้าทิ้ง เดินเข้าไปข้างในสองก้าว บริเวณทางเข้าว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย เดินไปถึงข้างในก็มืดสนิทมองอะไรไม่เห็น

สงสัยจะถูกทิ้งร้างไว้นาน เย่อวี้คิด แล้วไป หันหลังออกแรงดึงประตู เพื่อจะให้แสงไฟด้านนอกส่องเข้าไปในบ้าน ขณะเดียวกันก็และวางก้อนหินก้อนใหญ่ไว้ที่ข้างใต้ประตูในเวลาเดียวกันเพื่อ ป้องกันลมพัดปิดประตู หลังจากเตรียมการเสร็จ เย่อวี้ก็แอบย่องเข้าไปในบ้าน ค้นหาบันไดขึ้นไปชั้นบนโดยใช้ภายใต้การช่วยเหลือจากไฟส่องทางบนกำไลห่วงข้อมือ เย่อวี้ได้ค้นหาบันไดที่จะขึ้นไปชั้นบน

แม้บ้านตะวันตกหลังนี้จะมีพื้นที่กว้าง แต่โครงสร้างกลับเรียบง่าย เดินไม่กี่ก้าวเย่อวี้ก็พบว่าเจอตรงกลางห้องชั้นหนึ่งชิดไปกำแพงด้านขวามีบันไดปูนคอนกรีตที่วนขึ้นไปข้างบนอยู่ตรงกลางห้องชั้นหนึ่งชิดไปกำแพงด้านขวาอย่างรวดเร็ว เหมือนว่าจะขึ้นไปชั้นข้างบนได้

เย่อวี้เดินเข้าไป ยื่นเท้าไปออกแรงเหยียบหลายที บันไดแข็งแรงมาก หลังจากนั้นเขาก็ยืนอยู่หน้าบันได มองไปที่ด้านบน ดูเหมือนว่าบันไดนี้จะสามารถขึ้นไปถึงระเบียงดาดฟ้าได้

ลองขึ้นไปดูแล้วกัน เย่อวี้ปรับแสงสว่างของไฟส่องทางบนกำไลห่วงข้อมือ เงยหน้าเหยียบบันไดคอนกรีตปูนเดินขึ้นไปทางระเบียงดาดฟ้าอย่างระมัดระวัง

ในความมืด มีเงาของคนคนหนึ่งโผล่ออกมาจากมุมมืดอย่างเงียบๆ จ้องมองแผ่นข้างหลังของเย่อวี้อย่างเยือกเย็น จากนั้น ฉีกยิ้มหัวเราะโดยแบบไม่มีเสียง เย่อวี้ในตอนนี้ไม่ได้รู้ตัวอะไรเลย

เย่อวี้เดินตามบันไดผ่านชั้นสอง ชั้นสาม ซึ่งไม่ต่างอะไรเหมือนกับชั้นที่หนึ่ง ที่นี่เป็นบ้านเปล่าที่ยังสร้างไม่ยังเสร็จแบบไม่ได้มีการตกแต่ง รอบๆ นั้นมืดและไร้ม่มีความเคลื่อนไหว เย่อวี้เองก็ไม่คิดจะสำรวจแต่ละชั้น จึงเดินตรงขึ้นไปถึงระเบียง

เมื่อเปิดประตูเหล็กดาดฟ้า ระเบียงเปิดโล่งที่มีพื้นที่ไม่น้อยก็ได้ปรากฏฏต่อหน้าเย่อวี้ เหมือนว่าระเบียงนี้ก็สร้างไปได้แค่ครึ่งเดียว ไม่มีแม้กระทั่งรั้วกันตก ลมเหนือยามตอนค่ำกลางคืนได้พัดมาอย่างรุนแรง เหมือนจะสามารถพัดคนตกลงไปได้เลย เย่อวี้ไม่กล้าเข้าใกล้ขอบระเบียง ได้แต่ยืนอยู่ตำแหน่งตรงกลาง มองออกไปไกลๆ ทางหันไปบริเวณทางซอยตรงหน้ามองไปที่ไกลๆ

มองจากตรงนี้แล้ววิสัยทัศน์ที่นี่ไม่เลวจริงๆ สามารถมองเห็นหลายๆ ซอยที่อยู่รอบๆ นี้ได้ แต่เสียดายเพราะแสงไฟไม่พอ แต่ละซอยไปทางไหนมองได้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่

หลังจากสังเกตอยู่นาน เย่อวี้ก็ยังไม่เจออะไรเลย ในคืนที่เมฆหนาเช่นนี้ ภายใต้เมฆหนาตอนกลางคืนของซอยเล็กๆ เหล่านั้นเหมือนกับถูกปกคลุุมด้วยม่านหมอกสีดำ ผลุบๆ โผล่ๆ อะไรก็มองไม่ค่อยชัด

ยังไม่ได้อีกเหรอ? เย่อวี้ส่ายหน้าแบบช่วยไม่ได้ สงสัยจะต้องใช้วิธีสุดท้ายแล้ว... ขอความช่วยเหลือจากโหลวเยวี่ย

พระจันทร์ค่อยๆ ออกมาจากเมฆดำตอนกลางคืน ส่องแสงจันทร์สีขาวเงินลงมา เย่อวี้ที่เพิ่งกดปุ่มฉุกเฉินกำลังจะหันหลังจากไป อยู่ๆ ก็เหลือบเห็นซอยเล็กซอยหนึ่งสักที่ที่อยู่ไกลๆ มีการได้สั่นไหวแปลกๆ โดยบังเอิญ

เอ่อิ่ม? หรือว่าตัวเองจะตาลาย?

เย่อวี้ที่กำลังสงสัยเดินขึ้นไปหนึ่งก้าว เรียกจอภาพเสมือนจริงจากกำไลห่วงข้อมือ เล็งไปที่ซอยเมื่อครู่แล้วกี้เริ่มทำการขยายจุดโฟกัส ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา หมอกดำที่ปกคลุุมซอยเล็กที่อยู่ไกลๆ นั่นก็ค่อยๆ เปิดซอยเล็กที่อยู่ไกลๆ นั่นออก กำแพงหินสะท้อนแสงสีขาวเงินกลับมา แต่ที่น่าแปลกคือ เหมือนจะมีช่วงหนึ่งของกำแพงหินที่ไม่สะท้อนงแสงเลย ซ้ำแถมยังดูบิดเบี้ยวผิดปกตินิดๆ

“นั่นมันมันคือ... การฉายภาพโฮโลแกรม!?”

เย่อวี้เข้าใจในทันที

“อย่างนี้นี่เอง... ที่แท้การ `ผีบังตาหลงทาง` ของตัวเองที่ว่า มันก็แค่กับดักแสงเงาง่ายๆ นี่เอง”

มันคือเป็นวิธีลวงตาที่ถูกใช้ในมายากลอยู่บ่อยๆ ที่จริงแล้วซอยเหล่านี้มีทางเข้าออกหลายทาง และสามารถเชื่อมถึงกันได้ เพียงแต่มีคนใช้ประโยขน์จากสภาพแวดล้อมิ่งแวดล้อมของซอยที่คดเคี้ยว ฉายภาพโฮโลแกรมปิดบังทางเข้าออกอื่นๆ โดยฉายออกมาเป็นภาพของกำแพง ภายในต้สภาพิ่งแวดล้อมที่มืดมัวแบบย่อมนี้ไม่สามารถดูไม่ออกได้ คนที่อยู่ในซอยได้แต่เดินวนไปวนมาตามทางที่ผู้ออกแบบตั้งไว้อย่างไม่รู้ตัว แต่ว่าภาพโฮโลแกรมง่ายต่อการถูกคลื่นสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนจนและเกิดอาการสั่นไหว แน่นอนว่ามันก็เป็นแค่ภาพจำลอง ไม่สามารถสะท้อนแสงได้เป็นเหมือนกำแพงจริงๆที่มีคุณสมบัติการสะท้อน ทำถึงให้ได้เกิดเป็นจุดบกพร่องขึ้นมา

เย่อวี้อดรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาไม่ได้ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าใครเป็นคนเตรียมการกลั่นแกล้งใหญ่โตขนาดนี้ไว้ แต่ตอนนี้รู้ว่าหลักการคืออะไร ก็สามารถแก้ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นเขาจึงหันหลังวิ่งลงบันไดไปที่ชั้นหนึ่ง

แต่พอถึงชั้นหนึ่ง เขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติ ภายในบ้านมืดไปทั้งหมด ประตูไม่รู้ถูกปิดตั้งแต่เมื่อไหร่

เย่อวี้รู้ตัวว่าไม่ดีแน่ จึงรีบพุ่งไปที่ประตูแล้วออกแรงดึงอยู่หลายครั้ง แต่ประตูเหมือนถูกคนล็อกไว้คอย่างแน่นหนา ไม่ขยับแม้แต่นิด

แย่แล้ว ถูกคนลอบทำร้ายเข้าแล้วไงวางแผนไว้!

หัวใจเย่อวี้เต้นแรงสุดขีด หรือว่าในบ้านหลังนี้ จะไม่ใด้ช่มีตัวเองแค่เขาคนเดียว?

----------------------

“สถานการณ์ตอนนี้ดูไม่ดีเลย” พี่มู่มองไปที่หนุ่มชุดดำตรงหน้า สีหน้าเคร่งเครียด “ศพผู้พักอาศัยที่เสียชีวิตในอาทิตย์ก่อนคดีระเบิดคอนโดหลี่ลี่เมื่ออาทิตย์ก่อนคนที่พักอาศัยที่เสียชีวิตนั้น ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นตัวหลี่ลี่เอง จุดที่เกิดระเบิดขึ้นอยู่ตรงห้องนอนหลี่ลี่ เมื่อดูจากร่องรอยชิ้นส่วนที่หลงเหลืออยู่ในของสถานที่เกิดเหตุ น่าจะเป็นระเบิดแสวงเครื่องขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ในมือถือ พวกเราใช้เทคโนโลยีย้อนดูสถานที่เกิดเหตุดูการณ์เดิม เมื่อวิเคราะห์จากสภาพของถานการณ์ผู้ประสบเหตุกับตำแหน่งของการระเบิดกับผู้ประสบเหตุ ตอนนั้นหลี่ลี่กำลังถือโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นที่มีระเบิดอยู่”

“งั้นก็หมายความว่า คือว่า ตอนนั้นเธอขากำลังโทรศัพท์อยู่?” หนุ่มชุดดำวางเอกสารที่อยู่ในมือ เงยหน้ามองไปที่พี่มู่ ในดวงลูกตาสีดำมีประกายแสงแววตาเฉียบคมปรากฏขึ้นแวบหนึ่งแฝงอยู่ “ได้ตรวจสอบประวัติการโทรของหลี่ลี่หรือยัง”

“ตรวจสอบแล้ว ไม่มีประวัติใดๆ เลย ใต้ชื่อหลี่ลี่มีแค่เบอร์เดียว และสถานที่เกิดเหตุก็เจอเศษชิ้นส่วนมือถือที่เธอขาใช้ เมื่อดูจากความเสียหายของมือถือแล้ว ระเบิดไม่น่าจะถูกวางในมือถือของเธอขาเอง จากการวิเคราะห์ของพวกเราตอนนั้นเธอขาน่าจะใช้มือถือเครื่องลับโทรออก และเบอร์ที่ใช้ก็ไม่ใช่เบอร์ของเธอขาเอง การตรวจสอบเลยมีความยากมาก”

“เป็นไปได้ไหมว่าที่เธอขาใช้วิธีโทรออนไลน์อินเทอร์เน็ตบนมือถือ แต่ไม่ใด้ช่โทรออกตามปกติไป? สามารถตรวจสอบเศษชิ้นส่วนในสถานที่เกิดเหตุได้ไหม ว่ารุ่นของมือถือที่ถูกวางระเบิดเป็นรุ่นอะไร?” หนุ่มชุดดำยังคงถามต่อ

“วิเคราะห์จากวัสดุของชิ้นส่วนแล้ว เหมือนจะเป็นมือถือรุ่นเก่าที่ถูกโละออกจากตลาดในตอนนี้ปัจจุบันไปนานมากแล้ว มือถือแบบนี้ไม่สนับสนุนระบบอินเทอร์เน็ต ทำได้แค่โทรออกอย่างเดียว พวกเราได้ติคิดต่อโรงงานผลิตมือถือเพื่อตรวจสอบรุ่นที่ชัดเจนแล้ว แต่กว่าผลจะออกมาต้องใช้ระยะเวลาสักพัก”

“นอกจากนี้ั้น รถคันที่ถ่ายติดชายชุดกันลมเข้าตู้โทรศัพท์คันนั้น พวกเราก็ได้ทำการตรวจสอบแล้ว แต่ผลที่ได้กลับเหนือความคาดหมาย” พี่มู่หยุดครู่หนึ่ง “รถคันนั้นคือ ** และตอนนั้นคนที่โทรศัพท์ติดต่อตำรวจและถมส่งเทปบันทึกวีดีโอมาก็ไม่ใช่เจ้าของรถตัวจริงด้วย เจ้าของรถก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่ในประเทศแถมมือถือก็ถูกขโมยด้วย น่าจะเป็นคนร้ายตัวจริงที่ทำ จุดประสงค์ก็เพื่อทำให้พวกเราไขว้เขว ไปตั้งข้อสงสัยรวมอยู่ที่จินเปียวคนเดียว”

“งั้นดูจากตรงนี้ เบาะแสถูกตัดขาดไปหมดแล้วหรือ...“ หนุ่มชุดดำเอามือเท้าคาง พูดกับตัวเอง

พี่มู่เงียบอยู่พักหนึ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ แล้วก็ค่อยๆ พูดขึ้นมาว่า “สามารถวางระเบิดขนาดจิ๋วในมือถือได้... แถมยังมีรอานุภาพขนาดนี้ มันไม่ใช่อะไรที่คนธรรมดาที่จะทำได้แล้ว เมื่อดูจากแนวทางการทำงานของเรื่องราวทั้งหมดนี้ สงสัยว่า... พวกเขาได้กลับมาอีกครั้งแล้ว”

“หืม ดีมาก สุดท้ายพวกมันเขาก็ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ” ชายหนุ่มห61มชุดดำกำส3องมือแน่น ใบหน้าที่ขาวสะอาดแสดงสีหน้าน่ากลัว “ครั้งนี้ พวกมันจะไม่รอดแม้แต่คนเดียว”

“มู่อวิ๋น ตรวจสอบคนที่เกี่ยวข้องกับหลี่ลี่ทั้งหมด โดยเฉพาะประเภทที่มีความสัมพันธ์เชิงชู้รัก” เพียงเสี้ยววินาทีเดียว สีหน้าของหนุ่มชุดดำก็ได้กลับมาเงียบขรึมอีกครั้ง จากนั้นเริ่มออกคำสั่ง “นอกจากนี้ ตรวจสอบประวัติการโทรทั้งหมดบริเวณคอนโดที่หลี่ลี่อยู่ทั้งหมดในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ เบอร์หลักเจ้าของเบอร์ทุกเบอร์ต้องตรวจสอบครั้งหนึ่งก่อน ถึงแม้ว่าจะยังยืนยันไม่ได้ว่าตอนนั้นหลี่ลี่กำลังโทรศัพท์อยู่หรือเปล่า แต่มันก็อาจจะเป็นเบาะแสที่สำคัญก็ได้”

ขณะที่พูดอยู่ มือถือของหนุ่มชุดดำก็สั่นขึ้นมา บนนั้นเป็นชื่อของเสี่ยวเหยียน

“หัวหน้า เกิดเรื่องแล้ว” เสียงจากอีกฝั่งของโทรศัพท์ร้อนรนเล็กน้อย

โหลวเยวี่ยฟังที่เสี่ยวเหยียนรายงาน ค่อยๆ ขมวดคิ้วขึ้นมา

“รีบระบุตำแหน่งของเขาให้เร็วที่สุด ส่งคนที่อยู่ใกล้ที่สุดไปก่อน ผมจะรีบตามไป” หลังจากโหลวเยวี่ยวางสายก็รีบลุกขึ้นเดินไปทางประตูออฟฟิศต

“เกิดอะไรขึ้น?” พอเห็นปฏิกิริยาของโหลวเยวี่ย พี่มู่ก็รีบถามขึ้น

“ดูเหมือนว่า `เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแย่อยู่` ของพวกเรากำลังเจอปัญหา” โหลวเยวี่ยพูดต่อ “ผมออกไปครู่หนึ่ง คุณอยู่ที่นี่ตรวจสอบต่อไป ถ้ามีความคืบหน้าอะไรให้รีบแจ้งผมโดยด่วน” พูดจบก็ดึงประตูออฟฟิศตออกแล้ว รีบๆ จากไป

---------------------------------------------------------------------------------------------

devc-f78f2e12-33002แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0019 ตอนที่ 20