แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด

แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0002 ตอนที่ 3

#3Chapter0002

ตอนที่ 2 ผู้ต้องสงสัย

เหงื่อเยี่ยยู่เย่อวี้ไหลท่วมทั้งตัว

หมายความว่ายังไง? ทำไมบอสใหญ่ของบริษัทพวกเขาถึงถ่ายรูปของเขาเอาไว้? เขาเป็นแค่นักข่าวกระจ้อยร่อยที่เพิ่งจะเข้ามาในบริษัท เคยได้เจอหน้าบอสใหญ่เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง!

นอกจากนั้น “รูปใบสุดท้ายที่ที่ถูกถ่ายก่อนเกิดเหตุ”?

เยี่ยยู่เย่อวี้มองรูปนี้อย่างด้วยความตั้งตั้งใจ ฉากหลังเหมือนจะอยู่ใต้ตึกของบริษัท ในรูปถ่าย ตัวเองตนเองแบกกระเป๋าเป้อยู่ ทำหน้าเหนื่อยหน่ายนิดๆ เหมือนเพิ่งกลับจากการสัมภาษณ์ข้างนอก เมื่อดูจากเสื้อผ้า เสื้อนอกสีน้ำเงินกับกางเกงยีนส์ต์ก็คือชุดที่เขาใส่การแต่งตัวของตัวเองเมื่อวาน เพราะว่าเมื่อวานมีภารกิจภายนอกเร่งด่วนงานด่วนนอกสถานที่ กว่าจะกลับมาถึงบริษัทก็เกือบจะสี่ทุ่มแล้ว

ถ้าหากเป็นไปตามที่ผู้การโหลโหลวพูดไว้ ก็แปลว่าคือว่าเฉินเหยนเฉินเหยียนเกิดเหตุเมื่อคืน? แถมก่อนเกิดเหตุไม่นานยังเคยเจอตัวเองเขาด้วย?

เยี่ยยู่เย่อวี้นึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนตอนที่กลับมาที่บริษัท ไม่มีทีท่าว่าได้เจอกับเฉินเหยียนเฉินนเหยนเลย แต่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าตัวเองตนเองเหนื่อยเกินไปก็เลยไม่ทันได้สังเกตเห็น

“นี่มัน...เรื่องอะไรกันแน่?” เยี่ยยู่เย่อวี้ตั้งสติแล้วหันไปมองผู้การโหลโหลวด้วยความสงสัย หวังว่าอีกฝ่ายจะให้คำอธิบายได้

“เวลาการตายของเฉินเหยนเฉินเหยียนคือประมาณนอยู่ที่เมื่อคืนสี่ทุ่มสิบห้านาที จากข้อมูลจากกล้องวงจรปิดที่ได้เฉินเหยน เฉินเหยียนออกจากออฟฟิศตตอนสามทุ่มครึ่ง ประมานสามทุ่มสามสิบห้าเดินออกจากบริษัทตึกที่หนึ่งประตูทางทิศเหนือเดินไปทางอาคารรอง จากการคาดการณ์คาดว่าจะเดินไปที่ลานจอดรถอาคารรอง แต่ที่น่าแปลกใจคือ กล้องวงจรปิดที่อาคารรองและลานจอดรถชั้นใต้ดินก็ไม่มีภาพของเขา แม้กระทั่งกล้องวงจรปิดที่ทางเข้าออกบริเวณบริษัทก็ยังไม่มีภาพที่เฉินเหยนเฉินเหยียนออกจากบริเวณบริษัทเลย”

“แต่ว่าเช้าวันที่สอง ตอนเข้าเฉินเหยนเฉินเหยียนถูกพบเป็นศพที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินอาคารรอง” เยี่ยยู่เย่อวี้พูดต่อว่า “นี่มันแปลกจริงๆ เหมือนอยู่ดีๆ ก็ไปโผล่ตรงนั้นได้...”

สำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัท H ที่นี่มีพื้นที่บริเวณที่เป็นของตัวเองตัวเอง ในนั้นมีอาคารหลักและอาคารรองสองอาคาร อาคารหลักเป็นสำนักงานสูง 24 ชั้น ออฟฟิศตของเฉินเหยนเฉินเหยียนอยู่บนชั้นสูงสุด ล็อบบี้ชั้นที่หนึ่งมีประตูใหญ่ทิศเหนือและทิศใต้ ประตูทิศเหนือจะอยู่ตรงกับอาคารรองและอาคารรองซึ่งห่างจากอาคารหลักเพียงห้าสิบเมตรเท่านั้น มีอยู่สามชั้นประกอบด้วยโรงอาหารพนักงาน โกดัง ส่วนลานจอดรถอยู่ชั้นใต้ดิน หากจะไปได้ก็ต้องผ่านทางเข้าอาคารรอง

“จะว่าไปแล้ว รูปถ่ายใบนั้นถ่ายไว้ตอนไหนหรอเหรอ?”

“รูปถ่ายใบนี้ถูกถ่ายไว้เตอนเมื่อคืนตอนสามทุ่มสี่สิบห้า ซึ่งเป็นช่วงว่างของเวลาที่เฉินเหยนเฉินเหยียนออกจากระยะกล้องวงจรปิดที่ประตูทิศเหนือจนถึงช่วงเวลาการตายของเขา” ผู้การโหลโหลวพูดอย่างช้าๆ

“แต่ว่า...นี่มันก็แปลก...”เยี่ยยู่เย่อวี้ยิ่งฟังยิ่งงง เขาจำได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อคืนเขาเข้ามาจากประตูทิศใต้ และฉากหลังของรูปถ่ายใบนี้ก็ตรงกับความทรงจำของเขา

“รูปถ่ายใบนี้ถ่ายที่บริเวณประตูทิศใต้ และประธานเฉินก็ออกจากประตูทิศเหนือไปทางลานจอดรถอาคารรองตอนสามทุ่มสามสิบห้าแล้ว อย่าว่าแต่ความแตกต่างสิบนาทีนี้เลย ประตูทิศเหนือกับประตูทิศใต้มันอยู่คือคนละทางกันเลย จากประตูทิศเหนือเดินตรงออกไปก็จะถึงอาคารรอง ไม่จำเป็นต้องผ่านประตูทิศใต้ นอกจากว่า...”

“นอกจากว่า?” ผู้การโหลโหลวสังเกตสีหน้าของเยี่ยยู่เย่อวี้ เหมือนจะรอคำตอบจากเขา

คำตอบนี้เยี่ยยู่เย่อวี้พูดไม่ออกจริงๆ... แต่เดิมที่เฉินเหยนเฉินเหยียนควรจะออกจากประตูทิศเหนือไปทางลานจอดรถเมื่อสิบนาทีก่อน แต่กลับโผล่ออกมาที่ประรุตูทิศใต้ที่อยู่ทางตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง มีเพียงคำอธิบายเดียวคือ เขาจงใจเดินอ้อมกลับไปเพื่อถ่ายรูปโดยเฉพาะ

บอสใหญ่ของกลุ่มบริษัทขนาดยักษ์ใหญ่ ตั้งใจเฝ้าอยู่ที่ประตู เพื่อแอบถ่ายรูปนักข่าวหน้าใหม่ ไม่ผิดแน่ จากมุมในของรูปถ่ายน่าจะแอบอยู่ที่มุมหนึ่งแล้ว “’แอบถ่าย”’ แค่คิดว่าบอสใหญ่ที่ทั้งร่างมีแต่ไขมัน เต็มตัวกำลังก้มตัวขดตัวไว้แล้วหรี่ตาแอบถ่ายภาพของตัวเองตนเองอยู่ เยี่ยยู่เย่อวี้ก็ขนหัวลุกแล้ว

“ผู้การครับ...ไม่ใช่ว่า...มันเกิดข้อผิดพลาดที่ตรงไหนหรอเหรอ?” อย่างเช่นว่ารูปใบนี้ไม่ได้ถ่ายโดยประธานเฉิน

“ไม่น่าจะเป็นไปได้” ผู้การโหลโหลวพูดต่อทันที “ข้อมูลของรูปถ่ายที่ถูกบันทึกบ่งบอกว่าไว้แสดงถึงถ่ายจากกำไลห่วงข้อมือของเฉินเหยนเฉินเหยียน และกำไลห่วงข้อมือประเภทนี้จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อผ่านการตรวจสอบเช็ค DNA และชีพจรของเจ้าของ รูปถ่ายใบนี้พวกเราต้องใช้วิธีพิเศษบังคับปลดล็อกถึงจะได้มา”

“เอ่อิ่ม... เป็นไปได้ไหมว่าประธานเฉิน เอ่อ...อยากจะไปเดินเล่นที่บริเวณประตูทิศใต้พอดี แล้วเกิดการควบคุมโดยไม่ได้ตั้งใจก็เลยถูกถ่ายเอาไว้?” เยี่ยยู่เย่อวี้ยังคง ‘’ดิ้นไม่ยอมแพ้’

“ฮ่าๆ ในทางทฎษฏีมันก็เป็นไปได้ แต่คุณคิดดูสิ จะมีคนตรวจสอบรูปถ่ายที่ถ่ายไว้โดยไม่ได้ตั้งใจอยู่หลายรอบแถมยังไม่ยอมลบทิ้งอีกเหรอ?” ผู้การโหลโหลวพูดด้วยอารมณ์กลั่นแกล้งนิดๆ “จากบันทึกข้อมูลของกำไลห่วงข้อมือ รูปใบนี้ของคุณถูกเปิดดูสิบกว่าครั้งเลย”

ปัดโธ่เอ้ย!

!

เยี่ยยู่เย่อวี้แทบจะเป็นบ้า มีความรู้สึกอยากจะลาออกทุกวินาที

“ผู้การโหลโหลว คุณอยากจะพูดอะไรกันแน่...” เยี่ยยู่เย่อวี้เอามือก่ายหน้าผาก ไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว

แต่ว่าเยี่ยยู่เย่อวี้เหมือนจะรู้ตัวแล้วว่า มีปัญหาใหญ่ที่ยังไม่ได้ถูกยกขึ้นมาสักที นั่นก็คือ สาเหตุการตายของเฉินเหยนเฉินเหยียน

ในข่าวบอกแค่ว่าไม่มีบาดแผลร้ายแรงที่ภายนอกที่รุนแรง แต่ไม่ได้บอกสาเหตุการตายที่แท้จริง แต่ถ้าหากเป็นเพียงอุบัติเหตุธรรมดาหรือโรคประจำตัวกำเริบ ผู้การโหลโหลวคนนี้คงไม่ตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด นอกจากนั้นยังใช้วิธีบังคับปลดล็อกห่วงกำไลข้อมือส่วนตัวของเฉินเหยนเฉินเหยียนอีก... ต้องรู้ว่าในสมัยนี้ผู้คนให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ถึงแม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ถ้าทำเรื่องแบบนี้ก็อาจจะถึงขั้นขึ้นศาลเลยทีเดียว

ด้วยสัญชาติญาณของนักข่าว เยี่ยยู่เย่อวี้รู้แล้วว่าสาเหตุการตายของเฉินเหยนเฉินเหยียนต้องไม่ธรรมดา หรือจะเป็นการฆาตกรรม?

จะว่าไปแล้ว เพราะรูปถ่ายก่อนตายและการกระทำที่แปลกๆ ประหลาดของเฉินเหยนเฉินเหยียน ตัวเอเขางก็เลยกลายเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างงั้นเลยหรอเหรอ?

เมื่อนึกถึงจุดนี้ เยี่ยยู่เย่อวี้ก็อดไม่ได้ทนไม่ไหวที่จะเอ่ยปากถามว่า

“ผู้การครับ ตกลงสาเหตุการตายของเฉินเหยนเฉินเหยียนคือ...?”

เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเยี่ยยู่เย่อวี้จะต้องถามแบบนี้ ผู้การโหลโหลวดึงรายงานฉบับหนึ่งจากฉากจำลองจอภาพเสมือนจริงออกมาแสดงต่อหน้าเขา

“นี่เป็นผลการชันสูตรศพของเฉินเหยนเฉินเหยียน คุณดูเอาเองแล้วกัน”

“ร่างกายไม่ตรวจไม่พบบาดแผลทางกายภาพ... สาเหตุการตายโดยตรงคือ... อาการช็อกจากการกระตุ้นภายนอก”

เยี่ยยู่เย่อวี้ทำหน้าสงสัย “นั่นมันหมายความว่าคืออะไร?”

“พูดง่ายๆ ก็คือ เขาตกใจตาย”

ผู้การโหลโหลวค่อยๆ พูดขึ้นว่า “ก่อนที่เขาจะตายน่าจะได้เจอกับสิ่งที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ช็อกกระทันหันแล้วเสียชีวิต และดูจากสถานการณ์ในตอนนั้น สีหน้าศพของเฉินเหยนเฉินเหยียนสีหน้าหวาดกลัวถึงขั้นทำหน้าบิดเบี้ยว ยิ่งพิสูจน์ถึงเป็นการยืนยันผลการชันสูตรของแพทย์นิติเวช”

“แต่เพื่อไม่ให้คุณเครียดกว่านี้ ผมจะไม่ฉายรูปของสถานที่เกิดเหตุในตอนนั้นแล้วกัน” พูดจบผู้การโหลโหลวก็เก็บฉากจำลองจอภาพเสมือนจริงลงด้วย

เยี่ยยู่เย่อวี้เริ่มสบายใจขึ้น ถ้าหากให้เขาดูรูปของสถานที่เกิดเหตุในตอนนั้น แล้วยังเรื่องที่เฉินเหยนเฉินเหยียนแอบถ่ายตัวเองตนเองก่อนหน้านี้อีก เขาคงจะต้องฝันร้ายไปทุกๆวันแน่

“ผู้การโหลโหลว ถึงแม้ในห่วงกำไลข้อมือจะมีรูปถ่ายของผมอยู่ แต่ผมก็ไม่รู้เรื่องจริงๆ ในวันนั้นตอนที่ผมกลับมาถึงบริษัท ผมก็อยู่ทำงานล่วงเวลาในออฟฟิศตคนเดียวทำงานล่วงเวลาถึงจนเที่ยงคืนถึงจะไป กล้องวงจรปิดในบริษัทศัทสามารถพิสูจน์ได้” เยี่ยยู่เย่อวี้พยายามที่จะแก้ต่างให้ตัวเองตนเอง

“เรื่องนั้นผมดูจากกล้องวงจรปิดแล้ว ผมถึงมาเพื่อสอบถามนิดหน่อยเท่านั้น” ผู้การโหลโหลวลุกขึ้นยืน “ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ผมต้องไปแล้ว”

เยี่ยยู่เย่อวี้รีบลุกขึ้นยืน ลังเลนิดหน่อยก่อนที่จะถามว่า ”ผู้การโหลโหลวครับ ถึงแม้เรื่องนี้จะมีจุดที่น่าสงสัยหลายอย่าง แต่สาเหตุการตายของเฉินเหยนเฉินเหยียนที่เป็นเพราะตกใจตาย น่าจะนับเป็นอุบัติเหตุใช่ไหม?”

“หึๆฮึ่มๆ ถ้าหากเป็นแค่อุบัติอุบติเหตุธรรมดาผมก็คงไม่ต้องออกโรงเองแล้ว” ผู้การโหลโหลวยิ้มที่มุมปาก พูดไปพลางลุกขึ้นยืนไป

“นี่มัน...หมายความว่ายังไง?”

“จะว่าไปแล้ว เรื่องที่ผมคุยกับคุณในวันนี้อย่าเล่าให้บุคคลที่สามฟังล่ะ ก็เพื่อตัวคุณเอง” พูดจบผู้การโหลโหลวก็ไม่สนใจเยี่ยยู่เย่อวี้ ผลักประตูห้องประชุมแล้วเดินออกไป

“อ่า แน่นอนอยู่แล้ว! คุณวางใจได้!”

แน่นอนอยู่แล้วที่เยี่ยยู่เย่อวี้จะไม่บอกใคร ถ้าหากคนในบริษัทรู้ว่า บอสใหญ่ของพวกเขามี ‘รูปถ่าย’ ของเย่อวี้ขา แถมยังเป็นรูปแอบถ่ายอีกต่างหาก เขาจะอยู่ที่บริษัทนี้ได้ยังไง

ออกจากห้องประชุมไป ก็เห็นหัวหน้าหวังกำลังยิ้มส่งผู้การโหลโหลว เยี่ยยู่เย่อวี้มองด้านหลังของผู้การ นึกย้อนถึงคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าคนคนนี้ไม่ใช่ธรรมดา

หน่วยตรวจสอบพิเศษ... ตกลงมันคือหน่วยอะไรกันแน่?

ขณะที่กำลังคิดอยู่ ผู้การโหลโหลวก็หันกลับมามองที่เขาอย่างกระทันหัน ปากขยับเล็กน้อย พูดอะไรบางอย่างอย่างรวดเร็วๆ

เยี่ยยู่เย่อวี้ตะลึงเล็กน้อย แต่หัวหน้าเหมือนจะไม่ได้สังเกตเห็นการกระทำที่เมื่อสักครู่กระทันหันของผู้การโหลโหลว

เป็นภาษาปาก เยี่ยยู่เย่อวี้คิดในใจพร้อมอ่านริมฝีปากอย่างรวดเร็ว

หรือว่าเมื่อสักครู่ในห้องประชุมจะมีบุคคลที่สามแอบอยู่?

เยี่ยยู่เย่อวี้เริ่มรู้สึกเครียดอีกครั้ง รีบหันไปมองที่ประตูห้องประชุม แต่ไม่เห็นมีใครเดินออกมา เมื่อหันกลับมา ผู้การโหลโหลวก็เดินออกจากออฟฟิศตไปแล้ว

devc-1b3c75c7-32954แฟ้มคดีสืบสวนกุญแจเลือด: Chapter0002 ตอนที่ 3